ตอนที่ 39เหมือนฝันกับนิยายตบจูบ
เหมือนฝันรู้สึกว่าช่วงนี้เสือน้อยดูแปลกๆ วิ่งมาหาเอาอกเอาใจบ่อย ๆ แม้จะคิดกันแค่เพื่อนแต่นานวันเข้าน้ำหยดทุกวันหินมันยังกร่อน นับประสาอะไรกับใจคน
ส่วนนายพีมีข่าวลือปล่อยมาถึงหูเธอว่าที่พวกคณะกรรมการนักเรียนฝ่ายปกครองถูกเชิญออก เพราะมีพีชักใยอยู่เบื้องหลัง อีกทั้งยังใช้เส้นสายพ่อให้รอดมาอีกนี่เรียกได้ว่าคนอื่นตายหมดยกเว้นหัวหน้าแก๊ง!
ข่าวที่กระเด็นกระดอนมาเข้าหูเธอทีละนิดทีละหน่อยก็ไม่ใช่จากใครที่ไหนอื่น แต่ว่าเป็นเสือน้อยซึ่งทยอย ๆ ฝากคนอื่นไปบอก แน่นอนว่าถ้าเป็นเขาไปพูดเอง…อีกฝ่ายมีหรือจะเชื่อ!
ทำให้พักนี้เหมือนฝันกับพีดูไปด้วยกันไม่ได้ดีเท่าไหร่นักยิ่งคราวก่อนที่เพลงขวัญมาเตือนเธอตรง ๆเธอก็ฝากเพื่อนสืบอยู่ได้ไม่นานก็เห็นจะเป็นจริงดังคาด
ความสัมพันธ์ของทั้งสองก็ระหองระแหงเริ่มกลายเป็นรอยร้าวขนาดใหญ่ยิ่งขึ้น
จนปิดเทอมนายพีพยายามรุกหนักหมายมั่นปั้นมือว่าจะเผด็จศึกเธอให้ได้ จึงลวงเธอมาคุยที่ห้างก่อนและพยายามจับโน่นจับนี่อย่างถึงเนื้อถึงตัว แต่หญิงสาวก็ลุกหนีได้ทัน
ในหลายครั้งเขาพยายามพูดอ้อมๆ ว่า “ขอมีอะไรกับเธอด้วย เพราะว่ารักเธอมาก แถมยังปฏิญาณอีกว่าจะใส่ถุงอย่างดิบดี…”
พอพีพูดแบบนี้บ่อย ๆเข้าก็ทำให้เหมือนฝันรู้สึกอึดอัด และเริ่มไม่ชอบใจมากขึ้นเรื่อย ๆ
ถึงแม้ว่าเธอจะหลงใหลเขาในรูปร่างหน้าตาชื่อเสียงของการเป็นนักกีฬาดาวเด่นประจำโรงเรียนก็ตามทว่าต่อให้เป็นเช่นนั้นเธอก็คิดว่ามันยังไม่ถึงเวลา!
พอปิดเทอมได้ไม่กี่วันทั้งคู่ก็ทะเลาะกันยกใหญ่ก่อนที่จะบอกเลิกกันไป โดยเหมือนฝันเป็นคนเอ่ยปากพูดเอง แต่ว่าในใจของเธอเองก็เสียใจมากเช่นกันมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะตัดใจจากคนที่เธอชอบได้
อีกอย่างเพราะมีคนคอยเลื่อยขาเก้าอี้อยู่เนืองๆ และนั่นก็คือเสือน้อยตัวเขาไม่ได้อยากเอาคืนไอ้ทรพีเพื่อความสะใจเพียงอย่างเดียว
แต่พยายามดึงมันออกไปจากชีวิตเธอด้วยเขาต้องการปกป้องเหมือนฝัน เพราะเธอเป็นนางในฝันคนในฝันของเขามาตั้งแต่แรกพบอยู่แล้ว...
พอเสือน้อยรู้ข่าวก็กระเหี้ยนกระหือรือออกนอกหน้าเป็นอย่างมาก ด้วยกลัวเวลาไม่คอยท่าหลังจากปล่อยให้เธอพักหายใจหายคออยู่พักใหญ่ ๆ
เสือน้อยก็ได้โทรไปหลอกถาม“เหมือนฝันโสดแบบนี้...เราก็จีบเธอได้แล้วนะสิ?”
