มื้อเช้าของน้ำรินคือ กาแฟหนึ่งถ้วย กับขนมปัง หรือไม่ก็แซนด์วิช แค่นี้ก็ทำให้หล่อนทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างสบาย วันนี้หล่อนคาดไว้ว่าจะเช่าจักรยานที่ร้านข้างโรงแรม ปั่นเล่นแถวนี้สักพัก หลังจากนั้น กะว่าจะไปนั่งรับลมเย็นริมทะเลให้ฉ่ำปอดไปเลย เท่านี้สินะการมาเที่ยวคนเดียว มันไม่สนุกเลยจริง ๆ น้ำรินรู้สึกเสียดายบรรยากาศ ถ้าหากมีเพื่อน ๆ มาด้วยก็คงจะดี ก่อนมาหล่อนชวนเพื่อนมาด้วยกัน แต่ทุกคนไม่ว่างเลยสักคน เฮ้อ! ใน่สามสี่วันนี้ก็คงต้องไปตามโปรแกรมทัวร์ของทางโรงแรมคงสนุกล่ะน่าขากลับเข้ามาค่อยสอบถามรายละเอียดอีกทีก็แล้วกัน
น้ำรินรู้สึกแปลกใจยังไงพิกล ั้แ่ก้าวขาออกมาจากห้องพักแล้ว เหมือนมีใครคอยจับตามองอยู่ตลอด จากที่ไหนสักแห่ง หญิงสาวมีลางสังหรณ์ว่า ชีวิตที่เป็อิสระของหล่อนจะไม่เป็อย่างนี้อีกต่อไป เหมือนมีอะไรมาครอบงำ พลางหันมองหน้ามองหลัง เหลียวซ้ายแลขวา ก็ไม่เห็นมีอะไรนี่นา..หรือว่าจะคิดไปเอง เรานี่ท่าจะบ้า ั้แ่เจอผู้ชายคนนั้น การเจอกันระหว่างเขากับหล่อน ทำเอาประสาทหลอนขนาดนั้นเลยหรือนี่ ไม่เอา ๆ ไม่คิด น้ำรินส่ายหัวไปมาเบาๆ เพื่อสลัดความวิตกกังวลที่มีอยู่ในใจออกไป ก่อนจะเริ่มปั่นจักรยานที่เพิ่งเช่ามาได้ ออกสู่ถนนสายเล็ก ๆ เบื้องหน้า
แสงแดดยามเช้า ลมเย็น พัดเอื่อย ๆ อย่างนี้ช่างรื่นรมย์นักส่งบรรยากาศให้เช้าวันนี้ เป็วันที่เหมาะแก่การพักผ่อนเหลือเกิน แน่ล่ะ..หญิงสาวจะไม่มีวันรู้หรอกว่า วันพรุ่งนี้ของหล่อนจะเปลี่ยนไปอย่างไร ลางสังหรณ์จะช่วยเตือนให้ระวังตัวมากน้อยแค่ไหน จะมีอะไรไหมที่จะบอกให้รู้ว่า อนาคตอันใกล้นี้จะเป็เช่นไร ไม่มีทางรู้เลย..
