ภายในห้องนอนแห่งหนึ่งที่ดูน่ารักมุ้งมิ้ง ประดับประดาไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่ถูกย้อมด้วยโทนสีชมพูพาสเทล และภายในห้องยังมีเตียงขนาดใหญ่เตียงหนึ่งตั้งอยู่กลางห้อง บนเตียงมีตุ๊กตาน้อยใหญ่อยู่มากมาย แม้กระทั่งบนพื้นห้องก็มีตุ๊กตานอนเกลื่อนกลาดอยู่ไม่น้อย
้าเตียงนั้นยังมีร่างของเด็กสาววัยรุ่น ที่ดูกะทัดรัดอรชรอ้อนแอ้นกำลังนอนหลับปุ๋ย พร้อมกอดตุ๊กตาหมีตัวใหญ่เอาไว้อยู่แแ่ชิดกาย ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยเลย
ติ้ดๆ ติ้ดๆ เสียงนาฬิกาปลุกบอกเวลาดังขึ้นมารบกวนการนอนหลับของเด็กสาวบนเตียง ทำให้เธอดีดตัวขึ้นมาพร้อมขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด ก่อนที่เธอจะบิดตัวเพื่อคลายความี้เี และลุกออกจากเตียง
เด็กสาวได้เดินสะลึมสะลือๆไปยังประตูห้อง จากนั้นเธอก็เอื้อมมือเปิดประตูและเดินออกจากห้องไปอย่างช้าๆ
เธอค่อยๆเดินไปเรื่อยๆตามทาง ด้วยสภาพที่ผมเผ้าดูกระเซอะกระเซิง ชุดนอนที่สวมอยู่ก็ไม่เรียบร้อย และดวงตาของเธอก็ลืมแทบจะไม่ขึ้น
จนกระทั่งมาหยุดตรงหน้าบันได เธอจึงเอื้อมมือไปจับราวบันไดและเดินลงไปด้านล่างอย่างระมัดระวัง เมื่อมาถึงชั้นล่างแล้ว ก็เดินตรงดิ่งยังห้องนั่งเล่นที่มีขนาดใหญ่กว้างขวาง จากนั้นหยิบรีโมทที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมากดเปิดโทรทัศน์ขนาดใหญ่ ที่มีขนาดจอถึง 120 นิ้ว!
'หุ่นยนต์ทานุกิสีฟ้า ตอน เครื่องแก้ไขเหตุการณ์ชีวิต!'
เมื่อเด็กสาวได้ยินเสียงที่ดังออกมาจากลำโพงที่อยู่ข้างจอ เธอก็รับรู้ได้ทันทีว่านี่เป็การ์ตูนเื่โปรดที่เธอต้องตื่นเช้ามาเพื่อดู เธอจึงะโขึ้นโซฟาพร้อมทิ้งตัวลงนอนโดยไม่สังเกตรอบข้างเลยแม้แต่น้อย
จนกระทั่งเมื่อหัวของเธอได้นอนลงไปทับัักับบางสิ่งบางอย่าง เธอก็รู้สึกได้ว่าเ้าสิ่งนั้นมันไม่ใช่หมอน แม้ว่ามันจะมีความรู้สึกที่นุ่มสบายเหมือนกัน แต่มันก็มีความรู้สึกที่แตกต่างไปจากหมอนที่เธอนอนหนุนเป็ประจำ
"ไง!" จู่ๆเสียงของบุรุษได้ดังขึ้นมา
เมื่อเธอได้ยินเสียงทักทายสั้นๆนี้ ก็ตัวแข็งทื่อขึ้นมาทันที เพราะเสียงนี้เป็เสียงที่เธอรู้สึกไม่คุ้นเคยเลยแม้แต่น้อย
