ตอนที่ 27
เทพัสังหาร คริมนิล
ท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์พฤกษาจำนวนมากต่างเคลื่อนไหวระริกไปมาราวชอบใจที่ได้ัักับระอองสีเขียวที่ลอยวนเวียนอยู่รอบกลิ่นอายทั้งบริสุทธิ์และความสงบพลันถูกเปล่งออกมาจากเหล่าพรรณไม้นานาชนิดมิปานเป็ของขวัญแก่ผู้ปล่อยระอองนี้ที่พวกมันชอบยิ่ง
“การเกื้อหนุนของผู้ฝึกวิชาธาตุพฤกษากับพรรณไม้เห็นจะน่ากลัวไม่ใช่เล่นๆแล้ว”ทิมบาพึมพำกับตัวเองเอาๆพลางจ้องมองไปยังซิวาที่กำลังหลับตาบ่มเพาะพลังหมายจะบรรลุขั้นที่ 3 ของระดับกำเนิดมนตราให้ได้อย่างใดอย่างนั้น
“เอาละทิมบาเ้าอยู่ที่นี่ดูแลการทะลวงระดับของเด็กทั้งคู่ส่วนโคตามบิดาไปมารดาเดี๋ยวนี้”คำพูดดูจริงจังของผู้เป็พ่อพลันทำให้เด็กหนุ่มที่ได้ยินต้องกลืนนํ้าหายลงคออย่างไม่รู้ตัวก่อนจะเริ่มเดินตามแผ่นหลังของชายที่เปื่อมไปด้วยบารมีและอำนาจไปอย่างเงียบเฉียบ
การเดินทางเข้าตำหนักของคนทั้งคู่จากจุดที่อยู่นี้ด้วยพลังของโคยังเพียงพอแต่การให้เดินทางได้ไม่ถึง 5 นาทีด้วยซํ้าแต่เหตุใดก็ไม่ทราบเคกับเลือกใช้วิธีการเดินปกติแทนที่จะเดินทางด้วยพลังและความสามารถ
“ลูกคิดจะปิดบังตัวตนจริงๆหรือ?”คำถามของเคดังขึ้นมาเมื่อพวกเขาก้าวเท้ากันได้ไม่กี่ก้าวทั้งบรรยากาศกลับดูเป็กันเองอย่างน่าประหลาดใจ
“ใช่แล้วท่านพ่อสำหรับข้าขอเป็จุดบอดของตระกูลเช่นนี้ต่อไปดีกว่า ให้เทอเรนกับคนอื่นจรัสแสงก็เพียงพอต่อรากฐานของตระกูลเราแล้ว”คำตอบคำถามบิดาด้วยใบหน้าปกติการก้าวเดินของพวกมันในยามนี้คือโอกาศไม่มากนักที่จะได้คุยกันอย่างปกติ
“แต่นั่นจะส่งผลต่อรากฐานของเ้าในตระกูลหากบิดาไม่อยู่แล้วบัลลังก์ผู้นำตระกูลจะไม่มั่นคงจนเ้าต้องลำบาก”ทุกๆคำของเคในยามนี้นับว่าแปลกประหลาดนักหากบิดาไม่อยู่ 5 คำนี้สำหรับโคนี่แทบจะเป็ไปไม่ได้การฆ่าสังหารจักรพรรดิมนตราเื่ระดับนี้ย่อมไม่สามัญอยู่แล้ว
แต่พอบิดาพูดออกมาเช่นนี้ตัวมันก็ต้องแปลกใจใการที่พ่อของมันถามเช่นนี้ออกย่อมต้องมีจุดประสงค์แอบแฝงเป็แน่ถึงจะเป็จะเอาเื่ความเป็ห่วงมันมาอ้างแต่ก็ดูเหมือนจะฟังไม่ค่อยขึ้นเสียเท่าไรรากฐานความมั่นคงอันใดขอแค่บิดามันอยู่ไม่ว่าใครหน้าคิดยกตัวเทียบทายาทสายหลักมันผู้นั้นย่อมหัวกุดอย่างไม่ต้องสงสัย
“เื่สมมุตินะท่านพ่อ บิดาของข้ายอดเยี่ยมถึงเพียงนี้ไหนเลยจะไม่อยู่ไปเสียได้ละ”โคตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจอะไรนักตามประสาเด็กน้อยวัย 12 ปีก่อนที่จะมีมือของบิดามาขยี้หัวมันอย่างรุนแรงจนผมกระเซอะกระเซิงไปหมด
“เหอ เหอ ไม่น่าเชื่อในใจเ้าบิดาจะยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้”เคหัวเราะล้าอย่างลืมตัว ตัวตนของจักรพรรดิัอันใด?เวลานี้กลับพบเพียงบิดาบ้าคำยอของบุตรชายเท่านั้นก่อนที่จะมุ่งเดินไปท่ามกลางความรู้สึกปลอดโปร่ง
ทว่าโคในยามนี้กับส่งสายตาจริงจังไปแผ่นหลังของเคอย่างเพร่งพิจารณาคำกล่าวเช่นนี้หากไม่มูลแล้วบิดามันคงไม่เลือกกล่าวมาเช่นนี้แน่ๆดูท่าจากนี้ไปโคจำเป็ต้องสืบหาข้อมูลด้วยตัวเองอย่างจริงจังแล้วไม่ว่าเหตุการณ์ใดจะเกิดขึ้นมันก็ต้องพร้อมรับมือให้ทันท่วงที“เกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ?”
