ตอนที่ 9 หุบเขาฝึกเซียนทางเหนือ (ซินเจียง)
่เวลาตอนเย็น ณ เส้นทางลงจากหุบเขาลี้ลับ ที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาสูง
แสงแดดจากทิวทัศน์สวยงามส่องสว่างทั้งหมู่บ้านซาน
ผู้คนหลายร้อยชีวิตกำลังวิ่งหลบหนีลงมาจากยอดเขาอันสูงราวพันเมตร
“พวกเราถึงสถานที่ปลอดภัยแล้ว เสียงของนายพรานหยู่ฉางดังขึ้น”
“ทุกคนตั้งค่าย”
“ใครที่เป็นายพรานก็ออกไปหาอาหาร”
“ผู้ชายก่อกองไฟ” “ผู้หญิงทำครัว”
“ช่วยกันก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน”
“ส่วนฟางหงเ้าส่งจิติญญานกพิราบสีฟ้าครามบินสำรวจบริเวณรอบๆ ด้วย”
“และหลี่จางจิตกวางสีเหลือง ดูแลเด็กเล็ก คนเจ็บ และคนแก่ … หลี่จางต่อไปนี้เ้าต้องปกป้องทุกคนแทนข้า ในระหว่างที่ข้ากับภรรยารักษาตัว”
สถานที่นี้เป็ที่ปลอดภัยจากทหารเมืองอัตลัด และหิมะหุบเขาที่คลุ้มคลั่งบนยอดเขา
นี่คือจุดพักที่ดีในเดินทางยาวนานของพวกเขา
*
เมื่อบริเวณโดยรอบปลอดภัย จิติญญาอสูรหมาป่าที่นำทางทุกคนในหมู่บ้านได้หายไป
ก่อนไป มันมองมาที่เ้านายของมัน และพูดเป็ภาษาสัตว์ออกมา “ดูแลตัวเองด้วย นายของข้า" แน่นอนทุกคนไม่รู้ว่ามันพูดอะไร
**
หลี่จางถามขึ้นด้วยความสงสัย “อาจารย์ เราจะจัดการยังไงกับพวกตระกูลจี้ ทั้งจี้เตียวและจี้กุน ที่ทำเหมือนพวกเราเป็คนรับใช้”
***
นายพรานหยู่ฉางยิ้นขึ้น “นั้นไม่ยากเกินกำลัง พวกเราผู้มีจิตสัตว์อสูรมีพลังเหนือกว่ามาก”
“จงใช้พลังนั้นช่วยปกป้องทุกคนจากการถูกรังแก จากอำนาจเก่า”
ในกลุ่มชาวบ้านก็มีกรรมการหมู่บ้านหนิงฉาง กับผู้ดูแลหอสมุดหนิงเออ รวมอยู่ด้วย
ทุกคนยังคงหวาดกลัวจากภาพติดตา ภาพทหารวิ่งไล่ฆ่าคนตระกูลซาน
ภาพเืที่เต็มพื้น ฆ่าไม่เว้นแม้แต่หมู หมา สัตว์เลี้ยงในบ้านของตระกูลบ้านซานก็ไม่เหลือรอด
***********
หนิงฉางพูดกับเพื่อนของนางที่อยู่ใกล้ๆ
“ข้าสงสารหัวหน้าซือเป่าและครอบครัวจริงๆ พวกเขาถูกเข้าใจผิด
ด้วยตำแหน่งของเขา พวกทหารเลวพวกนั้นคิดว่าเขาเป็คนของตระกูลซาน จึงโดนฆ่าล้างครอบครัว
ครอบครัวหัวหน้าซือเป่าไม่มีใครเหลือรอดชีวิต
ข้าเห็นภาพนั้นมากับตาตัวเองจากที่ไกลๆ ที่ข้าซ่อนตัวอยู่”
***
หลังจากหยุดพักได้ไม่นาน ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง ทุกคนเริ่มจับกลุ่มพูดคุย
เสียงชาวบ้านคนหนึ่งชื่ออู่หลงพูดขึ้น
