หวังชง ไม่ได้กล่าวอธิบายออกมาให้ชัดเจนแต่อย่างใด
“ข้ารู้ว่าไม่ว่าข้าจะกล่าวอะไรออกไปท่านพ่อก็ย่อมไม่เชื่อข้าแน่นอน แต่ว่า อย่างแรกเมื่อท่านก้าวเท้าออกจากโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลแห่งนี้ อ๋องซ่ง จะเรียกพบท่านทันที และดูเหมือนว่าคนที่รับหน้าที่นี้จะมาถึงในไม่ช้า อย่างที่สอง เมื่อท่านพบกับ อ๋องซ่ง แล้ว คำสั่งสับเปลี่ยนกำลังพลจากราชสำนักจะถูกประกาศออกมา นั่นจะทำให้ท่านต้องกลับไปประจำที่ค่ายชายแดนทันที!!”
“เมื่อถึงเวลานั้นท่านพ่อจะรู้ได้เองว่า สิ่งที่ข้าพูดออกมานั้นเป็ความจริง หรือว่าเป็เพียงแค่เื่ไร้สาระของเด็กๆ เท่านั้น!!”
หวังชง กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังอย่างมาก
ในชีวิตก่อนนี้ของเขา หลังจากที่ เหยา กวงยี่ ได้นัดพบกับบิดาของเขาแล้วนั้น การเรียกพบของ อ๋องซ่ง ก็แทบจะมาถึงทันทีเมื่อบิดาของเขาก้าวออกจากโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาล เนื่องจากข่าวที่บิดาของตนได้ไปพบปะกับ เหยา กวงยี่ น่าจะลั่วไหลไปถึง อ๋องซ่ง แล้ว
เหยา กวงยี่ วางแผนทั้งหมดเอาไว้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ละเหตุการณ์เชื่อมโยงไปยังอีกเหตุการณ์ ด้วย่เวลาที่กระชั้นชิดเช่นนั้นมันจึงทำให้บิดาของเขาไม่มีเวลาไตร่ตรอง หรือตอบโต้แต่อย่างใด
หลังจากนั้น เหยา กวงยี่ และ อ๋องฉี ก็ใช้อำนาจของพวกมันที่มีอยู่ภายในราชสำนัก สั่งการให้บิดาของเขาต้องไปประจำการอยู่ที่ชายแดน จึงไม่มีโอกาสที่บิดาของเขาจะได้แก้ต่างข้อกล่าวหาต่อหน้าพระพักตร์ อ๋องซ่ง
จากนั้นเหตุการณ์ของ ชนเผ่าหู ก็บังเกิดขึ้น
แต่เดิมแล้วเกี่ยวกับเหตุการณ์นั้นไม่มีความหมายแต่อย่างใด ด้วยความสามารถของบิดาเขาแล้วนั้น ย่อมสามารถเอาชนะชนเผ่าหูได้อย่างง่ายดาย
ทว่าใน่เวลาที่ประจวบเหมาะที่สุด กองทัพของ เหยา กวงยี่ ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน นั่นจึงทำให้การจัดการกับชนเผ่าหูเป็เื่ที่ง่ายลงมากกว่าเดิมอย่างมาก แต่ทว่ามันก็ได้สร้างความแคลงใจให้กับคนภายนอกอย่างเช่นกัน พวกเขาต่างสงสัยว่าตระกูล เหยา และตระกูล หวัง ได้ร่วมมือกัน
จากเื่นี้ทำให้ อ๋องซ่ง เชื่อว่าตระกูล หวัง ทรยศต่อตนเอง และเข้าข้าง อ๋องฉี จึงทำให้บังเกิดโทสะขึ้นมาอย่างฉับพลัน
หวังชง สามารถจดจำเื่ราวเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน แต่เขาไม่ได้กล่าวอธิบายให้กับบิดาได้รับรู้
