ตอนที่หกสิบเจ็ด กองสนับสนุนการรบ
“ข้าอ่านประวัติศาสตร์และคำนวณได้ว่าบางคราสิ่งที่พิชิตกองทัพที่เกรียงไกรได้คือสภาพอากศและฟ้าดินมากกว่าที่จะเป็นแม่ทัพของฝ่ายจรงข้ามหากแม้ฟ้าดินสวรรค์ไม่เข้าข้างแม้แต่แม่ทัพที่เก่งกาจก็ต้องยอมจำนนต่ออานุภาพแห่งฟ้า”
ตั๋งฮวงกล่าวนึกถึงตำนานของต้าฉินเกี่ยวกับฮันนิบาลที่การปีนข้ามเขามาตีต้าฉินทำให้เขาเสียทหารและเครื่องตีมืองไปกว่าครึ่ง
ทำให้ความฝันการพิชิตต้าฉินสลายกลายเป็นอากาศธาตุเพราะทรัพยากรบุคคลและทรัพยากรในด้านเครื่องมือตีเมืองมีไม่เพียงพอ
เรียกว่าแม่ทัพระดับตำนานก้ยังจนใจไม่สามารถเสกสิ่งที่ตนเองไม่มีให้มีขึ้นมาได้
สภาพอากาศทำให้ยอดขุนพลในตำนานยอมจำนนได้
นี่คืออีกสาเหตุที่ตั๋งฮวงจะตามล่าหาตำราควบคุมสภาพอากาศของปรมาจารย์เตียวก๊กแห่งนิกายผ้าเหลือง
หากเราเชื่อตามตำนานที่ว่าไว้แม้แต่ขงเบ้งที่ดูดินฟ้าอากาศได้ก็ยังต้องปล่อยให้สุมาอี้รอดไปเพราะสภาพอากาศฟ้าดินไม่เข้าข้าง
กาเว่ยงเมื่อพิจารณาถึงความลำบากของสภาพอากาศและการรบก็ถอนหายใจผงกศีรษะ
“นายท่านมองการณ์ไกลข้าเห็นด้วยสงครามบางคราตัดสินแพ้ชนะกันที่สภาพอากาศขึ้นอยู่กับว่าฟ้าเข้าข้างผู้ใดสมัยเยาว์วัยข้าเคยเชื่อเรื่องแรงคน ปัญญาคนสามารถฝืนลิขิตฟ้าแต่ยิ่งอายุมากขึ้นยิ่งเชื่อเรื่องชะตาฟ้า เฮ้อ”
ตั๋งฮวงยิ้มแย้มกล่าวว่า
“อย่าได้กล่าวเช่นนั้นเลยท่านยังหนุ่มแน่นอยู่รักษาร่างกายให้แข็งแรงไว้เถอะสงครามคือการวิ่งระยะไกล ไม่ใช่การวิ่งระยะสั้นเห็นผลได้เชื่องช้านัก”
ตั๋งฮวงยื่นแผนการหน่วยสนับสนุนการรบที่ตนเองปรับปรุงให้กับกาเซี่ยง
“ข้ารู้สึกว่าหลายคนไม่ค่อยให้ความสำคัญกับแพทย์อาจจะเพราะคิดว่าเป็นตายแล้วแต่ลิขิตของฟ้า แต่ข้าเชื่อว่าหากฟ้าให้ปัญญาเรามาฟ้าก็คงต้องการให้เราใช้ปัญญาแก้ปัญหาในสักครา”
ตั๋งฮวงชี้ให้ดูแผนการฝึกของตนเอง
“นี่คือแผนการฝึกของข้าหน่วยสนับสนุนการรบนั้นมีความรู้ด้านการรบรู้จักสัญญาณทัพ การรวมพลการเคลื่อนพลตามแบบทหารทั่วไป หากถึงคราจำเป็นสามารถรบแบบทหารประจำการได้แต่เป็นผู้ที่มีทักษะที่เหนือกว่าทหารทั่วไปฝึกอย่างเฉพาะเจาะจงในแนวทางนั้นอย่างทหารช่างหากเจอถนนหนทางอันตรายจะเป็นผู้นำหน้าในการสร้างถนนสร้างสะพานให้กองทหารทั้งหมดข้ามสะพานไปได้อย่างปลอดภัยกองแพทย์ก็เช่นกัน มีหน้าที่ตรวจดูสุขภาพอนามัยของคนในค่าย ว่ามีใครท้องเสียบาดเจ็บ หรือสภาพไม่พร้อมต่อการรบหรือไม่ ทำให้กองทัพมีผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะเจาะจงแม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดีเมื่อข้าไม่เก่งกาจเท่าแม่ทัพที่มีประสบการณ์เก่งกาจ ข้าก็จำเป็นต้องคิดให้มากกว่าพวกแม่ทัพคนอื่นและเอาชนะพวกเขาในเรื่องความเชี่ยวชาญเล็กน้อยนี่คือแผนการของข้า แบ่งแยกหน้าที่การทำงาน division of labor เรียกว่าคือแผนที่ต่อยอดมาจากตำแหน่งแห่งที่ของทางราชำสนักที่แบ่งหน้าที่ขุนนางต่างๆก็ได้ในกองทัพก็ไม่ต่างกับราชสำนักแค่ย่อส่วนลงมาและมีหน้าที่ในเรื่องของการรบ ..”
ตั๋งฮวงหยุดชะงักเมื่อเห็นกาเซี่ยงปากอ้าตาค้าง
“ข้าน้อยขออภัยแค่ประหลาดใจที่นายท่านคิดได้ไกลถึงปานนี้ “
กาเซี่ยงอ่านแผนการของตั๋งฮวงอย่างพิจารณาสักพักแล้วกล่าวว่า
“แผนการของนายท่านทำได้แต่ข้าขอเสนอแนะเพิ่มเติมดังนี้...”
หลังจากนั้นตั๋งฮวงและกาเซี่ยงก็โต้เถียงปรับปรุงแผนการสกัพักจนโมโหทั้งสองฝ่ายและพอใจทั้งสองฝ่ายจึงค่อยๆเริ่มสร้างกองทหารสนับสนุนขึ้นมา