มหาสมุทรมายาอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขตเต็มไปด้วยพายุฝนฟ้าคะนองตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นผู้บำเพ็ญเพียรที่เก่งกาจเพียงใด หากก้าวเข้ามาในที่นี้ จิตวิญญาณก็จะแหลกสลายเหลือเพียงเถ้าธุลี
นี่เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่อันตรายและน่าสะพรึงกลัวที่สุดบนโลกใบนี้
แต่ไม่มีใครรู้ว่ามีสรวงสวรรค์แห่งหนึ่งตั้งอยู่ในส่วนลึกของพายุฝน ที่เรียกว่า
‘เกาะมังกรเวหา’
และมีข่าวลือว่าเผ่ามังกรสวรรค์อาศัยอยู่ที่นี่มาเนิ่นนานจนไม่อาจนับคืนวันได้ ร่างกายของพวกเขาสามารถปิดบังฟ้า ดวงตาใหญ่เท่ากับดวงตะวันและจันทรา มีต้นกำเนิดเดียวกันกับสรรพสิ่ง สว่างไสวไปพร้อมกับฟ้าดิน...พวกเขาเป็นผู้ปกครองโลกที่แท้จริง!
ตามหลักแล้วขอเพียงเผ่ามังกรสวรรค์ต้องการ บนโลกนี้ก็ไม่มีสิ่งใดที่จะขวางพวกเขาได้...ทว่าผู้อาวุโสอิ๋งที่เป็นผู้อาวุโสของเผ่ามังกรสวรรค์กลับกำลังกลัดกลุ้มจนผมจะร่วงหมดแล้ว
เขาขมวดคิ้วแน่น จ้องบุรุษที่นอกจากรูปงามแล้วก็ไม่มีอะไรดีสักอย่างตรงหน้าด้วยความไม่พอใจ พลางเอ่ยเสียงเข้ม “ดังนั้นท่านก็เลยกลับมา?”
ม่อเสวียนหมิงพยักหน้ารับ “อืม นางฉลาดมาก…ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่ามีสายตาที่ยาวไกล ข้าเชื่อว่าตอนนี้นางมีความสามารถพอที่จะปกป้องตัวเองได้ ในเมื่อนางเลือกที่จะจากไป ข้าเองก็เคยรับปากว่าจะคืนอิสรภาพให้นาง ก็ไม่ควรเข้าไปก้าวก่ายอะไรอีก”
“แต่หากคนอื่นรู้ว่าบนกายของฮูหยินมีสมบัติสำคัญ แล้วคิดไม่ซื่อกับนางล่ะ?”
“มีชุดมังกรขาวอยู่”
“หากมีคนเจ้าเล่ห์หลอกฮูหยินให้ถอดชุดมังกรขาวล่ะ ถึงตอนนั้นไม่มีชุดมังกรขาวคอยปกป้อง ฮูหยินก็จะเป็นอันตรายได้ไม่ใช่หรือ ฮูหยินร่างกายอ่อนแอเพียงนั้น ข้าเพียงแค่หายใจทีเดียวก็สามารถทำให้นางกระเด็นได้แล้ว ท่านวางใจจริง ๆ งั้นหรือ?”
“...”
“พวกมนุษย์มีประโยคหนึ่งกล่าวเอาไว้ว่า ‘เป็นโจรร้อยวัน ไหนเลยจะป้องกันโจรร้อยวันได้’ นานวันเข้าย่อมต้องมีช่วงที่ละเลย ถึงตอนนั้นฮูหยินจะทำเช่นไรล่ะ?”
“...”
เห็นม่อเสวียนหมิงนิ่งงันไป ผู้อาวุโสอิ๋งก็อยากกระโดดเข้าไปเคาะสมองของหัวหน้าเผ่าตัวเองจริง ๆ!
กับคนหัวทึบเช่นนี้หวังให้เขาพาฮูหยินกลับมาเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้จริง ๆ!
ช่างเถอะ ๆ เวลาสำคัญเช่นนี้ต้องอาศัยเขาอยู่ดี!
ขณะที่ผู้อาวุโสอิ๋งกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น จู่ ๆ เสียงตื่นตระหนกราวกับหมูถูกเชือด ไม่ใช่ ๆ ราวกับมังกรถูกเชือดก็ดังขึ้น กึกก้องไปทั่วเกาะมังกรเวหาราวกับเสียงอสนีบาต...
“นายท่านขอรับบบบ!! นายน้อยหายไปขอรับบบบบบ!!!”