ไม่ว่า หวังชง จะกล่าวอะไรออกมา บิดาของเขาก็ไม่มีทางเชื่อคำกล่าวของเขาอย่างแน่นอน อีกทั้งการกล่าวอะไรออกมามากเกินไปนั้น มันยังเป็เหมือนการหลอกลวงไปเสียมากกว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อใดที่ เหยา กวงยี่ ยกทัพไปยังค่ายชายแดนที่บิดาของเขาประจำการอยู่แล้วนั้น บิดาของเขาจะสามารถเข้าใจเื่ราวทั้งหมดได้โดยที่เขาไม่ต้องกล่าวอะไรออกมาอีก
น้ำแข็งหนาสามฉื่อไม่อาจละลายได้ภายในวันเดียว ความเชื่อใจจำเป็ต้องใช้เวลา
ตราบใดที่คำกล่าวของเขาได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็เื่จริง บิดาของเขาก็จะเข้าใจได้อย่างช้าๆ ว่ามันไม่ได้เป็เพียงแค่คำกล่าวไร้สาระของเด็กๆ
ตราบเท่าที่บิดาของเขาเชื่อในคำกล่าวของ หวังชง ยอมถอนกำลังรบกลับมาห้าสิบลี้ทันทีที่พบชนเผ่าหูรุกล้ำเข้ามาแล้วนั้น ตระกูลของเขาก็จะสามารถหลีกเลี่ยงจากหายนะได้
เมื่อเป็เช่นนั้นความพยายามของเขาก็จะไม่เสียเปล่า
แต่ในเวลานี้ หวังชง ยังคงไม่ได้เปิดเผยเหตุการณ์ต่างๆ ออกมาตรงๆ
“นี่เ้ากำลังพูดไร้สาระอะไร!?”
ในที่สุด หวังหยาน ก็ตั้งสติของเขากลับมาก่อนจะกล่าวตำหนิ หวังชง ออกมาทันที แม้ว่าในแววตาของเขาจะยังมีความลังเลอยู่ก็ตาม แต่ความคิดที่ว่าลูกชายของตนกล่าวไร้สาระนั้นกลับสูงกว่ามาก
จะมีบิดาคนใดที่ไม่อยากเห็นบุตรของตนสร้างชื่อเสียงขึ้นมา!? แม้ว่า หวังหยาน จะผิดหวังในตัวของ หวังชง อยู่มากก็ตาม แต่ลึกๆ แล้วเขาก็ยังหวังว่าบุตรชายคนนี้ของเขาจะเติบโตเข้มแข็งขึ้นในสักวัน
คำกล่าวของ หวังชง ในตอนนี้ ไม่ว่าเขาจะมองในมุมใดมันก็ยังเป็สิ่งที่ไม่น่าเชื่อเกินไปทั้งนั้น
เขาเพิ่งจะพบกับ อ๋องซ่ง ใน่ที่ผ่านมาไม่นานมานี้ในการประชุม ทั้งสองจึงไม่น่าจะได้พบกันในเร็วๆ นี้ ดังนั้นจึงไม่ต้องกล่าวถึงเื่จะมีการเรียกพบเมื่อออกจากโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลแม้แต่นิดเดียว อีกทั้งเื่ที่เกี่ยวข้องกับราชสำนักแม้แต่แม่ทัพเช่นเขาก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ แล้วเช่นนั้นเด็กอย่าง หวังชง จะรู้ได้เช่นไร
แต่ทว่า หวังชง กลับสามารถกำหนด่เวลาของทั้งสองเหตุการณ์นี้ออกมาได้
หากกล่าวอย่างสั้นๆ แล้วนั้น มันก็เป็เพียงคำกล่าวที่ไร้สาระเท่านั้น
“ท่านพ่อ ข้ารู้ว่าท่านไม่เชื่อข้า แต่การที่ข้าพาน้องเล็กมาที่นี่ไม่ใช่เพื่อสร้างปัญหา แต่ว่า เหยา กวงยี่ มีแผนร้ายที่เป็กับดักสำหรับท่านพ่อซ่อนอยู่ เขาได้บอกเื่ที่นัดพบกับท่านพ่อต่อ อ๋องซ่ง ก่อนแล้ว หากว่าท่านพ่อไม่เชื่อ ยามใดที่ท่านพ่อได้พบกับ อ๋องซ่ง อ๋องซ่งจะต้องซักถามถึงเื่ที่ เหยา กวงยี่ นัดพบกับท่านแน่นอน!!”
