“มีข่าวด่วนแจ้งเข้ามาค่ะว่าฝ่ายประชาสัมพันธ์ของซีคอร์ปขอเลื่อนการประชุมแก้ปัญหาข้อพิพาทแรงงานบริษัทโฟร์อัสทราเวลออกไป2 วัน มีรายงานเพิ่มเติมว่าประกาศฉบับนี้ออกมาจากคุณเจนจิราโดยตรง ฝ่ายประชาสัมพันธ์ก็ทราบเรื่องพร้อมพวกเรานะคะยังไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น…แหล่งข่าวระดับสูงแจ้งว่าคุณเจนจิราเรียกประชุมผู้บริหารระดับสูงหลายคนอีกครั้ง หลังจากมีเจ้าหนี้และอดีตพนักงานอีกกลุ่มหนึ่งของโฟร์อัสเข้ายื่นหนังสือเพิ่มเติมนะคะ ถ้ามีความคืบหน้า ดิฉันจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งค่ะ”
เจนกับพลอยยังคงตรวจสอบข้อมูลและเอกสารจำนวนมากในขณะที่ส้มเดินถือเหยือกน้ำส้มปั่นตรงเข้ามา “หนูทำน้ำสั้มปั่นมานะคะพี่”
“เอ่อๆๆวางไว้บนโต๊ะแหละ” พลอยตอบรับ
“พี่เจนคะมีข้อความมาจากป้ามุก...ด่วนด้วยค่ะ” ส้มหันไปเห็นข้อความหนึ่งมีแถบแดงบนจอมอนิเตอร์
“ส้มอ่านให้พี่ฟังได้เลยป้ามุกมีเรื่องอะไรเหรอ?” เจนยังคงง่วนอยู่กับข้อมูลที่หน้าจอของตัวเอง
“ป้ามุกบอกว่าทางบริษัทรถแจ้งมาว่าวันนี้จะนำรถเข้าศูนย์เพื่ออัพเกรดซอฟท์แวร์ระบบรถใช้เวลา 6 ชั่วโมงค่ะ สะดวกไหมคะ?”
“อืมๆๆให้ป้ามุกจัดการไปได้เลย...ไม่เป็นไรๆๆ”
“ค่ะๆๆๆ พี่เจน”
ประกาศฉบับล่าสุดของซีคอร์ปก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นมาในสังคมอีกครั้งหนึ่งจนขึ้นเทรนในแอดมีอีกครั้งมีคำถามเกิดขึ้นมากมายทั้งเห็นด้วยและเห็นต่าง รวมถึงตั้งคำถามและมีข้อสงสัยมากมาย
“แค่ช่วยพนักงานทำไมต้องเรื่องมากขนาดนี้!!!”
“เมื่อก่อนนางเป็นติวเตอร์ไม่ค่อยมีคนสนใจตอนนี้นางทำอะไรก็กลายเป็นระดับโลก เป็นเงินเป็นทองไปหมดแหละ”
“เลื่อนไป2 วัน หวังว่าคุณเจนจะคิดได้บ้าง ก็อยากจะมองนางในแง่ดีมั่งอ่ะ”
“อย่าเพิ่งตัดสินล่วงหน้าสิคุณเจนยังไม่เคยพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้...ให้เวลาคุณเจนหน่อยก็ได้!”
