ด่านหานโจวตั้งอยู่ระหว่างูเาสองลูก
กำแพงหินสูงทอดยาวตามแนวสันเขา หอเฝ้ายามตั้งเรียงกันเป็ระยะ ธงราชวงศ์เหนือประตูยังคงโบกอยู่ แต่เมื่อขบวนของหลี่เฉิงเยว่เข้าใกล้ ทุกคนกลับรู้สึกถึงความผิดปกติ
ไม่มีเสียงฝึกทหาร
ไม่มีขบวนส่งเสบียง
และประตูใหญ่ปิดแน่นทั้งที่ยังเป็เวลากลางวัน
เซวียนอี้หยุดม้าห่างจากกำแพงประมาณหนึ่งลี้
“พวกเขารู้ว่าเรามา”
แม่ทัพหลัวถาม
“จะเข้าอย่างไร”
“มีทางน้ำเก่าใต้กำแพงฝั่งตะวันตก ใช้ระบายน้ำในฤดูฝน ฤดูนี้น้ำแข็งเกาะ แต่คนยังคลานผ่านได้”
หลี่เฉิงเยว่มองกำแพง
“คนของแม่ทัพเการู้ทางนี้หรือ”
“ทหารเก่าทุกคนรู้ แต่ทางถูกปิดมาหลายปี คนรุ่นใหม่อาจไม่ทราบ”
“เข้าเวลากลางคืน”
พวกเขาซ่อนกำลังในหมู่บ้านร้างนอกด่าน
เมื่อฟ้ามืด เซวียนอี้นำหลี่เฉิงเยว่ แม่ทัพหลัว และทหารสิบห้านายไปยังช่องระบายน้ำ
ปากทางถูกพุ่มไม้แห้งปกคลุม
ด้านในแคบ มืด และเย็นจัด
หลี่เฉิงเยว่ต้องถอดเสื้อคลุมชั้นนอก เหลือเพียงชุดกระชับตัว จึงคลานผ่านได้
เซวียนอี้เข้าไปก่อน
ทุกระยะ เขาจะหันกลับมาดูว่าองค์ชายยังตามอยู่หรือไม่
เมื่อออกจากทางน้ำ พวกเขาพบว่าตนอยู่หลังคลังเก็บฟืนใกล้กำแพงตะวันตก
กลิ่นควันไฟจากครัวทหารลอยมา แต่รอบด้านเงียบผิดปกติ
เซวียนอี้ส่งสัญญาณให้ทุกคนแยกตัว
เป้าหมายแรกคือบ้านพักแม่ทัพเกา
พวกเขาเคลื่อนผ่านตรอกแคบโดยหลบหน่วยลาดตระเวน
ทหารที่เดินตรวจส่วนใหญ่ไม่ใช่คนประจำด่าน เซวียนอี้จำลักษณะชุดเกราะได้
“คนของป้อมจิ่วเฉิงกับป้อมเป่ยซาน”
แม่ทัพหลัวกระซิบ
“เผยจงเหวินเปลี่ยนกำลังรักษาด่านแล้ว”
เมื่อไปถึงบ้านพักแม่ทัพ ประตูถูกล็อกจากภายนอก
ทหารสองคนเฝ้าอยู่
เซวียนอี้กับแม่ทัพหลัวจัดการโดยไม่ส่งเสียง
ด้านในมืดสนิท
พวกเขาพบแม่ทัพเกาถูกล่ามโซ่อยู่ในห้องใต้ดิน พร้อมนายทหารคนสนิทอีกสามคน
ชายชราร่างใหญ่มีาแเต็มใบหน้า แต่ดวงตายังแข็งกร้าว
เมื่อเห็นเซวียนอี้ เขานิ่งไป
“เ้ายังมีชีวิต?”
เซวียนอี้คุกเข่า
“แม่ทัพเกา”
ชายชราหัวเราะแหบ
“เด็กที่ไม่ยอมตายกลับมาแล้วจริง ๆ”
สายตาของเขาเลื่อนไปยังหลี่เฉิงเยว่
“ท่านผู้นี้คือ…”
หลี่เฉิงเยว่ถอดผ้าคลุมหน้า
แม่ทัพเกาชะงัก ก่อนพยายามคุกเข่า
“องค์ชายสาม!”
“ไม่ต้องคุกเข่า”
หลี่เฉิงเยว่ช่วยพยุงเขา
“เกิดอะไรขึ้น”
แม่ทัพเกากัดฟัน
“รองแม่ทัพจางเหว่ยทรยศ เขาแสดงราชโองการให้ข้าปิดด่านและส่งทหารครึ่งหนึ่งออกไปค้นหาฏ ข้าพบว่าตราผิดปกติจึงปฏิเสธ คืนนั้นเขาวางยาในสุรา แล้วจับขัง”
“ตอนนี้เขาคุมด่าน?”