“หากว่าข้าผิด ข้ายินดียอมถูกลงโทษ แต่หากว่าข้าถูก......ท่านพ่อ ข้าขอร้องให้ท่านกล่าวว่า เหยา กวงยี่ พยายามชักจูงท่าน แต่ท่านได้บอกปัดปฏิเสธไปแล้ว!!”
“ได้โปรด ท่านพ่อ...!!”
หวังชง กล่าวพร้อมกับคุกเข่าลงไปกับพื้นก่อนจะคำนับบิดาด้วยความวิงวอน
ภายในตระกูล หวัง นั้นมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น ที่รู้ว่ามีอันตรายใดรอคอยตระกูลของเขาอยู่ ในตอนนี้เขาจึงจำเป็ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้มั่นใจว่าตระกูลของเขาจะไม่ก้าวเดินไปตามเส้นทางเดิมที่เคยเป็มาในชีวิตที่แล้วของเขา
ในตอนนี้ หวังชง ทำเพียงอ้อนวอนต่อบิดาให้จดจำคำกล่าวของเขาเอาไว้ให้มั่นเท่านั้น
“พอได้แล้ว!!”
หลังจากนิ่งเงียบไปชั่วครู่ด้วยความสับสน ในที่สุด หวังหยาน ก็โพล่งขึ้นมาด้วยความกราดเกรี้ยว
“ในเวลาเช่นนี้เ้ายังไม่รู้ว่าตัวเองน่าอับอายมากเพียงใดอีกหรือ!? กลับบ้านไปเดี๋ยวนี้ หากว่าข้ายังพบว่าเ้าออกมาสร้างปัญหาภายนอกข้าจะตัดขาของเ้าซะ!!”
“พี่ชาย อย่าพูดอีกเลย!!”
หวังเสี่ยวเหยา กล่าวพร้อมกับก้าวเข้ามาใกล้ด้วยร่างกายที่สั่นสะท้านจากความกลัว ตอนนี้ใบหน้าของผู้เป็บิดาน่ากลัวอย่างมาก นางไม่เคยเห็นบิดาโกรธมากเช่นนี้มาก่อน
“ขอรับ บุตรเข้าใจแล้ว!!”
หวังชง กล่าวพร้อมกับลูบไปที่แผ่นหลังของนางอย่างแ่เบาเพื่อปลอบประโลม จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืนโดยไม่พยายามที่ยั่วโมโหบิดาอีกต่อไป
เขาพยายามมามากพอแล้ว เมื่อมองออกไปด้านนอกในกลุ่มของผู้คนจำนวนมากที่มารวมตัวกันนั้น มีอยู่สองคนที่เป็คนคุ้นหน้าสำหรับเขา
นับั้แ่ที่สองคนนี้มาถึงเช่นนี้ มันก็ควรจะเป็เวลาที่ อ๋องซ่ง จะต้องเคลื่อนไหว บิดาของเขาจะสามารถเข้าใจคำกล่าวของเขาว่าเป็จริงหรือไม่หลังจากนี้
บางทีอาจจะเป็เพราะการเชื่อฟังของ หวังชง มันจึงทำให้ความกราดเกรี้ยวของ หวังหยาน บรรเทาลงเล็กน้อย
“กลับบ้าน!! เราจะคุยถึงเื่นี้เมื่อกลับไปถึง!!”