พนักงานจากศูนย์ซ่อมบำรุง2 คนกำลังนั่งคุยอยู่กับป้ามุกและลุงหมูในห้องรับรองแขกด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ทางคุณเจนจิราได้ตอบรับการอัพเกรดครั้งนี้แล้วหลังจากนี้จะเป็นหน้าที่ของพวกผมครับ”
“เอ่อ...ไม่ทราบว่าต้องนำรถไปที่ศูนย์ยังงัยเหรอคะ?”ป้ามุกถามด้วยความสงสัย
“เรื่องนี้ไม่ต้องเป็นห่วงครับคุณเจนจิรากำหนดให้รถคันนี้ขับได้แค่ 4 คนเท่านั้น มีคุณเจน, คุณพลอย,คุณส้มและคุณวินัยครับ...กระบวนการนำรถเข้าศูนย์ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดการทำงานเป็นระบบอัตโนมัติทั้งหมดรถออกจากที่นี่เวลาประมาณบ่ายโมงโดยใช้ระบบขับขี่ด้วยตัวเองโดยอัตโนมัติเข้าไปศูนย์โดยตรงเมื่อการทำงานเสร็จสมบูรณ์แล้วก็จะกลับมาที่นี่โดยที่ไม่มีคนเข้ามาเกี่ยวข้องตลอดการทำงานทั้งหมดคาดว่าใช้เวลาไม่เกิน6 ชั่วโมงครับ”
“ส้มวันนี้มีเรียนไม่ใช่เหรอ?...ไปได้เลยตรงนี้พี่ทำกับพลอยได้ไม่เป็นไร”
“ค่ะพี่เจน...จบคลาสแล้วหนูจะรีบมาทำต่อค่ะ”
“ไอ้พลอย!!...เดี๋ยวประชุมรอบนี้มึงเข้ากับกูยาวๆเลย”
“เอ่อๆๆๆ”
นิดกับหนึ่งยืนคุยอยู่ในร้านขายของแห่งหนึ่งกำลังเลือกดูสินค้าต่างๆ ภายในร้านเพื่อเตรียมตัวขายกับข้าว หนึ่งยืนมองโต๊ะตัวหนึ่งด้วยความสนใจ“เฮีย…โต๊ะ 2ตัวนี้ราคาเท่าไรคะ?”
“โต๊ะตัวหน้า2,350 บาท ส่วนตัวหลัง 5,900 บาท ตัวแรกไม่ค่อยเหมาะกับวางถาดกับข้าวเดี๋ยวฝุ่นปลิวมาโดนกับข้าวหมด ส่วนตัวนี้เหมาะกับเอาถาดกับข้าวมาวางโครงกระจกด้านบนจะช่วยกันฝุ่นด้วย...ถ้าเอาตัวนี้เดี๋ยวลดราคาให้พิเศษเลย 5,000บาท”
“ราคาต่างกันตั้งเยอะไม่ไหวค่ะเฮีย...”
“เอาแบบนี้ไหมลื้อเอาตัวหลังไปขายของก่อน แล้วค่อยมาผ่อนที่หลังก็ได้ ช่วยกันๆ ลื้อเป็นเด็กดีอั๊วอยากช่วยลื้อนะอาหมวย”
คำตอบของเฮียเจ้าของร้านสร้างรอยยิ้มให้นิดกับหนึ่งเป็นอย่างมากหนึ่งได้แต่ยกมือไหว้ตอบรับ “ไม่เป็นไรค่ะเฮียเดี๋ยวหนูซื้อตัวแรกดีกว่า หนูใช้ท่อน้ำพลาสติกมาต่อเป็นที่ครอบแล้วใช้พลาสติกใสๆหนาๆ แทนได้ค่ะ”
“อาหมวยลื้อเป็นคนดีจริงๆ กตัญญูกับแม่แบบนี้ สักวันหนึ่งลื้อจะได้ดี...อาเจนจิราอีก็ทำเกินไปจริงๆอีก็มีเงินเยอะแยะเต็มไปหมด อายุยังน้อยแต่ทำไมใจจืดใจดำขนาดนี้...เอาอย่างงี้เดี๋ยวอั๊วแถมเก้าอี้ให้ 3 ตัว อาหมวยลื้อต้องรับ ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด!!”