ระหว่างทางมานี้พวกมันพ่อลูกได้สนทนากันอยู่นานนักส่วนใหญ่ๆก็เื่ของอนาคตตามประสาบิดาห่วงบุตรซึ่งแน่นอนว่าโคเองก็ตอบอย่างจริงใจมันคิดกระทำการสิ่งใดย่อมต้องผ่านบิดามันอยู่ก่อนแล้วมิเช่นอำนาจการใช้ทรัพยากรต่างคงจะมาไม่ถึงมันแน่ๆ
เมื่ออยู่เบื้องหน้าตำหนักไข่มุก์ดูเหมือนว่าการเตรียมพร้อมสู่งานวันนี้จะถูกตระเตรียมเอาไว้เป็อย่างดีแล้วทว่าทันใดนั้นเองพรรณไม้รอบกลับทวีความสั่นไหวขึ้นอย่างกระทันหันก่อนที่สายลมทรงพลังจะโบกสะบัดพัดรุนแรงจนน่าหวาดหวั่นอาศัยเพียงคลื่นลมนี้ย่อมเพียงพอแต่การทำลายตำหนักไข่มุกโลหิต์ให้แตกยับได้ภายในเสี้ยวอึดใจ
“มาแล้วหรือ?”เคพึมพำกับตัวเองเบาๆก่อนสะบัดมือเร่งเร้าพลังเวทย์เข้าปกคลุมทุกส่วนในภาคพื้นดินอย่างรวดเร็วเพราะนอกจากพื้นดินแล้วไม่มีสิ่งใดเลยที่จะพอต้านทานกับพลังตรงหน้าได้โดยที่ไม่ถูกทำให้เสียหาย
กร๊าก….เสียงกรู่ร้องของัตนหนึ่งดังสะท้านออกไปทั่วบริเวณแรงปะทะของมันรุนแรงจนมิคิดว่าเป็มิตรหากจะกล่าวว่ายามนี้ตำหนักไข่มุก์ถูกโจมตีก็ไม่ใช่เื่ที่เกินเลยอะไรนักก่อนจะเผยให้เห็นเป็เงาร่างสีดำทมิฬลอยเด่นอยู่เหนือตำหนักด้วยความน่าเกรงขามอย่างแท้จริง
ปีกทั้ง 2 ข้างของมันทั้งใหญ่และดูทรงพลังกงเล็บทั้ง 2 คู่ดูคมกลิบมิปานยอดกระบี่ชั้นดีหากเกล็ดทมิฬของมันชวนให้รู้ถึงความแข็งแกร่งยากจะทำลายทว่าจุดที่หน้ากลัวที่สุดแล้วกลับเป็ดวงตาสีแดงฉานมิปานโลหิตที่กำลังจ้องมายังพวกมัน 2 พ่อลูกด้วยความรู้นิ่งสงบแต่กลับให้อารมชวนผวาขึ้นได้
“โห้...ลุงคริมนิล”โคะโเรียกเสียงดังเมื่อเห็นร่างัเผยอยู่เบื้องหน้าสิ่งมีชีวิตตนนี้คือสัตว์อสูรที่บิดามันทำพันธสัญญาด้วยในอดีตตอนที่บิดาไม่ว่างก็มักจะเป็คริมนิลัเกร็ดสีดำสนิทที่ละที่คอยมาเล่นกับมันเสมอมาจนเผลอเลอนับเป็เพื่อนคนหนึ่งไปนานแล้ว
คริมนิล หรือที่คนทั่วไปรู้จักในชื่อเทพัสังหาร 1 ในสัตว์ในตำนานที่มีประวัติศาสตร์อันเก่าแก่และว่ากันว่าเป็ภัยพิบัติที่มีชีวิตโดยแท้จริงอาศัยเพียงการปรากฏของมันเหนือที่ใดย่อมทิ้งความเสียหายอันสุดประมาณไว้เป็หลักฐานอยู่เสมอ
มีตำนานกล่าวขานกันมากมายแต่ที่ดูเหมือนจะได้รับความนิยมจนสะท้านเข้าดวงจิตของมนุษย์ทุกคนได้ก็คือการคำรามของมันเพียงครั้งเดียวพลันสร้างคลื่นพลังกดดันสิ่งมีชีวิตที่ระดับตํ่ากว่า 4 ขั้นให้ตกตายได้โดยทันทีนี่มิใช่เื่ว่าน่าหวาดหวั่นก็ไม่รู้จะอย่างไรแล้ว