หวังหยาน กล่าวพลางสะบัดแขนเสื้อก่อนจะก้าวลงไปตามบันไดด้วยใบหน้าที่มืดหม่น
หวังชง เดินตามหลังบิดาไปโดยไม่ได้กล่าวอะไรออกมา ทั้งสามคนออกมาจากโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลพร้อมกัน
.............
ท้องถนนคลาคล่ำไปด้วยผู้คนจำนวนมาก หลังจากทั้งหมดแล้วโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลก็เป็โรงเตี๊ยมขึ้นชื่อแห่งเมืองหลวง เมื่อเกิดความวุ่นวายขึ้นภายในเช่นนั้นมันจึงดึงดูดความสนใจของผู้คนนับไม่ถ้วนทันที
“อ่า...!! พี่หวัง ท่านมาทำอะไรที่นี่หรือ!?”
ทันทีที่ตระกูล หวัง ทั้งสามคนก้าวออกมาจากโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลนั้น ก็มีคำทักทายตรงมาที่พวกเขาทันที หวังหยาน กวาดตามองไปในกลุ่มฝูงชนทำให้เขามองเห็นบุคคลสองคนที่คุ้นเคยได้อย่างรวดเร็ว
“ท่าน เป้า!! ท่าน หลู!!”
หัวใจของ หวังหยาน สั่นระรัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน เขารีบกล่าวตอบออกไปพร้อมกับก้าวตรงไปยังสองคนนั้นทันที ทั้งสองคนนี้คือ เป้า ซวน และ หลู ถิง พวกเขาทั้งสองต่างก็เป็ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ภายในราชสำนัก
อย่างไรก็ตาม พวกเขาทั้งสองคนยังมีสถานะอื่นเช่นเดียว หวังหยาน นั่นคือคนสนิทของ อ๋องซ่ง
“ทำไมท่านทั้งสองถึงได้มาที่นี่ในวันนี้หรือ!?”
หวังหยาน กล่าวถามขณะที่ก้าวเข้าไปหาพวกเขา
“ฮ่าๆ!! วันนี้พี่ชาย เป้า ละทิ้งงาน และเชิญข้ามายังโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลแห่งนี้ นี่นับว่าเป็โอกาสที่หาได้ยากมาก แล้วเช่นนี้ข้าจะพลาดโอกาสเช่นนี้ได้เยี่ยงไร!? อย่างไรข้าจะต้องมาให้ได้แม้ว่าข้าจะต้องเสียสละบ้างก็ตาม!!”
หลู ถิง กล่าวพลางหัวเราะออกมาด้วยความชอบใจ
หลู ถิง และ เป้า ซวน ต่างก็เป็ที่ปรึกษา และผู้ช่วยของ อ๋องซ่ง อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากเื่งานภายในราชสำนักแล้วนั้น พวกเขาไม่ค่อยได้มีโอกาสพบกันมากนัก นี่เป็ครั้งแรกที่ เป้า ซวน ได้ออกปากเชิญเขามาพบกันที่โรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลแห่งนี้ด้วยตัวเอง
หวังชง ยืนอยู่ด้านหลังของบิดาโดยไม่ได้กล่าวอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว
หวังชง ไม่ได้ประหลาดใจแต่อย่างใดในการปรากฏตัวของ หลู ถิง และ เป้า ซวน ที่นี่ ย้อนกลับไปในชีวิตที่แล้วของเขานั้น ทั้งสองบุคคลนี้ต่างก็มีบทบาทสำคัญในเื่นี้เช่นกัน
ในชีวิตก่อนหน้าทั้งสองได้เป็สักขีพยานในการนัดพบระหว่างบิดาของเขา และ เหยา กวงยี่ ต่ออ๋องซ่ง สองที่ปรึกษาแห่งราชสำนักได้มาดื่มฉลองที่โรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลเท่านั้น แต่กลับพบว่าที่นี่ปิดรับลูกค้าคนอื่นๆ อีกทั้งภายในโรงเตี๊ยมยังเต็มไปด้วยคนของ อ๋องฉี โดยที่คนอื่นๆ ไม่สามารถเข้าไปได้
และที่สำคัญนั้น สถานที่ดังกล่าวเป็สถานที่ที่ หวังหยาน ได้มาพบกับ เหยา กวงยี่ เป็การส่วนตัว
ดังนั้น ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจึงเป็สิ่งที่ อ๋องซ่ง สามารถคาดเดาได้อย่างชัดเจน
เมื่อย้อนกลับไปเกี่ยวกับเื่นี้ มันทำให้เมืองหลวงเกิดความโกลาหลอย่างมาก อย่างไรก็ตาม หวังชง รับรู้เกี่ยวกับความจริงข้อนี้ มันเป็สิ่งที่เขาค้นพบโดยบังเอิญหลังจากหลายปีผ่านไป ดังนั้นข้อเท็จจริงนี้จึงไม่สำคัญอีกต่อไป
มันเป็ความจริงที่ซ่อนอยู่เื้ัโดยไม่มีใครรับรู้
หลู ถิง เป็เพียงเบี้ยที่ถูก เป้า ซวน หลอกใช้เท่านั้น แต่เดิมแล้ว เป้า ซวน จงใจเชิญ หลู ถิง มายังโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลเพื่อเป็สักขีพยานในการนัดพบของ เหยา กวงยี่
คงไม่มีใครคาดเดาได้เลยว่า เขาสวามิภักดิ์ต่อ อ๋องฉี มานานแล้ว
ด้วยความจงใจของ เหยา กวงยี่ นั้น เป้า ซวน ได้เปิดเผยถึงการนัดพบครั้งนี้ให้กับ อ๋องซ่ง ได้รับรู้อยู่ก่อนแล้ว จึงได้เชิญ หลู ถิง มาที่นี่ โดยปกติแล้ว หลู ถิง จะเป็คนที่ตรงไปตรงมาอย่างยิ่ง ดังนั้นจึงเป็ตัวเบี้ยที่สามารถใช้งานได้ง่ายดายมากที่สุด
เป็เพราะคำกล่าวของ หลู ถิง จึงทำให้ อ๋องซ่ง เกิดความแคลงใจในตัวของ หวังหยาน แม้ว่าจะไว้วางใจมาตลอดหลายปีก็ตาม
หวังชง สามารถบอกได้ทันทีว่าสีหน้าของ เป้า ซวน นั้นไม่สู้ดีนักในเวลานี้ แต่เดิมแล้วเขาเชิญ หลู ถิง มาเป็พยานในการนับพบครั้งนี้ แต่ทว่า หวังชง ได้เปลี่ยนให้ หลู ถิง กลายเป็พยานการแตกหักระหว่าง เหยา กวงยี่ และ หวังหยาน ไปโดยไม่ได้ตั้งใจ
“หากว่า เป้า ซวน อยู่ที่นี่แล้ว ไม่นานผู้ตรวจการาุโของ อ๋องซ่ง ก็น่าจะมาถึง......!!”
หวังชง ครุ่นคิด
ทุกอย่างถูกวางแผนเอาไว้อย่างดี เมื่อใดก็ตามที่ เป้า ซวน ปรากฏตัวขึ้นที่นี่ ไม่นานผู้ตรวจการาุโของ อ๋องซ่ง ก็จะต้องปรากฏตัวออกมา
“แม่ทัพ หวัง!!”