“ใช่ และมีคนของเสนาบดีเผยเข้ามาเมื่อสองวันก่อน”
หลี่เฉิงเยว่ถาม
“คลังเสบียงใหญ่?”
แม่ทัพเกาหน้าเคร่ง
“อยู่ทางเหนือของด่าน มีเสบียงพอสำหรับหกเดือน หากถูกเผา กองทัพทั้งหมดจะอยู่ไม่ได้”
“คืนพระจันทร์ดับคือพรุ่งนี้”
“พวกมันอาจไม่รอถึงพรุ่งนี้ หากรู้ว่าพระองค์มาถึง”
เซวียนอี้ตัดโซ่ให้แม่ทัพเกา
“เราต้องยึดหอส่งสัญญาณและประตูตะวันตกก่อน”
แม่ทัพเกาพยักหน้า
“ทหารเก่าของข้ายังอยู่ แต่ถูกแยกไปเฝ้าคลังฟืน หากส่งสัญญาณรูปหมาป่าขาว พวกเขาจะรู้ว่าข้ากลับมา”
หลี่เฉิงเยว่วางแผนอย่างรวดเร็ว
แม่ทัพหลัวจะนำคนไปยึดหอสัญญาณ
เซวียนอี้พาแม่ทัพเกาไปเรียกทหารเก่า
ส่วนหลี่เฉิงเยว่จะเข้าไปยังเรือนบัญชาการเพื่อค้นหลักฐานและจับรองแม่ทัพจาง
เซวียนอี้คัดค้านทันที
“พระองค์ไปกับข้า”
“หากจางเหว่ยเห็นแม่ทัพเกา เขาจะรู้ว่าแผนแตกและจุดไฟทันที”
“ให้แม่ทัพหลัวไปจับเขา”
“แม่ทัพหลัวต้องยึดหอสัญญาณ หากไม่ได้หอ เราเรียกกำลังนอกด่านไม่ได้”
เซวียนอี้ขมวดคิ้ว
“ข้าจะไปกับท่าน แล้วให้แม่ทัพเกาเรียกคนเอง”
แม่ทัพเกาส่ายหน้า
“ทหารของข้าถูกเฝ้าแน่น หากไม่มีคนฝีมือดีเปิดทาง ข้าไปไม่ถึง”
หลี่เฉิงเยว่มองเซวียนอี้
“เราต้องแยกกันชั่วคราว”
คำว่าแยกทำให้ทั้งสองเงียบ
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา พวกเขาแทบไม่อยู่ห่างกัน
แต่สถานการณ์ครั้งนี้ไม่เปิดทางให้เลือก
เซวียนอี้กล่าวช้า ๆ
“ครึ่งชั่วยาม”
“อะไร”
“ภายในครึ่งชั่วยาม ไม่ว่าภารกิจสำเร็จหรือไม่ เราพบกันที่คลังเสบียงใหญ่”
หลี่เฉิงเยว่พยักหน้า
“ตกลง”
เซวียนอี้จับแขนเขา
“หากเกิดอันตราย ส่งสัญญาณทันที”
“เ้าก็เช่นกัน”
“ข้าจะกลับมา”
“ไม่ใช่แค่กลับมา”
หลี่เฉิงเยว่มองเขา
“ต้องกลับมาโดยไม่เอาชีวิตแลกกับอะไรทั้งนั้น”
เซวียนอี้นิ่งไป
“ขอรับ”
ทั้งสามกลุ่มแยกกัน
หลี่เฉิงเยว่พาทหารสี่นายมุ่งไปยังเรือนบัญชาการ
ภายในมีทหารเฝ้ามากกว่าที่คาด แต่เพราะทุกคนคิดว่าองค์ชายยังอยู่นอกด่าน จึงไม่มีใครระวังคนจากด้านใน
พวกเขาเข้าทางหลังคา
หลี่เฉิงเยว่ลงมาในห้องเก็บเอกสาร
โต๊ะกลางห้องเต็มไปด้วยแผนที่และคำสั่งปลอม
เขาพบรายชื่อป้อมที่เข้าร่วมกับเผยจงเหวินอย่างน้อยห้าแห่ง
ด้านล่างมีคำสั่งหนึ่งฉบับ
เมื่อองค์ชายสามมาถึง ห้ามสังหารทันที ให้จับเป็และนำไปหุบเขาดำ
ด้านท้ายลงตราดอกเหมยดำ
หลี่เฉิงเยว่เก็บเอกสารไว้
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง
“พระองค์เสด็จมาเร็วกว่าที่คาด”
รองแม่ทัพจางเหว่ยยืนอยู่หน้าประตูพร้อมทหารหลายคน
เขาเป็ชายวัยกลางคน ใบหน้าสุภาพเกินกว่าจะดูเหมือนคนทรยศ
“องค์ชายคงคิดว่าข้าเป็เพียงหมากของเสนาบดีเผย”
หลี่เฉิงเยว่หันกลับอย่างสงบ
“เ้าไม่ใช่หรือ”
จางเหว่ยยิ้ม
“ข้าเป็คนเลือกข้างผู้ชนะ”
“ผู้ชนะที่ต้องปลอมราชโองการและเผาอาหารประชาชน?”