ไม่นึกไม่ฝันว่าสิ่งมีชีวิตระดับนี้จะยอมลดตัวลงผูกพันธะสัญญากับเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้ จึงอยู่ที่ขอบเขตสูงสุดของเทพัสังหารไม่อาจเหนือกว่าจ้าวมนตราทว่าแค่นั้นโลกระดับนี้คือสุดสูงจุดอย่างไม่ต้องสงสัยไม่แน่ว่า่เวลาหลังจากการที่มันใช่มหาวิชาผนึกบรรพจะเกิดอะไรบางอย่างขึ้นจนสัตว์อสูรจำนวนมากเริ่มเปิดใจให้มนุษย์ยอมรับคู่สัญญาที่เสมอกัน
พลังภูติคือพลังที่ถูกหยิบยืมมาจากสัตว์อสูรคู่พันธสัญญาโดยจะเปลี่ยนพลังของสัตว์อสูรให้หลอมรวมกับภารชนะบรรลุอันบริสุทธิ์อย่างยิ่งยวดเพื่อสำแดงพลังเหนือกว่าจ้าวมนตราออกมาได้ทั้งนี้สัตว์อสูรยังได้รับการชำระจากความบริสุทธิ์นี้เองและทำให้มันสามารถฝึกฝนทะลวงด่านเลยอาณาเขตจ้าวมนตราได้
ในอดีตตัวมันเองในฐานะแม่ทัพจักรพรรดิก็ได้รับการยอมรับจากจักรพรรดิัโลหิตสีชาดมาเป็สัตว์ภูติในคู่สัญญาแม้ไม่ถึงในระดับที่สามารถสำแดงเดชได้เท่าจ้าวมนตราแต่ก็เพียงพอต่อการสยบหล้าได้โดยไม่ยากเย็น
เวลานี้สายตาของัตรงหน้าพลันเลื่อนหันมาจ้องมองโคด้วยแสงสีแดงฉานของนัยตาพลันชวนให้คนอื่นรู้สึกราวกับจะถูกหารได้ในอึดใจเดียวแต่กลับโคแล้วนี่ไม่ต่างกับสายตาธรรมดาๆคู่หนึ่งอาศัยเพียงเท่านี้ไม่เพียงพอให้มันต้องหวาดกลัวอะไรเลย
“เ้าหนูโคอย่างนั้นหรือ? ไม่เจอกันเสียนานเติบโตขึ้นแล้วนี่”ัตนพ่นภาษามนุษย์ออกมาได้อย่างน่าใจริงๆแล้วสัตว์อสูรที่มีระดับพลังกลางๆก็มักจะพูดภาษามนุษย์ได้อยู่แล้วฉะนั้นจึงไม่แปลกอะไรนักถ้าัตนนี้จะเอ่ยภาษานี้ออกมา
“ท่านออกไปตั้งนานรู้ไหมว่าไม่มีใครว่างเล่นกับข้าเลย”ไม่ว่าเปล่าโคก็เริ่มวิ่งเข้าคริมนิลด้วยความลดเร็วก่อนที่จะะโขึ้นไปบนโคัขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ตรงหน้าราวกับเป็การเล่นสนุกซึ่งมักจะเป็เช่นนี้อยู่บ่อยการที่เด็กวัย 4-5 ขวบขี่อยู่บนหลังับินอยู่บนท้องฟ้าคงเป็เื่ปกติสำหรับโคแล้วัตรงหน้าไปแล้วแน่ๆ
“ไม่เจอกันนานเลยคริมนิล”เคที่ห่างออกไปไม่ไกลนักเดินเข้ามาหาคริมนิลด้วยความรู้สึกหลายอย่างแม้เป็สัตว์คู่พันธสัญญากันแต่นานๆครั้งถึงจะเจอกันสักทีหากมิใช่ั้าออกแสวงหาความแข็งแกร่งก็คงจะอยู่ปกปักตระกูลเฉกเช่นัตนอื่นในหุบเขาับรรพชนไปนานแล้ว