เงาสะท้อนจากเลนส์กล้องส่องทางไกล ที่ทอดลงจากห้องสุดหรูบนชั้นสิบสองของโรงแรม กำลังฉายภาพด้านล่าง บนถนนสายเล็กนั่น มีหญิงสาวร่างเล็ก แต่งกายด้วยเสื้อยืดสีขาวสะอาดตา ขนาดพอดีตัว กับกางเกงวอร์มผ้าร่ม รองเท้าผ้าใบแบบนักกีฬา หึ..เสื้อผ้าราคาถูกทั้งนั้น ไม่น่าสนใจเลยสักนิด แต่ที่น่าสนใจมากกว่านั้น ก็คือ..สร้อยคอของหล่อน หากเดาราคาก็พอจะดูออกว่าผู้หญิงคนนี้ ไม่มีคลาสในการแต่งตัวเอาเสียเลย แหวนเพชรวงเล็ก ๆ ที่ถูกคล้องด้วยสร้อยคอไม่มีค่านั่นต่างหาก ที่ดูมีค่า มีราคามากกว่า
หล่อนไปได้แหวนเพชรนั่นมาจากไหน ไม่น่าเชื่อว่าการมาเมืองไทยในครั้งนี้ของเขา จะไม่เสียเปล่าเหมือนทุกครั้งที่ผ่าน ๆ มา อีกต่อไปแล้ว เขาเดินทางเข้าออกเมืองไทย นับครั้งไม่ถ้วน เพื่อหาแหวนเพชรวงนั้น แค่แวบเดียวที่ได้เห็นก็รู้ทันทีว่าเป็วงเดียวกับที่ตามหาอยู่
ท่านปู่คงดีใจ ที่จะได้แหวนวงนั้นกลับคืนมา พร้อม ๆ กับอาจจะหาเ้าของตัวจริงได้ในเร็ววัน ไม่แน่อาการป่วยของท่านคงจะทุเลาลงบ้าง หรืออาจจะหายไปได้เลยทีเดียว เพื่อของสิ่งนี้เขาต้องเดินทางหาจนแทบพลิกแผ่นดิน ตัวเขาเองไม่ทราบรายละเอียดอะไรมากมายนัก เมื่อครั้งที่ยังเรียนอยู่ที่ฝรั่งเศส เขาได้รับคำสั่งให้เรียนภาษาไทยไปด้วย แรก ๆ นั้นเขายังงุนงงสงสัย หากไม่ได้ถามออกไป แต่ก็ยอมทำตามคำสั่งท่าน โดยได้เรียนภาษาไทยควบคู่ไปด้วย จนกระทั่งจบการศึกษาและกลับมาที่ญี่ปุ่นเพื่อสืบสานธุรกิจเกี่ยวกับอัญมณีเพชรพลอย
หลังจากนั้นไม่นาน ปู่ของเขาก็ล้มป่วยลง กลายเป็คนเงียบขรึมไม่พูดไม่จากับใครแม้กระทั่งหลานรักอย่างเขา ก่อนที่จะป่วยผู้สูงวัยเคยบอกให้เขาค้นหาแหวนเพชรวงหนึ่ง ซึ่งท่านบอกว่ามันสำคัญสำหรับท่านมาก มันเป็ความทรงจำเมื่อสมัยยังวัยรุ่น ท่านได้มอบแหวนเพชรวงนั้นกับสาวชาวไทย หวังให้เป็สิ่งยืนยันความรักระหว่างทั้งสอง แต่หนทางความรัก ระหว่างท่านปู่กับสาวไทยผู้นั้นเป็อันต้องสิ้นสุดลง เพราะตระกูลเคร่งครัดประเพณีเก่าแก่ยิ่งนัก ไม่ให้แต่งงานกับคนต่างเชื้อชาติ ต่างภาษา อย่างเด็ดขาด แม้จะถูกกีดกันแต่ท่านทั้งสองก็พยายามฝ่าฟัน แต่สุดท้ายฝ่ายหญิงก็ยอมพ่ายแพ้ หนีกลับมาเมืองไทย ขาดการติดต่อนับั้แ่บัดนั้นเป็ต้นมา แต่ท่านปู่ยังออกตามหาหญิงไทยคนนั้นจนแทบพลิกแผ่นดิน ทำทุกวิถีทางเพื่อหาหล่อนให้เจอ แต่ด้วยกฎเกณฑ์ทางกฎหมายบังคับให้ท่านทำอะไรไม่ได้มาก กระนั้นท่านก็ยังไม่ลดละ ยังคงตามหาหล่อนตลอดมา กระทั่งปัจจุบันนี้ ท่านก็ยังอยากให้เขาค้นหาตัวผู้หญิงไทยคนนั้นพร้อมกับแหวนเพชรให้พบ ไม่ว่าจะกลับมาในสภาพใดก็ตาม ไม่อย่างนั้น ท่านจะไม่มีวันพูดกับใครเด็ดขาด
