ทลายแค้นด้วยรัก_End

    บทที่ 5 อยากจะรู้คำตอบ... 75%

            “วันนี้พี่ไม่กินข้าวเย็นที่บ้านนะ พี่จะไปสังสรรค์กับเพื่อน”


            ก่อนที่จิรกิตติ์จะเดินไปขึ้นรถโฟร์วิลเพื่อไปทำงาน ที่ซึ่งตอนนี้จักรภพจอดติดเครื่องรอที่หน้าบ้าน จิรกิตติ์หันมาบอกกล่าวเกี่ยวกับ๰่๥๹ตอนเย็น เพื่อไม่ให้เตชินีรอกินข้าวเย็นด้วยกัน และเพื่อจะได้รู้ว่าเขาอาจจะกลับมาตอนดึกดื่นค่อนคืน ซึ่งจะเป็๲ตอนไหนก็ยังไม่แน่ไม่นอน


            “ค่ะ”


            ตามจริงแล้วเตชินีหวังเหลือเกิน ว่าจิรกิตติ์จะบอกให้เธอไปร่วมงานสังสรรค์นี้ด้วย แต่พอได้ยินเช่นนี้หัวใจดวงน้อยเหี่ยวแหบลงไปทันที เธอพยายามนิ่งเฉย ไม่แสดงความรู้สึกผิดหวังออกมา จึงทำเพียงตอบรับสั้นๆ


            “.........”


            ปัง......


            จิรกิตติ์เห็นหญิงสาวตัวเล็กนิ่งเฉย ไม่แสดงความรู้สึกใดๆออกมา ไม่ถาม อีกทั้งไม่แม้แต่จะขอไปด้วย ก็ให้หน้าตึงขึ้นมาทันที ด้วยความรู้สึกหงุดหงิดใจ จึงเดินลงส้นหนักๆไปขึ้นรถโฟร์วิล ทั้งยังปิดประตูรถเสียงดังอีกต่างหาก


            “ออกรถซะสิวะ ชักช้าอยู่ทำไม”


            “ครับๆ ออกแล้วครับออกแล้ว”


            แต่คนที่ไม่รู้อิโน่อิเน่อย่างจักรภพ พลอยโดนหางเร่ไปเฉยเลย จึงทั้งงงและทั้งสงสัย แต่กระนั้นก็รีบขับรถโฟร์วิลออกไปจากหน้าบ้านอย่างเร็วไว หาไม่แล้วเดี๋ยวจะโดนอีกดอกเป็๲แน่


            เฮื่ออออ......


            เตชินีที่ยืนนิ่ง ดวงตากลมโตคู่สวยมองตามหลังรถโฟร์วิลไปจนกระทั่งลับหายไปพ้นรัศมีสายตา ก็ถอนหายใจออกมาแรงๆ ก่อนจะสลัดความน้อยใจ ผิดหวัง เศร้า เสียใจออกไป


            เพราะรู้ว่าตอนนี้เธอมันก็เป็๲เพียงแค่คนคอยดูแลจิรกิตติ์เพียงเท่านั้น ไม่มีสถานะ ไม่มีความหมาย ไม่สลักสำคัญที่พอจะพาไปออกงาน พาไปแนะนำเพื่อน และพาไปไหนต่อไหนด้วย


            :


            จิรกิตติ์ไปดูงานในสวนผลไม้ก่อนเป็๲อันดับแรก พอ๰่๥๹บ่ายๆ เขาก็เข้าไปดูงานที่โรงงาน เขาอยู่ที่โรงงานจนถึง๰่๥๹เย็นๆ แล้วจึงเดินทางไปที่ร้านอาหารกึ่งบาร์ ตามที่ได้นัดเพื่อนมาพบปะสังสรรค์


            “กิตติ์มาแล้ว กิตติ์มานั่งตรงนี้เลย”


            ผุดรวีร์เห็นจิรกิตติ์เปิดประตูเดินเข้ามาในห้อง ผุดรวีร์ก็รีบลุกเดินไปหา จับแขนแกร่งของจิรกิตติ์พามานั่งที่เก้าอี้ข้างๆตัวเอง ซึ่งห้องนี้เป็๲โซนส่วนตัวของร้าน ในเวลาที่จิรกิตติ์มาถึงก็มีเพื่อนๆ มากันบ้างแล้ว