“ท่านนายพรานหยู่ฉาง ข้าอู่หลงเกิดและเติบโตที่หมู่บ้านซาน
ทุกวันทำหน้าที่เป็พ่อครัวรับใช้ตระกูลซาน
ตอนนี้ไม่มีผู้นำปกป้องเราแล้ว ตระกูลซานถูกกวาดล้างไปจนหมด
แล้วต่อไปเราจะใช้ชีวิตกันได้อย่างไร”
“ท่านนายพรานหยู่ฉางได้โปรด จากนี้ท่านนายพรานหยู่ฉางมาเป็ผู้นำคนใหม่ให้กับพวกเรา
เราขอเปลี่ยนชื่อเป็คนของหมู่บ้านหยู่ รับใช้ตระกูลหยู่ ต่อไป”
ทุกคนพูดเป็เสียงเดียวกัน
"รับใช้ตระกูลหยู่ ต่อไป”
-------------------------------------------------------------------
ในที่สุด่เวลาเย็นแสงสว่างเริ่มลดลงก็มาถึง
เซียงซื่อ เซียงหยุน และหยู่หนิง หยุดการเดินทาง
เตรียมพักค้างคืน เด็กๆ เราควรหยุดพักที่นี่ ตรงต้นไม้ใหญ่ต้นนั้น
“มันไม่ใช่เื่ที่ดี ที่จะให้พวกเ้าเดินทางในเวลากลางคืน
ทั้งสัตว์อสูรร้าย ทั้งโจรูเา และความหนาวเย็นจากลมหนาว ถึงเวลาที่พวกเราต้องพักแล้ว” เซียงซื่อกล่าว
พวกเขาเลือกใช้ร่มเงาต้นไม้ใหญ่เป็ที่พักผ่อน สามชีวิตและอีกหนึ่งจิติญญาต่างนั่งฟังเสียงเพลงจากธรรมชาติ
*******
เซียงหยุนไม่อยากเสียเวลากับการนั่งอยู่เฉยๆ
จึงเริ่มเปิดอ่านตำรา หน้าสิบสาม เขียนไว้ว่า
ทุกคนบนโลกวิ่งตามหาความสำเร็จ มาตลอดชีวิต ...วิ่ง... แล้วก็วิ่ง... วิ่งแล้วก็ล้ม...
ล้มล้มล้มอีกแล้ว... ล้มแล้วก็เป็แผล... แต่วันนี้ก็ยังลุกขึ้นยืน แล้วก็เริ่มวิ่งใหม่...
แต่พอคิดอีกที เรากำลังวิ่งไปที่ไหน แล้วที่นี้ที่ไหน เราอยู่ที่ไหนในโลก …
จำไว้นะ'ความสำเร็จ' และ 'ความหมายในชีวิต'
นั้นอาจเป็สิ่งที่แตกต่างกันในแต่ละคน...""> ตำราพื้นฐานฝึกเซียนได้กล่าวไว้
หลังจากหมด่เวลาพัก เซียงหยุน และหยู่หนิงช่วยกันจับกระต่ายป่ามาทำอาหาร
ด้วยวิธีฟันดาบง่ายๆ โง่ๆ ของพวกเขาที่ไม่เคยเรียนวิชาดาบ
ไม่โดนตัวกระต่าย สุดท้ายต้องวิ่งไล่และปาดาบใส่กระต่ายน้อยที่น่าสงสาร
ส่วนเซียงซื่อและจิตอสูรกิ้งก่าน้อย (หิมะขาว) นั่งก่อกองไฟ เพื่อป้องกันลมหนาวใน่เวลาค่ำคืนที่กำลังจะมาถึง
หลังจากที่เดินทางมาร่วม 6 ยาม (12 ชั่วโมง)
(เวลาบนเทือกเขาสูงนั้น่เวลากลางวันจะยาวนานกว่าเวลากลางคืน)
เซียงหยุนและหยู่หนิงเลือกที่จะนำกระต่ายป่าที่พวกเขาจับมา ทำเป็อาหารใน่ค่ำคืนที่จะมาถึง
ความเย็นและลมหนามที่เทือกเขาสูงก็ทำให้การหาอาหารเป็งานที่ท้าทายมากขึ้น
ความคาดหวังที่พวกเขามีในกระต่ายป่านี้อาจเป็อาหารสำคัญในวันนี้.