ฮิโรยูกิ กระตุกยิ้มที่มุมปาก ดวงตาคมกริบจ้องนิ่งไปยังดวงหน้าขาวใส ใบหน้าที่ปราศจาก สิ่งแต่งแต้มใด ๆ มีแต่เครื่องหน้าที่เป็ธรรมชาติ ั้แ่คิ้วบาง ดวงตาที่ดูเศร้า จมูกเล็กรั้นอย่างคนดื้อดึงอยู่ในที ริมฝีปากบาง ใบหูเล็ก รับกับผมสีน้ำตาลที่ถูกรวบเป็หางม้า ไว้ด้านหลังเผยให้เห็นใบหน้ากระจ่างใสได้ชัดเจน
ฮึ..ไม่มีอะไรน่าสนใจเลยจริง ๆ หวังว่าหล่อนคงไม่ใช่หญิงไทยที่ท่านปู่ให้ตามหาหรอกนะ เพราะเท่าที่ฟังมา ผู้หญิงคนนั้นน่าจะมีอายุสักแปดสิบปีได้แล้ว ถ้าอย่างนั้น..หล่อนเกี่ยวข้องอะไรกับแหวนวงนี้ล่ะ? ไม่แน่เขาอาจจะได้ข้อมูลมากมายจากหล่อน หญิงสาวผู้นี้ต้องเกี่ยวข้องอย่างใดอย่างหนึ่ง กับหญิงไทยที่ท่านปู่ให้ตามหาอย่างแน่นอน เห็นทีว่าเขาจะต้องลงมือทำอะไรสักอย่างเสียแล้ว ขืนปล่อยให้หล่อนลอยนวลอยู่อย่างนี้ ท่าจะไม่ดีแน่ ดีไม่ดีหล่อนอาจไหวตัว หนีไปจะทำยังไง ชายหนุ่มลดกล้องส่องทางไกลที่มีศักยภาพสูง ราคาแพงลง พลางหันไปสั่งบอดี้การ์ดคู่กาย และยังเป็บุคคลที่รู้จักเขามากที่สุดคนหนึ่ง
“ทานากะ ช่วยสืบหาข้อมูลโดยละเอียด ของผู้หญิงไทยคนนี้ให้ที” พลางส่งกล้องให้บอดี้การ์ดหนุ่ม
“เอาให้ละเอียดยิบเลยนะ ห้ามขาดตกแม้แต่นิดเดียว” ไม่มีคำตอบใด ๆ กลับมาจากร่างสูงใหญ่บึกบึน ของการ์ดหนุ่ม เพียงแต่พยักหน้ารับแค่พอเข้าใจเท่านั้น
กลับจากกิจกรรมใน่เช้า น้ำรินออกมาเดินเล่นริมชายหาด พกเอาหนังสืออ่านเล่นติดมือมาด้วย หล่อนเช่าเตียงผ้าใบมานอน ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ริมชายหาด อากาศเย็นสบายทำให้เผลอหลับยาวไปนาน มารู้สึกตัวตื่นอีกทีก็บ่ายคล้อยแล้ว หญิงสาวจึงเดินกลับห้องพักเพื่อหาอะไรลงท้องเสียหน่อย น้ำรินกลับเข้ามาในตัวโรงแรมหรู ใน่ที่กำลังรอลิฟต์ รู้สึกเหมือนมีคนมองอยู่ แต่พอหันไปมอง กลับไม่เห็นมีใคร ก่อนจะส่ายหัวไปมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วในวันนี้ เมื่อมาถึงห้องพัก กลับรู้สึกหนักหัวเหมือนจะไม่สบาย จึงตัดความคิดที่ว่าลงไปหาอะไรอร่อย ๆ ทาน ก็เปลี่ยนเป็สั่งขึ้นมาที่ห้องแทน ตามด้วยยาลดไข้เพื่อกันไว้ก่อน สักพักก็ผล็อยหลับไป
