หลังจากกู้ซื่อเหิงจัดการหาที่พักให้แขกเรียบร้อย เขาก็กลับมาที่ห้องนั่งเล่น ทรุดตัวลงบนโซฟา
โทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง ยังคงเป็แม่ของเขา แต่คราวนี้แม่เลือกที่จะโทรศัพท์มาแทนการส่งข้อความเสียง
“เป็ยังไงบ้าง? วันนี้มีเื่อะไรพิเศษเกิดขึ้นไหม?” แม่กู้ถามด้วยน้ำเสียงคาดหวัง
กู้ซื่อเหิงเหลือบมองไปทางโถงทางเดินพลางลดเสียงต่ำ “มีคนชื่อเสิ่นฟานิมาขอพักด้วยครับ บอกว่าอาสะใภ้แนะนำมา”
“เสิ่นฟานิ?!” เสียงของแม่กู้สูงขึ้นทันที “หน้าตาหล่อมากใช่ไหม? ตัวสูง ๆ? ทำหน้าเ็าใช่ไหม?”
“...แม่รู้ได้ยังไงครับ?”
“แม่ก็ต้องรู้สิ!” แม่กู้ทำเสียงภูมิใจ “อาสะใภ้ของลูกเคยเอารูปให้แม่ดู! ตอนนั้นแม่ก็บอกเลยว่าคนคนนี้มีวาสนาต่อกันกับลูก ถึงได้ให้อาสะใภ้จัดแจงให้เขาไปพักที่นั่นไง!”
กู้ซื่อเหิงพูดไม่ออก “แม่ครับ แม่ร่วมมือกับอาสะใภ้จัดฉากนัดบอดให้ผมเหรอ? แถมยังเป็ผู้ชายอีก? แม่รีบอยากจะขายผมออกขนาดนั้นเลย?”
“นัดบอดอะไรกัน นี่เขาเรียกว่าวาสนา!” แม่กู้ตอบอย่างมีเหตุผล “อีกอย่างนะ แม่ไม่เคยหลอกใคร วันนี้ดาวหงหลวนของลูกขยับจริง ๆ นะ! คุณเสิ่นคนนี้หล่นมาจากฟ้าใช่ไหม? ได้มาอยู่บ้านเดียวกันแล้วใช่ไหม? ต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น ก็ขึ้นอยู่กับพวกลูกเองแล้วละ!”
“แม่ครับ—”
“เอาละ ๆ แม่ไม่กวนพวกลูกแล้ว” แม่กู้หัวเราะอย่างมีเลศนัย “อยู่ด้วยกันดี ๆ ละ ทำความรู้จักกันให้มากหน่อย แม่เอาใจช่วยนะ!”
สายถูกตัดไปแล้ว
กู้ซื่อเหิงจ้องหน้าจอมือถือด้วยความรู้สึกสับสน
นักสืบรูปหล่อหล่นมาจากฟ้า? มาอยู่บ้านเขา? แล้วแม่บอกว่านี่คือดาวเนื้อคู่ขยับ?
เขาเงยหน้ามองเพดานพลางถามในใจเงียบ ๆ ์ครับ ท่านกำลังล้อผมเล่นอยู่ใช่ไหม?
เพดานมองเขากลับมาอย่างเงียบเชียบ ไม่มีคำตอบใด ๆ
เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังมาจากโถงทางเดิน เสิ่นฟานิดูเหมือนจะเดินออกมาจากห้อง กู้ซื่อเหิงรีบยืดตัวนั่งตรง แสร้งทำเป็กำลังดูโทรศัพท์อย่างตั้งใจ
เสิ่นฟานิเดินมาที่ห้องนั่งเล่น ในมือถือสมุดโน้ตเล่มเล็กกับปากกาหนึ่งด้าม
“สะดวกให้ผมถามคำถามสักสองสามข้อไหมครับ?” เขานั่งลงตรงข้ามกู้ซื่อเหิง
“ถาม... ถามเื่อะไรครับ?”
“เื่ความปลอดภัยในแถวนี้ครับ” เสิ่นฟานิเปิดสมุดโน้ต “คุณอยู่ที่นี่มานานเท่าไรแล้ว? ปกติกลับบ้านดึกไหม? เคยเห็นใครที่ดูน่าสงสัยบ้างหรือเปล่า?”
กู้ซื่อเหิงตะลึงไป พ่อหนุ่มคนนี้พอนั่งลงก็เริ่มทำงานเลยงั้นเหรอ?
“เอ่อ... อยู่มาสองปีนิด ๆ แล้วครับ” เขาตอบตามความจริง “ปกติกลางคืนไม่ค่อยออกจากบ้าน เพราะต้องไลฟ์ คนที่น่าสงสัย... ลุงข้างล่างที่ชอบมาคุ้ยถังขยะนับไหมครับ?”