ทุกคนร่วมกัน ร้องเพลงบางเพลงรอบกองไฟ จากนั้นทุกคนก็หันไปมองท้องฟ้าที่มืด และเริ่มค้นหาดาวในท้องฟ้า
นั้น ดาวลูกไฟ นั้น ดาวนายพราน “หลานจำให้ดี นั้นดาวเกิดประจำตัวเ้า เป็ดาวราศีที่คอยปกป้องเ้าจากอันตราย ดาวั Draconis ราศีที่ 10” ดาวราศีั กลุ่มดาวัอยู่ตรงข้ามกับกลุ่มดาวราศีปู
เซียงซื่อชี้นิ้วไปที่กลุ่มดาว กลุ่มดาวในซีกฟ้าเหนือ กลุ่มดาวนี้เป็หนึ่งในกลุ่มดาว 48 กลุ่มที่ยิ่งใหญ่
***
หยู่หนิงตื่นเต้นและสนใจ “ท่านตาเซียงซื่อ ช่วยดูดวงดาวให้ข้าด้วยนะคะ”
***
เซียงซื่อยิ้มตอบ “ได้สิ ถ้าจำวันเดือนปีเกิดเ้าไม่ผิดนะ
หยู่หนิงคือ ดาวไลรา Lyra กลุ่มดาวพิณ เป็หนึ่งในกลุ่มดาว 48 กลุ่ม
เป็หนึ่งในดาวที่สว่างที่สุดในท้องฟ้ายามค่ำคืน”
ลักษณะของเ้าเหมาะเป็นักดนตรี
แต่น่าเสียดายด้วยสภาพแล้วรอบตัวเ้า เป็ครอบครัวนายพราน
หยู่หนิงจับมีดหั่นเนื้อมาั้แ่ยังเล็ก ไม่ได้จับเครื่องดนตรี
แต่ต่อไปตาแก่คนนี้จะส่งเสริมเ้าด้านดนตรีนี้เอง
เออ รวมถึงด้านการเกษตร และปรุงยาด้วยนะครับ ดีกว่าให้เด็กผู้หญิงไปจับมีด จับดาบ
***
***
เซียงหยุนฟังอย่างตั้งใจ และกำลังใช้ดาบตัดฟ้าแล่เนื้อกระต่ายป่า
แต่ฝีมือการใช้มีดใช้ดาบแย่มากถึงมากที่สุด จนครั้งนี้หยู่หนิงทนไม่ไหว
หยู่หนิงจัดการดึงดาบมาเฉือนเนื้อกระต่ายด้วยตนเองทันทีอย่างรวดเร็วมากๆ
“เป็ยังไงพี่เซียงหยุนฝีมือข้าพอจะทำงานครัวให้ท่านได้ไหม”
เซียงหยุนทำได้เพียงมองและตบมือ
***
เซียงซื่อคิดในใจ ขอให้ไม่มีใครรู้ ว่าหลานข้าเอาดาบสมบัติชั้น 3 - ฟ้า
ดาบระดับตำนานหายาก มาทำครัว
ดาบมันตกไปอยู่ในมือคนไม่รู้คุณค่านานไปแล้วจริงๆ
ตระกูลหนึ่งเคยเอาไปเป็ของประดับบ้าน อีกคนเอามาทำครัวไว้หั่นเนื้อ
เซียงซื้อได้แต่ถอนหายใจ
*
***
หยู่หนิงบ่นๆ "วันนี้ ข้าควรจะจับปลาตัวใหญ่ในลำธารมาด้วย น่าเสียดายจริงๆ อดกินเนื้อปลาอีกแล้ว"
“และข้าคิดถึงพ่อกับแม่มากๆ” ตามประสาเด็กผู้หญิง
***
*
เซียงซื่อหยิบถุงจากในย่าม "ไม่เอาไม่บ่น บ่นมากๆ จะไม่สวยนะ เ้ามาช่วยตา เทผงพืชพรรณป้องกันอันตรายต่อสัตว์ร้ายเถอะ "
มีส่วนผสมจากสมุนไพรที่คิดค้นขึ้น
เทผงลงไปบริเวณรอบพื้นที่เป็รูปสี่เหลี่ยมเพื่อพร้อมป้องกันสัตว์ร้ายเข้ามาในพื้นที่
(คล้ายๆ ปูนขาวแต่นี้เป็ผงที่บดมาจากพืชโดยตรงทั้งหมด เป็พิษกับสัตว์อสูรทุกชนิด)
"ส่วนถุงนี้เป็ผงกันแมลง
ตอนนี้พวกเ้าลงจากูเาจะเจอแมลงและยุงเยอะมาก
ให้ทายานี้ตามตัวนะ มันช่วยได้มาก" เซียงซื่อหยิบผงที่คิดค้นขึ้นมาเอง ส่งให้หลานๆ ดม และหยิบทาตามตัว
