ตอนที่ 9 คนสวนคนใหม่
เมื่อได้ยินเสียงออดรินนรีที่อยู่ในชุดนอนสีขาวบริสุทธิ์บางเบาก็ลุกขึ้นจากเตียง มือบางกระชับเสื้อคลุมเนื้อนุ่มลื่นสบายผิวสีหน้างัวเงียเพราะเพิ่งตื่นแต่ก็ยังดูสวย เดินมาที่หน้าต่างพลางแง้มม่านสีครีมเพื่อดูว่าใครมากดออดแต่เช้า
‘พวกก่อกวนหรือไง มากดออกแต่เช้าแบบนี้’
เมื่อมองลงไปเธอก็เห็นลุงยงค์กำลังคุยอะไรบางอย่างกับชายสองคนที่ยืนอยู่หน้าบ้านนั้นอยู่ ก่อนจะผละเข้ามาในบ้าน ปล่อยให้ชายสองคนนั้นยืนรออยู่หน้าบ้าน
“ใครกันน่ะ”
ทันทีที่ลับร่างของชายชราอาชูก็เอ่ยขึ้นมาเบา ๆ ด้วยสีหน้าหนักใจ
“คุณเรย์นะ คุณเรย์ ทำไมถึงได้คิดอะไรพิเรนทร์ ๆ แบบนี้นี่ถ้าคุณท่านรู้เข้าล่ะก็ เอาผมตายแน่เลยครับเนี่ย”
“อาก็เนียน ๆ กับผมหน่อยเถอะน่า อย่าหลุกหลิกสิเดี๋ยวแผนแตกนะครับ”
“โธ่ คุณเรย์นี่มันไม่เหมือนกับตอนที่ไปเดินตลาดตอนนั้นนะครับ”
“เรามาขนาดนี้แล้ว จะถอยไม่ได้แล้วนะครับ อา”
“ถอยได้ คุณเรย์ เดี๋ยวอาจะบอกเขาให้”
“ไม่ได้”
จนกระทั่งในตอนนั้นเองเขาก็รู้สึกเหมือนถูกจับจ้อง ดวงตาคมหันมองไปรอบ ๆด้วยเกรงว่าจะมีใครแอบมองหรือแอบฟังในสิ่งที่เขาพูดก่อนจะไปเห็นห้องชั้นบนที่มีหน้าต่าง และในนั้นก็มีคน ๆ หนึ่งกำลังมองตรงมาที่พวกเขาอยู่เช่นกัน และทันทีที่ทันทีที่ตาต่อตาประสานหญิงสาวบนนั้นก็รีบคว้าผ้าม่านมาปิด
“ตายล่ะ สภาพแบบนี้ ขออย่าให้เห็นเลยนะ”
ส่วนเรวัตรนั้นรู้ทันทีว่าต้องเป็รินนรีหรือ ‘คุณหนูวิว’ แน่ ๆ จึงลอบยิ้มด้วยความพึงใจอยู่ชั่วครู่
“นะ ๆ คุณเรย์ อาขอเถอะ”
“ผมก็ขอคุณอาเหมือนกันงานนี้งานเดียวและผมจะไม่ร้องขออะไรให้อาลำบากใจอีก เชื่อผมนะครับ”
เมื่อได้ยินแบบนั้น ชายชราก็ได้แต่ถอนหายใจนึกหวั่นใจว่าตนจะทำแผนแตกจากอาการวิตกกังวลนี้เป็กำลัง ส่วนปากก็บ่นพึมพำไม่หยุด
“คุณเรย์นะคุณเรย์ หาเื่ให้คนแก่ปวดกบาลไปอี๊ก”
ขณะเดียวกันในบ้านนั้นรินนรีก็ได้เอ่ยถามพี่เลี้ยงสาวของตนถึงชายแปลกหน้าที่อยู่หน้าบ้าน
“อ๋อ เห็นว่าจะมาขอพบคุณนายน่ะค่ะ”
“เื่อะไร”
“เดี๋ยวต้องถามลุงยงค์น่ะค่ะ”
“พี่ไปถามให้หน่อยสิ” หญิงสาวกระชับเสื้อคลุมห่อตัวแน่นใจลึก ๆ ยังรู้สึกแสยงพวกผู้ชายไม่หาย “ขออย่างเดียว อย่ามาสมัครเป็คนสวนก็พอ”
จนเมื่อชายชราเดินออกมาจากในบ้านเขาก็ได้เชิญให้ชายทั้งสองเข้ามา