เกือบทุ่มแล้วนี่นา มือบางควานหาโทรศัพท์มือถือ เช็คเวลาให้แน่ใจอีกที อาการปวดหัวในตอนแรกค่อยทุเลาลงแล้ว จึงตัดสินใจลุกไปเข้าห้องน้ำเพื่อชำระร่างกาย เผื่อจะสดชื่นขึ้นมาบ้าง เมื่ออาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่เรียบร้อยแล้ว หญิงสาวก็พาตัวเอง ออกมาจนกระทั่งถึงบริเวณชั้นลอย จากนั้นก็เดินลงบันไดมายังชั้นหนึ่ง
อันที่จริง ร้านอาหารสุดหรูอยู่ชั้นบนสุดของโรงแรมนู่นแน่ะ แต่สถานที่ ที่น้ำรินมุ่งไปก็คือ ร้านอาหารใกล้ ๆ กับคอฟฟี่ช็อปที่หล่อนมานั่งทานกาแฟเมื่อเช้าต่างหาก หญิงสาวเดินมาเรื่อย ๆ ไปยังร้านที่หมายตาไว้ั้แ่แรก พลางทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาหนานุ่ม ก่อนจะสั่งอาหารง่าย ๆ สำหรับคนเดียวมาทาน อาหารที่นี่นับว่าใช้ได้อยู่ ไม่จำเป็ต้องไปกินร้านแพง ๆ ที่อยู่ชั้นบนสุดของโรงแรมก็ได้อีกอย่าง เสียดายตังค์เปล่า ๆ
ในห้องจัดแสดง มีผู้มาร่วมงานค่อนข้างหนาตา คนที่มีชื่อเสียงในแวดวงเศรษฐกิจ และแวดวงดาราก็เดินกันให้ขวักไขว่ วันนี้มีแค่แขกรับเชิญ ยังมีคนมาเยอะขนาดนี้ แล้วถ้าหากว่าเป็วันที่เปิดให้บุคคลทั่วไป เข้าชมได้ในวันพรุ่งนี้จะเป็ยังไง..ทำให้ทานากะค่อนข้างปวดหัวไม่น้อย เมื่อตัวเขาและเหล่าบอดี้การ์ด รวมทั้งเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ทางโรงแรมจัดมาช่วยดูแล คงสอดส่องดูแขกไม่ได้ทั้งหมดแน่นอน เครื่องเพชรของ คัทซึฮิโกะ ฮิโรยูกิ ถูกเก็บรักษาเอาไว้อย่างแ่า ในตู้โชว์ที่ทำจากกระจกกันะุ มันต้องปลอดภัยแน่นอน แต่ถึงกระนั้น ทานากะก็ยังมีลางสังหรณ์ในใจว่าวันนี้ต้องเกิดเื่ขึ้น แต่ลางสังหรณ์ของคนเรานั้นบางทีก็เป็เื่ของการคิดหมกมุ่น วิตกกังวลสารพัดเสียมากกว่า และถ้าหากบังเอิญ เกิดมีเื่ขึ้นก็เหมาเอาว่ามันเป็จริง อย่างที่มีลางสังหรณ์แน่นอน สักพักเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหนุ่มคนหนึ่ง เห็นทานากะ ก็รีบวิ่งปราดเข้ามาหน้าตาตื่น
“คุณเปรมศักดิ์ รัฐมนตรีฯ กระทรวงวัฒนธรรมมาถึงแล้วครับ”
“อืมม์..ถ้าอย่างนั้นไปเรียกกำลังมาเพิ่มตรงทางเข้าให้มากที่สุด เพราะตอนนี้พวกช่างภาพ และนักข่าวคงแห่กันมาแน่ ๆ”
“ครับ” หลังจากเ้าหน้าที่นายนั้นจากไป ทานากะก็หันมากวาดสายตาหาความผิดปกติ ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อมีคนใหญ่คนโตเข้ามาในงาน ขณะเดียวกันนั้นก็พลันมีเสียงอื้ออึงตรงทางเข้าห้องจัดแสดง