ราวกับเป็การตอบสนองต่อความคิดของ หวังชง ในขณะนั้นเสียงอันทรงพลังก็ดังขึ้น พร้อมกับพื้นถนนเริ่มสั่นะเืขึ้นขณะที่รถม้าขนาดใหญ่วิ่งเข้ามา ล้อของรถม้านั้นถูกสลักเอาไว้ด้วยรูปัซึ่งเป็สัญลักษณ์ตราประจำราชวงศ์
ม่านของรถม้าถูกเปิดออกพร้อมกับชายชราผู้หนึ่งยื่นใบหน้าที่ดุดันออกมา แม้ว่าฝ่ามือทั้งสองข้างจะถูกซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อคลุมที่ยาวลงมาก็ตาม แต่กลิ่นอายที่แพร่กระจายออกมาจากร่างกายของเขาก็สามารถบอกได้ถึงความแข็งแกร่ง และความลึกลับเกินจะหยั่งถึงของเขาได้เป็อย่างดี
“ท่านอ๋องซ่ง ้าพบเ้า ตามข้ามา!!”
หลังจากกล่าวจบเขาก็หันหน้าออกไปด้านหน้าของรถม้าราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ทันใดนั้น สภาพแวดล้อมทั้งหมดก็ตกสู่ความเงียบอย่างกะทันหัน
“ท่านผู้ตรวจการาุโ!!”
หัวใจของ หวังหยาน สั่นสะท้านขึ้นมาขณะที่เขาหันกลับไปมองบุตรชายคนที่สาม หวังชง บัดนี้ดวงตาของเขาเผยให้เห็นถึงความตื่นตระหนกอย่างชัดเจน
สิ่งที่ หวังชง กล่าวออกมานั้นเป็ความจริง หลังจากที่ออกมาจากโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาล อ๋องซ่ง จะส่งคนมาตามตัวเขา ยิ่งไปกว่านั้น คนที่ถูกส่งมายังเป็ผู้ตรวจการาุโ ซึ่งเป็คนที่ อ๋องซ่ง ให้ความสำคัญมากที่สุด
ทันใดนั้น คลื่นลูกใหญ่ก็ถาโถมเข้ามาภายในหัวใจของ หวังหยาน ใบหน้าของเขาถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึง
ในฐานะที่เป็ข้ารับใช้ของ อ๋องซ่ง เป็เวลานานหลายปี หวังหยาน ย่อมตระหนักดีว่าผู้ตรวจการาุโนั้นเป็คนที่ อ๋องซ่ง ให้ความไว้วางใจมากที่สุด เพราะอย่างไรแล้วเขาก็เป็ถึงคนที่ดูแลการเติบโตของ อ๋องซ่ง มาั้แ่วัยเยาว์
หากเป็การเรียกพบทั่วๆ ไปแล้วนั้นไม่จำเป็ต้องให้เขาออกมาด้วยตัวเองเช่นนี้
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ หวังหยาน ต้องประหลาดใจมากกว่าก็คือ หวังชง สามารถคาดการณ์เื่ที่จะเกิดขึ้นได้อย่างแม่นยำ
นี่เป็สิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าการที่ อ๋องซ่ง ส่งคนที่เขาไว้วางใจมากที่สุดออกมาเสียอีก
“นี่มันจะเป็เพียงแค่เื่บังเอิญจริงๆ หรือ!?”
หัวใจของ หวังหยาน เต็มไปด้วยความสับสน หวังชง รู้ว่า อ๋องซ่ง จะต้องเรียกพบเขานั้นไม่แปลกเท่าไหร่นัก เพราะอย่างไรแล้วตัวเขาก็เป็ของ อ๋องซ่ง ฉะนั้นการจะพบปะกันอีกคราย่อมไม่แปลกอันใด
ทว่าการที่ หวังชง สามารถคาดการณ์เวลาได้ถูกต้องเช่นนี้ต่างหาก ที่เป็สิ่งที่ไม่น่าเชื่อ
ฉับพลันนั้นความคิดมากมายก็พวยพุ่งขึ้นมาในศีรษะของ หวังหยาน
แต่ไม่ว่าเขาจะครุ่นคิดมากเพียงใด เขาก็ไม่อาจเข้าใจได้ว่าบุตรชายที่ไม่เอาไหนของเขา วันๆ เอาแต่เที่ยวเตร่อยู่กับอันธพาลนั้นรับรู้เื่นี้ได้เช่นไร
“พวกเ้าสองคนรีบกลับบ้านไปซะ!! ข้าจะจัดการเื่ของพวกเ้าทันทีเมื่อกลับไปถึง!!”