“เข้ามานั่งก่อนสิ พอดีคุณนายท่านอยู่ข้างนอกแต่ฉันโทรแจ้งแล้ว ท่านว่าท่านจะกลับมาภายใน 10 นาทีนี้”
ว่าจบลุงยงค์ก็ได้พาทั้งคู่เข้ามานั่งที่ม้านั่งหน้าบ้าน ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านจนเมื่อฤดีที่ยืนรออยู่เห็นเป้าหมายเดินมา เธอจึงเดินปรี่เข้าไปถาม
“นี่ ลุง พวกเขามาทำอะไรกัน”
“เขาจะมาสมัครเป็คนสวน”
“อ๋อ คนสวน ฮะ ว่าไงนะ”
“ก็ใช่น่ะสิ เป็อะไรไป นังฤดี จู่ ๆก็ร้องลั่นบ้าน”
“ลุงเราจะเอาพวกนั้นมาเป็คนสวนบ้านเราไม่ได้นะ”
“ทำไมล่ะเอ็งไม่เห็นรึว่าสวนหลังบ้านนี่หญ้าเริ่มขึ้นรกแล้ว”
“ก็...” แต่ในขณะที่ฤดีกำลังจะพูดต่อนั้นเองเสียงบีบแตรรถก็ดังขึ้นที่หน้าบ้านเสียก่อน “นี่ลุงลืมเื่ที่คุณหนูรินนรีเจอแล้วหรือไง”
“เออว่ะ เออ เอาไงดี เอางี้นะเดี๋ยวทั้งนี้ทั้งนั้น ให้คุณนายเป็คนตัดสินก็แล้วกันน่า” เมื่อนึกขึ้นได้ชายชราก็มีท่าทีร้อนรน “แต่ตอนนี้ลุงขอไปเปิดประตูให้คุณนายก่อนแล้วกัน”
ฤดีรีบเดินขึ้นไปบอกผู้เป็นายสาวและเมื่อได้ยินเช่นนั้น หญิงสาวที่กำลังทาครีมอยู่นั้นก็แทบรีบลุกจากเก้าอี้
“ไม่ได้นะ ฉันไม่ยอมแน่ ๆ เอ๊ะแล้วนี่พี่ไม่ได้เขียนไว้ที่ใบประกาศหรอกหรือว่าไม่รับผู้ชาย”
“เขียนแล้วนะคะ แต่ว่า...”
“แต่ว่าอะไรล่ะ”
“พอดีไอ้ส่วนที่เขียนว่า ‘ไม่รับผู้ชาย’ มันขาดไปพอดีน่ะค่ะ น่าจะขาดเพราะโดนลมพัด”เธอว่าเสียงอ่อยเพราะเห็นก่อนหน้านี้แล้ว แต่ที่ยังไม่เปลี่ยนเพราะคิดว่าคงยังไม่มีใครมาเร็วๆ นี้แน่ ๆ จึงผลัดวันไปเรื่อย ๆ จนมาถึงวันนี้
“พี่ฤดี” ใบหน้าหวานบูดบึ้ง จ้องตาพี่เลี้ยงตนเขม็ง
“ขอโทษค่ะ คุณหนู”
“พี่จะมัวนิ่งอยู่ทำไมคะ รีบไปบอกคุณแม่สิ”
“อ๋อ ค่ะ ๆ พี่จะรีบไปค่ะ คุณหนู”
รินนรีถอนหายใจไล่หลังพี่เลี้ยงสาวดังพรืดก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้สตูตรงโต๊ะเครื่องแป้งอย่างไม่พอใจ
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
“ฝากแม่ด้วยนะคะ ป้าต่าย”
“จ้า”
“ถ้าเงินไม่พอโทรมาหาหนูได้ทุกเมื่อนะคะ”
หลังจากวิดีโอคอลล์ไลน์กับป้าต่ายที่เป็คนจากศูนย์ดูแลผู้ป่วยเสร็จปานรุ้งก็สัญญากับตัวเองว่าจะตั้งใจทำงานเพื่อหาเงินมารักษาแม่ให้หายขาดให้จงได้ โดยหลังจากเก็บมือถือใส่กระเป๋าสะพายเรียบร้อย เธอก็หันไปมองรอบ ๆ โรงแรม พร้อมกับสงสัยว่าเขาหายไปไหนรวมถึงบุคคลที่เธอไม่อยากเจอด้วยซึ่งรายหลังนี้เธอได้ไปสอบถามมาอย่างถ้วนถี่แล้วทั้งในห้องครัวและบริเวณที่จอดรถก็ไม่เจอรถกระบะของไร่ครูสะอาด
