2.1 รถหรูของคนรวย
“เท่าที่ฉันรู้ คุณลีโมอาศัยอยู่ที่ตึกนั่นคนเดียว” มอลลี่ชี้มือไปยังล็อคที่สามของตึกอาคารพาณิชย์ขนาดสี่ชั้นสี่คูหาที่หน้าบ้านของพวกเขาอาจจอดรถได้สองคัน เธอไม่ค่อยรู้จักคุณลีโมเท่าไหร่ รู้แต่ว่าเขาตามจีบแม่เธอมาได้พักหนึ่งแล้ว
กันสึเกะกระชับชุดเกราะกันะุสีดำ ตัวอักษรย่อ P E สีขาวบนอกข้างซ้ายบ่งบอกว่ามันคือสมบัติของกรมตำรวจอีเทอร์ เสื้อยืดสีขาวและกางเกงเดินป่าสีเขียวทำให้เขาดูเหมือนทหารเวียดนามในยุคาเย็นมากกว่าที่จะเป็ตำรวจ
เขาตรวจดูความเรียบร้อยของแมกกาซีนและปืนพกที่เสียบอยู่ในซองเข็มขัด ไฟฉายและอุปกรณ์ทุกอย่างได้มาจากสถานีตำรวจ ดูเหมือนการติดคุกเมื่อวันก่อนจะให้อะไรมากกว่าที่เขาคิด
“ขอบใจมากมาริ” เขาหันไปยิ้มให้มาริที่ยื่นขวดน้ำมาให้ ก่อนจะสะพายกระเป๋าเป้ทหารเปล่าขึ้นหลัง
แม้มาริอยากจะไปกับกันสึเกะแต่เธอก็คิดว่าถ้าปล่อยให้เขาไปคนเดียว กันสึเกะอาจทำอะไรได้ง่ายกว่า
ประตูม้วนเหล็กถูกยกขึ้นสูงเลยเข่า เสียงโลหะเสียดสีกันดังก้องสะท้อนไปทั่ว และทันทีที่กันสึเกะม้วนตัวออกมา สองสาวก็เลื่อนประตูลงและใส่ห่วงเหล็กไว้เหมือนเดิม
เขาตรงไปยังกลางถนนที่มีแดดจ้าของยามเที่ยงส่องลงมา แม้จะรู้สึกร้อนแต่ก็ดีกว่าเดินในเงาตึกแล้วถูกพวกซอมบี้ลากไปเป็อาหาร
พวกมันซุกอยู่ตามเงามืดของตึกเหมือนปีศาจที่กลัวว่าผิวจะเป็อันตรายเมื่อกระทบกับแสงแดด กันสึเกะยกแขนขึ้นมาบังจมูกจากกลิ่นเหม็นคาวของพวกมันที่ลอยมาปะทะใบหน้า เขากวาดสายตาไปรอบๆ อย่างระมัดระวังเมื่อเห็นว่าไม่มีตัวอะไรวิ่งออกมาจึงเริ่มออกเดิน
เขาหันไปมองรถกระบะสี่ประตูสีขาวที่อยู่ซ้ายมือ มันปีนฟุตบาทขึ้นมาชนเข้ากับหน้าประตูของตึกสี่ชั้นล็อคแรกทะลุเข้าไปในห้องนั่งเล่นของบ้าน ตรงมุมมืดที่อยู่หลังโซฟาขนาดใหญ่มีเงาร่างซอมบี้พ่อแม่และลูกสาวยืนเบียดกันอยู่
“บ้าชิบ..” กันสึเกะรู้สึกหงุดหงิด จะมีอีกซักกี่ครอบครัวที่ต้องเจอชะตากรรมแบบนี้
เขายกมือขึ้นมาตบแขนข้างที่ถือปืนเพื่อให้ตื่นตัวและผ่อนฝีเท้าให้เบาลง ไม่มีอะไรรับประกันว่าพวกมันจะไม่พุ่งออกมางับคอของเขากลางแดด
ไอ้หนุ่มขาเหล็กเล็งปืนไปที่ประตูฝั่งคนขับของรถเก๋งสีดำที่เปิดทิ้งไว้ มีคราบเืลากยาวเป็ทางขึ้นไปถึงเบาะ แลปท็อปสีดำตกอยู่ข้างๆ กับเศษกระดาษเอสี่อีกสองสามแผ่น ถุงลมนิรภัยสีขาวห้อยย้อยหย่อนยานออกมาจากกลางพวงมาลัยเหมือนนมเหี่ยวๆ ของยายแก่ร่างอ้วน แม้จะมีกุญแจรถเสียบคาไว้อยู่แต่สภาพที่พังยับเยินจากการชนต้นไม้ ไม่น่าจะทำให้มันใช้การได้
เขาเบี่ยงปืนเล็งไปที่ต้นไม้ที่อยู่ถัดจากรถ แสงแดดจ้าจากท้องฟ้าสีครามส่องสะท้อนกระจกเรดดอทเปล่งประกายวิบวับ ต้นไม้ขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กราวหกต้นถูกปลูกเรียงแถวยาวไปตามแนวหน้าของตึก ไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้นนอกจากม้านั่งหินอ่อน และดอกไม้หลากสีที่ถูกปลูกในกระถาง และจัดตำแหน่งไว้อย่างสวยงาม