“แล้วที่ผ่านมาเธอไม่ได้จีบเลยเหรอ!?”เหมือนฝันพูดน้ำเสียงดูหยอกเย้าเล็กน้อย และหลังจากนั้นเป็นต้นมาตลอดช่วงปิดเทอมทั้งคู่ก็คุยกันผ่านโทรศัพท์เป็นส่วนใหญ่
จนกระทั่งวันหนึ่งเสือน้อยก็นัดเหมือนฝันออกมาดูหนังใหม่เข้าโรงเป็นความรู้สึกตื่นเต้นเกิดขึ้นในหัวใจเด็กหนุ่มอีกครั้ง ครั้งล่าสุดเสือน้อยเข้าโรงหนังพร้อมมะปรางมันก็ทำเอาเลือดลมสูบฉีดเพราะมะปรางเอาเนินอกมาแนบแขนของเขา
วันนี้เหมือนฝันแต่งตัวสวยเป็นพิเศษเสื้อยืดเอวลอยมองดูคล้าย ‘แคทรียา อิงลิช’ ในวง 2002 ราตรีเอวคอดกิ่ว ผิวสวยเนียนตา จับคู่กับกางเกงยีนทรงทาทายัง และรองเท้าผ้าใบสีขาวดูเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษ
อย่าว่าแต่เสือน้อยที่ตะลึงลานเลยขนาดผู้ชายคนอื่นเห็นยังต้องเหลียวหลังกลับมามอง หุ่นของเธอถ้าประเมินและจากมุมมองของครูโจ้ เธอก็คงเหมาะที่จะส่งเข้าประกวดเต้นลีลาศเป็นอย่างมาก
เสือน้อยที่ตะลึงค้างตาไม่กะพริบจวบจนเธอเดินมายืนอยู่ต่อหน้าแล้วก็ตามเหมือนฝันต้องหยิกแขนเขาทีหนึ่งกว่าจะสะดุ้งตื่นจากภวังค์ได้
“ส…สวัสดี”นี้เป็นคำพูดแรกที่สมองของเขาพอจะคิดออกได้
พอรู้ว่าไม่เข้าที จึงเบี่ยงประเด็นไปชมเรื่องแต่งตัวสวย“นี่ถ้าครูสอนเต้นลีลาศเรามาเห็นฝัน คงอยากจับฝันทำเป็นนักกีฬาส่งประกวดแน่ ๆ”เสือน้อยพูดขึ้นด้วยความจริงใจ
ทว่าเหมือนฝันก็ตะลึง“เสือน้อยเรียนเต้นลีลาศด้วยเหรอ?” เธอถามขึ้นอย่างสนอกสนใจก่อนนั่งสบตามองด้านข้าง
“ใช่!ถูกแม่บังคับให้เรียนน่ะ...” จากนั้นเสือน้อยก็สาธยายความเป็นมาเป็นไประหว่างนี้ก็จับจ้องดวงตาคู่งามของเธอ
สีหน้าสีตาบอกว่าเธอให้ความสนใจกับเรื่องนี้เป็นอย่างมากพอเล่าถึงการแข่งขันเสร็จเหมือนฝัน ก็เหมือนจะตื่นเต้นไม่น้อย เสือน้อยจึงถามไปว่า“ฝันก็เรียนเต้นเหมือนกันหรือ?”
เธอก็พยักหน้า“ใช่เราเรียนมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว ตอนแรก ๆ แม่ก็บังคับแต่พอไปดูเขาแข่งเต้นตอนเด็กก็รู้สึกชอบมันมาก ๆทุกวันนี้แม่ยังให้ไปเรียนเต้นอยู่เลย”
จากนั้นทั้งคู่ก็เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย“ถึงขั้นนัดไปซ้อมเต้นที่บ้านกันด้วย”
“ที่บ้านเรากำลังจ้างครูสอนเต้นมาสอนน้องสาวเราอยู่ไว้ถ้าว่าง ๆ ไปจับคู่เต้นกันสักเพลงมั้ย?” เสือน้อยเชื้อเชิญด้วยความจริงใจส่วนเหมือนฝันก็พยักหน้าตอบ
“ความฝันเราคือลงแข่งเต้นลีลาศสักครั้งหรือไม่ก็เป็นคนเต้นเปิดฟลอร์” เธอนึกถึงภาพการแข่งขันกีฬา ที่ดูผ่านโทรทัศน์ซึ่งบรรดาหนุ่มสาวที่เดินควงคู่ออกมาเต้นเปิดงาน คล้ายกับในนิยายจากนั้นก็มีคนตามมาสมทบ
เธอคิดว่านั่นคือความฝันอย่างหนึ่งของเธอจึงเล่าเรื่องให้เสือน้อยฟังอย่างไม่มีปิดบัง