“อืม คิดถึงเมื่อเวลานั้นนักที่เมื่อก่อนพวกเราแทบจะตัวติดกันตลอดออกแสวงหาพลังความแข็งแกร่งอย่างดันทุรัง บุกฝ่าาด้วยความบ้าคลั่ง ไม่คิดไม่ฝันตัวตนบ้าระหํ่าเช่นเ้าจะมีลูกตัวเล็กๆออกมาแล้ว”คริมนิลห้วนคิดย้อนกับไปในอดีตเวลานั้นเคยังไม่ได้ถูกคํ้าคอด้วยผู้นำตระกูลชาฮานคิดอาศัยไปที่ใดย่อมอิสระเกินต้านทานหากเวลานี้ถ้ามิใช่้าจริงๆก็ต้องวางแผนล่วงหน้าแล้วถ้าต้องออกไปหาประสบการณ์ด้วยกัน
“เ้าเองก็พึ่งกลับมาเข้าตำหนักก่อนเป็อย่างไร”เคเอ่ยชักชวนตัวตนที่พึ่งมาถึงเข้าตำหนักการที่ร่างสีดำสนิทจะทอแสงขึ้นอย่างกะทันหันสัตว์ภูติระดับสูงความสามารถหนึ่งที่มันพึงมีคือการปลอมแปลงเป็มนุษย์หรือลดย่อขนาดตัวเองให้เล็กลงและคริมนิลก็ถือเป็หนึ่งในนั้น
เผยให้เห็นเป็ร่างชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำในอาภรสีนิลสนิทดวงหน้าดูสง่ามิปานมนุษย์ธรรมดาๆทั่วไปแต่กลิ่นอายสัตว์อสูรอันรุนแรงนั่นกลับชวนให้ไม่น่าเข้าใกล้โดยแท้ทว่าบนบ่าของมันกลับปรากฏเด็กชายวัย 12 ปีกำลังขี่อยู่บนบ่าของมันด้วยความมั่นคง
“เดินไปเลยท่านลุงคริมนิล”แม้ร่างกายจะหดลดลงมาเป็มนุษย์แต่อย่างไรเสียทั้งกล้ามเนื้อและกระดูกยังคงเป็ของเทพัหากมิคิดทั้งศักดิ์ศรีของตัวตนผู้ยิ่งไหนเลยการแบกรับนํ้าหนักของเด็ก 12 ปีจะยากลำบากอะไร
“เล่นเป็เด็กไปได้ เ้าเติบใหญ่แล้วก็ควรมีความคิดที่โตขึ้นสิ”คริมนิลในร่างมนุษย์พูดขึ้นก่อนมันจะเอื้อมมือทั้ง 2 ข้างคว้าจับเอาโคที่นั่งนิ่งอยู่บนบ่ามันลงมาด้วยทะนุทะนอมอย่างถึงที่สุดเพราะตัวเองไม่ค่อยอยู่ในร่างมนุษย์บางทีอาจพลาดพลั้งใส่พลังรุนแรงจนเกิดเป็ทำร้ายเด็กผู้ตรงหน้าไปได้
“ชิ ข้าเดินเองก็ได้”ว่าแล้วทั้ง 3 ก็เดินเข้าไปในตัวตำหนักกันอย่างพร้อมหน้าหากมินับครอบครัวฟลอรัสกับพวกครอบทิมบาแล้วก็เป็คริมนิลนี่ละที่มักจะมาเป็แขกของตำหนักไข่มุก์นี้นานๆครั้ง
คริมนิลปกติแล้วมันคือตัวตนใดในตระกูลสำหรับการเลี้ยงดูเด็กเล็กแล้วัตนนี้นับว่าเป็อุปสรรคของคนเป็บิดามารดาโดยแท้จริงทั้งๆที่พ่อแม่แท้ต้องพยายามอย่างยิ่งยวดฝืนใจสุดชีวิตในการห้ามสิ่งนี้ขัดขวางสิ่งนั้นผสมทั้งหมดกลายเป็ลำบากใจที่ต้องทำแขนงหนึ่ง...เพี่อเหตุใดก็ไม่ทราบและไม่รู้ด้วยว่าัตนนี้ไปถูกชะตาอะไรมากับโคถึงได้ยอมตามใจมันเสียทุกเื่