…ตึกโซนนี้น่าจะเป็ที่อยู่ของคนรวย...กันสึเกะคิดขณะจ้องมอง ประตูรั้วบ้านนิรภัยแบบปลดล็อคด้วยรหัส ของช่องตึกล็อคที่สองจากทั้งหมดสี่ล็อค เขาเดินตรงไปยังประตูบ้านของล็อคที่สามซึ่งมีรถแฮมเมอร์สีดำจอดอยู่
สูงขึ้นไปจากพื้นราวสี่เมตรบางอย่างบนผนังตึกทำให้เขาแหงนหน้าขึ้นไปมอง
กันสึเกะขมวดคิ้ว
เ้าลูกบอลกลมๆ สีดำที่มีขายึดเจาะเข้าไปกับผนังตึกอิฐสีแดงเข้มคือกล้องวงจรปิดเกรดทหารแบบมุมกว้างหนึ่งร้อยแปดสิบองศา และเลนส์ที่มีลักษณะคล้ายลูกตาขนาดเท่าลูกเบสบอลกำลังจ้องมองเขาอยู่
..คุณกำลังดูผมอยู่อย่างนั้นเหรอ... กันสึเกะกลืนน้ำลายลงลำคอ เขารู้สึกเหมือนราวกับว่ากำลังจ้องมองสายตาของเ้าของบ้านผ่านเลนส์กล้อง
กันสึเกะก้าวขาขึ้นไปบนทางเดินหน้าประตูรั้วที่มีขั้นบันไดหินอ่อนอยู่ราวห้าขั้น ฝั่งขวาของมันมีจอเล็กๆ และปุ่มตัวเลขโลหะมันวาวเรียงกันเป็สามแถวฝังอยู่ผนังด้านล่าง มีปุ่มสีแดงแถบยาวอยู่เหนือจอ บนนั้นพิมพ์ข้อความสีขาวว่า ..สำหรับผู้มาเยือน กดแล้วพูด...
“สวัสดีครับคุณลีโม” กันสึเกะพูดหลังกดปุ่ม
“นาย้าอะไร” เสียงตอบกลับมาทำให้เขาขนลุก และหัวใจกระตุกวาบ กันสึเกะไม่คิดว่าจะมีคนอยู่ เขาตั้งใจจะมางัดบ้านโดยแท้
“เออ...คือ...พวกเราอยากจะขอยืมรถของคุณนะครับ” กันสึเกะหน้าแดง เขายกมือขึ้นมาเกาหัว ขณะพูด
“ไอ้เด็กบ้านนอก แกคิดเหรอว่าฉันจะไม่รู้ว่าแกคิดอะไรอยู่” เสียงตอบออกมาจากช่องลำโพงทำให้กันสึเกะรู้สึกเหมือนเขากำลังถูกครูจับประจานหน้าห้องข้อหาขโมยยางลบเพื่อน
เขายืนนิ่งเงียบก้มหน้ามองพื้น และไม่สามารถคิดคำพูดอะไรออกได้นอกจาก ขอโทษ และลาก่อน .... แต่ก่อนที่เขาจะอ้าปากพูดอะไร เสียงตอบรับจากลำโพงก็ดังขึ้น
“เข้ามาสิ ตอนที่เดินผ่านสวนอย่าลืมเช็ดเท้าของนายด้วย ฉันไม่ชอบให้พื้นบ้านสกปรก” คำพูดของชายในช่องลำโพงทำให้กันสึเกะรู้สึกประหลาดใจ
เขารู้สึกลังเลเหมือนตอนที่คิดจะกดซื้อบริการหญิงแบบส่งถึงบ้านผ่านอินเตอร์เน็ตเป็ครั้งแรก รูปโปรไฟล์ของพวกเธอดูเย้ายวนและสวยงาม แต่เราต่างรู้ว่าพวกเธอส่วนมากไม่ตรงปก
แม้จะรู้สึกกังวลแต่กันสึเกะก็ตัดสินใจก้าวขาผ่านประตูรั้วเข้าไปในสวนของบ้านเมื่อประตูเลื่อนเปิดออก
..ที่นี่มั่นคงแข็งแรงดี เหมาะจะเป็ที่หลบภัย.. เขาคิดขณะหันกลับไปมองรั้วบ้านที่ก่อมาจากอิฐแดงขนาดใหญ่
ห้องมืดมิดสว่างขึ้นเมื่อประตูแนบสนิทกับรูล็อคส่งเสียงดังแกร๊ก กันสึเกะขยับขาเช็ดเท้ากับพรมที่อยู่หน้าประตู เขาจ้องมองคราบฝุ่นโคลนจากรองเท้าที่หลุดไปติดกับพื้นพรมสีน้ำเงิน พลางคิดในใจว่าชายที่ชื่อลีโมน่าจะเป็คนรักสะอาด
