เสียงเหล็กกล้าที่ดังกระทบกันอย่างไม่หยุดหย่อน การต่อสู้ที่ดุเดือนนี้ยังคงดำเนินต่อไป แม้เขาจะล้มลุกคลุกคลานหลายครั้งหลายหน แต่ก็ยังคงลุกขึ้นสู้ใหม่ทุกครั้ง
"ฉันปรบมือให้กับความใจสู้ของแกจริง ๆ แต่มันไม่มีประโยชน์หรอก พวกองครักษ์จะไม่หยุดจนกว่าจะได้รับคำสั่ง" เขายืนดูการต่อสู้ที่ดุเดือนนี้ด้วยยิ้มที่เย้ยหยัน สายตาที่มุ่งมั่นหวังให้ศัตรูที่อยู่ตรงหน้ายอมแพ้
"แฮ่ก แฮ่ก" เขาหายใจถี่รัวอย่างหอบเหนื่อยและเมื่อยล้า เขาเริ่มจะหมดแรงเข้าไปทุกที เข่าทั้งสองข้างทรุดลงอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ มือข้างหนึ่งทิ้งลงข้างตัวราวหมดแรง มืออีกข้างก็จับเหล็กค้ำยันไว้อย่างแ่าเพื่อประคองตัวไม่ให้ล้มลง มือที่บัดนี้มีแต่รอยแผลและเืที่ไหลซิบออกมาเพราะแรงกระแทก เหล่าองครักษ์ไม่รีรอให้เหยื่อได้หยุดพัก ก็กรูกันเข้ามาอย่างรวดเร็ว
บึ้ม!! เปลวเพลิงลูกใหญ่ปะทุขึ้นกลางท้องฟ้า ส่งเสียงดังกึกก้อง ก่อนที่มันจะเคลื่อนย้ายมายังเหล่าองครักษ์ที่ยืนอยู่เบื้องล่าง ทำให้พวกเขากระเด็นกันไปคนละทิศคนละทาง ก่อนที่เ้าของเปลวเพลิงจะลงมาเหยียบบนพื้นถนน
เขาลงมาจากท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว แรงที่มหาศาลของเขาทำให้พื้นถนนสั่นะเื ร่างกายที่สุขุม เยือกเย็น ใบหน้าและสีผิวที่ขาวซีด ั์ตาที่เคยดำสนิท บัดนี้มันได้เปลี่ยนเป็สีของเปลวเพลิง ปีกขนาดใหญ่ที่เคยเป็สีดำก็เปลี่ยนเป็เพลิงไฟแห่งนรกเช่นกัน
วายุผู้ที่ควบคุมเปลวเพลิง ได้ลงมาอยู่ตรงหน้าของเหล่าองครักษ์ ทำให้พวกเขาหวาดกลัวกันอย่างมาก เนื่องจากชื่อเสียงที่เลื่องลือของเขา
"เอายังไงดีครับนายท่าน?" หนึ่งในองครักษ์ถามผู้ออกคำสั่ง
"จัดการพวกมัน!!" เขาไม่อาจหยุดยั้งไฟแค้นที่เขามีอยู่ได้
เมื่อได้รับคำสั่งเหล่าองครักษ์ก็ต้องทำตาม พวกเขาวิ่งเข้าไปหวังปลิดชีพผู้ที่เข้ามาขัดขว้างการต่อสู้เมื่อครู่ แต่ก็ไม่มีใครที่จะสามารถเข้าถึงตัวเขาได้เลย พวกเขาต่างถูกกระแทกจากแรงที่มหาศาลจนกระเด็นแยกกันไป
"วศิน!!" น้ำเสียงที่แข็งกร้าวทำเอาเ้าของชื่อรู้สึกกลัวขึ้นมาจนตัวสั่น ก่อนที่เ้าของเสียงจะบินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเขา มือข้างหนึ่งจับที่ลำคอเล็กและบีบมันแน่นขึ้นเรื่อย ๆ เขายกศัตรูขึ้นจนเท้าลอยเหนือพื้นด้วยมือข้างเดียว
