บทที่6 การกำเนิดใหม่ของหญ้าเงินคราม
หลินเฟิงยังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้น สายตาจับจ้องผ่านกล้องส่องทางไกลไปยังโลกจำลองที่กำลังหมุนวนด้วยกระแสแห่งวิวัฒนาการ
เบื้องหน้าของเขาคือ “บัวดาราต้องสาป” พืชน้ำเรืองแสงที่ขยายพันธุ์อย่างบ้าคลั่งท่ามกลางความมืดมิด พวกมันเข้ายึดครองพื้นที่จนกลายเป็เ้าแห่งโลกจำลองไปแล้วถึงหนึ่งในเจ็ดส่วน... พื้นที่ที่หลินเฟิงขนานนามให้มันว่า “ทวีปที่หนึ่ง”
เขากวาดกล้องไปยังพิกัดที่ห่างไกลออกไปอีกฟากหนึ่งของโลก ที่นั่นเขาได้พบกับความอัศจรรย์ใหม่
พืชกึ่งสัตว์ที่มีลำตัวใสราวกับแก้วและเรืองแสงสีแดงฉานเหมือนดวงไฟนรก พวกมันเข้าทวีปที่สองและลามไปอีกหลายทวีปอย่างรวดเร็ว ซึ่งถูกจดบันทึกในชื่อ “ บุปผาหยาดโลหิต ”
"บัวดาราที่พยายามผืนน้ำ กับบุปผาโลหิตที่แผดเผาผืนดิน... “
” ระบบ! ช่วยคำนวณทีสิว่า ถ้าสองสายพันธุ์นี้ขยายอาณาเขตมาปะทะกันเมื่อไหร่ ฉันจะได้เห็นดอกไม้ไฟแห่งวิวัฒนาการที่ยิ่งใหญ่ขนาดไหน?"
[ ติ๊ง! คำนวณความน่าจะเป็จากฐานข้อมูล... ]
[ ประมวลผลเสร็จสิ้น คาดการณ์ว่าอาณาเขตของ 'บัวดาราต้องสาป' และ บุปผาหยาดโลหิต จะปะทะกันที่พิกัดเส้นศูนย์สูตรของโลกจำลอง ในอีก 300 ล้านปีวิวัฒนาการ (ประมาณ 3 ชั่วโมงตามเวลาจริง) ]
[ ดอกไม้ไฟ ที่ท่านกล่าวถึง จะมาในรูปแบบของการะเิทางชีวภาพ (Biological Explosion) บัวดาราจะดูดกลืนน้ำจนแห้งเหือด ในขณะที่บุปผาโลหิตจะเปลี่ยนผืนน้ำให้เป็พิษ ]
[ คำเตือน: เมื่อขั้วพลังงานทั้งสองปะทะกัน อัตราการรอดชีวิตของสิ่งมีชีวิตอื่นในรัศมี 1,000 กิโลเมตรเท่ากับ 0%... ตรวจพบความเป็ไปได้ 89% ที่จะเกิด 'การกลายพันธุ์ระดับหายนะ']
[ บทสรุปที่ได้: พวกมันจะทำลายล้างซึ่งกันและกันจนกลายเป็เถ้าถ่าน และบนซากศพของพวกมัน... จะก่อกำเนิด 'สายพันธุ์ที่สาม' ที่อาจดุร้ายจนโฮสต์ในปัจจุบันไม่อาจควบคุมได้... ขอแนะนำให้ท่านหยุดความคิดดอกไม้ไฟของท่านเดี๋ยวนี้ ]
หลินเฟิงชะงักไปครู่นึง ทว่า... สิ่งที่ทำให้หัวใจของพระเ้าฝึกหัดอย่างเขาเต้นรัวที่สุดไม่ใช่แค่พืชพรรณ ประหลาด หรือดอกไม้ไฟเ่าั้ แต่คือการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา!
เดิมทีโลกจำลองของเขามีเพียงผืนน้ำเวิ้งว้างและเกาะเล็กเกาะน้อย แต่ในวินาทีนี้ ระดับน้ำเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด เผยให้เห็นผืนแผ่นดินขนาดมหึมาและคาบสมุทรที่เชื่อมต่อกันจนกลายเป็ทวีปที่สมบูรณ์
“แผ่นดินเริ่มปรากฏแล้วสินะ...” หลินเฟิงพึมพำด้วยความตื่นเต้น
“ในที่สุด... ฉันจะได้เห็น ‘ยุคไดโนเสาร์’ ด้วยตาตัวเองจริงๆ เสียที”
นี่คือความฝันที่นักวิทยาศาสตร์บนโลกมนุษย์ต่างถวิลหา หลายคนพยายามจะชุบชีวิตพวกมันขึ้นมาใหม่จากเศษซาก DNA ที่หลงเหลือ แต่นั่นเป็เพียงความเพ้อฝัน เพราะ DNA ที่ถูกกาลเวลาฝังไว้นับล้านปีนั้นย่อมแตกสลายและขาดหายไป
สำหรับโลกความจริง การขาดหายไปของรหัสพันธุกรรมเพียงส่วนเดียว หมายถึงช่องโหว่นับพันล้านชิ้นที่ไม่สามารถเติมเต็มได้ และสิ่งมีชีวิตที่สร้างขึ้นมาใหม่ก็จะเป็ได้เพียง "ของเลียนแบบ" ที่ผิดเพี้ยน...