จากจุดที่ทั้งสามอยู่ตอนนี้เป็ระยะทางห่างจากหมู่บ้านซานประมาณ 33 ลี้ (里) ,หมายถึง 66 กิโล หรือ 66 กงหลี่ (公里)
สาเหตุของการเดินช้านั้นมาจากเส้นทางที่เลือกเดินค่อนข้างจะลำบาก
ซึ่งค่าเฉลี่ยของคนปกติในหมู่บ้านซานสามารถเดิน 7 ลี้ (14 กิโล) ได้ภายใน 1 ยาม (2 ชั่วโมง) เท่านั้น
*** (ชั่วโมงละ 7 กิโล) ***
หลังจากทั้งสามได้กินเนื้อกระต่ายป่าย่างแล้ว
ก็เริ่มตั้งวงนั่งคุยกัน ซึ่งเป็การตั้งคำถามเกี่ยวกับโลกภายนอก โดยให้เซียงซื่อเป็ผู้ตอบซะส่วนใหญ่
เกร็ดความรู้รอบตัว ฉบับเซียงซื่อ
* การแบ่งอาวุธเซียนมี 5 ชั้น คือ ชั้น 1 - ดำ, ชั้น 2 - ขาว, ชั้น 3 - ฟ้า, ชั้น 4 - แดง, ชั้น 5 - ทอง
* และการแบ่งลำดับขั้นของวิชาเซียนก็ถูกแบ่งเป็ 5 ชั้น เหมือนเช่นอาวุธ คือ
ชั้น 1 . เซียนเต่า - ดำ มี 9 ขั้น (ปัองกัน)
ชั้น2 . เซียนเสือ - ขาว มี 10 ขั้น (กำลัง)
ชั้น3 . เซียนกิเลน - ฟ้า มี 12 ขั้น (ความเร็ว)
ชั้น4 . เซียนหงส์ - แดง มี 16 ขั้น (ความลับ์ยังไม่มีผู้ใดฝึกสำเร็จ)
ชั้น5 . เซียนั - ทอง มี 32 ขั้น (ความลับ์ยังไม่มีผู้ใดฝึกสำเร็จ)
****
จากการนั่งฟังเื่เล่ามากมาย นั้นทั้งสามจึงสลับกันนอนหลับ และเฝ้ายาม
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว่เวลาใกล้จะเที่ยงคืน
เป็หน้าที่ของเซียงหยุนนั่งเฝ้าอยู่หน้ากองไฟ
เด็กหนุ่มนั่งคิดถึงอนาคตที่ไม่ต้องอดทนอยู่ภายใต้การปกครองของใครอีก
“ข้าไม่้าอยู่ภายใต้ตระกูลซาน ข้าจะไม่ทนกับเ้าอ้วนซานมิ่ง
ถึงข้ามีพลังมากพอที่จะลุกขึ้นสู้ แต่ไร้ประสบการณ์ต่อสู้จริง มันช่างแย่มากๆ”
เซียงหยุนจับดาบไว้แน่น อธิษฐานในใจต้องเก่งขึ้น เข้มแข็งขึ้น และมีความรู้ที่มากขึ้น
"ข้าเซียงหยุนจะต้องเหนือกว่าคนอื่นๆ ในทุกๆ ด้าน ให้ท่านตาได้ภูมิใจ"
ภายใต้ความเงียบก็มีเสียงกรนของเซียงซื่อ ดังอยู่ข้างๆ ต่อเนื่อง
และผสมกับเสียงร้องไห้สะอื้นของหยู่หนิงที่กำลังฝันร้ายอยู่เช่นกัน
*****
ห่างจากบริเวณที่พวกเขาพักนั้นไม่ไกล
ณ กลางทุ่งหญ้าเขียวขจี เวลาเที่ยงคืน
ปรากฏแสงสว่างสีขาวทรงกลมสดใสลอยไปลอยมา (ดวงไฟิญญา)
เหมือนแสงนั้นกำลังออกมาเล่นกับแสงจันทร์แสงดาวบนท้องฟ้า
และมองเหล่าแมลงอย่างมีความสุข
*****
**
เซียงหยุนรู้สึกเหมือนมีอะไรดึงดูดเขาให้เดินตรงไปเรื่อยๆ เข้าสู่พื้นที่กว้าง
เซียงหยุนเดินตรงเข้าไป "นั้นอะไร แสงสีสว่างสดใส"
เซียงหยุนสังเกตเห็นก็รู้สึกประหลาดใจ