"ขะ..ข้า จะบอ...บอกทุก ค..คน ว่าพวกเ้าจะทำร้าย ขะ..ข้า!" เขาพูดตะกุกตะกัก เพราะถูกบีบคอ จนหายใจไม่ออกหน้าเริ่มแดงกล่ำ ความทระนงในชัยชนะเมื่อครู่ได้มลายหายไป
"หยะ...หยุด ปล่อยเขาไป"
เสียงห้ามปรามดังมาจากคนที่นั่งหมดแรงอยู่ข้างหลัง ทำให้วายุหยุดการกระทำลงทันที ราวกับมีคนมากดปิดสวิตซ์ เพราะเวลาที่เขาใช้พลังเกินขีดจำกัด เขาจะไม่มีสติเช่นกัน สิ่งที่หยุดเขาได้มีเพียงวรุศเท่านั้น เด็กหนุ่มที่มีััเชื่อมโยงกับเขา
วศินหายใจหอบ รีบสูดอากาศเข้าปอดทันทีที่โดนปล่อยทิ้งลงพื้น "มันไม่จบแค่นี้แน่!" เขาพูดเชิงท้าทายก่อนจะสยายปีกแล้วบินหนีไป เหล่าองครักษ์ก็ได้บินตามไปเช่นกัน
วายุยืนนิ่งสติที่เคยเลือนหายเริ่มกลับมา "ไอเด็กแสบ!" เขารีบเข้าไปหาเด็กหนุ่มที่นั่งหมดแรงอยู่ตรงนั้น"บอกแล้วใช่ไหม อย่าให้ตัวเองเกิดอันตราย!"
วรุศยิ้มหวานให้กับเขา และมองด้วยสายตาที่อ่อนโยน มืออีกข้างก็ยกขึ้นมาจับใบหน้านั้นอย่างเบามือ "มาช้าจัง" คำพูดสุดท้ายของเด็กหนุ่มก่อนที่ร่างกายนั้นจะค่อย ๆ ล้มลงไปในอ้อมแขนใหญ่ของวายุ ชายหนุ่มที่เขาคิดถึงตลอดเวลาในขณะที่เขาต่อสู้อยู่ ภาพเลือนรางสุดท้ายที่เขามองเห็นคือ เขากำลังถูกอุ้มด้วยอ้อมแขนใหญ่ ขณะกำลังจะบินขึ้นไปบนท้องฟ้า และภาพก็ได้ดับไป!
เสียงดังโครมครามที่ชั้นล่างของบ้านทำให้วรุศ ต้องลืมตาตื่น ทำไมปวดเนื้อปวดตัวไปหมดเลยว่ะ เขาพยายามใช้มือยันตัวขึ้นจากที่นอน "โอ๊ย ซี๊ดด!!" ความเ็ปที่แทรกซึมผ่านมือของเขาทำให้เขาต้องรีบยกมือขึ้นมาดู "อะไรว่ะแผลก็นิดเดียว ทำไมเจ็บจัง" เขาค่อย ๆ เคลื่อนย้ายร่างกายอย่างทุลักทุเลไปที่ข้างเตียงเพื่อลุกจากที่นอน
อึก! เขารู้สึกปวดร้าวไปทั่วทั้งตัว แต่ก็ยังพยายามที่จะลุกขึ้น
เสียงเปิดประตูห้องดังขึ้น ทำให้เขาต้องหันไปมอง ชายหนุ่มที่มือข้างหนึ่งถือถาดอาหาร มืออีกข้างก็เปิดประตูห้องอย่างทุลักทุเล ในถาดอาหารมีข้าวต้มกุ้งของโปรดของเขา น้ำเปล่าและยาแก้ปวด
"อ้าว รู้สึกตัวแล้วหรอ?" เขาเอาตัวเองดันประตูห้องให้ปิด ปากพูดไปพร้อมกับถาดอาหารที่อยู่ในมือ
เด็กหนุ่มนั่งมองและหัวเราะเบา ๆ ในลำคอด้วยความเอ็นดู
"อือ แต่ปวดตัวมากเลย" พูดไปพลางจับเนื้อจับตัวไป
"รู้ไหม เราหลับไปตั้งหลายวันแน่ะ พี่คิดว่าเราจะไม่ตื่นแล้วซะอีก ฮ่า ฮ่า" วายุพูดเชิงหยอกเย้า ทำให้เด็กหนุ่มเผลอยิ้มออกมา เขาลืมเื่ราวที่เกิดขึ้นเมื่อสองวันก่อนไปชั่วขณะ
