คำว่า "เจอตัวแล้ว" ของชายแปลกหน้าเสียดแทงเข้ามาในโสตประสาทของเอลาร่าราวกับเศษน้ำแข็ง มันทำลายกำแพงเงาที่เธอพยายามสร้างขึ้นอย่างเปราะบางจนหมดสิ้น หัวใจของเธอที่เคยหยุดเต้นไปชั่วขณะกลับมากระหน่ำรัวอีกครั้งด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เธอยืนนิ่งอยู่ในเงามืดของรูปปั้นหินอ่อน ร่างกายแข็งทื่อ แต่ในสมองกลับหมุนวนไปด้วยคำถามนับล้าน เขาเห็นเธอได้อย่างไร? เขาเป็ใคร? และเขา้าอะไรจากเธอ?
ชายผู้นั้น—เลออน—ยังคงยืนอยู่ที่เดิม รอยยิ้มเ้าเล่ห์ไม่จางหายไปจากใบหน้าอันหล่อเหลาของเขา ดวงตาสีฟ้าใสราวกับท้องฟ้าในฤดูใบไม้ผลิคู่นั้นจับจ้องมาที่เธออย่างไม่วางตา มันเป็สายตาของนักล่าที่กำลังสนุกสนานกับการต้อนเหยื่อให้จนมุม
"ออกมาเถอะ...ลูกแกะน้อย" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยอำนาจบังคับ "การเล่นซ่อนแอบมันจบลงแล้ว"
เอลาร่ารู้ดีว่าเธอไม่มีทางหนี เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี และก้าวออกมาจากเงามืด เผชิญหน้ากับเขาตรงๆ แสงเทียนบนผนังขับเน้นให้เห็นใบหูที่ยาวแหลมของเขาชัดเจนยิ่งขึ้น เขาคือเอลฟ์...ไม่มีทางเป็อื่นไปได้ แต่เขามาทำอะไรที่นี่? ในคฤหาสน์ของแวมไพร์? และทำไมเขาถึงอยู่กับอิซาเบลล่า?
"เ้าเป็ใคร?" เอลาร่าถามกลับไป พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ให้เสียงของตัวเองสั่น
เลออนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "ช่างเป็คำถามที่ตรงไปตรงมาดีเสียจริง สมกับเป็พวกเืร้อนครึ่งแวมไพร์" เขาก้าวเข้ามาหาเธออย่างช้าๆ แต่ละย่างก้าวดูสง่างามและมั่นคง "ข้าชื่อเลออน...และข้ามาที่นี่เพื่อเ้าโดยเฉพาะ เอลาร่า"
การที่เขารู้ชื่อของเธอทำให้เธอใจหายวาบ "เ้า้าอะไร?"
"สิ่งที่ข้า้าน่ะหรือ?" เขาหยุดลงตรงหน้าเธอ ห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว เขาสูงกว่าเธอมาก ทำให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นมองเขา "ข้า้าในสิ่งที่พวกเาาวเอลฟ์ทุกคน้า...นั่นคือการนำพาอนาคตของเผ่าพันธุ์เรากลับบ้าน"
"ข้าไม่กลับไปไหนทั้งนั้น" เอลาร่าตอบกลับอย่างหนักแน่น "ที่นี่คือบ้านของข้าในตอนนี้"
"บ้านรึ?" เลออนเลิกคิ้วขึ้น กวาดสายตามองไปรอบๆ ทางเดินที่มืดมิดและเย็นเยียบ "เ้าเรียกสุสานที่เต็มไปด้วยฝุ่นผงและความทรงจำอันเน่าเฟะนี่ว่าบ้านอย่างนั้นรึ? เ้าเรียกการอยู่ใต้อาณัติของแวมไพร์เฒ่าผู้เ็าและนางพญาอสรพิษนั่นว่าบ้านรึ?" เขาชี้นิ้วไปยังทิศทางห้องของอิซาเบลล่า "ตื่นเถอะ เด็กน้อย ที่นี่ไม่ใช่บ้านของเ้า มันคือกรงขังต่างหาก"
คำพูดของเขาแทงใจดำเธออย่างจัง เพราะลึกๆ แล้วเธอก็รู้สึกเช่นนั้นจริงๆ