“ประวัติศาสตร์ไม่ถามวิธีการ”
“เพราะคนอย่างเ้าหวังว่าจะเป็ผู้เขียนมัน”
จางเหว่ยยกมือ
ทหารล้อมเข้ามา
“ส่งเอกสารมา แล้วข้าจะไม่ทำให้พระองค์าเ็มากนัก เสนาบดีเผย้าพระองค์เป็ ๆ”
หลี่เฉิงเยว่ชักมีดสั้น
“ข้าเองก็อยากพบเขา แต่ไม่คิดไปในสภาพนักโทษ”
การต่อสู้เริ่มขึ้นในห้องแคบ
ทหารสี่นายของหลี่เฉิงเยว่รับมือศัตรูด้านหน้า ส่วนเขาเผชิญหน้าจางเหว่ย
รองแม่ทัพใช้ดาบยาวและมีกำลังมากกว่า
หลี่เฉิงเยว่จึงไม่ปะทะตรง ๆ เขาถอยหลบ ใช้โต๊ะและชั้นเอกสารขวางทิศทาง
จางเหว่ยฟันโต๊ะขาด
“องค์ชายที่เติบโตในวังคิดว่าจะสู้ทหารชายแดนได้หรือ”
หลี่เฉิงเยว่หลบดาบที่เฉียดคอ
“ทหารที่เผาเสบียงของตนเอง ไม่คู่ควรเรียกว่าทหาร”
คำพูดนั้นทำให้จางเหว่ยโกรธ เขาฟันแรงขึ้นจนเปิดช่อง
หลี่เฉิงเยว่ใช้มีดแทงเข้าที่แขน
จางเหว่ยคำรามและถีบเขากระแทกตู้เอกสาร
ความเจ็บแล่นไปทั่วหลัง
มีดหลุดจากมือ
รองแม่ทัพยกดาบขึ้น
แต่ก่อนคมดาบจะตก เสียงแตรรูปหมาป่าก็ดังขึ้นจากทางตะวันตก
ยาว
ต่ำ
ก้องไปทั่วด่าน
แม่ทัพเการวมกำลังได้แล้ว
จางเหว่ยหน้าเปลี่ยนสี
แทบพร้อมกัน เปลวไฟสีฟ้าก็พุ่งขึ้นจากหอสัญญาณ
แม่ทัพหลัวยึดหอสำเร็จ
ทหารนอกด่านจะบุกเข้ามาในไม่ช้า
จางเหว่ยหันจะหนี
หลี่เฉิงเยว่คว้ามีดจากพื้น ขว้างไปปักต้นขาเขา
รองแม่ทัพล้มลง
“จับไว้!”
ทหารของหลี่เฉิงเยว่เข้าควบคุมตัว
แต่จางเหว่ยกลับหัวเราะ
“สายเกินไปแล้ว”
หลี่เฉิงเยว่ขมวดคิ้ว
“อะไร”
“พวกเ้าคิดว่าคลังเสบียงคือเป้าหมายเดียวหรือ”
เสียงะเิดังขึ้นจากทิศเหนือ
พื้นสั่นะเื
แสงไฟพุ่งขึ้นเหนือกำแพง
คลังเสบียงใหญ่ถูกจุดไฟแล้ว
หลี่เฉิงเยว่หันไปทางหน้าต่าง
ครึ่งชั่วยามยังไม่หมด
แต่เขารอไม่ได้
“ไปคลัง!”