"เอ่อ แล้วข้างล่างมีอะไรอ่ะ มีคนมาหรอ เสียงดังขึ้นมาถึงข้างบนเลย " เด็กหนุ่มเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย
"ไม่มีไรหรอก มากินข้าวกินยาก่อนจะได้พักผ่อน"
"หู้ย! ไม่พักแล้ว นอนนานจนจะเป็แผลกดทับอยู่แล้วเนี่ย!" เขาพูดไปหัวเราะไป
วายุขยับยิ้มมุมปากเล็กน้อย แต่มีความกังวลเต็มหัวไปหมด เขาไม่แสดงออกมาให้น้องเห็น เพราะไม่อยากให้น้องเป็กังวลไปด้วย
"อยู่บนห้องไปก่อนนะ อย่าพึ่งลงไป นอนพักผ่อนให้หายดีก่อน เข้าใจไหมไอตัวแสบ!" เขาขยำขยี้หัววรุศจนยุ่งเหยิงจนเ้าตัวต้องโวยวายออกมา
"ทำไมอะ ข้างล่างมีอะไรหรอ แล้วแม่อยู่ไหน?"
เขาขมวดคิ้วถาม
"ไม่ได้มีอะไรหรอก แค่อยากให้พักผ่อนจะได้หายเร็ว ๆ ส่วนคุณป้า เอ่อ... คุณป้าก็สบายดี ทำกับข้าวอยู่" เขาพูดได้ไม่เต็มเสียง ยิ่งทำให้วรุศสงสัย
"อ่อ...อืม " เขาพยักหน้างึก ๆ ได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้
วายุเก็บถาดอาหารที่วรุศกินหมดแล้ว เตรียมเอาลงไปไว้ข้างล่าง เขาเดินยังไม่พ้นประตูห้องดีก็มีคนเข้ามาคุยกับเขา ประตูห้องที่ยังปิดไม่สนิททำให้ได้ยินเสียงบทสนทนาที่อยู่หน้าห้องเล็ดลอดเข้ามา วรุศพยายามเอียงคอตั้งใจฟัง แต่ก็ได้ยินไม่ชัดเท่าที่ควร ก่อนจะสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาจากคนที่พึ่งออกไปเมื่อครู่มองเข้ามา พร้อมกับปิดประตูใหม่ให้สนิทกว่าเดิม
ที่ชั้นล่างของบ้านมีผู้คนมากหน้าหลายตา ล้วนเป็คนที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีอยู่แล้ว ถัดไปไม่ไกลบนเก้าอี้ไม้สัก มีหญิงวัยกลางคนที่ขาเต็มไปด้วยผ้าพันแผล และแขนที่ยังคงใส่เฝือกนั่งอยู่ตรงนั้น หูยังคงฟังบทสนทนาที่เธอไม่ค่อยเข้าใจมากนัก
"พวกเขารู้เื่นี้ได้ยังไง!?" คำพูดที่แข็งกร้าวของหนุ่มใหญ่คนหนึ่งที่ร่วมวงสนทนานี้ด้วย
"เราก็ไม่รู้เช่นกัน เขารู้เื่ได้ยังไงไม่สำคัญเท่า เขากล้าทำแบบนี้กับมนุษย์ได้ยังไง!!" คำพูดที่เกรี้ยวกราดยังคงพูดออกมากันอย่างไม่หยุดหย่อน
"เราจะเอายังไงกันดีค่ะท่านพี่?" เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งที่เดินวกไปวนมาด้วยความตื่นตระหนก
"เราคงต้องจับเขามาเค้นถามหาความจริง"
"ไม่ได้ เราจับเขามาไม่ได้ ไม่งั้นเื่มันจะยิ่งวุ่นวายไปกันใหญ่"
บทสนทนานี้ยังคงดำเนินต่อไปไม่มีท่าทีจะหยุดพัก
"ขอบใจนะตรีเมฆที่กลับมาช่วยภรรยาเราได้ทันเวลา"