"เ้าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับที่นี่หรอก" เธอยังคงเถียง
"ข้ารู้มากกว่าที่เ้าคิด" เลออนกล่าว "ข้ารู้ว่าคาอินกำลังพยายามจะฝึกเ้าให้ควบคุมพลังที่เ้าไม่เคยเข้าใจ ข้ารู้ว่าอิซาเบลล่ามองเ้าเป็เพียงของเล่นชิ้นใหม่ที่รอวันแตกหัก และข้ารู้ว่าเ้ากำลังสับสนและโดดเดี่ยว...เ้าโหยหาใครสักคนที่จะเข้าใจเ้า"
เขาเข้าประเด็นได้อย่างแม่นยำจนน่ากลัว ราวกับว่าเขาสามารถอ่านความคิดของเธอได้
"พลังของเ้า...พลังสายเืเอลฟ์ที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเ้า มันกำลังร่ำร้องหาผืนป่าและแสงดาว มันกำลังเหี่ยวเฉาอยู่ในสถานที่อันมืดมิดแห่งนี้" เขายื่นมือออกมาหาเธอ ฝ่ามือที่ขาวสะอาดและเรียบเนียนของเขาหงายขึ้น เป็การเชื้อเชิญอย่างอ่อนโยน "กลับไปกับข้าเถอะเอลาร่า กลับไปยังป่าแห่งแสงจันทร์ ที่ที่เ้าจะได้เป็ตัวของตัวเองอย่างแท้จริง ที่ที่เ้าจะได้รับการยอมรับ...และเป็ที่รัก"
คำว่า "เป็ที่รัก" สั่นะเืหัวใจของเธออย่างรุนแรง มันคือสิ่งที่เธอโหยหามาตลอดชีวิต...การเป็ที่ยอมรับในสิ่งที่เธอเป็
เธอจ้องมองมือที่ยื่นมานั้นอย่างลังเล มันดูอบอุ่นและปลอดภัยเหลือเกินเมื่อเทียบกับความเย็นเยียบของคฤหาสน์หลังนี้ แต่แล้วคำเตือนของพ่อก็แวบเข้ามาในหัว "อย่าไว้ใจเอลฟ์คนไหนเด็ดขาด"
"แล้วแม่ของข้าล่ะ?" เธอถามขึ้น "พวกเ้าจับตัวนางไป ทำไมนางถึงกลับมากับพวกเ้าไม่ได้?"
รอยยิ้มของเลออนจางลงเล็กน้อย "แม่ของเ้า...นางเลือกทางของนางเอง นางเลือกที่จะอยู่เคียงข้างแวมไพร์ผู้เป็พ่อของเ้า แทนที่จะกลับมาสู่เผ่าพันธุ์ของตนเอง นั่นคือการทรยศที่ไม่อาจให้อภัยได้"
"โกหก!" เอลาร่าตวาด "แม่ไม่มีวันทิ้งข้ากับพ่อไป!"
"บางที...เ้าอาจจะไม่เคยรู้จักแม่ของเ้าดีพอ" เลออนกล่าวเสียงเรียบ "ความรักทำให้คนตาบอด และบางครั้งมันก็ทำให้คนทำในสิ่งที่เห็นแก่ตัวอย่างไม่น่าเชื่อ"
เขาเห็นแววตาที่สั่นไหวของเธอ เขาก็เปลี่ยนเื่ทันที "แต่เื่นั้นไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออนาคตของเ้า...อนาคตของพวกเรา" เขาก้าวเข้ามาใกล้อีกนิด กลิ่นหอมของป่าสนยิ่งชัดเจนขึ้น "ข้ารู้ว่าเ้าสงสัยในตัวคาอิน ข้ารู้ว่าเ้าอยากรู้เื่ราวของเขากับอิซาเบลล่า...ข้าสามารถบอกเ้าได้ทุกอย่าง"
นั่นคือการยื่นข้อเสนอที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้
"ทำไมเ้าถึงรู้เื่ของพวกเขา?"
"เพราะข้าเฝ้ามองดูบ้านหลังนี้มานานแล้ว" เลออนตอบ "และเพราะอิซาเบลล่า...นางเป็คนเล่าให้ข้าฟังเอง"
คำตอบนั้นทำให้เอลาร่าตกตะลึง "เ้า...กับอิซาเบลล่า...พวกเ้าร่วมมือกัน?"