เวลานี้ความคิดในหัวของเธอพยายามคิดหาหนทางทั้งร้อยแปดพันวิธีเพื่อจัดการกับสถานการณ์ตอนนี้ เธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าไปมองด้วยซ้ำว่าเป็เสียงของใคร เ้าของเสียอาจเป็โจร คนแปลกหน้า หรือผี? เธอที่เป็เด็กสาวตัวเล็กๆจะไปสู้กับสิ่งที่ว่ามานี้ได้ไงกัน
ในบ้านหลักหลังนี้ผู้ชายที่สามารถเดินเข้าออกได้อย่างอิสระ นอกจากพ่อของเธอ ก็มีแค่พี่เทียนและก็พี่เสือเท่านั้น พวกลูกน้องก็ทำได้แค่คุ้มกันอยุ่รอบๆบ้าน เข้ามายังภายในไม่ได้ ส่วนแขกก็ทำได้เพียงรออยู่ที่บ้านรับรอง หรือบ้านเล็กที่อยู่รอบๆเท่านั้น แต่เวลานี้กลับมีชายแปลกหน้าที่ไหนก็ไม่รู้มาอยู่ในบ้านของเธอ เพราะเหตุนี้เองมันจึงทำให้เธอรู้สึกกลัวมาก จนน้ำตาค่อยๆปริไหลออกมาช้าๆ
"ฮึก ฮึก ฮึก" เธอไม่กล้าที่จะขยับตัวเลยแม้แต่น้อย ได้แต่ร้องไห้ออกมาด้วยความกลัว
"เฮ้ๆ โอ๋ๆ น้องซัมเมอร์ไม่ต้องร้องนะครับ นี่พี่วินเทอร์เอง" วินเทอร์ยื่นมือไปลูบหัวเด็กสาวที่นอนอยู่บนตักของเขาเพื่อปลอบโยน
เมื่อเด็กสาวที่ชื่อว่าซัมเมอร์ได้ยินว่าเป็วินเทอร์ เธอก็หยุดร้องทันที พร้อมดีดตัวลุกขึ้นมานั่ง จากนั้นเธอก็ขยี้ตาของตัวเอง และจ้องมองใบหน้าของชายหนุ่มให้ชัดๆ
"พี่วิน! พี่มาอยู่ที่นี่ได้ไง!?" ซัมเมอร์อุทานขึ้นมาด้วยความใ พร้อมยกมือขึ้นไปบีบหน้าของวินเทอร์ เพื่อที่จะตรวจสอบเช็คดูว่าเป็ใครปลอมตัวมาหรือเปล่า
"ฮ่าๆ จากนี้ไปพี่จะมาอยู่ที่นี่ เพราะเตี่ยได้รับพี่เป็ลูกบุญธรรมแล้ว ฝากตัวด้วยนะครับ" วินเทอร์ยกมือขึ้นไปกุมมือของซัมเมอร์ที่บีบแก้มของเขาอยู่อย่างอ่อนโยน
"ละ..แล้วสัญญาหมั้นของพวกเราละ..." ซัมเมอร์ถามขึ้นมาเบาๆ อู้อี้ๆเหมือนเสียงยุง
แม้ว่าการหมั้นของพวกเขาจะเป็การคลุมถุงชน แต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกว่าไม่ชอบ ต่อต้านหรือคัดค้านอะไร เพราะเธอก็มีความรู้สึกดีๆให้กับวินเทอร์อยู่ไม่น้อย ถ้าวินเทอร์กลายมาเป็พี่ชายบุญธรรมของเธอ แบบนี้สัญญาหมั้นของพวกเขาอาจจะต้องโมฆะ
"เตี่ยรับพี่เป็ลูกบุญธรรมในนามเฉยๆครับ พอพี่กับหนูอายุบรรลุนิติภาวะแล้ว พวกเราก็จะแต่งงานกัน พี่ก็เป็ลูกเขยของเตี่ย และเป็สามีของหนูไงครับ" วินเทอร์พูดขึ้นมา พร้อมจุ๊บไปที่หน้าผากของซัมเมอร์ทีหนึ่ง