“ บางที่เหล่าไดโนเสาร์ของฉันอาจจะไม่เหมือนกับโลกความเป็จริงเลยก็ได้ ”
“ ชักอยากจะรู้แล้วสิ…..ว่าโลกของฉันในอนาคตจะเป็ยังใง ”
นี่ก็ดึกมากแล้ว...” หลินเฟิงพึมพำกับความมืดภายในห้อง เขาเก็บกล้องส่องทางไกลด้วยความอ่อนล้าและเข้าสู่นิทราไปพร้อมกับภาพความฝันถึงทวีปที่รุ่งเรือง
ทว่า... เมื่อแสงอรุณของวันใหม่มาถึง ความหวังที่เคยเบ่งบานกลับถูกทำลายลงอย่างย่อยยับ หลินเฟิงจ้องมองภาพในโลกจำลองด้วยความรู้สึกเ็ปที่บาดลึกในใจ เมื่อพบว่าพืชพรรณที่เขาเฝ้าฟูมฟักมานับหมื่นปี กำลังเผชิญกับการ "สูญพันธุ์ครั้งใหญ่" อีกครั้ง
ภาพมหาสมุทรและผืนดินที่เคยสวยงามถูกกลบหายไปภายใต้ชั้นควันดำหนาทึบที่ปกคลุมท้องฟ้าจนมืดมิด ก๊าซพิษอย่างซัลเฟอร์และมีเทนพุ่งพล่านออกมาจากูเาไฟที่ปะทุขึ้นทั่วทุกหัวระแหง
หายนะครั้งนี้รุนแรงเกินกว่าที่หัวใจพระเ้าฝึกหัดจะรับไหว
ม่านพิษบดบังแสง ก๊าซพิษทำให้แสงแดดส่องลงมาไม่ถึงพื้นโลก เป็พิษร้ายที่สังหารเซลล์พืชอย่างช้าๆ จนล้มตายเป็วงกว้าง
ฝนกรดปลิดชีพ ฝุ่นควันและแร่ธาตุที่เปลี่ยนแปลงทำให้น้ำในโลกจำลองกลายเป็กรดสูงเกินกว่าที่สิ่งมีชีวิตบอบบางจะรับได้
ยุคน้ำแข็งที่มาเยือน ก๊าซบางชนิดส่งผลให้เกิดการระบายความร้อนจนอุณหภูมิดิ่งลงเหว เปลี่ยนโลกที่เคยอบอุ่นให้กลายเป็ทุ่งน้ำแข็งที่ไร้ชีวิต ยาวนานกว่าหลายหมื่นปี กว่าความหนาวเย็นจะสิ้นสุด
หลินเฟิงรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบมืดแปดด้าน ความฝันที่จะเห็นยุคไดโนเสาร์พังทลายลงตรงหน้า แต่ในเสี้ยววินาทีแห่งความสิ้นหวัง เขากลับนึกถึงบางสิ่งขึ้นมาได้...
เหล่าสัตว์เซลเดียวที่คล้ายกับกุ้งตัวใสในมหาสมุทร สิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วที่ดูเหมือนไร้ค่า แต่มันคือสุดยอดแห่งการปรับตัว! พวกมันที่วิวัฒนาการมาจากสัตว์เซลล์เดียว มีความทนทานต่ออุณหภูมิที่โหดร้ายและสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยพิษได้ดีเยี่ยม
ต่อมามันถูกเรียกในชื่อ กุ้งแก้วปฐมกาล พวกมันมักจะรวมกลุ่มกัน มองด้วยตาเปล่าเหมือนพรายน้ำเป็เงาดำใต้น้ำขนาดใหญ่ที่ขู่ให้ศัตรูกลัว
“ยัง... ยังไม่จบ” หลินเฟิงกำหมัดแน่น แววตากลับมามีประกายแห่งความหวังอีกครั้ง ในเมื่อพืชพรรณที่อ่อนแอต้องตายจากไป เขาก็จะใช้เศษซากแห่งหายนะนี้เป็บันไดให้พวกสายพันธุ์แกร่งก้าวขึ้นมาครองโลกแทน!
” ตราบใดที่ยังมีความหวังอยู่ ฉันเชื่อว่าพวกมันจะต้องรอดต่อไปได้ “
"ระบบ!" เสียงของเขาหนักแน่นและแฝงไปด้วยความตื่นเต้นที่ปิดไม่มิด "ข้ามผ่านยุคสมัยแห่งความสงบสุขไปซะ... เร่งเวลาจำลองระดับสูงสุด! ไปดูหน้าตาของาาองค์ใหม่แห่งยุคปฐมกาลกันเถอะ!"