‘หวังว่าจะไปแล้วไปลับเลยนะยะ’
จนในที่สุด หญิงสาวก็ตัดสินใจเดินไปถามที่แผนกต้อนรับ
“คุณเรวัตรอยู่ไหมคะ”
“พอดีว่าท่านกลับไปกรุงเทพฯแล้ว ั้แ่เมื่อวานเย็นน่ะค่ะ”พนักงานต้อนรับสาวสวยว่าขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่มอบให้แขกทุกคนที่มาเยือน “มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ”
“อ๋อ เปล่าค่ะ เปล่า ขอบคุณนะคะ”
หญิงสาวเสียใจมากที่ชายหนุ่มหายไปโดยไม่บอกกล่าว จึงได้เดินกลับไปด้วยท่าทางเซื่องซึม แต่ทว่าเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าวเสียงหวานจากพนักงานคนเดิมก็ได้เรียกเธอไว้
“เดี๋ยวค่ะ คุณ”
“คะ”
“คุณชื่อปานรุ้งใช่ไหมคะ”
“ค่ะ ดิฉันชื่อปานรุ้ง”
“คือว่า” พนักงานสาววางมือถือลง ก่อนจะกล่าวอะไรบางอย่างกับเธอ
เท้าน้อย ๆ รุดเดินไปที่ลิฟท์ก่อนจะกดไปที่ชั้น ๆ หนึ่งตามที่พนักงานสาวคนนั้นบอกมา ใบหน้าเปลี่ยนเป็ยิ้มแย้มปนตื่นเต้น โดยทันทีที่ลิฟท์เปิด เธอก็รีบเดินไปยังห้องทำงานของเขา โดยหลังจากตรวจสอบป้ายห้องว่าเป็ชื่อเขาแล้วนั้น ร่างบางก็ยิ้มก่อนจะเปิดประตูเข้าไป เรียกชื่อของเขาเสียงหวาน
“คุณเรย์ขา” เธอกวาดตามองห้องทำงานขนาดกว้างไปโดยรอบเพื่อหาเขา“รุ้งมาหาแล้วค่า คุณอยู่ไหนคะ”
หญิงสาวจึงตัดสินใจเดินไปที่โต๊ะทำงานที่อยู่ข้างใน ที่โต๊ะนั้นนอกจากคอมฯและเครื่องเขียนเล็กๆ น้อย ๆ ก็ไม่มีอะไรแล้ว ส่วนเก้าอี้ทำงานแทนที่จะหันเข้าหาโต๊ะแต่นี่กลับหันหลังให้โต๊ะเสี่ยนี่ และนั่นเองที่เธอรู้สึกได้ว่าเขาจะต้องนั่งหันหลังให้เธออยู่เป็แน่
เพื่ออะไรไม่รู้ แต่นั่นก็ไม่สำคัญหรอก ขอแค่คุณเรวัตรอยู่ตรงนี้กับเธอก็พอเื่นี้เป็อีกเื่ที่เธอจะไม่ยอมตัดใจง่าย ๆ สุภาพบุรุษขนาดนี้หาไม่ได้ง่าย ๆหรอก
“คุณเรย์ รุ้งอยากเจอคุณมากๆ เลยค่ะ รุ้งรู้นะคะว่าคุณอยากทำเซอร์ไพรส์ หันมาหน่อยนะคะ”
“ได้สิครับ”
เมื่อได้ยินเสียงตอบกลับที่แสนคุ้นเคยแบบนั้นริมฝีปากชมพูก็ยิ้มกว้าง ตื่นเต้นไปหมด คราวนี้ล่ะเธอจะได้อยู่กับเขาเพียงสองต่อสองสักที
‘ดีจังเลยเรารอ่เวลาที่จะได้อยู่กับคุณเรย์สองต่อสองแบบนี้มานานแล้ว ในที่สุด...’