“เกิดอะไรขึ้น..” ทานากะที่อยู่มุมในสุดของห้องจัดแสดง พยายามเขย่งปลายเท้ามองข้ามหัวผู้คนเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น เป็เวลาเดียวกับที่บรรดานักข่าวจากหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ พากันกรูเข้ามาจากทางเข้าพอดี
ทางด้านน้ำริน เมื่อทานมื้อเย็นเสร็จเรียบร้อย เลยออกไปเดินย่อยรับลมเย็น ๆ ด้านนอกและอ้อยอิ่งกับธรรมชาติยามค่ำคืนได้สักพัก ก็เดินกลับเข้ามายังตัวตึก เพื่อกลับเข้าไปเตรียมตัวสำหรับโปรแกรมทัวร์ของทางโรงแรมในวันพรุ่งนี้ ซึ่งหล่อนได้รับข้อมูลและรายละเอียดต่าง ๆ มาเรียบร้อยแล้ว ขณะที่กำลังรอลิฟต์บริเวณชั้นลอย หญิงสาวได้ยินเสียงอึกทึก ดังมาตรงทางเข้าห้องจัดแสดงอัญมณีเพชรพลอยของนาย ฮิโรยูกิ ซึ่งอยู่ถัดไปทางด้านขวามือ น้ำรินหันไปมองด้วยความสนใจใคร่รู้ และโดยไม่รู้ตัว ขาทั้งสองข้างก็พามาหยุดยืนอยู่บริเวณหน้าห้องจัดแสดงอันโอ่อ่านั้นเสียแล้ว
“มีอะไรกันนะ” หญิงสาวยืนอยู่นอกห้องจัดแสดง พยายามเขย่งเท้า เพื่อมองหาตัวต้นเหตุที่ทำให้เกิดไทยมุง มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ ถึงได้มีคนมามุงดูกันขนาดนี้ มีช่างภาพด้วย หรือว่า..หรือว่ามีคนมาขโมยอัญมณีของอีตานั่นไปแล้ว ในขณะที่เท้าก็เขย่งไป ตาก็สอดส่ายไปมาโดยไม่รู้ตัวว่า เป็เวลาเดียวกับบรรดาช่างภาพและนักข่าวพากันกรูเข้าไปภายในงาน โดยที่น้ำรินเอง ก็ไม่ทันได้ตั้งตัว เลยโดนผลักดันให้หลงเข้าไปในงาน อย่างไม่ได้ตั้งใจ
“เฮ้ย!” ทานากะอุทานออกมาแล้วเบียดตัวฝ่าฝูงชนไปที่ประตู
“บอกให้คนพวกนั้นออกไปซะ! บอกให้พวกเขาออกไป” การ์ดหนุ่มร้องสั่งเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่อยู่ใกล้ ๆ บริเวณนั้น แต่เ้าหน้าที่ ณ จุดนั้นมีแค่ สามสี่คน กับจำนวนคนที่มีมากกว่าจึงทำอะไรไม่ได้ อีกทั้งกลุ่มผู้สื่อข่าวทั้งหลายทั้งเบียด ทั้งดันตรงทางเข้า แล้วแถมยังมีกล้องในมือพร้อม
“นี่มันอะไรกัน แค่รัฐมนตรีฯ มาแค่คนเดียวทำไม พวกนักข่าวถึงได้ตื่นเต้นกันขนาดนี้ล่ะ” ทานากะตะคอกออกมาอย่างหัวเสีย กับเ้าหน้าที่คนหนึ่งที่ทำหน้าเหลอหลาทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ
“เอ่อ..คือว่า..คนที่มากับท่านรัฐมนตรีฯ เป็ดาราดังที่มีข่าวคึกโครมอยู่ตอนนี้น่ะสิครับ” ทานากะถึงบางอ้อ ที่แท้ก็แบบนี้นี่เอง ลำพังถ้ารัฐมนตรีฯมาคนเดียวคงไม่วุ่นวายอย่างนี้กระมัง