เขาจึงตัดสินใจเดินเข้าไปหาแสงนั้น โดยไม่มีความกลัว
เหมือนมีแรงดึงดูดให้เข้ามาหากันอย่างประหลาด
เมื่อเด็กหนุ่มเซียงหยุนเดินเข้ามาใกล้ๆ
แสงประหลาดทรงกลมที่กำลังลอยนั้น
เขาก็เริ่มมองเห็นเป็เงาิญญา รูปร่างคล้ายๆ ัขาว ตัวน้อยๆ
ที่กำลังร่ายรำอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์บนูเา
ยิ่งเดินเข้ามาใกล้ จิติญญาอสูรัขาว
ก็สังเกตเห็นทันทีและเตรียมจะรีบเร่งหลบหนี เ
พราะปกติไม่น่าจะมีมนุษย์คนไหนมองเห็นมันได้
มันเป็เพียงกลุ่มก้อนพลังของจิติญญาอสูรที่ตายแล้วเท่านั้น
มันไม่ใช่สำหรับเซียงหยุนที่ผ่าน่เวลาผสานจิติญญาอสูรมาแล้วแม้จะล้มเหลว
แต่ร่างกายเขาก็ยัง้าพลังงานจากจิตอสูรอย่างต่อเนื่อง
จึงเกิดเป็พลังธรรมชาติให้สามารถมองเห็นิญญาอสูรที่มีพลังงานมากได้
*****
เมื่อจิติญญาอสูรัขาวมันเริ่มสังเกตเด็กหนุ่มที่เดินเข้ามาใกล้ๆ ก็ต้องใ
แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดได้เกิดขึ้น ัขาว กลับกลายเป็ลูกบอลแสง และลอยเข้ามาหาเซียงหยุ่น ทันที
จิติญญาอสูรัขาว พูดเป็ภาษาสัตว์อสูร
“มันคือชะตาหรือโชควาสนา”
"นั้นมันร่างสถิตเทพ ในร่างมีลมปราณเซียน ชะตาเขาจะเกิดมาเป็ผู้นำแห่งโลกิญญา"
“ถ้าข้าได้สถิติญญาในร่างเขา พลังและร่างกายของข้าจะฟื้นกลับมา”
“ข้าฝันถึงมันมาตลอดนับหลายร้อยปี จิติญญายังคงอยู่ เพื่อการแก้แค้นเหล่ามาร”
*******
//////////
แสงนั้นส่งเสียงและลอยตรงเข้าไปแทรกอยู่กลางอกของเซียงหยุนทันที
"โอ๊ยยย อะไรกันร้อนมากกกกก มันเข้ามาในร่างกายแล้ว โอ๊ยยย"
เซียงหยุนร้องลั่น เหงื่อไหลออกมาเยอะมาก
เพราะจิติญญาอสูรัขาวฝืนบังคับเข้าร่างกาย โดยไม่มีหินหยกเป็ตัวนำิญญา
ถ้าไม่ใช่สัตว์อสูรที่มีพลังมาก ไม่สามารถทำเื่แบบนี้ได้
และถ้าร่างผู้รับพลังทนรับพลังไม่ได้ จะตายทั้งิญญาอสูรและเ้าของร่าง
********************
จิติญญาอสูรัขาวบ่น
“ข้าคงดีใจจนขาดสติไป ลืมว่าเ้าของร่างยังไม่อนุญาตให้เข้าร่าง
และพลังิญญาของเขายังไม่เพียงพอจะรับพลังของข้า
ดังนั้นจิติญญาข้าต้องจำศีลในร่างของเขาไปก่อนเป็การดีที่สุด ก่อนที่เขาจะตาย”
************
ร่างกายเซียงหยุนเขาร้อนเหมือนกำลังจะะเิ
ล้มลงไปดิ้นอยู่ที่พื้นดินอย่างทรมาน ความร้อนจากลูกบอลแสงนั้นไม่ธรรมดา
เพราะคือิญญาบริสุทธิ์ของัที่มีพลังสูงสุดชนชั้นปกครองของเผ่าสัตว์อสูร
และที่อยู่เหนือัทั้งปวงนั้นคือกลุ่มัขาว
ความเ็ปพอๆ กับการจุดไฟเผาร่างกายตัวเอง เพียงไม่นานเด็กหนุ่มเซียงหยุนก็สลบไปทันที