ซัมเมอร์ที่ถูกวินเทอร์จุ๊บที่หน้าผาก ก็หน้าแดงก่ำเหมือนกับมะเขือเทศสุก หัวสมองของเธอขาวโพลนหยุดคิดไปชั่วขณะ เธอคิดไม่ถึงเลยว่าพี่วินเทอร์ของเธอจะใจกล้าขนาดนี้ มันทำให้เธอไม่ทันได้ตั้งตัวเลย
"อ๋า~ o//////O" ซัมเมอร์ถึงกับร้องเสียงหลงขึ้นมา เธอพึ่งนึกขึ้นได้ว่าเวลานี้สภาพของเธอดูไม่เรียบร้อย ผมเพ้ากระเซอะกระเซิง ชุดนอนที่ใส่อยู่ก็ไม่เรียบร้อย แถมยังไม่ได้ล้างหน้าล้างตาหรือแปรงฟันเลย และยังมาถูกพี่วินเทอร์จู่โจมไม่ทันตั้งตัวอีก ตอนนี้เธอทั้งรู้สึกเขินและอายจนแทบอยากจะมุดดินหนี
เมื่อเธอได้สติก็รีบะโลงจากโซฟา วิ่งไปขึ้นบันไดไปชั้นสองทันที ซัมเมอร์ไม่สนใจที่จะดูการ์ตูนเื่โปรดที่มาเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์อีกต่อไป เวลานี้เธอ้าหนีไป เพื่อที่จะได้จัดการแต่งตัวให้ดูเรียบร้อย
วินเทอร์ที่เห็นท่าทางของซัมเมอร์เหมือนกับกระต่ายตื่นตูม ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะขึ้นมาดังลั่นบ้าน
"คนบ้า คนบ้าๆๆๆๆๆๆ ไอพี่วินเทอร์คนนิสัยไม่ดี! แย่มาก!" เมื่อซัมเมอร์ได้ยินเสียงหัวเราะของวินเทอร์ เธอจึงะโลงมาจากชั้นสองด้วยความโกรธและอาย
...
หลังจากไปผ่านเกือบสองชั่วโมง ซัมเมอร์ก็เดินลงบันไดมาจากชั้นสอง ตอนนี้เธอได้เตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว วินเทอร์ที่นั่งรออยู่ด้านล่างนั้นเขารอจนดูการ์ตูนจบไปสามเื่ ซัมเมอร์ก็ยังไม่ลงมาสักที มันจึงทำเขาพล่อยหลับไปบนโซฟาแล้ว
ซัมเมอร์ที่เห็นวินเทอร์นอนหลับสนิทไปแล้ว ก็ยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เพราะว่าเธอใช้เวลาอาบน้ำแต่งตัวนานไปจริงๆ
เธอจึงเดินไปนั่งข้างๆวินเทอร์ และค่อยๆยกหัวของวินเทอร์ขึ้นมานอนบนตักของเธอ จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแอบถ่ายรูปเขาไว้ -w-
"พวกลื้อนี่หวานกันจริงๆจริงเลยน้า" เสียงของคุณฟู่ดังขึ้นมา จนทำให้ซัมเมอร์ถึงกับสะดุ้ง จนโทรศัพท์ที่อยู่บนมือหล่นตกใส่หน้าของวินเทอร์ที่กำลังนอนอยู่บนตักของเธอ
"โอ้ย!?" วินเทอร์ที่กำลังนอนหลับ ต้องตื่นขึ้นมาเพราะความเ็ป
"ป๊ามาตอนไหนกันเนี่ย!" ซัมเมอร์พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ เพราะว่าบิดาของเธอได้มาขัดจังหวะ่เวลาความสุขของเธอ