เสิ่นฟานิจดบันทึกลงในสมุดแล้วถามต่อ “ตอนที่คุณไลฟ์ เคยเจอคนที่ส่งข้อความส่วนตัวหาคุณบ่อย ๆ เป็พิเศษไหม? หรือคนที่เป็ขาประจำในห้องไลฟ์แล้วชอบพูดจาแปลก ๆ?”
กู้ซื่อเหิงนึกอยู่ครู่หนึ่ง “มีอยู่คนหนึ่งครับ ชื่อประมาณ [444killer] ชอบมาความคิดเห็นจับผิดผมในไลฟ์ประจำ บอกว่าผมดูดวงไม่แม่น แต่เขาก็พูดถูกนะครับ ผมก็ไม่แม่นจริง ๆ”
ปลายปากกาของเสิ่นฟานิชะงักไปเล็กน้อย
“ [444killer] งั้นเหรอ?” เขาเงยหน้าขึ้น “เขาพูดว่าอะไรบ้างครับ?”
“ก็จิกกัดไปเรื่อยครับ” กู้ซื่อเหิงนึกย้อนไป “บอกว่าการวิเคราะห์กลุ่มดาวของผมไม่สมเหตุสมผลบ้าง บอกว่าผมใช้คำศัพท์ทางโหราศาสตร์ผิดบ้าง แล้วก็บอกว่าผม—”
เขาหยุดพูดกะทันหัน เพราะเสิ่นฟานิกำลังมองเขาด้วยสายตาที่แปลกประหลาดมาก
“ม... มีอะไรเหรอครับ?”
“ไม่มีอะไรครับ” เสิ่นฟานิหลุบตาลงพลางจดอะไรบางอย่างลงสมุดต่อ “วันหลังถ้าคนคนนี้ส่งข้อความมาหาคุณอีก ช่วยแคปหน้าจอส่งมาให้ผมดูด้วยนะครับ”
“...ทำไมเหรอครับ?”
“อาจจะเป็คู่แข่งในสายอาชีพเดียวกันก็ได้ครับ” เสิ่นฟานิตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนกำลังบอกว่าวันนี้อากาศดี “เขาคงอยากจะหาเื่คุณ”
กู้ซื่อเหิงมองเขาแบบกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย ไม่รู้ว่าเป็ความรู้สึกไปเองหรือเปล่า เขาคิดว่าในคำพูดประโยคนี้ของเสิ่นฟานิดูเหมือนจะมีบางอย่างซ่อนอยู่
แต่เสิ่นฟานิพับสมุดเก็บและลุกขึ้นยืนแล้ว
“ขอบคุณครับ ผมขอตัวไปจัดของก่อน” เขาพูดพลางเดินไปที่โถงทางเดินแล้วหยุดลง หันกลับมามองกู้ซื่อเหิง “อ้อ อีกเื่หนึ่ง ใบปลิวส่งอาหารที่ทับอยู่ใต้โต๊ะน้ำชาน่ะครับ มันใกล้จะหมดโปรโมชั่นแล้วนะครับ”
กู้ซื่อเหิงก้มลงมอง แล้วก็พบว่าจริงด้วย ใต้โต๊ะน้ำชามีใบปลิวส่งอาหารยับ ๆ แผ่นหนึ่งทับอยู่ เป็เมนูข้าวแกงกะหรี่ที่เขาสั่งไปเมื่ออาทิตย์ก่อนแล้วยังไม่ได้ทิ้ง แต่เสิ่นฟานิเมื่อกี้เพียงแค่ยืนกวาดสายตามองอยู่กลางห้อง ไม่ได้ขยับเข้าใกล้โต๊ะน้ำชาเลยแม้แต่น้อย
เขาเงยหน้าขึ้น โถงทางเดินว่างเปล่าไร้ร่องรอยคนเสียแล้ว
กู้ซื่อเหิงจ้องมองใบปลิวแผ่นนั้นด้วยความงุนงงอยู่นาน ไหนจะเื่ที่อีกฝ่ายมาสอบถามเขาเกี่ยวกับว่าแถวนี้มีใครน่าสงสัยบาง หรือคนที่เขามาดูไลฟ์เขาบาง หรือว่าเื่พวกนี้จะเกี่ยวข้องกับคดีที่เขาทำอยู่ แต่ว่าแถวนี้เท่าที่แม่ของเขาตรวจเช็กดูแล้ว มันเป็พื้นที่มงคลนี่น่า ไม่มีทางที่จะมีเื่อะไรแน่ ๆ แต่ก็เอาเถอะ ถามมาก็แค่ตอบไป ถึงแม้ว่าผู้ชายคนนี้จะถามแปลก ๆ ก็เถอะ