……
องค์ชายสามฉู่ชิงอวิ๋นและเหล่าผู้อาวุโสนิกายใหญ่ต่างก็รักษาสัจจะ เรื่องที่รับปากเฉินเหมียวเหมี่ยวเอาไว้ ไม่ถึงสามวัน ทั้งหมดต่างก็ทำได้อย่างที่รับปากไว้ เมื่อเห็นของที่ละลานตาอยู่ตรงหน้า เฉินเหมียวเหมี่ยวก็ดีใจจนเท้าแทบไม่ติดพื้น
บนโฉนดที่ดินมีชื่อของนางถูกสลักลงไปยังตำแหน่งเจ้าของ ทรัพย์สินภายใต้ชื่อของนางมีการบันทึกไว้อย่างละเอียด เรือนเล็ก ๆ แห่งนี้รวมทั้งภูเขาและป่าเขียวขจี แม่น้ำ ทะเลสาบ พื้นที่ราบทอดยาวออกไปหลายร้อยลี้นอกเรือนนั้นล้วนเป็นของนางทั้งหมด
นางเป็นอิสระจากตระกูลเฉินโดยสิ้นเชิงแล้ว เฉินหยวนและคนอื่น ๆ ไม่สามารถบีบนางได้อีกต่อไป
เฉินเหมียวเหมี่ยวเก็บหนังสือโฉนดด้วยความดีใจ เตรียมลงมือทำกับข้าวดี ๆ เพื่อเป็นการให้รางวัลตัวเอง พลางเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม “แม่ทัพเนี่ยจะอยู่กินข้าวด้วยกันหรือไม่เจ้าคะ?”
หลายวันมานี้แม่ทัพเนี่ยง่วนอยู่กับเรื่องของนางจนหัวหมุนไปหมด ดังนั้นเฉินเหมียวเหมี่ยวจึงคิดว่า ตนเองควรเลี้ยงอาหารแม่ทัพเนี่ยสักมื้อ
แม่ทัพเนี่ย “...”
กลัวว่ากินแล้วอายุข้าจะสั้นลง
“ไม่ต้อง ภารกิจของข้าในครั้งนี้คือคอยคุ้มกันองค์ชายสาม ไม่สะดวกที่จะอยู่นาน”
“อย่างนั้นหรือเจ้าคะ น่าเสียดาย”
“อืม...ครั้งหน้าข้าจะอยู่ชิมแน่นอน”
แม่ทัพเนี่ยเอ่ยจบก็ตบมือสามที ทันใดนั้นบุรุษสวมชุดหรูหราสี่ห้าคนก็เดินมาจากที่ไกล ๆ
เฉินเหมียวเหมี่ยวไม่เข้าใจ “นี่คือ?”
แม่ทัพเนี่ยกระแอมเบา ๆ “พวกเขาเป็นคนของตระกูลใหญ่ที่อยู่แถวนี้ที่องค์ชายสามตั้งใจเลือกมาให้ และทรงตรัสว่าให้ประทานแก่คุณหนูเฉิน หากคุณหนูเฉินมีเรื่องอะไรสามารถสั่งพวกเขาได้เลย”
เฉินเหมียวเหมี่ยว “...”
นางเข้าใจแล้ว!
ก่อนหน้านี้นางปลอมตัวเป็นผู้อาวุโสชุดขาวหลอกลวงพวกเขา นอกจากพลังของนางจะถูกกล่าวขานว่าลึกล้ำสุดจะหยั่งแล้ว ยังมีอีกเรื่องที่ถูกเล่าลือไปไกล...นั่นก็คือ ‘ผู้อาวุโสชุดขาวฝักใฝ่ในกาม’!
เฉินเหมียวเหมี่ยวอยากจะกระอักเลือดออกมาให้รู้แล้วรู้รอด เจ้าพวกบ้านี่!
พวกเศษสวะตระกูลเฉิน เรื่องนี้จบไปแล้ว ยังทำให้นางซวยอยู่อีก!
มุมปากของเฉินเหมียวเหมี่ยวกระตุกเล็กน้อย “แม่ทัพเนี่ย นี่เป็นเรื่องเข้าใจผิด ท่านให้พวกเขากลับไปเถอะเจ้าค่ะ”
เมื่อเห็นใบหน้าที่เคร่งขรึมของเฉินเหมียวเหมี่ยว แม่ทัพเนี่ยกลับมีความสุข “คำสั่งขององค์ชายสาม ข้าไม่กล้าขัดหรอก”
แม่ทัพเนี่ยย่อมรู้อยู่แล้วว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่องค์ชายสามถูกเฉินเหมียวเหมี่ยวหลอกอยู่ตั้งนาน การได้เห็นนางกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเสียบ้าง เขาเองก็รู้สึกอารมณ์ดีเช่นกัน การที่ให้แม่ทัพเนี่ยพาบุรุษเหล่านี้มาให้ก็แค่ต้องการที่จะแกล้งเฉินเหมียวเหมี่ยวเพียงเท่านั้น
เฉินเหมียวเหมี่ยวกุมขมับด้วยความระอา “ขอแม่ทัพเนี่ยโปรดช่วยข้าด้วย ถือว่าผู้น้อยติดหนี้บุญคุณท่านแล้ว”
แม่ทัพเนี่ยฟังจบก็หัวเราะออกมา “เจ้าเป็นคนพูดเองนะ”
“ผู้น้อยเป็นคนพูดเองเจ้าค่ะ ไม่คืนคำแน่นอน”
“ได้!”
แม่ทัพเนี่ยไม่พูดอะไรมากอีก พาบุรุษเหล่านั้นจากไปทันที มีความสุขยิ่งนัก!
