อย่าเชื่อสิ่งที่เห็น
หลังเลิกเรียนเมื่อวาน มาจนถึงวันถัดมา่หลังเลิกเรียนอีกครั้งปริมมองดูนาฬิกาและเสียงออดดังขึ้นพอดีเป็อันว่าเธอเตรียมเก็บหนังสือลงกระเป๋านักเรียนเรียบร้อยแล้วโดยไม่สนใจคนนั่งข้างๆสักนิด ขณะที่เธอกำลังจะไปหาเปรมน้องชายของเธอที่ห้องเรียนของเขาเธอเห็นเปรมยืนอยู่หน้าห้องเรียนเธอพอดี เธอจึงรีบเดินไปหาเปรมทันที
“ดีมากไม่ต้องไปหาถึงที่ไป..”
“เอ่อพี่ปริม คือว่าเปรมไปไม่ได้แล้ว เปรมมีซ้อมบอล เดี๋ยวถ้าเปรมซ้อมบอลเสร็จจะรีบไปหานะ”
เสียงที่เธอได้ยินเมื่อน้องชายเธอเปร่งเสียงออกมาคือน้องชายเธอไม่ได้ไปเป็เพื่อน แต่ให้เธอไปกับคนนั้นสองต่อสอง
“โชคดีพี่ มีไรโทรมา”เปรมพูดจบก็รีบวิ่งหนีเธอทันที
คงคิดว่าเธอจะจัดการน้องชายตัวแสบนี่ยังไงทำได้แค่ยืนเฉยๆแล้วเดินไปที่คาเฟ่แต่เพียงผู้เดียว แต่แล้วก็มีคนมายืนข้างเธอเธอจึงหันไปมองสักหน่อย พอเดาออกว่าคนข้างๆคือใคร
“จะเอาน้องชายมาเป็ไม้กันหมาเหรอ”
เธอไม่สนใจสิ่งที่ฮีลพูดทำเป็หูทวนลมแล้วเดินมุ่งหน้าไปยังจุดหมายนั่นก็คือป้ายรถเมล์ขณะที่เธอเดินอยู่นั้นเธอรู้สึกได้ว่ามีสายตาหลายคู่มองมาที่เธอแล้วมองมาที่คนเดินข้างๆเธอ มีการกระซิบกระซาบกันไม่บอกก็รู้ว่ากำลังเมาท์เื่ของใครอยู่
“ปริม วันนี้ไปทำรายงานกับฮีลใช่ป่าวพวกเราไปก่อนนะ เราก็ไปทำรายงานเหมือนกัน ไว้เจอกันวันจันทร์นะปริม” ไนซ์กล่าวแล้วโบกมือลาพร้อมกับเพื่อนอีกสองคนที่ทำตามเช่นกันนั่นก็คือเนเน่ อันน์ นั่นเองเธอได้แต่โบกมือลาตอบด้วยใบหน้าที่ยิ้มให้เพื่อนไม่ลงจริงๆ
่เวลาหลังจากนี้นั้นช่างยาวนานเหลือเกินกับสายตาที่จับจ้องราวกับว่าเธอเป็ผู้ร้ายที่ทำผิดร้ายแรงฮีลก็ดูทำตัวสบายๆอีกทั้งยังพยายามยืนใกล้เธอมากจนตัวแทบจะแนบชิดกันเวลาอยู่ในรถเมล์
“นี่นายช่วยขยับออกห่างๆหน่อยสิมันเบียดจนฉันจะล้มอยู่แล้วเนี่ย” ปริมพูดด้วยน้ำเสียงอึดอัด หน้าตาไม่สบอารมณ์
“ไม่น่าล้มนะ ผมประคองปริมอยู่อีกอย่างคนบนรถก็เยอะมากจะให้ขยับออกยังไง” ฮีลพูดหน้าตาเฉย
สิ้นคำพูดของฮีลนี่เขาจับตัวเธออยู่จนเธอไม่รู้ตัวเลยเธอพยายามมองลงมาที่เอวของเธอก็เห็นมือหนาของเขากำลังประคองเธออยู่ แต่ไม่ได้ัักับตัวเธอเลยระหว่างนั้นรถเมล์เบรกกระทันหัน จึงทำให้เธอที่เกือบจะล้มไปกองกับผู้คน ก็มีมือหนามาััจับเอวเธอไว้ไม่ให้เธอล้มไปซะก่อนวินาทีนั้นใบหน้าของเธอและเขาก็สบตากันเข้าพอดี
“ขอบคุณ”ปริมรีบพูดสิ่งที่ฮีลช่วยเธอ เธอรีบปล่อยมือบางของเธอที่จับแขนเสื้อเขาไว้แแ่ออกส่วนเขาก็ปล่อยมือออกจากเอวเธอทันที
“ขอโทษนะ” ฮีลตอบกลับ