หนึ่งยกมือไหว้ขอบคุณเฮียเจ้าของร้านอีกครั้งหนึ่ง“ขอบคุณค่ะเฮีย”
“ค่าโต๊ะเดี๋ยวแม่จ่ายเอง”
“ไม่เป็นไรค่ะแม่...หนูมีเงินเก็บอยู่6 พันกว่าบาท หนูจ่ายได้”
คำตอบของหนึ่งทำให้นิดต้องน้ำตาซึมออกมาอีกครั้งหนึ่ง“ไม่เป็นไรค่ะแม่...เดี๋ยวพอไปขายกับข้าวเราก็ดีขึ้นค่ะ”
นิดไม่ได้พูดอะไรได้แต่ยิ้มด้วยน้ำตาตอบรับ
“หนูคิดว่าต้องซื้อเตาแก๊สกับถังใหม่ด้วยใช้ถังใหญ่หน่อยน่าจะคุ้มกว่า แล้วก็มีผ้ากันเปื้อน ซื้อไว้สัก 4 ตัวก็พอ หนูกับแม่คนละ2 ตัว...หนูคิดคร่าวๆ พวกโต๊ะรวมกับค่าท่อน้ำพลาสติก, เตาแก๊สกับถัง แล้วก็ผ้ากันเปื้อนน่าจะไม่เกิน8 พัน เหลือเงินอยู่ 5 หมื่นกว่าบาทใช้เป็นทุนซื้อของมาทำขาย แล้วก็สำรองไว้ใช้จ่าย6 หมื่น น่าจะอยู่ได้สัก 2-3 เดือน...หนูกะว่าพรุ่งนี้เดี๋ยวหนูจะตื่นแต่เช้าไปซื้อของมาทำขาย”
“แม่รู้จักร้านขายเตาแก๊ส...ถ้างั้นรีบไปตอนนี้”
พนักงานซ่อมบำรุง2 คนกดคำสั่งสั่งการที่โน๊ตบุ้คให้ระบบขับเคลื่อนทำงานเครื่องยนต์ติดขึ้นมาพร้อมกับแสดงหน้าจอให้เข้าสู่โหมดขับขี่อัตโนมัติ “AutoDrive Int256…Starting”
“ป้ามุกครับ...หลังจากที่รถซ่อมเสร็จแล้วตัวรถจะกลับมาจอดที่นี่เอง ไม่ต้องเป็นห่วง ผมกำหนดเส้นทางไว้หมดแล้วครับสัญญาณที่ตัวรถจะส่งตรงไปที่ประตูโรงจอดรถก่อนและจะเข้าจอดโดยอัตโนมัติทั้งหมดครับ”
นิดขับรถใช้เวลาไม่นานนักก็มาถึงร้านขายเตาแก๊สแห่งหนึ่งเธอกับหนึ่งเดินตรงมาทักเจ๊เจ้าของร้านอย่างเป็นกันเอง “สวัสดีค่ะเจ๊”
“สวัสดีๆๆ...เป็นงัยบ้างนิดตอนนี้ดังแล้วนะ ได้ออกทีวีด้วย มีข่าวเต็มแอดมีไปหมด”
“ดังที่ไหนล่ะเจ๊...เหมือนเดิมแหละเจ๊”
“แล้วตกลงว่าหนึ่งต้องลาออกจริงๆเหรอนิด?”
“ก็คงต้องเป็นแบบนั้นค่ะเจ๊...ทำงัยได้ลูกหนูอยากออกมาช่วยขายของก่อน แล้วก็ไม่อยากให้เป็นภาระของใครด้วยดีขึ้นค่อยกลับไปเรียนใหม่ ทุนได้แค่ค่าเรียนแต่สู้ค่าใช้จ่ายไม่ไหว”
“เวรกรรมจริงๆ...คุณเจนก็ทำเกินไปจริงๆช่วยเหลือกันแค่นี้ก็ไม่ได้ ให้เด็กมีอนาคตตัวเองก็รวยมากจนไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไรแล้ว ความจริงคุณเจนช่วยทุกคนได้สบายๆ”
“เจ๊อย่าไปต่อว่าคุณเจนเลยจริงๆ ไม่ใช่ความผิดของคุณเจนหรอก…บริษัทเก่าของหนูมากกว่า”
“ก็ไม่ได้ต่อว่าอะไรหรอกช่วยคนแค่นี้ไม่เห็นต้องคิดอะไรมาก”
“ช่างเขาเถอะเจ๊!...หนูกับลูกตัดสินใจเริ่มต้นชีวิตใหม่แล้ว”
“อืมๆๆ ทำใจแบบนี้ได้ก็ดีแล้วแหละนิดทำงัยได้ล่ะ ก็ต้องดิ้นรนกันเอง...หัวเตาที่เลือกไว้ เดี๋ยวเจ๊ให้เด็กยกขึ้นท้ายรถ”
เจนยังคงนั่งประชุมต่อเนื่องกับผู้บริหารที่เกี่ยวข้องหลายคนข้อมูลต่างๆ ถูกส่งเข้ามาอย่างต่อเนื่องจนได้ข้อสรุปบ้างแล้ว “ขอบคุณมากนะคะที่มาประชุมกับหนูวันนี้”
“แม่!...ตอนนี้เราได้ของครบยัง?”