เมื่อวิ่งออกจากเรือนบัญชาการ เสียงต่อสู้ดังทั่วด่าน
ทหารเก่าของแม่ทัพเกาปะทะกับคนของจางเหว่ย ประตูตะวันตกกำลังถูกเปิดให้กองกำลังนอกด่านเข้ามา
หลี่เฉิงเยว่มุ่งหน้าไปทางเหนือ
ไฟเหนือคลังเสบียงลุกสูง
หัวใจของเขาเต้นแรง ไม่ใช่เพียงเพราะเสบียง
เซวียนอี้ยังไม่มา
เมื่อถึงลานหน้าคลัง เขาเห็นทหารจำนวนมากกำลังต่อสู้
แม่ทัพเกาอยู่ตรงกลาง
แต่ไม่มีเซวียนอี้
“เขาอยู่ที่ใด!” หลี่เฉิงเยว่ถาม
แม่ทัพเกาชี้ไปยังอาคารด้านใน
“มีคนติดอยู่ เขาเข้าไปช่วย!”
หลี่เฉิงเยว่หน้าซีด
“ใครติดอยู่”
“ทหารของข้าหลายคน และถังน้ำมันทั้งหมด!”
เปลวไฟพุ่งจากหลังคา
หลี่เฉิงเยว่ก้าวไป
ทหารพยายามห้าม
“องค์ชาย เข้าไม่ได้!”
เขาสะบัดออก
แต่ก่อนจะพุ่งเข้าไป ประตูคลังก็ถูกถีบเปิดจากด้านใน
เซวียนอี้ออกมาพร้อมทหารคนหนึ่งพาดบ่า อีกมือจูงเด็กหนุ่มซึ่งเป็ลูกมือคลังเสบียง
เสื้อคลุมของเขามีรอยไหม้ ใบหน้าเปื้อนเขม่า
หลี่เฉิงเยว่วิ่งเข้าไปหา
“เ้าาเ็หรือไม่”
เซวียนอี้ยังหายใจหอบ
“ไม่มาก”
“เ้ารับปากว่าจะไม่เอาชีวิตแลก!”
“คนอยู่ด้านใน”
“แล้วเ้าคิดว่าข้าจะทำอย่างไรถ้าเ้าไม่ออกมา”
เซวียนอี้นิ่ง
รอบด้านยังมีเสียงต่อสู้ แต่ระหว่างทั้งสองเหมือนเงียบลง
“ข้าขอโทษ”
หลี่เฉิงเยว่กำเสื้อเขาแน่น
“ข้าไม่้าคำขอโทษ”
“เฉิงเยว่…”
“ข้า้าให้เ้ากลับมา”
เซวียนอี้ยกมือแตะหลังมือเขา
“ข้ากลับมาแล้ว”
หลี่เฉิงเยว่จ้องเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนปล่อยมือ
“ไฟควบคุมได้หรือไม่”
เซวียนอี้พยักหน้า
“พวกมันจุดโกดังด้านนอก แต่เราเคลื่อนถังน้ำมันออกส่วนใหญ่แล้ว เสียเสบียงประมาณหนึ่งในสี่”
ยังเหลือพอประคองด่านได้
เสียงโห่ดังขึ้นจากกำแพงตะวันตก
แม่ทัพหลัวนำกำลังเข้ามาสำเร็จ
ทหารฝ่ายทรยศเริ่มวางอาวุธ
ด่านหานโจวกลับมาอยู่ในมือของแม่ทัพเกาก่อนรุ่งสาง
แต่เมื่อทุกอย่างสงบ หลี่เฉิงเยว่กลับได้รับข่าวที่ทำให้ชัยชนะทั้งหมดเย็นลง
จางเหว่ยหนีไปได้ระหว่างความวุ่นวาย
และเขานำแผนที่เส้นทางลับไปด้วย
แม่ทัพเกามองูเาด้านเหนือ
“เขาต้องไปหาเผยจงเหวินที่หุบเขาดำ”
เซวียนอี้กล่าว
“เผยจงเหวินตั้งใจให้เราช่วยด่านได้”
หลี่เฉิงเยว่หันมอง
“เหตุใด”
“เพื่อให้เราเชื่อว่าชนะแล้ว และตามเขาไปยังสถานที่ที่เตรียมไว้”
แม่ทัพหลัวขมวดคิ้ว
“กับดักซ้อนกับดัก”
หลี่เฉิงเยว่พับเอกสารที่ได้จากเรือนบัญชาการ
“เขา้าข้าไปหุบเขาดำั้แ่แรก”
ลมหนาวพัดผ่านลานคลังเสบียงที่ยังมีควันลอย
คืนพระจันทร์ดับกำลังมาถึง
และเผยจงเหวินกำลังรออยู่ในสถานที่ที่ไม่มีแสงจันทร์ส่องถึง