ทว่า ในทันทีที่ได้เห็นร่างที่หันมานั้น รอยยิ้มที่ปรากฏอยู่บนใบหน้านวลก็ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็เหยเกเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าไม่ใช่คนที่เธออยากเจอ แต่เป็คนที่เธอไม่อยากเจอที่สุดต่างหาก
“นายกุ๊ย นายมาได้ยังไง”กว่าจะตั้งสติได้ก็ใช้เวลาอยู่พักนึงเลยทีเดียว
ที่บ้านของรินนรี คุณนายสร้อยระย้าจอดรถเทียบกับตัวบ้านเสร็จก็ได้ลงมาจากรถ ส่วนลุงยงค์ก็ได้ไปตามอาชูกับเรวัตรที่รออยู่ที่ม้านั่งหน้าบ้านมา
“ปกติคุณนายสร้อยจะเป็คนสัมภาษณ์คนงานทุกคนเองเลยหรือครับ”ขณะที่กำลังเดินเข้าไปในบ้าน เรวัตรก็ได้ถามขึ้น
“อืม ก็ใช่แหละ”
ท่าทางของชายสูงวัยตรงหน้าดูเลิ่กลั่กแปลก ๆ แต่เขาก็ไม่เก็บมาคิดอะไรเพราะในใจอยากเจอรินนรีเป็กำลัง
ส่วนรินนรีนั้น ผู้เป็แม่ก็ได้กำชับให้อยู่แต่ในห้อง จนเมื่อเดินลงไป น้ายงค์ก็ได้พาชายหนุ่มพร้อมอาชูเข้ามาและเมื่อเข้ามาในบ้าน เขาก็ได้เห็นร่างสมส่วนของคุณนายนั่งบนโซฟาตัวโตในขณะที่น้ายงค์แนะให้พวกเขานั่งที่พื้น
อาชูเริ่มทำตามแผนโดยการกล่าวสวัสดีทักทายเ้านายตามมาด้วยเรวัตรที่ไหว้ตามในขณะที่สร้อยระย้ามองชายทั้งสองโดยเฉพาะเรวัตรอย่างพิจารณาอยู่สักพัก
“เธอจะมาสมัครงานงั้นหรือ”
“ครับ พอดีผมเห็นป้ายรับสมัครคนสวนที่แปะไว้ เลยจะมาสมัครน่ะครับ”
ประมุขหญิงนิ่งไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินแบบนั้น
“เ้าลูกชายผมมันอยากหางานเพิ่มเพื่อช่วยที่บ้านน่ะครับ หวังว่าคุณนายจะเมตตานะครับ”
“เธอเป็คนที่ไหน ที่บ้านทำอะไร”ไม่รู้เขารู้สึกไปเองไหมว่าน้ำเสียงคุณนายดูเ็าขึ้นแปลก ๆ
“คนที่นี่ล่ะครับพอดี่นี้ที่บ้านเก็บเกี่ยวเสร็จแล้ว ก็เลยว่าง เลยจะมาหางานทำน่ะครับ”
“เ้าลูกชายผมมันอยากหางานเพิ่มเพื่อช่วยที่บ้านน่ะครับ หวังว่าคุณนายจะเมตตานะครับ”อาชูที่ต้องสวมรอยเป็พ่อกำมะลอในยามนี้ก็ช่วยเสริมเข้าไปอีก
“ฉันไม่รับ ยงค์ ส่งแขกกลับไป”
ในขณะที่รินนรีก็ได้แอบมองลงมาจากบันได เธอยอบตัวลงมามองด้วยเสียงอันเบา จนในทันทีที่ได้เห็นเธอก็จำได้โดยพลันว่าเขาคนนี้คือชายคนเดียวกันกับที่เธอพบที่ตลาด