พออยู่ในโรงหนังเสือน้อยก็ไม่ได้ทำอะไรรุ่มร่ามเสือน้อยนั่งหนังอยู่ดูตามปกติหากแต่ว่ามันก็พิเศษตรงที่มีสาวสวยมานั่งอยู่ด้วยกันกับเขาทำเอาเจ้าตัวชื่นใจจะแย่อยู่แล้ว ยิ้มแก้มปริตลอดเวลาที่ดูหนังแลดูมีความสุขมากเป็นพิเศษ
หลังจากเสือน้อยกับเหมือนฝันดูหนังจบก็พากันไปกินข้าวตามปกติ และก็พากันไปเดินเที่ยวห้างซื้อของ
โดยมากเหมือนฝันมักเลือกเข้าร้านขายนิยายเพราะเป็นกิจกรรมที่เธอชอบมาก ๆ ยามว่างใน ยุคที่ไม่มีอะไรทำมากนัก ซึ่งแฮรรี่พอตเตอร์ เป็นนิยายสุดโปรดของเธอ
อีกทั้งนิยายรักของนักเขียนนามปากกาดัง ๆ ช่วงนี้เธอติดนิยายรักตบจูบ เช่น จำเลยรัก สวรรค์เบี่ยง
‘พวกนิยายตบจูบ’ เธอนั้นชอบนักแหละแต่ก็ยังไม่มีเวลาอ่าน เพราะคิวหนังสือที่จะต้องอ่านของเธอก็ได้วางแผนไว้เป็นลำดับๆ ไป
เวลาอยู่ในร้านหนังสือกับเธอเสือน้อยไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับเธอมากนักเขาเลือกบางเล่มที่น่าสนใจเก็บเอาไปฝากลูกหมีกับยัยตัวเปี๊ยก เช่นแฮรี่หรือไม่ก็เพอร์ซีย์ แจ็กสันจะได้ลดเวลามาป่วนเขาให้น้อยลงบ้าง
ส่วนของลูกหมีเห็นเธอเปรยๆ กับเพื่อนที่ร้านอาหารแม่ชบาว่าอยากได้ แต่ยังไม่ค่อยมีเวลาไปซื้อ
ในมุมของเขาที่สนใจก็คือพวกหนังสือหมวดธุรกิจ ทำยังไงถึงจะรวย เล่นหุ้นอย่างมืออาชีพ ทักษะความเป็นผู้นำหนังสือจากประสบการณ์ เสือน้อยชอบพวกนี้เสียมากกว่าและส่วนใหญ่ก็จะจ่ายผ่านบัตรเครดิต ซึ่งแน่นอนว่าเป็นของตัวเขาเอง
เด็กหนุ่มยังออกหน้าจ่ายให้เหมือนฝันด้วย“นี่...อยากได้อะไรหยิบเลยประเดี๋ยวเราจ่ายให้!”เดทแรกมันก็ต้องสร้างความประทับใจให้หน่อยสิน่า
เหมือนฝันกะพริบตาเธอยักคิ้วหลิ่วตา มุมปากแฝงไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ป๋านักเหรอเราอะ?”
เสือน้อยเกาหัวเขายืนระบายยิ้มอธิบาย “เอ่อ…ก็พอมีบ้าง เงินเก็บเราเอง”
จากนั้นเหมือนฝันก็แกล้งหยิบหนังสือที่เล็งๆ ไว้ใส่ตะกร้า ความจริงเธอเตรียมเงินที่แม่ให้ไว้พอที่จะซื้อหนังสืออยู่แล้วแต่ก็แค่พยายามแกล้งเสือน้อยเท่านั้น
เธอคิดว่า เสือน้อยลำบากหาเงินทุกวันไม่อยากเบียดเบียนเสือน้อย หรือคิดจะเอาเปรียบเขาเลย!
พอเห็นของในตะกร้าเสือน้อยก็ไม่ได้มีท่าทีตกใจอะไรก่อนที่จะบอกกับพนักงานว่า “แยกเป็นสองถุงครับ”
ตะกร้าของเขาก็เต็มไปด้วยหนังสือธุรกิจกับนิยายที่ซื้อให้ลูกหมีกับนกแก้ว
ส่วนของเธอกลับเป็นนิยายล้วนๆ เสือน้อยใช้บัตรรูดไม่ได้มีปัญหาอะไร เหมือนฝันเอ่ยปากแทรกขึ้นมาว่า “เฮ้ย!เสือน้อยเราพูดเล่น…เราเตรียมเงินมาไว้ต่างหากแน่ะ”
เธอมองค้อนเสือน้อยเพราะไม่ทันการพนักงานรูดบัตรไปเสียแล้ว!