หลังจากสลบไปได้ไม่นาน ร่างกายของเด็กหนุ่มก็เริ่มมีแสงสว่างขึ้นมา
จิติญญาอสูรัขาวที่ลดพลังลงด้วยการจำศีลเข้าผสานรวมอยู่กับเซียงหยุน
และแสงสว่างนั้นก็ค่อยๆ หลอมรวมเข้ากับร่างกายและเลือนหายไปในที่สุด
***********
////
"เด็กน้อยได้ยินเสียงของข้าใช่ไหม
นับจากนี้ต่อไป ข้าจะทำให้ท่านกลายเป็ผู้ที่แข็งแกร่งเหนืุ์ทุกคนบนโลกใบนี้"
"เด็กน้อยจำไว้
ท่านจะเป็เ้านายของข้า ธิดาาาัขาวผู้อยู่เหนือสัตว์อสูรทั้งปวง"
"จงรักษาดาบทองของท่านเอาไว้ให้ดี
เพราะมันคือดาบทองในตำนานสมบัติชั้น 3 - ฟ้า ที่ทรงพลัง
ในอดีตเ้าแห่งดาบในยุคสมัยโบราณเป็ผู้มัน
แต่เมื่อากับเหล่ามารเริ่มต้นขึ้น มันก็ได้หายสาบสูญ
จนมาอยู่ในมือท่าน และตอนนี้มันก็ไม่ได้ต่างจากเศษเหล็ดสีทองธรรมดาทั่วไป
จนกว่าจะพบผู้ที่คู่ควรถือครองวิชาที่คู่ควรจะใช้มันได้เท่านั้น"
"ข้าคงบอกได้เพียงเท่านี้ เ้านายของข้า
การผจญภัยของท่านได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว"
เสียงจิตเงียบหายไป ">จิติญญาอสูรัขาวเข้าสู่การจำศีล
.................................................................................
พระอาทิตย์ตอนเช้ากำลังขึ้น เซียงซื่อตื่นมาไปพบเซียงหยุ่น ในใจเป็กังวล
เขารีบเรียกหยู่หนิงให้ช่วยกันออกตามหา เ้ากิ้งก่าน้อยส่งเสียงให้มองที่พื้น มีรอยเท้าอยู่เป็ทางเดินตรงไปในทุ่งหญ้า
“หยู่หนิง เราเดินตามรอยเท้าของเซียงหยุ่นนะ”
*****
หยู่หนิงตอบ “คะ ท่านตา หวังว่าเซียงหยุนเขาจะปลอดภัย”
ทั้งคู่เดินไปไม่ไกล ก็พบร่างของเซียนหยุน นอนสลบอยู่ที่พื้น ผิวกายเขาร้อนจัด
***********
เซียงซื่อไม่รอช้ารีบหยิบขวดยาน้ำในกระเป๋าออกมาให้เซียงหยุนดื่ม ."ยาคืนิญญา” ข้าหวังว่าจะช่วยได้นะ ไม่รู้เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น ข้าเองก็หลับลึกเกินไป หลังจากเหนื่อยจากการเดินทาง
"เซียงหยุน เ้าเป็อะไรไหม ได้โปรดตื่น ตื่นๆ" เป็เสียงของเซียงซื่อและหยู่หนิงะโขึ้นพร้อมๆ กัน
เซียงซื่อและหยู่หนิงแบกประคองร่างที่สลบไม่ได้สติของเซียงหยุนมาวางไว้ใต้ร่มไม้ใหญ่
สิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดได้เกิดขึ้น
เสียง พลุสัญญาณดังขึ้น
พลุสีแดงลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าหลายสิบนัดเพื่อให้คนที่อยู่ในรัศมีมองเห็นได้ชัด
"พวกเราเจอตัวท่านแล้ว เทพโอสถท่านเซียงซื่อและหลาน"