"อั๊วก็นั่งอยู่ตรงนี้มาได้สักพักแล้ว ลื้อมัวแต่สนใจแต่อาวิน จนไม่ได้สังเกตอั๊วเลย พอลูกสาวมีคนรัก ก็ลืมหัวบิดามารดามันซะแล้ว..." คุณฟู่พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ดูกวนๆ และแฝงไปด้วยความน้อยใจ
>////< ซัมเมอร์หน้าแดงขึ้นมาเพราะความเขิน ทำได้แต่นั่งเงียบพูดอะไรไม่ออก
"สวัสดีครับเตี่ย? มาหาน้องซัมเมอร์เหรอครับ" วินเทอร์ที่ตื่นขึ้นมาแล้ว ตอนนี้เขายังคงมึนๆงงๆอยู่
"เปล่าๆ อั๊วมาหาลื้อนั่นแหละอาวิน"
"ผมเหรอ?" วินเทอร์ชี้มายังตัวเอง
คุณฟู่พยักหน้าเบาๆ และได้ถามขึ้นมาว่า "ใช่ๆ อั๊วจะมาถามเกี่ยวกับบริษัทของพ่อลื้อน่ะ เมื่อวานมันก็ดึกแล้ว และดูเหมือนว่าลื้อจะดูเหนื่อยๆอั๊วเลยไม่ได้ถาม"
"ลื้อก็ได้สืบทอดกิจการมาแล้ว ลื้อจะเอาไงต่อละ บริษัทนี้เป็สิ่งที่พ่อลื้อก่อตั้งขึ้นมา และตอนนี้ลื้อก็ถือหุ้นอยู่ 100% บริษัทนี้ทำธุรกิจที่โปร่งใส ซึ่งแตกต่างจากของอั๊ว" คุณฟู่ได้ถามขึ้นมาด้วยความสงสัยว่าวินเทอร์จะจัดการยังไง
วินเทอร์นั่งหลับตาครุ่นคิด บริษัท White Knight Co.,Ltd เป็บริษัทบนอุตสาหกรรมเคมี ผลิตสารเคมี พลาสติก สารเคมีประสิทธิภาพสูง ตัวเร่งปฏิกิริยา สารเคลือบ สารเคมีทางการเกษตร น้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ การสำรวจและผลิตไฮโดรคาร์บอน เป็ต้น
แม้จะไม่ใช่บริษัทั์ใหญ่ระดับโลก เป็เพียงแค่บริษัทเล็กๆที่มูลค่าในตลาดหลักทรัพย์ตอนนี้ก็อยู่ที่ร้อยล้านกว่าบาทเท่านั้น แม้ว่าในบริษัทจะมีทุนหมุนเวียน หรือมรดรทรัพย์สินของพ่อเขา ก็เพียงพอที่จะขับเคลื่อนบริษัทต่อไปได้
แม้ว่าเขาจะไม่ขอเงินจากคุณฟู่ วินเทอร์ก็ยังมีเงินที่ได้มาจากกิตติพศห้าสิบกว่าล้านบาท การที่เขาจะบริหารบริษัทต่อไปก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร แต่ แต่ แต่ๆ คนที่เป็ถึงเ้าพ่อมาเฟีย จะยอมมาเป็ประธานบริษัท เป็ CEO ต็อกต๋อยแบบนี้หรอ?
"ผมจะปล่อยขายหุ้นทั้งหมด" วินเทอร์พูดขึ้นมาอย่างไม่แยแส
"..." คุณฟู่ได้แต่นั่งตากะพริบปริบๆ เวลานี้เขาไม่เข้าใจความคิดของวินเทอร์เลยจริงๆ
ปล.น้องวินเทอร์ใกล้จะได้ไปโรงเรียนแล้ว~ ขอให้น้องได้จัดการธุระปัญหาส่วนตัวให้เสร็จก่อนนะน้าบ
Writer : ถ้าชอบก็อย่าลืมกดไลค์ กดแชร์ เก็บเข้าชั้นกันด้วยนะน้าบ และอย่าลืมคอมเมนต์กันเยอะๆน้า เพราะไรท์ชอบอ่านคอมเม้นมากๆเลย 55555 ไรท์อ่านทุกอันเลยยย