“เฮ้อ!” บอดี้การ์ดหนุ่มได้แต่ส่ายหัวไปมาอย่างระอา พร้อมกับโมโห พวกบรรดากองทัพนักข่าวทั้งหลาย ไม่เคารพกฎกติกากันบ้างเลย เพราะคนที่จะเข้ามาในงานได้นั้น ต้องมีบัตร และต้องได้รับการตรวจสอบก่อนที่จะปล่อยให้เข้ามาในงานได้ ทานากะตัดสินใจก้าวเข้าไป เดินดุ่ม ๆ ฝ่าฝูงชนนักข่าวไปยังบริเวณลงทะเบียน ในขณะเดียวกันนั้น ท่านรัฐมนตรีฯ กระทรวงวัฒนธรรมก็กำลังก้าวเข้ามาในงานพอดิบพอดีเช่นกัน
“ขอดูบัตรด้วยครับ!” การ์ดหนุ่มเอ่ยออกไปด้วยภาษาไทยที่ค่อนข้างชัดแจ๋วเพื่อให้อีกฝ่ายเข้าใจ เปรมศักดิ์หันมาทางชายหนุ่มแทบจะทันที
“หืมม์ .. ว่าไงนะ”
“ขอดูบัตรเชิญของท่านด้วยครับ” ทานากะจำเป็ต้องพูดซ้ำออกไป จังหวะเดียวกันกับเลขาของเปรมศักดิ์ก็ปราดเข้ามาทันที แต่ท่านรัฐมนตรีฯ ยกมือห้ามไว้เสียก่อน
“ไม่เป็ไร กฎก็ต้องเป็กฎสิ” ก่อนจะดึงบัตรเชิญในกระเป๋าเสื้อสูทราคาแพงออกมา ยื่นให้กับบอดี้การ์ดหนุ่ม
“เรียบร้อยใช่ไหม เข้าไปได้หรือยัง?” ทานากะรับบัตรเชิญมาเช็กสักพักก็เงยหน้าขึ้นมาพูดกับเปรมศักดิ์
“เรียบร้อยครับ เชิญท่านได้เลย แต่คุณผู้หญิงท่านนี้ล่ะครับ มีบัตรเชิญหรือเปล่า?” บอดี้การ์ดหนุ่มหันความสนใจมาทางสาวสวยรูปร่างบอบบาง หล่อนมาในชุดราตรียาวสีแดงสด คอเสื้อคว้านลงมาลึก เกือบ ๆ ถึงร่องอกขาวกระจ่าง ไม่แน่ใจนักว่าด้านหลังจะเป็เช่นเดียวกันหรือเปล่า ส่วนกระโปรง ก็แหวกด้านข้างขึ้นมาจนเห็นเรียวขาขาวสวยสดชัดเจน
“ฉันน่ะหรือ” ดาราสาวสวยย้อนถามด้วยสีหน้าที่แสดงถึงความประหลาดใจไม่น้อย
“………” ทานากะเพียงแต่พยักหน้ารับเท่านั้น เหมือนแสดงให้รู้ว่าได้พูดประโยคเมื่อสักครู่ชัดเจนแล้ว
“นี่คุณ ฉันมากับท่านรัฐมนตรีนะ ฉันจำเป็จะต้องมีบัตรเชิญด้วยเรอะ? ท่านคะ.. นี่มันอะไรกันคะ?” ในตอนท้ายดาราสาวหันมาขอความเห็นจากท่านรัฐมนตรีฯ พร้อมกับทำท่าทางฟึดฟัดอย่างขัดใจ
“คุณผู้หญิงคนนี้ เขามากับฉัน” ผู้ใหญ่ท่านนั้นหันมาพูดกับทานากะ บรรดานักข่าวต่างก็ให้ความสนใจกับเหตุการณ์ตรงหน้า กล้องของกองทัพนักข่าว ยกขึ้นเพื่อเก็บรายละเอียดกันให้พรึบ
“แต่ทว่าไม่มีบัตรเชิญ ก็เข้าไม่ได้ครับ นอกจากว่า.. ผู้ที่มากับท่านจะต้องเป็ภริยาเท่านั้น”
“อะไรนะ!” ณ บริเวณนั้นเงียบไปถนัดใจ กลุ่มนักข่าวเงียบเสียงลงด้วยความฉงน ต่างก็ทำตาเป็ประกาย เมื่อทราบว่า ภาพต่อไปจะต้องได้ลงข่าวหน้าหนึ่งของวันพรุ่งนี้แน่ แล้วกล้องโทรทัศน์หลาย ๆ ช่องก็เริ่มทำงานอีกครั้ง ส่วนกล้องถ่ายภาพนิ่ง ก็เตรียมที่จะเก็บภาพเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจจะเกิดเื่ขึ้นในไม่ช้านี้อย่างแน่นอน