            “ไงวะกิตติ์ ตอนแรกฉันกะว่าจะไปเยี่ยมนายที่บ้าน พอดีมั่วแต่ยุ่งๆ ก็เลยไม่ได้ไปสักที”


            “ขอบใจวะ ฉันสบายดีแล้ว นายไม่ต้องยุ่งยากหรอก”


            พลพรรค ที่นั่งฝั่งตรงกันข้ามกับจิรกิตติ์กล่าวให้รู้ อย่างที่ตัวพลพรรคเองยุ่งเกี่ยวกับเ๱ื่๵๹งานมากจริงๆ จึงปลีกตัวไปเยี่ยมจิรกิตติ์ไม่ได้เลย ซึ่งจิรกิตติ์ก็เข้าใจพลพรรคเป็๲อย่างดี ว่างานของพลพรรคนั้นยุ่งมากอย่างกล่าวมา


            อีกอย่างถึงพลพรรคจะไปเยี่ยมจิรกิตติ์ที่บ้าน ก็ไม่แน่ว่าจะได้เจอจิรกิตติ์ เนื่องจากในภาวะที่อ่อนแอทั้งร่างกายและจิตใจในเวลานั้น จิรกิตติ์ไม่อยากให้ใครมาเห็น และไม่อยากให้ใครมาสงสารด้วยนั่นเอง


            “นี่ฉันได้ข่าวว่านายเลิกกับแฟนแล้ว แล้วตอนนี้นายมีแฟนใหม่หรือยังวะ?”


            “ถ้ามีก็เห็นมาด้วยแล้วสิวะ”


            วุฒิชัยที่นั่งอยู่ข้างๆ จิรกิตติ์หันมาถามจิรกิตติ์ด้วยความอยากรู้อยากเห็น จิรกิตติ์จึงตอบแบบขอไปที แต่ไอ้ที่ตอบแบบขอไปทีของจิรกิตติ์ ทำให้ผุดรวีร์ยิ้มกว้างด้วยท่าทางกระหยิ่มยิ้มย่อง ด้วยความคิดที่ว่าเธอนี่แหละจะเป็๲แฟนคนต่อไปของจิรกิตติ์


            “รวีก็โสดเหมือนกันนะ มาๆคนไหนโสดชนแก้วกันหน่อยมา”


            “เฮ๊ย! เราก็โสดเหมือนกันนะ แต่โสดเฉพาะตอนนี้นะ ฮ่าๆๆๆ”


            แกร๊งงงง......


            ผุดรวีร์พูดยิ้มๆ แล้วเอี้ยวใบหน้าที่แต่งแต้มสวยงามด้วยเครื่องสำอาง หันมามองจิรกิตติ์ ด้วยสายตาแววหวาน แล้วหันไปเชิญชวนให้เพื่อนๆที่โสดสนิทยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นชน แต่เอาจริงๆเพื่อนที่ทั้งโสดและทั้งไม่โสดต่างพร้อมใจกันยกแก้วเครื่องดื่มของตัวเองขึ้นชนกับเพื่อนๆ


            งานเลี้ยงสังสรรค์ระหว่างเพื่อนๆร่วมรุ่นก็เริ่มขึ้นด้วยความสรวลเสเฮฮา ผุดรวีร์นั้นเป็๲นักเอ็นเตอร์เทรนที่ดีเยี่ยม คอยพูดคอยชนแก้วกับเพื่อนๆ ไปเรื่อย


            แต่ผุดรวีร์ไม่เคยห่างหายที่จะหันมาพูด หันมาชนแก้วกับจิรกิตติ์ ทั้งคอยส่งสายตาหวานเยิ้ม เย้ายวน เชิญชวน ให้จิรกิตติ์อยู่บ่อยครั้ง อย่างเป็๲การบอกใบ้ให้รู้ว่าผุดรวีร์ชื่นชอบจิรกิตติ์นั่นเอง


    ๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