เธอหันไปมองทางอื่นทันทีแทนที่จะมองหน้าเขา รู้สึกใบหน้าชาวาบขึ้นมาแต่ก็พยายามไม่ให้เขาเห็นใบหน้าของเธอได้
ทั้งสองไม่รู้ว่าก่อนหน้านั้นได้มีคนแอบถ่ายรูปพวกเขาไปเรียบร้อยแล้ว
จนมาถึงคาเฟ่ที่ฮีลเป็คนเลือกร้านนี้เองร้านที่ตกแต่งด้วยสไตล์เรียบหรู โคมไฟสลัว โซฟาหนังสีน้ำตาลเข้มซึ่งเมื่อเปิดประตูเข้ามาในร้าน กลิ่นกาแฟแตะจมูก ช่างหอมเย้ายวน เสียงดนตรีบรรเลงบรรยากาศผ่อนคลายอย่างที่สุด
ขณะที่เธอยืนมองหาที่นั่งฮีลก็เดินมากระซิบที่ข้างหูของเธอ มันทำให้เธอรู้สึกวู่บวาบหน้าของเธอร้อนผ่าวอย่างบอกไม่ถูก เธอจึงขยับตัวออกห่างจากเขาเล็กน้อย
“อยากกินน้ำอะไร”เสียงของฮีลดังอยู่ข้างหูเธอเล็กน้อย
“เอา เอาน้ำเบอร์รี่ปั่น”เสียงของเธอเบาหวิว นี่เธอเสียอาการไปแล้วจริงๆใช่ไหมเธอรีบไปหาที่นั่งหลังจากพูดกับเขาจบ
ปริมเลือกนั่งอยู่ข้างกระจกที่มองเห็นวิวด้านนอกแต่แล้วก็รู้สึกว่าเธอควรเลือกนั่งมุมด้านในร้านที่ไม่มีคนเดินผ่านมองเห็นเธอได้จะดีกว่าเนื่องจากเธอยังเห็นคนในโรงเรียนเธอยังเดินไปเดินมากันอยู่แถวนี้หลังเลิกเรียนกันเป็ปกติ
คิดได้ดังนั้นเธอจึงหมุนตัวเดินไปที่นั่งมุมที่ไม่ค่อยมีใครมองเห็นขณะที่กำลังจะนั่งลงบนเก้าอี้ก็มีนักเรียนผู้หญิงผลักเธอเล็กน้อยที่ไหล่ข้างซ้ายของเธอจนตัวเธอก้าวเท้าถอยหลังออก
“เด็กใหม่มาแค่ไม่กี่วันอย่าเจ๋อรู้เปล่า ฮีลเป็คนพิเศษของฉัน เธอมีสิทธิ์อะไรมาควงกับเขาฮะ” นักเรียนผู้หญิงที่เรียนที่เดียวกัน แต่อยู่คนละห้องกำลังยืนพูดเสียงดังจนคนในร้านหันมามอง ขณะที่เธอกำลังจะก้าวเท้าเข้าไปหา ฮีลก็เดินมาบังเธอพอดีและเขาก็ผลักผู้หญิงคนนั้นกลับเหมือนที่ทำกลับเธอ
“แล้วเธอมีสิทธิ์อะไรมาทำกับเขาแบบนี้”ฮีลพูดเสียงดังและหนักแน่น จนคนที่โดนว่าต้องเดินถอยหลังออก
“ฮีล แต่มันแย่ง..”ขณะที่นักเรียนหญิงคนนั้นกำลังจะพูดฮีลก็พูดขึ้นมาก่อนไม่ปล่อยให้เธอพูดจนจบ
“เธอ ผมไม่ใช่คนของคุณ แล้วก็อย่าเข้าใจผิดไปซะ” ฮีลพูดอย่างไม่แยแส
“ฮีล ทำไมทำกับฉันแบบนี้ ฮือๆๆๆ”เด็กนักเรียนหญิงร้องไห้เสียงดังลั่น ดูจะเสียสติไปแล้ว
“ไปๆ ไปได้แล้ว คนเขามีงานมีการต้องทำเสียเวลา”ฮีลดูจะพูดด้วยน้ำเสียงไม่แยแสหนักขึ้น
“ฮีล ฮือๆๆ” นักเรียนหญิงร้องไห้ แล้วเพื่อนของเธอทั้งสองคนก็ดึงแขนเพื่อนของเธอพยายามพาไปจากที่ตรงนี้
“ไปเถอะน้ำฟ้า อายเขา” เพื่อนของนักเรียนหญิงที่ชื่อน้ำฟ้าช่วยกันดึงแขนเธอออกไปหน้าร้านระหว่างทางที่พวกเธอเดินออกจากร้าน น้ำฟ้าก็มองมาที่เธอกับฮีลดวงตาแดงก่ำดูเศร้าสร้อย ดูก็รู้ว่าอกหักและเสียใจขนาดไหน
“ฮีล นายทำแบบนี้แฟนนายไม่เสียใจแย่เหรอ ทำไมไม่อธิบายให้แฟนนายเข้าใจล่ะ” ปริมพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจสีหน้าของเธอบ่งบอกว่าไม่ชอบการกระทำของฮีลที่เขาทำเมื่อสักครู่นี้