ทหารลาดตระเวนจากเมืองอัตลัดสามนายวิ่งตรงเข้ามา หลังจากยิงพลุขึ้นท้องฟ้า
***
เซียงซื่อทำสีหน้าปั้นยาก ทำสัญญาณร้องบอกหยู่หนิง ให้นำเซียงหยุนไปซ่อนตัว
***
มองจากที่ห่างไกล ทหารลาดตระเวนจากเมืองอัตลัดแสดงสีหน้าประหลาด
"ไหนใครบอกว่าหลานท่านเป็ผู้ชาย แต่ทำไหมคนที่ยื่นข้างๆ ท่านถึงเป็เด็กผู้หญิง"
ทหารหนุ่มนายหนึ่งพูดกับเพื่อนทหารด้วยความสงสัย
ทหารจากเมืองอัตลัดอีกคนจึงพูดขึ้น
"ใครจะสนละ แค่พวกเราเจอตัวท่านก็ได้ความดีความชอบมากมายแล้ว 555"
ทหารที่เป็เหมือนหัวหน้ากลุ่มพูดขึ้นทันที
***
เซียงซื่อและหยู่หนิงรีบเดินออกมาจากใต้ต้นไม้ใหญ่
เซียงซื่อ กระซิบ "ลำบากเ้าแล้วหยู่หนิง พวกเราคงต้องตามทหารกลุ่มนี้ไป" เซียงซื่อกระซิบบอก
***
หยู่หนิงเริ่มมีน้ำตา "ท่านตา ข้าไม่อยากทิ้งเซียงหยุนไว้ที่นี้ ถ้าเขาตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอใครเขาคงจะใมาก"
***
“ข้าเองก็ไม่อยากทำแบบนี้ การทิ้งเขาให้อยู่คนเดียว มันก็แย่สำหรับข้าเหมือนกัน แต่พวกมันจะเจอตัวเขาไม่ได้”
"ข้าได้ฝากเ้าหิมะน้อยทิ้งข้อความไว้แล้ว หยู่หนิงเชื่อตานะ
การพาเซียงหยุนไปด้วยจะอันตรายกับเขามากกว่า เพราะเขามีศัตรูที่มองไม่เห็นหมายมั่นจะเอาชีวิตเขาอยู่"
เซียงซื่อพยายามจะอธิบายเหตุผลให้หยู่หนิงเข้าใจ "หากยังมีลมหายใจ สักวันพวกเราคงจะได้เจอกันอีก"
จิติญญากิ้งก่าอสูรสีขาวเร่งรีบขีดเขียนข้อความด้วยเล็บเท้าของมันบนเนื้อไม้
เพราะมันเองจิตห่างไกลจากร่างเ้านายไม่ได้
ใจความสั้นๆ "ข้ากับหยู่หนิงปลอดภัย" ไม่ต้องตามหา จงเติบโตและแข็งแกร่งขึ้น
****
ทหารทั้งสามนายก็เดินมาถึงตัวเซียงซื่อและหยู่หนิง ก้มตัวทำความเคารพ
"คารวะท่านหมอเทวดา องค์เหนือหัว้าพบท่าน ส่วนนั้นคงเป็คุณหนูเซียงหยุ่นสินะ"
***
เซียงซื่อพูดพร้อมถอนหายใจอย่างเหนื่อยหนาย
"ข้าหลบหนีจากการแข่งขัน แกร่งแย่งอำนาจ ชิงดีชิงเด่น ในวังซินเจียง มาหลายปี
ทำไมพวกเ้าไม่ปล่อยให้ข้ากับหลานได้ใช้ชีวิตอิสระสักที"
"หยู่หนิงเ้าไม่ต้องใ
ระหว่างเดินทาง ตาจะเล่าทุกอย่างให้เ้าได้รับรู้ และสอนวิชาแพทย์ทั้งหมดให้กับเ้า
เพื่อจะได้เป็ตัวแทนข้า หากข้าไม่ได้อยู่บนโลกนี้อีกแล้ว
ยังไงก็ตามความปลอดภัยของหลานข้าเซียงหยุนสำคัญที่สุด
เ้าจะได้ช่วยปกป้องและเป็กำลังให้เขาในอนาคต" เซียงซื่อกระซิบบอกหยู่หนิงที่แสดงสีหน้าใอยู่ข้างๆ
ทหารหนุ่มทั้งสามนาย นำพาเซียงซื่อ หยู่หนิง เดินจากไปไกลลับตา
-----------------------------------------
