
ตอนที่140 ประตูบานที่เจ็ด
กริชเพชรดูดซับพลังสีชมพูในห้องฟื้นฟูร่างกายตัวเองจนอยู่ในขั้นปกติดีทุกอย่าง เขาลืมตาตื่นขึ้นแต่เช้าตรู่
"นายท่านจะไปแล้วเหรอเจ้าคะ.."
หญิงสาวค่อยๆ เคลื่อนกายที่เปลือยเปล่าของนางออดอ้อนออเซาะชายหนุ่มขณะที่เขากำลังจะลุกขึ้นออกจากห้องสีชมพู
"ใช่ข้าต้องออกไปข้างนอก นี่ก็คงจะเช้าแล้ว อีกอย่างเราอาจจะเข้าสู่เขตแดนอสูรวารีหิมะแล้วละ เจ้าจงเรียนรู้ค่ายกลที่ข้าจะบันทึกในบอลดวงจิตแก่นแท้ของเจ้า แล้วคอยควบคุมค่ายกลมหาเทพแปดทิศของภูตสัญญาให้กับข้า..."
กริชเพชรพูดกับนางก่อนที่จะออกจากห้องสีชมพู หญิงสาวพยักหน้ารับ ยกยิ้มสูงให้เขาอย่างหยาดเยิ้ม
"ได้เจ้าค่ะนายท่าน...นายท่านสั่งอะไร? รัตติกาลยินดีทำตามทุกอย่างเจ้าค่ะ..."
นางพูดพร้อมกระพริบตาถี่ๆ เหมือนนางแมวยั่วสวาทค่อยๆ เคลื่อนกายเข้ามากอดคอหอมแก้มชายหนุ่มอีกครั้ง
กริชเพชรส่งพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ นำเวทย์คัมภีร์ค่ายกลมหาเทพแปดทิศฝังลงไปบนบอลดวงจิตแก่นแท้ของหญิงสาว คัมภีร์ค่ายกลก็เข้าไปอยู่ในบอลดวงจิตแก่นแท้ของนางภูตปีศาจรัตติกาลเรียบร้อยอย่างรวดเร็ว
"องค์ชายสิบสี่น้องท่านเป็นยังไงบ้างเงียบหายอยู่ในห้องสีชมพูนานจังเลย อาการบาดเจ็บของเจ้ามากอย่างนั้นรึ.."
เสียงขององค์หญิงใหญ่กล่าวด้วยความเป็นห่วง
"ไม่เป็นไรหรอกท่านพี่ ข้าสบายดีท่านออกจากห้องมานานแล้วหรอ.."
กริชเพชรยกมือคาราวะองค์ฮองเฮาฝ่ายซ้าย แล้วหันไปถามองค์หญิงลีหมิง
"พี่หญิงออกมาตั้งนานแล้ว ตอนนี้เราคงจะเข้าสู่เขตแดนอสูรวารีหิมะแล้วล่ะ.."
หญิงสาวยื่นป้ายประจำตำแหน่งขององค์จอมกษัตริย์ให้กริชเพชร
"ข้าคงจะต้องนำป้ายนี้ผ่านการตรวจสอบที่ด่านประตูทางเข้าของม่านบาเรียที่ปกป้องอาณาจักรอสูรวารีหิมะ ถ้าเป็นไปได้ข้าไม่อยากจากนครอสูรวารีน้ำจืดของพวกเรามาเลย.."
หญิงสาวพูดอย่างเศร้าสร้อย ก้มหน้าน้ำตาซึม
"ไม่เป็นไรหรอกพี่หญิงวันหน้าข้าจะมาเยี่ยมท่านเรื่อยๆ ข้ารู้จากที่นี่แล้วเปิดม่านมิติมาแป๊บเดียวก็ถึง.."
ชายหนุ่มปลอบโยนหญิงสาว
"เจ้าสัญญากับข้าแล้วนะว่าเจ้าจะมาหาข้าห้ามผิดสัญญาเด็ดขาด ข้าจะรอเจ้าทุกวันเวลา.."
เสียงขององค์หญิงเจ้าลีหมิงแจ่มใสขึ้นเล็กน้อย แต่ดวงตาของนางกลับแดงก่ำเมื่อนึกถึงว่าจะต้องจากชายคนรักอย่างแน่นอน
"จริงสิ..ข้าก็ต้องมาเยี่ยมเยียนท่าน ถ้ามีของดี ข้าจะเอามาเปย์ท่าน..."
กริชเพชรพูดยิ้มๆ หญิงสาวขมวดคิ้วในศัพท์ที่เขากล่าว
"มันคืออะไร? เหรอเปย์..."