“ขาดผ้ากันเปื้อน...เดี๋ยวไปซื้อที่ห้างซีสแควร์วันออกทางปากซอยเลี้ยวขวา 5 นาทีก็ถึงแล้ว”
นิดขับรถออกจากร้านขายเตาแก๊สใช้เวลาไม่นานนักขับมาจนถึงปากซอยกำลังเลี้ยวออกถนนใหญ่ ในขณะเดียวกันหนึ่งยื่นมือถือให้แม่ดูโดยไม่ทันระวังไม่ทันสังเกตว่ารถกำลังจะออกจากซอย
“แม่!!!...ร้านนี้มีโปรโมชั่นผ้ากันเปื้อนราคาไม่แพง...ไปร้านนี้ดีกว่า!”
นิดขับรถออกจากซอยในจังหวะเดียวกับที่หันไปมองมือถือเธอไม่ทันมองถนนใหญ่ มีรถทางตรงวิ่งมา 3 คัน ทำให้รถของนิดชนท้ายรถคันหน้าอย่างจังจนรถเสียหลังข้ามเลนขึ้นไปเกยฟุตบาทอีกฝั่งหนึ่งส่วนรถคู่กรณีเสียหลักจอดอยู่ชิดด้านหนึ่งของถนน
อุบัติเหตุเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนทำให้นิดตกใจมากรีบเอี้ยวตัวไปจับหัวไหล่หนึ่งทันที“ลูกๆๆ...หนึ่งเป็นยังงัยบ้าง!!!!เป็นงัยบ้างลูกแม่ๆๆๆๆ”
“ไม่เป็นไรค่ะแม่!!...หนูไม่เป็นไร...แม่เป็นอะไรไหม?”
“แม่ไม่เป็นไรๆๆๆๆ”
สองแม่ลูกมีท่าทีตื่นตระหนกอย่างมากกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นตรงหน้าหลังจากที่นิดพอจะตั้งสติได้บ้าง เธอเปิดประตูฝั่งคนขับไม่ได้ต้องให้หนึ่งเปิดประตูอีกฝั่ง ค่อยๆ ลอดตัวจากโครงสร้างรถที่ยุบตัวเธอพาหนึ่งข้ามถนนเดินตรงมาที่รถคู่กรณีภาพที่เธอเห็นทำให้นิดและหนึ่งหน้าซีดลงทันที
รถคู่กรณีของเธอไม่ใช่รถทั่วไปความหรูหร่าโอ่อ่าของรถทำให้แม่ลูกทรุดตัวลงกอดกันร้องไห้ทันที ไม่มีคำพูดใดๆออกมาแม้แต่น้อยจากสองแม่ลูก ทำได้เพียงร้องไห้เสียใจอย่างหนัก
“ไม่เป็นไรนะคะแม่...ไม่เป็นไรๆๆๆ”หนึ่งหันไปพูดปลอบใจแม่
พนักงานฝ่ายเทคนิคคนหนึ่งกำลังถ่ายรูปและคลิปความเสียหายที่เกิดขึ้นเข้าสู่ระบบส่วนอีกคนหนึ่งเดินตรงเข้ามาพูดคุยกับนิดและหนึ่ง “อ้าว!คุณนิดกับคุณหนึ่งนี่น่า ผมรู้จักคุณทั้ง 2 คนจากข่าว...ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ?”
“ค่ะพี่...หนูกับแม่ไม่เป็นไรค่ะ”
“อืมๆไม่เป็นไรก็ดีแล้ว...”
“รถไม่มีคนขับเหรอคะพี่?...หรือว่าพี่คนขับไปโรงพยาบาลแล้ว”
“รถ 2คันนี้ไม่มีคนขับครับ ใช้ระบบขับอัตโนมัติ”
“พี่คะรถหนูมีประกันแต่...แต่....แต่ว่า...หนู...”