"เรามีผลประโยชน์ร่วมกัน" เลออนยอมรับ "นาง้ากำจัดเ้าเพื่อให้ได้คาอินกลับไปเป็ของนางแต่เพียงผู้เดียว ส่วนข้า...้าตัวเ้าเพื่ออนาคตของเผ่าพันธุ์เรา มันเป็การแลกเปลี่ยนที่ยุติธรรม"
"นางจะหักหลังเ้า" เอลาร่าเตือน "นางไม่เคยจริงใจกับใคร"
"ข้ารู้" เลออนยิ้ม "และข้าก็มีแผนสำรองไว้แล้วเช่นกัน อย่าได้ดูถูกพวกเอลฟ์ให้มากนักเลย" เขายื่นมือมาััแก้มของเธออย่างแ่เบา "ตอนนี้...ตัดสินใจเถอะเอลาร่า เ้าจะยอมเน่าตายอยู่ในกรงขังที่มืดมิดนี่ต่อไป หรือจะโบยบินไปกับข้าสู่อิสรภาพที่แท้จริง?"
ััของเขาอบอุ่นและปลอบประโลม มันแตกต่างจากััที่เย็นเยียบของคาอินและอิซาเบลล่าโดยสิ้นเชิง ในวินาทีนั้น เธอเกือบจะเผลอไผลไปกับคำพูดหวานหูของเขา...
"ข้าคิดว่านางตอบไปชัดเจนแล้วนะ...ว่าที่นี่คือบ้านของนาง"
เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของคาอินดังขึ้นจากปลายทางเดิน เขาค่อยๆ ก้าวออกมาจากเงามืด ร่างสูงใหญ่ของเขาแผ่รังสีแห่งการคุกคามออกมาอย่างชัดเจน ดวงตาสีแดงฉานของเขาจับจ้องไปที่เลออนอย่างไม่กระพริบ ราวกับราชสีห์ที่กำลังมองผู้บุกรุกเข้ามาในอาณาเขตของตน
เลออนชักมือกลับทันที แต่รอยยิ้มยังคงไม่จางหายไปจากใบหน้า "คาอิน...ในที่สุดก็ยอมออกมาจากห้องทำงานอันแสนอุดอู้ของท่านเสียทีนะ"
"ข้าควรจะถามเ้ามากกว่าว่าเข้ามาทำอะไรในบ้านของข้า" คาอินเดินมาหยุดอยู่ข้างๆ เอลาร่า ใช้ร่างกายของเขาเป็เกราะกำบังเธอจากสายตาของเลออนโดยอัตโนมัติ
"ข้าก็แค่มาเยี่ยม 'หลานสาว' ของท่าน" เลออนตอบอย่างไม่ยี่หระ "ดูเหมือนว่านางจะเหงาและ้าเพื่อนคุย"
"นางมีข้าอยู่แล้ว" คาอินตอบกลับ "และนางก็ไม่้าเพื่อนที่เป็งูพิษอย่างเ้า"
"ปากร้ายไม่เปลี่ยนเลยนะ" เลออนหัวเราะ "ท่านปกป้องนางราวกับเป็ของสำคัญนักหนา...หรือว่าท่านจะเห็นภาพของใครบางคนซ้อนทับอยู่บนตัวนางกันแน่? ใครบางคนที่มีสายเืเอลฟ์เหมือนกัน...ใครบางคนที่ท่านเคย 'ทำผิดพลาด' ด้วยอย่างมหันต์"
คำพูดนั้นเหมือนลูกธนูที่ยิงเข้ากลางใจของคาอิน เอลาร่ารู้สึกได้ถึงกล้ามเนื้อของเขาที่เกร็งขึ้นทันที บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงอย่างรวดเร็ว
"หุบปาก!" คาอินคำรามลั่น เป็ครั้งแรกที่เอลาร่าได้ยินเขาตวาดออกมาด้วยอารมณ์ที่แท้จริง
"ทำไมรึ? รับความจริงไม่ได้หรือ?" เลออนยังคงยั่วยุต่อไป "ความจริงที่ว่าท่านเคยรักแม่ของนาง...รักอย่างหัวปักหัวปำ แต่สุดท้ายท่านก็เป็คนทำลายนางด้วยมือของท่านเอง!"