“เธอไม่ใช่แฟนผม จะไปปลอบใจอะไรทำไมเธออ่ะจะโดนแล้วนะ ยังจะใจดีอยู่อีก มานั่งทำรายงานเถอะ เสียเวลาไปมากแล้ว”ปริมไม่รู้จะทำยังไงเธอได้เพียงแต่นั่งลงไปที่เก้าอี้แล้วหยิบรายงานขึ้นมา
“กินน้ำ กินขนมก่อน ทำรายงานไปด้วยกินไปด้วยจะได้ไม่เสียเวลา”ฮีลบอก
“อืม” ปริมตอบกลับแต่ดูยังไงก็ไม่สบอารมณ์อยู่ดี
เมื่อทำรายงานไปได้สักพักปริมรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำขึ้นมาจึงลุกจากเก้าอี้ ฮีลที่กำลังจริงจังกับการทำรายงานของเขา ก็เงยหน้าขึ้นมา
“ขอเข้าห้องน้ำก่อนนะ” ปริมบอก
“อืม ให้ไปเป็เพื่อนไหม”เขาพูดเสียงนุ่มนวล
“บ้า ห้องน้ำก็อยู่ในคาเฟ่จะไปเป็เพื่อนทำไม” เธอพูดจบก็เดินไปที่ห้องน้ำทันที
เมื่อเธอเข้าห้องน้ำเสร็จ เธอเดินออมาจากห้องน้ำเห็นนักเรียนหญิงน่าตาน่ารักที่อยู่คนละโรงเรียนกับเธอส่งยิ้มให้เธอจึงส่งยิ้มกลับไป แต่เมื่อเธอเดินสวนกับเธอ เธอก็ได้ยินผู้หญิงคนนี้กระซิบที่ข้างหูเธอทำให้รอยยิ้ม เมื่อสักครู่ของเธอจางหายไป เป็จังหวะที่ฮีลหันมาเห็นเธอพอดี
ฮีลรีบลุกขึ้นแล้วเดินเข้ามาหาพวกเธอทันที
“มีอะไรอีก”ฮีลพูดกับผู้หญิที่เดินสวนกับเธอ
“ไม่มีอะไร ไปเถอะ”ทีนี้เธอทำเป็ไม่มีอะไร เธอเดินไปดันตัวฮีลให้กลับไปนั่งที่
“นายกลับไปนั่งทำรายงานให้เสร็จไม่มีอะไรทั้งนั้น ฉันอายคนในร้านจะแย่แล้ว” ทีนี้ฮีลจึงกลับไปนั่งที่เดิมส่วนเธอทำเป็ไม่มีอะไร และนั่งทำรายงานของตัวเองต่อไป
ฮีลพยายามเอาเื่วันที่เธอเจอเขาครั้งแรกมาเล่าให้ฟังแต่เธอรู้สึกไร้สาระ และอยากจะรีบกลับบ้าน
“ฮีล วันนี้เราทำรายงานก็เยอะมากแล้ว ขอเอารายงานกลับไปทำวันเสาร์อาทิตย์นี้ต่อละกันแล้วค่อยเอารายงานมารวมกันอีกทีนะ”เธอพูดโดยไม่รอฟังความคิดเห็นจากฮีลแต่เลือกที่จะเก็บของและเดินออกไปจากร้านอย่างรวดเร็ว
ระหว่างทางกลับบ้านเธอนั่งรถเมล์กลับบ้านคนเดียวเปรมตอนนี้ก็ยังไม่กลับ โทรไปก็บอกว่ายังซ้อมกีฬาไม่เสร็จ จึงตัดสินใจกลับบ้านเลย
ขณะที่ลงจากรถเมล์เพื่อเดินทางเข้าซอยกลับบ้าน ในซอยบ้านของเธออาจจะเปลี่ยวเป็บางจุดแต่ก็ยังมีคนเดินผ่านไปมา จึงคิดว่าน่าจะปลอดภัย ยังไม่ทันได้เดินต่อไปก็มีแก๊งผู้หญิงต่างโรงเรียนและหนึ่งในนั้นก็คือผู้หญิงน่าตาน่ารักที่กระซิบข้างหูกับเธอตอนเดินสวนออกจากห้องน้ำว่าเจอกัน ทีนี้เธอก็มั่นใจแล้วว่าหมายถึงอะไรคนพวกนี้ก็จับแขนทั้งสองข้างของเธอไว้แน่นและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเหมือนจะถ่ายคลิปหรือทำอะไรสักอย่างกับเธอ