เฉินเหมียวเหมี่ยว “...”
ไม่ว่าจะเป็นฉู่ชิงอวิ๋นหรือว่าแม่ทัพเนี่ย สองคนนี้ต่างก็เป็นคนชอบผูกใจเจ็บจริง ๆ
หลังจากส่งเหล่าตัวปัญหาจากไปแล้ว เฉินเหมียวเหมี่ยวก็เริ่มเตรียมอาหารกลางวัน วัตถุดิบก็เป็นของที่แม่ทัพเนี่ยเอามาให้ ไม่มีไอวิญญาณแฝงอยู่ เป็นแค่อาหารที่คนธรรมดากินกัน แต่อุดมสมบูรณ์อย่างมาก ทั้งเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ทุกอย่างมีครบครัน
เฉินเหมียวเหมี่ยวเลือกหมูสามชั้นที่ขนาดกำลังพอดีชิ้นหนึ่ง เตรียมจะทำหมูสามชั้นน้ำแดงราดข้าว เพียงแต่เมื่อหั่นเนื้อเสร็จแล้วกำลังจะลงกระทะ จู่ ๆ เฉินเหมียวเหมี่ยวก็พบว่า ยังไม่มีเครื่องปรุงใด ๆ
เมื่อไม่มีทางเลือก เฉินเหมียวเหมี่ยวจึงทำได้เพียงเปลี่ยนชุดเตรียมเข้าไปในตัวตำบล
เมืองฟ่านเฉิงเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของแคว้นต้าฉู่ ใกล้กับเมืองฟ่านเฉิงมีหมู่บ้านและตำบลน้อยใหญ่นับไม่ถ้วน ที่อยู่ใกล้กับเรือนของเฉินเหมียวเหมี่ยวที่สุด เป็นตำบลที่มีชื่อว่า ตำบลซาเจียว
เฉินเหมียวเหมี่ยวยังไม่ทันเข้าไปในตำบลซาเจียว จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงด่าทอดังขึ้น พบว่ามีบุรุษหนุ่มกลุ่มหนึ่งสวมชุดหรูหรา มีสภาพสะบักสะบอมล้อมคนผู้หนึ่งเอาไว้และกำลังเตะต่อยกันอยู่
“เจ้าบ้านี่ กล้าสู้กลับอย่างนั้นหรือ ตีมันให้ตาย!”
“ลงมือ!”
“ฆ่ามันให้ตาย!”
เฉินเหมียวเหมี่ยว “...”
อะไรจะบังเอิญเพียงนี้
บุรุษหนุ่มที่กำลังทำร้ายคนกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มเดียวกันกับที่เมื่อครู่องค์ชายสามจะประทานให้นางไม่ใช่หรือ?
เฉินเหมียวเหมี่ยวหมุนฝีเท้ากำลังคิดจะเดินผ่านคนเหล่านั้นไป
จู่ ๆ ก็มีเด็กตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งแหวกวงล้อมบุรุษหนุ่มเหล่านั้นพุ่งตัวออกมา
รวดเร็วมากจนเฉินเหมียวเหมี่ยวเองก็หลบไม่ทัน
เพียงพริบตา ต้นขาของนางก็ถูกกอดเอาไว้...อืม บางทีน่าจะเป็นน่องเอาไว้จนแน่น
เพราะเจ้าตัวเล็กตัวเล็กมาก เหมือนกับเด็กอายุสองสามขวบ แก้มขาวนุ่มนิ่ม ทว่าตอนนี้กลับมีรอยเปรอะเปื้อนหลายรอย ดวงตาดูน่าสงสาร และคลอไปด้วยน้ำตานั้น กระแทกใจของเฉินเหมียวเหมี่ยวทันที!
โจมตีร้อยเปอร์เซ็นต์!
ชาติก่อนเฉินเหมียวเหมี่ยวมักได้ยินคนอื่นบอกว่า นางฆ่าคนได้โดยไม่กะพริบตา โหดเหี้ยมไร้ความรู้สึก ฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็น!
แต่นางอยากให้คนเหล่านั้นเห็นจริง ๆ ว่าเด็กน้อยตรงหน้าคนนี้ต่างหากที่ฆ่าคนได้อย่างไม่เห็นเลือดของจริง!
หากไม่เป็นเช่นนั้น เหตุใดนางจึงรู้สึกราวกับไร้เลือดเนื้อเช่นนี้ล่ะ?
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเมื่อเด็กน้อยเอ่ยออกมา เสียงเล็กเสียงน้อยนั่น ช่างมีมารยาทอย่างมาก เพียงไม่กี่อึดใจก็ทำให้จิตใจที่แข็งดังหินของเฉินเหมียวเหมี่ยวอ่อนยวบลงทันที
“ฮือฮือ...พี่สาวคนสวย...ตัวเล็กหลงทางหาบ้านไม่เจอ พี่สาวคนสวยช่วยตัวเล็กได้หรือไม่ขอรับ ฮือฮือ...”