"ข้าบอกให้หุบปาก!" คาอินพุ่งเข้าใส่เลออนด้วยความเร็วที่มองด้วยตาเปล่าไม่ทัน เขาบีบคอของเลออนและกระแทกร่างนั้นเข้ากับผนังอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
"คาอิน อย่า!" เอลาร่าร้องห้ามอย่างใ
แต่คาอินไม่ฟัง ดวงตาของเขาแดงก่ำราวกับถ่านไฟที่ลุกโชน เขี้ยวของเขางอกยาวออกมาอย่างน่ากลัว "อย่าได้เอ่ยชื่อของนางอีกเป็ครั้งที่สอง!"
เลออนดูประหลาดใจกับพละกำลังของคาอิน แต่เขาก็ยังคงยิ้มเยาะอยู่ "ทำไมจะไม่ได้? ในเมื่อข้า...คือคนที่นางเลือกในท้ายที่สุด"
คำพูดนั้นทำให้คาอินชะงักงันไปชั่วขณะ และนั่นคือโอกาสที่เลออนรอคอยอยู่ เถาวัลย์จำนวนมากพุ่งออกมาจากพื้นหินและผนังอย่างรวดเร็ว พวกมันเข้าพันธนาการแขนขาและลำตัวของคาอินไว้แน่นจนขยับไม่ได้
"พลังของธรรมชาติน่ะ...แข็งแกร่งกว่าที่เ้าคิดนะ แวมไพร์" เลออนกล่าว พลางจัดปกเสื้อของตัวเองให้เข้าที่
คาอินพยายามดิ้นรน แต่เถาวัลย์กลับรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ "แก...!"
"ข้าต้องไปแล้ว" เลออนหันมาพูดกับเอลาร่า "แต่จำข้อเสนอของข้าไว้ให้ดี" เขายื่นบางอย่างให้เธอ มันคือเมล็ดพืชขนาดเล็กที่ส่องแสงสีเขียวเรืองรอง "เมื่อไหร่ที่เ้า้าข้า...แค่บีบมันให้แตก แล้วข้าจะมาหาเ้าในทันที"
เขาขยิบตาให้เธอหนึ่งครั้ง ก่อนที่ร่างของเขาจะค่อยๆ สลายกลายเป็กลีบดอกไม้สีขาวและลอยหายไปกับสายลม ทิ้งไว้เพียงคาอินที่ยังคงถูกพันธนาการอยู่กับผนัง และเอลาร่าที่ยืนนิ่งด้วยความสับสนและตกตะลึงกับสิ่งที่เพิ่งได้รับรู้
คาอินเคยรักแม่ของเธอ? และเขาคือคนที่ทำลายนาง? มันหมายความว่าอย่างไร?
ขณะที่เธอกำลังจมอยู่ในความคิดนั้นเอง เถาวัลย์ที่พันธนาการคาอินอยู่ก็เริ่มเหี่ยวเฉาและสลายไปเป็ผงธุลี เขาทรุดตัวลงกับพื้น หอบหายใจอย่างหนัก ดวงตาของเขากลับเป็ปกติแล้ว แต่แววตาที่มองมาที่เธอนั้นเต็มไปด้วยความเ็ป...และความรู้สึกผิดอย่างสุดซึ้ง
"สิ่งที่มันพูด..." เขาเริ่มเอ่ยขึ้นเสียงแหบพร่า "...มันไม่ใช่ความจริงทั้งหมด"
แต่เอลาร่าไม่ได้ฟัง เธอกำลังจ้องมองบางอย่างที่อยู่บนพื้น...บางอย่างที่ร่วงหล่นลงมาจากตัวของเลออนตอนที่เขาสลายร่างไป
มันคือจี้ห้อยคอรูปพระจันทร์เสี้ยวอันเล็กๆ ...
เป็จี้อันเดียวกับที่แม่ของเธอมักจะสวมติดตัวอยู่เสมอ...จี้ที่พ่อบอกว่าเขาเป็คนมอบให้แม่เป็ของขวัญชิ้นแรก