หวังหยาน ไม่มีเวลาให้คิดมากนัก เขารีบก้าวขึ้นไปบนรถม้ากับผู้ตรวจการาุโ จากนั้นทั้งเขา และรถม้าก็ได้หายลับไปยังทิศทางที่ตั้งของราชวงศ์ซ่ง
หวังชง มองไปยังทิศทางที่รถม้าเลือนหายไปด้วยใบหน้าที่แขวนไว้ด้วยรอยยิ้ม จากสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกของบิดาเช่นนั้น มันหมายความว่าแผนการทั้งหมดของเขาลุล่วงโดยสมบูรณ์แล้ว
บิดาของเขาเริ่มหวั่นไหว
แต่ หวังชง ก็รู้ดีว่านี่เป็เพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น เมื่อบิดาของเขาได้พบกับ อ๋องซ่ง เขาจะเข้าใจได้ในที่สุด ว่าบุตรชายที่ไม่เอาไหน และ ดีแต่ก่อปัญหาผู้นี้ไม่ได้โกหก
“พี่ชาย!! พวกเราจะทำอย่างไรกันดี!! พวกเราจะต้องถูกลงโทษแน่เมื่อท่านพ่อกลับมา!!”
ทันใดนั้น หวังเสี่ยวเหยา ก็กล่าวออกมาด้วยความกระวนกระวายอย่างมาก ในเวลานี้ใบหน้าของนางดูเหมือนคนที่กำลังเต้นเร่าๆ อยู่บนแผ่นโลหะร้อนก็ว่าได้ คำกล่าวของบิดายังคงดังก้องอยู่ภายในหัวใจของนาง
เมื่อเห็นความกังวลบนใบหน้าของน้องสาวเช่นนี้ หวังชง ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเบาๆ ถึงอย่างไรน้องสาวของเขาก็ยังเป็เพียงเด็กสาวที่น่ารักไร้เดียงสาเท่านั้น
“ไม่ต้องกังวลไป!! ท่านพ่อไม่กลับก็ย่อมไม่โดนลงโทษ!!”
หวังชง กล่าว
“อ๊ะ......!?”
บุตรสาวคนเล็กแห่งตระกูล หวัง เงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจ นางจ้องมองไปที่ใบหน้าของ หวังชง โดยไม่รู้ว่าจะกล่าวอะไรออกมา
“อย่าไปคิดถึงเื่นี้ให้มากความ เพียงแค่เ้าเชื่อพี่ชายผู้นี้ก็พอ!!”
เมื่อเห็นริมฝีปากของน้องสาวอ้ากว้างโดยไม่ได้กล่าวอะไรออกมาเช่นนั้น หวังชง ก็หัวเราะออกมาอีกครั้งพลางหยิกไปที่แก้มของนางเบาๆ
แม้ว่าบิดาของพวกเขาจะกล่าวเอาไว้ว่า จะกลับมาจัดการเื่ของพวกเขาทันทีที่กลับมาจากตำหนักของ อ๋องซ่ง ก็ตาม แต่ หวังชง ก็ตระหนักดีว่าคำสั่งสับเปลี่ยนกำลังพลจะประกาศออกมาอีกไม่นาน
เขามั่นใจในเื่นี้อย่างมาก
หลังจากปรับอารมณ์ของตัวเองแล้วนั้น หวังชง ก็ก้าวตรงไปยัง หลู ถิง และ เป้า ซวน ทันที
...............................