เวลาตีหนึ่ง กู้ซื่อเหิงนอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียง เพราะอาการนอนไม่หลับ
ห้องพักแขกอยู่ถัดจากห้องของเขาไปเพียงกำแพงกั้น เขาได้ยินเสียงขยับเขยื้อนเบา ๆ มาจากทางนั้นเป็ระยะ คงจะเป็เสิ่นฟานิที่กำลังจัดของ หรือไม่ก็กำลังโทรศัพท์อยู่เหมือนกัน
หน้าจอมือถือสว่างขึ้น เป็ข้อความวีแชท [1] จากเสิ่นฟานิ
[พรุ่งนี้เช้าผมจะออกไปข้างนอก ไม่ต้องรอทานข้าวนะครับ จะกลับมา่เย็น]
เป็ข้อความสั้น ๆ ง่าย ๆ ไม่มีสติกเกอร์ ไม่มีคำขยายใด ๆ
กู้ซื่อเหิงจ้องข้อความนี้อยู่นาน พลางคิดในใจว่าคนคนนี้พูดจาเหมือนส่งจดหมายราชการไม่มีผิด
เขาตอบกลับไปว่า “โอเคครับ” จากนั้นก็กดเข้าหน้าแชทของแม่ ส่งข้อความไปถามว่า [แม่ครับ ตกลงคุณเสิ่นฟานิคนนี้เขาทำอาชีพอะไรกันแน่? เป็นักสืบจริง ๆ เหรอครับ?]
เขาคิดว่าป่านนี้แม่คงหลับไปแล้ว แต่ไม่คิดเลยว่าทันทีที่ส่งไป ข้อความตอบกลับมาทันที [ใช่สิ อยู่ฝ่ายสืบสวนคดีอาญา พ่อของเขาเป็นายตำรวจระดับสูงเลยนะ ส่วนแม่ก็เป็อัยการ เก่งใช่ไหมละ?]
กู้ซื่อเหิงแทบจะทำโทรศัพท์หลุดมือ
ฝ่ายสืบสวนคดีอาญา?
ลูกชายนายตำรวจระดับสูง?
ลูกชายอัยการ?
คนแบบนี้ทำไมถึงมาขอพักบ้านหมอดูไลฟ์สดอย่างเขา?
[ทำไมเขาไม่นอนบ้านตัวเองละครับ?] เขาถาม
[เห็นว่ามีปัญหากับทางบ้านน่ะ] เสียงของแม่กู้ตอบมาอย่างเนือย ๆ [รายละเอียดอาสะใภ้ก็ไม่ได้บอกมาชัดเจนเท่าไรนักหรอก เอาเป็ว่าเขาอยากจะย้ายที่อยู่สักพัก อาสะใภ้ลูกก็เลยคิดขึ้นมาได้ว่า นี่มันเป็การส่งวาสนามาให้ลูกพอดีเลยไม่ใช่เหรอ?]
กู้ซื่อเหิง [...]
[เอาละ เลิกคิดมากได้แล้ว พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้านะ จริงสิ แม่ดูดวงให้แล้วนะ ดวงพวกลูกสมพงศ์กันมาก อยู่ด้วยกันได้หายห่วง! ฝันดีนะจ๊ะ!]
กู้ซื่อเหิงมองบันทึกการสนทนาพลางหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก
ดวงสมพงศ์กันมากงั้นเหรอ?
ทำไมเขาไม่เห็นจะรู้สึกอย่างนั้นเลยสักนิด?
เขาโยนโทรศัพท์ไปข้างตัวพลางจ้องมองเพดาน
เสียงความเคลื่อนไหวจากห้องข้าง ๆ เงียบลงแล้ว ทั้งบ้านกลับคืนสู่ความสงบ มีเพียงเสียงลมยามค่ำคืนที่พัดผ่านหน้าต่างเข้ามาเป็ระยะ
ดาวเนื้อคู่ขยับ?
เขามองเพดาน พลางนึกถึงใบหน้าเ็าของผู้ชายคนนั้น นึกถึงดวงตาที่เหมือนเครื่องสแกนนั่น และคำถามแปลก ๆ ที่ไม่มีที่มาที่ไป
ไม่รู้ทำไม เขาถึงรู้สึกอยากจะขำขึ้นมา
บางทีคำพยากรณ์ของแม่ อาจจะแม่นขึ้นมาสักครั้งก็ได้มั้ง?
ด้วยความรู้สึกที่แม้แต่เ้าตัวยังไม่ค่อยจะเชื่อ กู้ซื่อเหิงพลิกตัวนอนตะแคงพลางหลับตาลง
เื่ของวันพรุ่งนี้ ไว้ค่อยว่ากันวันพรุ่งนี้แล้วกัน
เชิงอรรถ