เสือน้อยจึงหันมายิ้มแห้งๆ “ไม่ทันแล้ว แต่ไม่เป็นอะไรหรอกเงินเก็บเรา อีแค่นี้มันไม่ได้มากมายเท่าไรนักไปขายหมูปิ้งสักหลาย ๆ วันก็ได้เงินกลับคืนมาแล้ว!”เสือน้อยปลอบใจสาวสวยว่าไม่เป็นอะไรเลย
……
จากนั้นเสือน้อยก็อาสาหิ้วของให้กับเธออีกทั้งยังพาเธอเดินเข้าร้านเสื้อผ้าอีกต่างหาก ก่อนจะซื้อเสื้อให้เธออีกหลายตัว
ตัวเหมือนฝันเริ่มสงสัยเสียแล้วครอบครัวเสือน้อยเป็นแบบไหนกัน ทำไมถึงให้เงินลูกใช้เยอะจังหรือพวกของที่เอามาขายทุกวัน มันได้กำไรดี…ถึงพอเหลือกินเหลือใช้ขนาดนี้?
แน่นอนเธอก็รู้ว่าคนอื่นเรียกเสือน้อยว่าอะไรเช่น มาสคอตประจำโรงเรียน หรือว่าพ่อค้าขายหมูปิ้ง ตอนที่มะปรางคบหาดูใจกับเสือน้อยเธอก็ได้ยินได้ฟังมาเยอะเช่นกัน!
……
หลังจากเดทแรกจบลง ที่ร้านไอติมชื่อดัง ซึ่งเสือน้อยชอบกินเป็นประจำก่อนกลับบ้านตอนนี้ทั้งคู่กะหนุงกะหนิงกันออกนอกหน้า เสือน้อยยิ่งนานยิ่งชื่นใจเวลาได้เห็นรอยยิ้มพิมพ์ใจของเธอ
เสือน้อยเดินไปส่งเธอขึ้นแท็กซี่และแยกย้ายกลับบ้านใครบ้านมัน...
พอถึงบ้านเสือน้อยก็เรียกลูกพี่ลูกน้องตัวแสบมาหา“นกแก้วอยู่ไหน!” เขาตะโกนเรียก
ผ่านไปแป๊บหนึ่งก็เห็นสาวน้อยวิ่งมาเสื้อผ้ามอมแมมคล้ายไปคลุกขี้โคลนมา “โตจนป่านนี้ยังไปเล่นเป็นเด็ก ๆ อีก”
เสือน้อยเขกมะเหงกเธอไปทีหนึ่งทำเธอหน้ามุ่ยก่อนจะยื่นถุงหนังสือให้ “นี่พี่ซื้อมาฝากเห็นว่าอยากได้!”
นกแก้วฉีกยิ้มกว้างพอเห็นหนังสือที่ตนเองอยากได้ จึงจะโผเข้ากอด แต่ยังโชคดีที่เสือน้อยเอามือยันหน้าไว้ทัน“หยุดยัยตัวแสบ ดูเสื้อผ้าเลอะไปหมดยังจะมีหน้ามากอดคนอื่นเขาอีก ไปทำอะไรมา?”
“หนูไปอาบน้ำให้ไอ้ทองสุขมันต่างหากล่ะ”เธอกอดอกเชิดจมูก “เจ้าของควายไม่สนใจอาบน้ำให้มันตั้งหลายวัน...”เธอไม่ลืมพูดแขวะ
“เออดี ๆน่าเปลี่ยนชื่อนะน้องเรา จากนกแก้วเป็นนกเอี้ยงดีมั้ย?” เสือน้อยยิ้มตอบ
นกแก้วทำหน้างุนงง“แล้วทำไมต้องเป็นนกเอี้ยงล่ะ?” เธอไม่รู้จริง ๆ
ส่วนพี่ชายเธอหัวเราะร่าและบอก“ไม่รู้ก็หัดไปถามคนอื่นเอาสิ?” ก่อนจะจากพี่ชายเธอยังไม่ลืมเขกมะเหงกแถมให้เธออีกที
“ไอ้พี่เสือโง่” หลังจากเห็นพี่ชายเดินจากไปเธอก็บ่นลับหลังคำว่าไอ้เสือโง่ เธอได้ยินป้าชบาหลุดด่าพี่ชายอยู่เนือง ๆ
จึงตะโกนไล่หลัง “พี่เสือจะไปไหนอีกแล้วล่ะอยู่บ้านเป็นบ้างมั้ยฮะ!?”
“ไปหาลูกหมีเอาหนังสือนิยายไปฝาก...” เสียงตะโกนดังตอบกลับมา
พอได้ยินดังนั้นสาวน้อยก็ฉีกยิ้มกว้าง“พี่ลูกหมีก็ได้เหมือนกันเหรอ?” เธอชอบพี่ลูกหมีของเธอมากในโรงเรียน ‘พี่ลูกหมี’ ของเธอคือดาวเด่นไม่แพ้ให้กับ ‘พี่ประดับดาว’ เลย เธอจึงนับถือพี่ลูกหมีมากเพราะเป็นเพื่อนสนิทกับพี่ประดับดาวอีกต่างหาก!