เวลาผ่านมาได้ 3 ชั่วยาม หรือ 6 ชั่วโมง เป็่บ่าย
"ตึ้งๆ ตึ้งๆ ตึ้งๆ" ต้นไม้สั่นด้วยแรงลม กิ่งไม้หักตกลงมาที่พื้นดิน ณ ตรงต้นไม้ใหญ่ที่เด็กหนุ่มสลบอยู่
เกิดแสงสีทองประหลาด ตกลงมาจากท้องฟ้า 3 สาย
เสียงเครื่องจับสัญญาณร้องเสียงดัง "กี้ๆ กี้ๆ" ร่างสามร่างปรากฏขึ้นเป็ชายสองคนหญิงหนึ่งคน
ชายวัยกลางคนตัวอ้วนผิวขาวแต่งกายด้วยชุดสำนักฝึกวิชาพูดขึ้น
"ใช่ที่นี้ละครับ ที่เครื่องตรวจจับพลังของข้า
ระบุตำแหน่งผู้ใช้วิชาเซียน รอบนี้ข้าตรวจพลังได้มากกว่าปกติทั่วไป"
ตุ๊กตาดินปั้นชี้นิ้วไปทางต้นไม้ใหญ่
***
เด็กสาววัย 15 หน้าตางดงามในชุดนักบวชสีขาวก็เริ่มพูดขึ้น
"คงจะเป็เ้าเด็กที่นอนสลบอยู่ใต้ต้นไม้นั้น"
ผู้นำกลุ่มเป็ชายสูงวัยตาดูดุดันพูดขึ้น
"พวกเราต้องตรวจสอบว่าเขาถูกครอบงำ
หรือถูกวิชากลืนกินจิตใจ เหมือนผู้ใช้วิชาเซียนคนก่อนหน้าหรือไม่"
“ระวังพวกสายลับจากสำนักอื่นที่เข้ามาเพื่อขโมยวิชา”
***
ผู้นำกลุ่มชายสูงวัยจ้องมองมาที่เซียงหยุน
กล่าวว่า "ในอนาคตหากเด็กคนนี้ก้าวเดินในทางที่ผิด พวกเราก็จำเป็ที่จะต้องรีบกำจัด"
"ตอนนี้พาตัวเด็กคนนี้กลับไปที่สำนักหุบเขาฝึกเซียนตอนเหนือก่อน
ตื่อชิ่งเ้ามาอุ้มไป" ชายชราออกคำสั่ง
****
"ก็ได้ท่านอาจารย์" ชายวัยกลางคนตัวอ้วนพูดขึ้นอย่างไม่เต็มใจ
แล้วเดินเข้าไปใต้ต้นไม้อุ้มเด็กหนุ่มเซียงหยุนพร้อมกับดาบสีทอง เดินออกมา
และทั้งหมดก็ะโลอยขึ้นเหยียบอาวุธวิเศษที่ขยายใหญ่ขึ้น
ชายตัวอ้วนใช้น้ำเต้าั์
ชายชราใช้ดาบบินเล่มใหญ่
ส่วนหญิงสาวใช้ใบพัดเหล็ก ออกเดินทางจากไป
หลงเหลือทิ้งไว้เพียงตัวอักษรบนต้นไม้ใหญ่
* สำนักหุบเขาฝึกเซียนตอนเหนือ
บางคนเรียกเขาหมื่นเซียน เนื่องจากเป็แหล่งกำเนิดเซียน
เหล่าลูกศิษย์ล้วนเป็คนเก่งจากหมู่บ้าน จากเมือง จากในราชสำนัก ทั่วทุกทิศรวมกันอยู่ที่นี้
ทุกคนล้วนถูกคัดเลือกโดยไม่ยึดตามสายเืหรือชาติตระกูล
คนทั่วทั้งแผ่นดินเฝ้าฝัน้าเป็ลูกศิษย์ของสำนักหุบเขาฝึกเซียน
เขาหมื่นเซียน เป็สถานที่ฝึกวิชา บนยอดูเาสูง
พื้นที่ของผู้บำเพ็ญวิชา รวมกลุ่มคนที่้าเป็ผู้ฝึกวิชาเซียน
สำนักหุบเขาฝึกเซียนตอนเหนืออยู่ภายใต้การปกครองของวังซินเจียง
บนพื้นที่ว่า 100,000 ไร่ 20 ูเา
มีผู้นำสำนัก 1 คน ผู้าุโสำนัก 35 คน อาจารย์ผู้ฝึกสอนสายใน 50 คน อาจารย์ผู้ฝึกสอนสายนอก 200 คน
ลูกศิษย์ชั้นใน 100 คน ลูกศิษย์ชั้นนอก 2000 คน และกลุ่มผู้ฝึกหัดเริ่มต้นกับคนสวน 5000 คน .
*******************"*****