“เห็นตะกร้าตรงซ้ายมือของนายมั้ย” เสียงจากลำโพงทำให้กันสึเกะหันไปทางซ้าย ตรงนั้นมีตะกร้าหวายขนาดใหญ่ใบหนึ่งวางอยู่ ในนั้นมีของเล่นแมวอยู่หลายอัน
“เก็บปืนของนายไว้ตรงนั้น” น้ำเสียงที่ออกมาจากลำโพงฟังดูเฉียบขาด
กันสึเกะถอนหายใจ ทางเลือกของเขามีไม่มากหลังจากก้าวขาผ่านประตูบ้านเข้ามาแล้ว เขาปฏิบัติตามคำสั่งอย่างว่าง่าย ก่อนจะยกมือขึ้นหมุนตัวใส่กล้องวงจรปิดที่อยู่ตรงเพดานทางเดิน
“นายเป็คนฉลาด” เสียงจากลำโพงกล้องวงจรปิดแฝงไว้ด้วยความชื่นชมแกมหัวเราะ
กันสึเกะยิ้มเจื่อนๆ เขาไม่แน่ใจนักว่าการตัดสินใจของตัวเองดูโง่หรือว่าฉลาดกันแน่
“ขึ้นมาหาฉันที่ชั้นสอง บันไดอยู่สุดทางเดิน และอย่าคิดเล่นอะไรตุกติก ฉันดูนายอยู่”
กันสึเกะยักไหล่ก่อนจะเดินไปตามทางเดิน เขาผ่านประตูเลื่อนห้องทางขวาที่เปิดโล่งตรงนั้นมีโซฟาและทีวี ...น่าจะเป็ห้องนั่งเล่น...
ระหว่างทางที่ผนังฝั่งซ้ายมีรูปชายหนวดงามแต่ละ่อายุใส่กรอบกระจกขนาดเท่ากระดาษเอสี่ ในอิริยาบทต่างๆ ห้อยไว้อยู่ มีรูปเด็กน้อยคนหนึ่งโพสท่าถือปืนพกโบราณ ถัดมาเป็รูปเด็กมัธยมถือปืนกลเอ็มหกสิบ และเมื่อดูจากแววตารูปสุดท้ายแล้วซึ่งเป็รูปชายหนวดโค้งอุ้มแมวตัวอ้วนสีหมอก รูปนี้น่าจะเป็รูปที่เ้าของบ้านมีความสุขที่สุด ...นี่คงเป็คุณลีโม เขาเป็พวกทาสแมวของแท้....กันสึเกะคิด ขณะหยุดจ้องมองดูรูปนั้น
“หยุดก่อน” เสียงจากลำโพงที่ติดกับเพดานตรงบันไดชั้นล่างทำให้กันสึเกะสะดุ้ง
…อะไรอีกวะ...เขาขมวดคิ้วมองเลนส์กล้องที่อยู่ตรงเพดานเหนือหัว
“ช่วยหยิบเบียร์มาให้หน่อย มันอยู่ในห้องครัวข้างหลังนาย”
กันสึเกะยักไหล่..เขาเริ่มคิดแล้วว่าเ้าของบ้านหลังนี้เป็ง่อย หรือไม่ก็อาจเป็พวกโรคไขข้อเสื่อมที่ไม่ชอบเดินขึ้นลงบันได
ในครัวมีตู้แช่เครื่องดื่มแบบซุปเปอร์มาร์เก็ตตั้งอยู่ ในนั้นมีเครื่องดื่มมากมายหลากหลายชนิดส่วนมากเป็เบียร์และเหล้า ทุกอย่างล้วนเป็ของดีราคาแพงทั้งนั้น
“บลัทไวท์เซอร์สองกระป๋องสำหรับฉัน ส่วนนายอยากกินอะไรก็เลือกหยิบได้ตามสบาย” เสียงจากลำโพงกล้องวงจรปิดด้านหลังทำให้กันสึเกะสะดุ้ง ..ไอ้เวรนี่ติดกล้องไว้ทั่วบ้านของมันเลยเหรอวะเนี่ย..
เขาเลือกเอากระป๋องเบียร์แบบยาวสีแดงขาวที่มีลายรูปรวงข้าวบาเลย์สีเงินมาสามกระป๋อง บนนั้นมีข้อความจากตัวอักษรสีทองงดงามเขียนว่า บลัทไวท์เซอร์
บันไดชั้นสองนำมาสู่ประตูไม้แบบเลื่อนสีน้ำตาลเข้ม บรรยากาศของมันเหมือนห้องสตูดิโอที่เปิดโล่งกว้าง ในนั้นมีชายหนวดงามในชุดเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีขาวและกางเกงสามส่วนนั่งไขว่ห้างรอเขาอยู่บนโซฟา ปากของเขาคาบซิกก้าไว้แต่ยังไม่จุด
“เข้ามาสิ ฉันคอแห้งจะแย่อยู่แล้ว” ชายคนนั้นกวักมือเรียก ราวกับว่าเขาเองรู้จักกันสึเกะมานานแล้ว
____