ตอนที่ 12 องค์ชายเขาดันไม่เล่นตามบท (29)
แม้เขายังไม่รู้แน่ชัดว่าฝ่ายตรงข้ามคือใคร แต่มั่นใจว่าต้องเป็นผู้ที่มีตำแหน่งและอำนาจในเมืองหลวงแน่ มิเช่นนั้นท่านชายอันหนิงไม่มีทางติดอยู่ที่เมืองหลวงออกไปไหนไม่ได้
เหอหรงเก็บพวกอาวุธ ยา เงินทอง และเสื้อผ้าอย่างง่ายๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นชุดที่ไม่สะดุดตาชุดหนึ่ง ลอบขี่ม้าเร็วมุ่งไปทางเจียงโจว
อี้เหยียนเจ๋อ เจ้าต้องรอข้านะ! เหอหรงในใจร้อนรน ไม่เพียงแค่ภารกิจ อี้เหยียนเจ๋อยังเป็นเพื่อนคนเดียวของเขาในโลกนี้ ต่อหน้าเขา เขาไม่ใช่จี้อู๋โยว แต่เป็นเหอหรง แม้ว่าอีกฝ่ายจะยังไม่รู้ชื่อจริงของเขาก็ตาม
เหอหรงไม่ได้หยุดแวะพักตลอดทาง เหนื่อยก็ให้ม้าช้าลงหน่อย งีบสักเล็กน้อย หิวแล้วก็กัดอาหารแห้ง เมื่อมาถึงศาลาพักม้าก็เปลี่ยนม้าออกเดินทางต่อ ใช้เวลาเพียงสองวันก็ถึงแม่น้ำหวั่นเจียง
อี้เหยียนเจ๋อลอยอยู่ในน้ำสามวันจึงถูกพัดขึ้นมาบนฝั่ง แผ่นหลังเขาถูกศรดอกหนึ่งปักทะลุด้วยความลึก ยามนี้ปากแผลแช่น้ำจนเปื่อยเละแล้ว
อี้เหยียนเจ๋อสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา รู้สึกว่าทั้งร่างไม่มีที่ใดไม่เจ็บ เขาหนาวจนทนไม่ไหว ทว่ากลับไร้เรี่ยวแรงจะขยับกาย
อี้เหยียนเจ๋อรู้ว่าเขากำลังมีไข้ ไม่มีหยูกยา ไม่มีอาหาร ไม่มีสถานที่อบอุ่น อยากมีชีวิตรอดนั้นยากยิ่ง
เขานอนเกยตื้นอยู่ริมฝั่ง เสียงลมพัดวัชพืชริมฝั่งเกิดเสียงหวีดหวิว อี้เหยียนเจ๋อมองวัชพืชแล้วอ้าปากงับคำหนึ่ง รสชาติขมเฝื่อนบาดปาก แต่ทำให้เขาอดทนได้อีกพักหนึ่ง
เขารับปากคุณชายของเขาแล้วว่าจะกลับไปฉลองข้ามปีกับเขา
ฝืนกลืนวัชพืชรองท้องไปหลายคำ อี้เหยียนเจ๋อพยายามคลานไปบริเวณใต้ลมด้านข้างพลางหอบหายใจ เบื้องหน้าดำมืดเป็นระยะๆ
ความรู้สึกเลอะเลือนลงเรื่อยๆ ฉับพลันนั้นเขานึกถึงคุณชายน้อยของเขา ในยามที่เขาหิวที่สุด อยู่ในที่มืดมิดที่สุด คุณชายลากเขาออกมาจากความมืด มอบอาหาร มอบความห่วงใย มอบสถานะและมอบสิทธิ์ในการมีชีวิตอยู่ให้แก่เขา
เขานึกถึงร่างที่บังอยู่ข้างหน้าเขาตอนงานเทศกาลโคมไฟ มุมปากค่อยๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม น่าเสียดายที่เขาไม่อาจทำสัญญาจากใจที่ให้อีกฝ่ายเป็นจริงได้ งานมงคลนั้นสุดท้ายแล้วก็เกิดขึ้นเพียงในใจเขาไม่ได้จัดขึ้นจริง
ทันใดนั้นเอง เขาคล้ายได้ยินเสียงทั้งใสกังวานทั้งร้อนรนของคนผู้นั้น “อี้เหยียนเจ๋อ!”
ความเสียดายหนึ่งเดียวอาจจะเป็นการไม่ได้เจอหน้าเขาอีกกระมัง
“อี้เหยียนเจ๋อ...”
ตอนที่เหอหรงมาถึง อี้เหยียนเจ๋อนอนหมดสติอยู่ในช่องระหว่างโขดหินสองก้อน ตลอดทั้งศีรษะถึงเท้าล้วนเต็มไปด้วยโคลนทรายและเศษหญ้า เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ยังมีคราบสีน้ำตาลจากเลือดที่แห้งกรัง
กล่าวตามความจริง หากไม่ใช่ 2333 ระบุตำแหน่งยืนยันว่าเป็นเขา เขาคงดูไม่ออกจริงๆ ว่าเจ้าก้อนนี้คืออี้เหยียนเจ๋อ
ท้องฟ้ามืดครึ้ม อีกไม่นานพายุฝนจะมาเยือน
จะให้เขาอยู่กลางป่าต่อไปไม่ได้แล้ว เหอหรงป้อนยาลูกกลอนที่ว่ากันว่าสามารถรักษาชีวิตได้ซึ่งท่านชายอันหนิงมอบมาให้กับอี้เหยียนเจ๋อ จากนั้นจึงพยุงเขา ทว่าอีกฝ่ายไม่ขยับเลยสักนิด สุดท้ายจึงแบกอี้เหยียนเจ๋อขึ้นหลังอย่างทุลักทุเล
ลมหายใจร้อนผ่าวจากการมีไข้สูงของอี้เหยียนเจ๋อรดลงบนคอเหอหรง ทว่ากลับบางเบาไร้เรี่ยวแรง
เหอหรงกัดริมฝีปาก “อี้เหยียนเจ๋อเจ้าห้ามตายนะ เจ้าตายแล้วข้าจะทำอย่างไร”
เช่นนั้นภารกิจของเขาก็หมดหวังแล้ว อี้อวิ๋นเฟยเป็นคนต่ำช้าพึ่งพาไม่ได้