ไม่ว่าสิ่งที่ใดที่มันอยากได้ไม่ว่าบิดามารดาแท้ๆจะห้ามไม่ให้ทำถ้าหากโคได้เอ่ยกล่าวกับคริมนิลแล้วย่อมได้มาเสียทุกเื่ยกตัวอย่างเห็นได้ชัดเจนเลยก็คือพรรณไม้หายากจำนวนมากนั่นอย่างไรไม่มีทางเลยที่เด็กพวกนี้จะหามาได้ด้วยตนเองจะว่าไปซื้อมาก็ไม่ถูกต้องนักเพราะพรรณไม้บางตัวแม้แต่หอการค้าจ้าวสมุทรก็ยังไม่มีวางขาย
ฉะนั้นแล้วจึงไม่แปลกที่โคจะเล่นอะไรเป็เด็กน้อยกับัตรงหน้าอาศัยเพียงความในใจและการถูกตามใจ ย่อมเพียงพอแล้วแต่การหลอกล้อเด็กได้ทุกคนทว่าครั้งนี้กลับดูประหลาดและแตกต่างทั้งๆที่โคร้องขอให้เดินไปทั้งๆอย่างนั้นแต่กลับดึงเด็กผู้ชายลงมาสำหรับคริมนิลแล้วคิดอย่างไรก็ดูไม่สมเหตุสมผลเลย
พวกมันทั้งคู่เดินเข้าสู่ตำหนักด้วยรื่นเริงทว่าในสายตาของเคกลับดูจริงจังจนผิดสังเกตก่อนจะลอบโคจรพลังกระตุ้นสายสัมพันธ์ที่ผูกเอาไว้กับคริมนิลดูและก็ต้องพบกับความน่าแตกตื่นสุดประมาณดูเหมือนว่าการมาครั้งนี้ของมันจะไม่ธรรมดาแล้ว
“รอบนี้ท่านจะอยู่นานหรือไม่?”โคเอ่ยถามคริมนิลด้วยความสนิทสนม มันในยามนี้ก็ถือว่ามีฝีมือพอสมควรแล้วถ้ามีโอกาสได้ขึ้นขี่หลังัตนนี้บินท่องไปยังฟากฟ้าแห่งใดย่อมดูน่าสนุกขึ้นกว่าแต่ก่อนเป็ไหนไหนนี่แค่คิดยังดูน่าสนุกเลย
ทั้ง 3 พูดคุยกันระหว่างเดินเข้าตำหนักทว่านํ้าเสียงงหนึ่งของสตรีก็ดังแทรกเข้าอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย“นี่โคของเ้าบอกให้แม่เตรียมให้กว่าจะหามาได้ยากเย็นนักเชียว”
เป็ทาเนียในอาภรประจำตัวของจักรพรรดินีโลหิตอันเป็ชุดที่นี้เดี๋ยวไม่ค่อยได้ใส่ก่อนนางจะก้าวเดินมาหยุดเบื้องหน้าบุรุษทั้ง 3 คนพลางยื่นแหวนมิติประจำของโคที่มันฝากเอาไว้เพื่อใส่สิ่งของที่มันวานนางซื้อในสิ่งที่้า
ซึ่งนี่พลันทำให้โคตาลุกวาวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ก่อนจะยื่นมือรับแหวนมิติและสวมใส่มันทันทีมันไม่จำเป็ต้องคิดตรวจสอบให้วุ่นวายสำหรับการไหว้วานมารดาให้ทำอะไรสักอย่างแล้วไม่ต้องกลัวเลยที่จะไม่ได้รับในสิ่งที่้า
“เช่นนั้นก็หมดธุระแล้วพวกท่านคุยกันเถอะ อ่อท่านพ่อข้าจะล่วงหน้าที่ไปงานก่อนนะ เชิญกันตามสบายเลย”เมื่อได้ของที่้าแล้วมันก็ไม่คิดอะไรให้มากความอีกเวลานี้มัน้าออกไปข้างนอกโดยเร็ว
จบ.