และในตอนนั้นเองเรวัตรก็มีสีหน้าใที่หญิงสูงวัยตรงหน้าตอบออกมาแบบนั้น
“ผมอยากได้งานจริง ๆ นะครับ คุณนาย ช่วยคนทุกข์ยากได้บุญมากนะครับ”
“แต่เธอเป็ผู้ชาย ฉันไม่ไว้ใจ”เธอตอบเสียงตวัดกลับมา แต่ใบหน้ากลับเชิดมองไปข้างหน้า
“เห็นป้ายไม่ได้เขียนนี่ครับว่าไม่รับผู้ชาย ผมก็เลยพาลูกชายมาสมัคร”
เมื่อได้ยินแบบนั้นหญิงสาวก็หันไปหาสาวใช้รุ่นเด็กอย่างเจนเป็เชิงตำหนิที่ไม่รอบคอบแบบนี้
“งั้นเดี๋ยวฉันจะให้เด็กไปปริ๊นท์แปะใหม่ว่ารับเฉพาะผู้หญิง”
จนเมื่อทั้งคู่ออกไปแล้วนั้น รินนรีก็ได้เดินลงบันไดมาก่อนจะปรี่ไปหาผู้เป็แม่
“พวกเขามาทำอะไรคะ”
“พวกเขามาสมัครเป็คนสวนน่ะ แต่แม่ไม่เอา เห็นเป็ผู้ชาย แล้วนี่เดี๋ยวจะให้เด็กไปปริ๊นท์ป้ายมาติดใหม่ด้วย”
“ดีเลยค่ะ หนูก็ไม่เอา” รินนรีเองก็พอเข้าใจถึงสาเหตุที่แม่ของเธอไม่รับแต่ลึก ๆ กลับแอบเสียดายแปลก ๆ ที่จะไม่ได้เจอเขา
จนหลังจากแม่ของเธอขับรถออกไปทำงานนั้นเองเรวัตรก็ได้แต่ยืนแอบอยู่บริเวณนั้น โดยอาศัยรถกระบะเก่า ๆ ของอาชูเป็ตัวบัง
“โธ่ คุณเรย์ ถอดใจกับแผนนี้เถอะนะครับ ไปจีบเธอดี ๆ ก็ได้ไม่เห็นต้องทำแบบนี้เลย”
“แต่ผมแค่อยากพิสูจน์นิสัยเธอนี่ครับ อา ว่าจริง ๆแล้วเป็คนยังไง ถ้ารู้ว่าไม่ดี จะได้ถอยออกมา”
เรวัตรยืนนิ่ง ก่อนจะจับที่กระเป๋าเสื้อตรงหน้าอกเบาๆ พลางยืนครุ่นคิดว่าจะทำยังไงต่อ แต่แล้วในตอนนั้นเองเสียงกรีดร้องลั่นก็ดังขึ้นมาจากในบ้านเสียก่อน
“กรี๊ด”
-----------------------------------------------------------------------------------------
ปานรุ้งพยายามขัดขืนเจษฎาจากการจับกุม แต่ก็ทำได้ไม่สะดวกนักเพราะมือหนึ่งถือปิ่นโตอยู่
‘ไหนพนักงานบอกว่าคุณเรย์รออยู่ที่ห้องทำงานไหงกลายเป็ตานี่ไปได้กัน’
“อย่ามาแตะตัวฉันนะ”
เจษฎาในชุดสูทคลุมทับข้างนอก แต่ข้างในเป็ชุดเสื้อยืดเก่า ๆ ยกยิ้มหยัน ต้องขอบใจคุณเรวัตรที่ยกห้องนี้ให้เขาจัดการยัยตัวแสบนี่แลกกับความลับที่เขาปลอมตัวเป็คนสวนที่บ้านของผู้หญิงที่ชื่อรินนรีลูกสาวเ้าของตลาดเจริญทรัพย์
“ว้า หมดโปรโมชันเสียงหวาน ๆ แล้วงั้นหรือ เสียดายจัง” พลันสายตาคมก็หันไปมองปิ่นโตที่เธอถือมา“กำลังหิวพอดีเลย ทำอะไรมากินเนี่ย”