หลังจากที่ตัวแทนจากบริษัทประกันทั้ง2 ฝ่าย รวมถึงพนักงานฝ่ายเทคนิค, นิดและหนึ่งพูดคุยกันนิดยอมรับว่าเธอเป็นฝ่ายผิดที่ไม่ได้ดูรถทางตรง ปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นมาคือ วงเงินประกันรถของเธอไม่เพียงพอต่อค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทำให้นิดและหนึ่งตกอยู่ในภาวะเคร่งเครียดอย่างหนักจนทำให้นิดเป็นลมต้องปฐมพยาบาลอยู่ข้างทาง
“พี่ประกันคะ...ค่าซ่อมรถ57 ล้านบาทเหรอคะ?” หนึ่งหันมาถามกับเจ้าหน้าที่ประกันคนหนึ่งด้วยน้ำเสียงตกใจอย่างยิ่ง“57 ล้านจริงๆ เหรอคะ?”
“ใช่ครับ...พี่ประเมินในขั้นต้นคร่าวๆเดี๋ยวคงต้องรอข้อมูลอย่างละเอียดออกมาก่อนครับ รวมถึงต้องรอให้คุณเจนจิราหรือตัวแทนมาก่อนครับว่าจะดำเนินการอย่างไร ตอนนี้ผมแจ้งไปที่คุณเจนจิราเรียบร้อยแล้วครับ”
“อะไรนะคะ!!!...รถคันนี้เป็นของคุณเจนจิรา...คุณเจนจิราซีคอร์ปเหรอคะ?”หนึ่งต้องถามย้ำอีกรอบ
“ใช่แล้วครับ...รถ2 คันนี้เป็นของคุณเจนจิราครับ”
คำตอบที่นิดกับหนึ่งได้ยินทำให้ต้องหายใจแรงดมยาดมหลายรอบมือไม้สั่นไปหมด ความรู้สึกอัดอั้นจนต้องร้องไห้ปล่อยโฮออกมาอีกครั้ง ในขณะที่หนึ่งสีหน้าวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัดต้องปาดน้ำตาตัวเองเธอพยายามเก็บอารมณ์อย่างถึงที่สุด
“ไม่เป็นไรค่ะแม่...ไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวหนูจะไปหางานทำ หาเงินชดใช้คุณเจนเองค่ะ”หนึ่งพูดได้น้ำเสียงท้อแท้อย่างมาก น้ำตาไหลคลอ “ไม่เป็นไรค่ะแม่...ไม่เป็นไรค่ะหนูจัดการได้ค่ะ”
น้องหนึ่งยังคงนั่งปลอบใจแม่อยู่บนฟุตบาทด้านข้างๆ มีพนักงานเคลมประกัน 3 คนยืนคุยกับตำรวจที่เข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุ 5 นายจนได้ข้อสรุปในขั้นต้นว่าอุบัติเหตุครั้งนี้มีสาเหตุมาจากพี่นิดขับรถโดยประมาทและยอมรับผิดทุกประการ
เจนจิรา,พลอยและส้มยังคงนั่งประชุมกับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งได้รับแจ้งข้อมูลในขั้นต้นเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในห้องประชุม
“เอางัยดีเจน?”พลอยเอ่ยปากถาม
“เอางี้ๆๆพลอยแกไปคุยกับพี่นิดกับน้องหนึ่งก่อน ไม่ต้องเอาเรื่องอะไรทั้งนั้นดูว่าพี่นิดกับน้องหนึ่งได้รับบาดเจ็บอะไรหรือเปล่า? ส่วนเรื่องผิดถูกไม่ซีเรียสเดี๋ยวกูโทรคุยกับบริษัทประกันเอง”
พลอยใช้เวลาเดินทางไม่นานนักมาถึงร้านอาหารแห่งหนึ่งที่อยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุเห็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิค 2คนนั่งคุยอยู่กับเจ้าหน้าที่ประกันทานอาหารอยู่ที่โต๊ะตัวหนึ่ง “สวัสดีครับคุณพลอย”
“สวัสดีค่ะพี่...เจนให้หนูมาดูเรื่องอุบัติเหตุค่ะ”