"ไม่เป็ไรขอรับองค์าา กระผมเต็มใจ แต่ถ้าคุณวายุไม่เกิดสงสัยขึ้นมา คงได้เกิดเื่ไม่ดีขึ้นแน่ ๆ ผมขอโทษขอรับที่ดูแลคุณวรุศกับนายหญิงไม่ดีพอ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่แ่เบาเพราะรู้สึกผิด
"ไม่ใช่ความผิดของเ้าหรอก เพราะเ้าก็มีหน้าที่ ที่ต้องไปทำ ตามคำสั่งเรานิ" คำพูดปลอบประโลมทำให้คนฟังรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย
ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้าไปหาหญิงวัยกลางคนที่กำลังนั่งพักพิงอยู่บนเก้าอี้ไม้สัก
"เป็ยังไงบ้างครับคุณป้า" เขาถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
"ป้าไม่เป็ไร แล้วตารุศเป็ยังไงบ้าง น้องรู้สึกตัวรึยัง" เธอถามด้วยความเป็ห่วงเป็ใย
"น้องรู้สึกตัวแล้วครับ คุณป้าไม่ต้องเป็ห่วง แต่ผมคงให้น้องลงมาเห็นสภาพของคุณป้าตอนนี้ไม่ได้ ถ้ารุศเห็นคงโกรธเป็ฝืนเป็ไฟแน่ ๆ "
เธอยิ้มร่าให้เขาเชิงบอกเป็นัย ๆ ว่าเห็นด้วยอย่างยิ่ง
หญิงวัยกลางคนเดินออกมาจากห้องครัว ที่เธอพึ่งจะเตรียมอาหารไว้ให้ลูกชายได้ทานเมื่อกลับถึงบ้าน เธอหันมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนัง
"ดึกขนาดนี้แล้วหรอเนี้ย " เธอพูดพลางชะโงกมองประตูรั่วเหล็กหน้าบ้าน "วันนี้คงเลิกดึกอีกแล้วละสิ" พูดจบเธอก็เดินไล่ปิดประตูหน้าต่าง ก่อนที่จะเดินขึ้นบันไดเพื่อไปห้องนอนของเธอ
เธอก้าวเท้าขึ้นบันไดได้เพียงสามขั้น ก็มีเสียงเปิดประตูดังขึ้น เธอหันมองเพราะคิดว่าเป็ลูกชายของเธอ แต่เธอต้องใกลัวเพราะมีชายร่างใหญ่สองสามคนเดินเข้ามาแทน
"พวกคุณเป็ใคร!?" เธอถามเสียงแข็ง
พวกเขาไม่ได้ตอบคำถาม แต่พุ่งตัวเข้ามาจับเธอแทน ก่อนที่จะลงมือทำร้ายร่างบางเล็กของเธอ ชายในชุดเกราะคนหนึ่งจับกระชากผมเธอ ก่อนจะเหวี่ยงตัวเธอกระเด็นชนกับชั้นวางของ ทำให้ของที่วางอยู่บนนั้นหล่นกระจัดกระจายแจกันดอกไม้และกรอบรูปร่วงลงมากระแทกที่ศรีษะของเธอ ทำให้มีเืไหลออกมา
แต่พวกเขายังไม่หยุดเพียงเท่านี้ ร่างสูงกระชากเรียวแขนให้ลุกขึ้น ก่อนจะจับเธอเหวี่ยงชนกำแพงอีกรอบ ร่างบางกุมหน้าท้องของตัวเองพร้อมความจุกที่เธอได้รับ สภาพร่างกายบอบช้ำของเธอในตอนนี้ช่างอ่อนแอยิ่งนัก หยดน้ำตาค่อย ๆ ไหลออกมาเพราะความเ็ป สติอันเลือนรางของเธอค่อย ๆ หายไป ภาพสุดท้ายที่เธอเห็นคือมีแสงสว่างสาดส่องไปมา พร้อมกับชายอีกสามสี่คนที่เข้ามาช่วยเธอไว้ "วายุ ไปดูแลวรุศเดี๋ยวนี้!!" คำพูดสุดท้ายที่เธอได้ยินก่อนที่เธอจะหมดสติไป