มือของเขาไวพอ ๆ กับปากจนปานรุ้งที่กำลังมัวแต่ระวังตัวต้องพลาดเสียปิ่นโตให้คนตรงหน้าไป
หญิงสาวมองคนที่คว้าปิ่นโตเธอไปหน้าตาเฉยนั้นด้วยแววตาโกรธขึ้งตานี่ นอกจากจะมาทำลายวิมานที่เธอวาดฝันที่จะอยู่กับคุณเรย์สองคนพังทลายลงแล้วนั้นนี่ยังจะมาแย่งกินอาหารที่เธอตั้งใจทำให้ชายหนุ่มในดวงใจเธออีก
“หยุดนะ นั่นของคุณเรย์”
แต่คนตรงหน้ากลับวางปิ่นโตลงบนโต๊ะทำงานของเรวัตรพร้อมกับจ้องตาเธอกลับมาอย่างไม่เกรงกลัว
“เธอคิดว่าคนที่เป็ถึงผู้บริหารโรงแรมเขาจะไม่มีปัญญาซื้อข้าวกินหรือไงถึงได้ทำมาให้กินฟรี ๆ แบบเนี้ย เฮ้อ จะบอกให้เอาบุญนะ เป็ถึงผู้บริหารโรงแรมเขามีตังค์ซื้อข้าวกินเองอยู่แล้ว แต่จน ๆ อย่างฉันนี่สิ ไหน วันนี้ทำอะไรมา”
เมื่อมือหนาเปิดฝาปิ่นโตออกมา จึงเห็นว่าเป็แซนด์วิชม้วนน่ารักกับไข่ม้วนที่ม้วนมาอย่างสวยงาม เมื่อเห็นแบบนั้นเขาจึงคว้าแซนด์วิชมากินอย่างรวดเร็ว
‘อร่อยจัง’
“ไร้มารยาท” อารมณ์ของเธอเริ่มใกล้ถึงขีดสุดเสียงที่เปล่งออกมาจึงแทบเป็เสียงกรี๊ด ก่อนจะเอื้อมคว้าเอาปิ่นโตที่เขากินอยู่มาอย่างไม่ยอม แต่เขารู้ทันเธอเสียก่อน จึงชูตัวปิ่นโตขึ้นจนตัวเล็ก ๆ อย่างเธอเอื้อมไม่ถึง
“เอามานะ นายกุ๊ย ฉันไม่ได้ให้นายกินนะ เอามา”
“เอาน่า ถือว่าทดแทนที่ฉันช่วยเธอเมื่อวันก่อนไง”
“ไอ้เื่นั้นฉันขอบใจนายไปแล้วนี่ นี่มันส่วนของคุณเรย์ เอามานี่ตะกละแล้วไม่ต้องมาทวงบุญคุณ”
เมื่อได้ยินแบบนั้น ร่างสูงใหญ่ก็ชักหมั่นไส้ขึ้นมาหน่อย ๆ กับฝีปากที่จัดจ้านกว่าเมื่อก่อนของคนตรงหน้า
“ปากเก่งแบบนี้ แน่จริงก็เข้ามาหยิบให้ได้สิ”
“เล่นอะไรปัญญาอ่อน เอาคืนมา”
“ฉันปัญญาอ่อนหรือเธอไม่มีปัญญาเอาล่ะ รุ้ง”เสียงทุ้มนั้นยังคงยั่วหญิงสาวตรงหน้าอย่างสนุกสนาน “อีกอย่าง ถึงจะรสชาติงั้น ๆ แต่เป็ของฟรีแบบนี้ใครจะโง่ไม่เอาล่ะ ฮ่า ๆ”
หญิงสาวพยายามทั้งเขย่ง ทั้งะโแต่ก็ไม่สำเร็จ จนเธอโมโหกระทืบเท้า ในขณะที่เขาหัวเราะออกมาเสียงลั่น
“มีน้ำยาแค่นี้ คุณเรย์ของเธอคงอดกินของที่เธอทำมาแน่เลยอ่ะรุ้ง ทำไงดีน้า ทำไงดี”
เมื่อเห็นว่าจะด้วยวิธีใด ๆ เธอก็จนตรอกอยู่ดีหญิงสาวจึงได้แต่กำหมัดแน่น จ้องเขาเขม็ง
“นี่เป็แผนของนายใช่ไหม หลอกฉันแบบนี้คงสนุกมากสินะ”