“กฎก็ต้องเป็กฎ ที่ทุกคนต้องทำตามนะครับท่าน บุคคลทั่วไปที่ไม่มีบัตรเชิญ จะสามารถเข้ามาชมงาน ได้ในวันพรุ่งนี้ครับ ผมจึงขอเชิญคุณมาวันพรุ่งนี้แทนดีไหมครับ” ในตอนท้ายประโยค การ์ดหนุ่มหันไปทางดาราสาวแทน
“ห๊า..นี่พูดอะไรออกมาน่ะ ไอ้ยุ่น แกเป็ใครถึงได้กล้าพูดออกมาอย่างนี้ หึ..สงสัยว่าคงไม่อยากทำงานที่นี่ เสียแล้วกระมัง” ท่านรัฐมนตรีฯ กล่าวออกมาอย่างเดือดดาล สุดจะทนกับวาจาที่ดูไม่ทุกข์ร้อนของทานากะยิ่งนัก
“ก็แล้วแต่ท่านนะครับ ผมทำตามหน้าที่เท่านั้น” หึ..เพราะคนที่จะมาไล่เขาออกจากการเป็บอดี้การ์ดมีคนเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ คัทซึฮิโกะ ฮิโรยูกิ เ้าของ อัญมณีเพชรพลอยเหล่านี้ต่างหากล่ะ ป่านนี้เขาคงเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง จากกล้องวงจรปิดที่ส่งตรงไปยังห้องพักสุดหรูบนชั้นสิบสองแล้วกระมัง ทานากะกระตุกยิ้มที่มุมปาก ยืดตัวตรง กางขาออกเล็กน้อยพลางสบตากับอีกฝ่ายอย่างไม่กลัวเกรง
“แก..แก้าอะไรกันแน่ ฉันจะจัดการไล่แกออกทันทีเลยคอยดู!” ทานากะโค้งคำนับช้า ๆ อย่างท้าทาย สร้างความโมโหให้กับท่านรัฐมนตรีเป็ทวีคูณ
“โอ๊ย! นี่มันอะไรกัน เสียอารมณ์ ถึงเข้าไปในงานได้ก็ไม่สนุกแล้ว ฉันจะกลับล่ะ หลีกไป!” ดาราสาวตะวาดแว๊ดออกมาอย่างสุดทนกับเหตุการณ์ตรงหน้า ก่อนจะไล่ตะเพิดบรรดานักข่าวให้หลีกทาง
“อ๊ะ! ดะ..เดี๋ยวสิ นาตาลี รอฉันก่อน” เปรมศักดิ์ร้องห้ามดาราสาว ก่อนจะถลาตัวตามอย่างร้อนรน ขณะเดียวกัน เหตุการณ์ที่นับว่าเป็ลางสังหรณ์ของทานากะกังวลอยู่ก็เกิดขึ้นจริง ๆ เมื่อเขาสังเกตเห็นชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่มีท่าทางแปลก ๆ ั้แ่เข้ามาในงานแล้ว การ์ดหนุ่มพยายามจับตามองอยู่ั้แ่ตอนที่หมอนั่นเข้ามาในงาน เขามีบัตรเชิญเข้ามาในงานด้วย แต่ทานากะก็ยังติดใจสงสัยอยู่ดี ชายร่างสูงพอประมาณ สวมเสื้อสูทผูกไท แต่ดูมอมแมมยังไงอยู่ แถมทรงผมที่ดูเหมือนไม่ได้หวีก่อนมางาน ใบหน้าซูบผอมอย่างคนเร่ร่อน ก่อนหน้านั้นเขากวาดสายตาหาชายคนเมื่อครู่ แต่พอบรรดานักข่าวกรูกันเข้ามา เขาก็ไม่สามารถมองเห็นชายคนนั้นเลย นึกว่าออกจากงานไปแล้ว แต่..มันไม่ใช่อย่างนั้นน่ะสิ
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>ฝากติดตามด้วยนะคะ