เจษฎาชะงักจากการกิน ก่อนจะมองเธอนิ่งไป
“อ้าว จู่ ๆ ก็ดึงดราม่า สู้ไม่ได้แล้วล่ะสิ หึ ๆ”
“ไอ้ชั่ว” ว่าจบ มือบางก็รัวกำปั้นทุบใส่คนตรงหน้าไม่ยั้งแต่แรงที่ลงไปกลับไม่สะดุ้งะเืกับคนตัวโตอย่างเขาสักนิด“เอาไปเถอะ ฉันจะคิดซะว่าให้หมามันกินละกัน”
แต่แทนที่จะโกรธที่ถูกเธอด่า เขากลับหัวเราะลั่น และนั่นยิ่งทำให้หญิงสาวโกรธขึ้นไปอีกที่ยั่วโมโหเขาไม่ได้ผล
“ลืมไปแล้วหรือ ไม่ว่าเธอจะยั่วโมโหฉันกี่ครั้งๆ ก็ไม่ได้ผล ฮึ คุณหัวหน้าห้องแปดหลอด”
“ไอ้บ้าเจษ” ปานรุ้งกรี๊ดด้วยความไม่พอใจที่โดนเรียกฉายาที่เธอเกลียดแบบนั้น ก่อนจะกระทืบเท้าเขาอย่างแรงจนต้องสะดุ้ง และในจังหวะที่เผลอไปดูเท้า หญิงสาวจึงฉวยโอกาสดันตัวไปคว้าปิ่นโตของเธอ
“ตัวแสบ”
พลันเจษฎาก็ได้ช้อนร่างปานรุ้งมาอุ้มพาดไหล่เหมือนกับวันนั้นก่อนจะพาเธอเดินออกไป โดยในมือข้างหนึ่งถือปิ่นโต อีกมือหนึ่งอุ้มร่างเล็กของหญิงสาว
“ทำบ้าอะไรของนาย ตาบ้า ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ฉันเดินเองได้”
“ได้สิ แต่ต้องรับปากกับฉันก่อนว่าจะไม่หนีไปไหน”
“แล้วฉันจะหนีนายไปไหนได้” เื่ล่ะ ทันทีที่เธอลงมาเดินได้เธอจะวิ่งหนีไม่คิดชีวิตเชียวล่ะ ตาเบื๊อกเอ้ย หัวมีไว้ผมจริง ๆ
เมื่อเห็นแบบนั้นเขาจึงค่อย ๆ ปล่อยร่างเธอลงและก่อนที่ร่างบางจะได้ขยับอะไร มือหนาของเจษฎาก็ได้เข้ามากุมมือเธอไว้เสียแน่น
“เฮ้ย อะไรของนาย” ปานรุ้งมองมือของตนที่ถูกมือหนาสากใหญ่นั้นกุมไว้อย่างไม่พอใจ
“เธอคิดว่าคนอย่างฉันคงโง่มากสินะ จำไว้ ถ้าเธอหนี ฉันจะทำแบบเดียวกับเมื่อวานตอนอยู่ในสวนโชว์คนทั้งโรงแรมไปเลย”
ทันทีที่พูดจบ ภาพที่เขาจูบเธอในสวนเมื่อวานก็ผุดขึ้นมาอัตโนมัติ ใบหน้านวลผ่าวร้อนขึ้นสีชาดทั้งโกรธทั้งอาย มือบางกำหมัดแน่น
“นายจะละเมิดสิทธิของฉันมากเกินไปแล้วนะ”
“แล้วเธอจะรับปากฉันได้ไหมว่าจะไม่หนี”
“เออ ก็ได้” เมื่อเห็นสายตาคมที่จ้องมาเธอก็รู้ว่าเขาต้องเอาจริงเป็แน่ จึงจำใจต้องตอบรับอย่างไม่เต็มใจในขณะที่ชายหนุ่มแอบยิ้มกริ่มอยู่เงียบ ๆ คนเดียว
----------------------------------------------------------------------------------------------------