องค์หญิงลีหมิงกล่าวถามด้วยความสงสัย
"ไม่มีอะไรหรอก ก็คือมีของดีอะไรก็มาแบ่งปันกัน ท่านอย่าลืมฝึกวิชาที่ข้าให้ไว้ในกล่องสมบัตินะ ท่านพี่ต้องยกระดับพลังการรบให้สูงขึ้น เมื่อเกิดสงครามอีกสิบ ปีข้างหน้าพวกเราจะได้มีชีวิตรอดอยู่ด้วยกันท่านว่าดีหรือไม่.."
สิ้นคำพูดกริชเพชร หญิงสาวก็โผเข้ากอดชายหนุ่มซบหน้าบนอกของเขา
"องค์ชายสิบสี่เจ้าอย่าลืมผู้หญิงคนนี้นะ ข้ารักและคิดถึงเจ้า..."
นางพูดจบก็อ้าปากกัดต้นแขนของชายหนุ่มอย่างหมั่นเขี้ยว
งับ!!
เฮือบ!
"โอ๊ยยยย! .องค์หญิงท่านเล่นอะไรแบบนี้ข้าเจ็บเหมือนกันนะ..."
กริชเพชรสะดุ้งเฮือกรู้สึกปวดหนึ๊บๆ ที่ต้นแขน หญิงสาวรีบถอดฟันออกจากไหล่ชายหนุ่มยกยิ้มอย่างยินดี
"แหม..แค่นี้ก็ทำเป็นร้องเจ็บนิดเดียวเอง เวลาข้าเห็นเจ้าเจ็บแล้ว ข้ามีความสุขวันหน้าเจ้าต้องกลับมาให้ข้ากัดเจ้าอีกนะ.."
ฟอด!
หญิงสาวโดดกอดคอหอมแก้ม ชายหนุ่มต้องเกร็งกำลังขึ้นกลัวนางแอบกัดอีก ก่อนที่เขาจะตบก้นเด้งดึ๋งของสาวมาโซคิสดังเพี้ย
เฟี๊ยยย!!
"ท่านเหมือนเด็กจริงๆ เลยนะพี่หญิงใหญ่เล่นอะไรไม่รู้ ชอบทำข้าเจ็บเรื่อย..."
กริชเพชรพูดแบบเหนื่อยๆ หน่อยแต่ก็มีความสุข นางเป็นสาวชอบความรุนแรงดังนั้นเขาจึงทำกับนางเจ็บๆ มันยิ่งทำให้เธอยิ้มแก้มแทบฉีก ส่งสายตาหวานเยิ้ม
"องค์ชายสิบสี่ ข้ารักท่านยิ่งนัก อย่าลืมมาเยี่ยมข้าอีกนะ..."
หญิงสาวพูดออดอ้อนละล่ำละลัก กริชเพชรเหลือบหันไปมององค์ฮองเฮาฝ่ายซ้าย ที่ยืนแอบมองพวกเขาทั้งสอง พระนางยกยิ้มน้อยๆ เข้าใจ ถึงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งของคนทั้งคู่
เรือเหาะหนึ่งลำพุ่ง ตรงมายังที่เขาทั้งสามอยู่ มีธงของจอมกษัตริย์อสูรวรีหิมะปักที่หัวเรือ ผู้ที่ปรากฏตัวเป็นองค์ชายเจ้าโป๊เชียง บุตรชายขององค์จอมกษัตริย์อสูรวารีหิมะออกมาต้อนรับชู้รัก องค์ชายนครวารีหิมะกระโดดพรวดเดียวก็ขึ้นมาอยู่บนเรือเหาะของกริชเพชร
"ท่านพี่เป็นยังไงบ้างอาการบาดเจ็บของท่านดีแล้วหรือไม่.."
เสียงขององค์ฮองเฮาฝ่ายซ้ายกล่าวขึ้นอย่างยินดี โผเข้าอ้อมอกขององค์ชายเจ้าโป๊เชียงแห่งดินแดนอสูรวารีหิมะ
"คารวะองค์ราชินี..."
เขาก้มศีรษะลงยกมือคารวะองค์หญิงเจ้าลีหมิง
"ท่านพี่อย่าทำอย่างนี้เลย นางก็เป็นบุตรของท่าน ลูกลีหมิงไม่ได้เจ้ายศเจ้าอย่างขนาดนั้นหรอก..ลีหมิงคาราวะเสด็จพ่อของเจ้าสิ.."
เสียงของพระนางฮองเฮาฝ่ายซ้ายกล่าวกับบุตรสาว
"ข้าลีหมิงคาราวะเสด็จพ่อ.."
นางก้มศีรษะลงยกมือคาราวะพูดอย่างอึกๆ อักๆ ด้วยความกระดากปากไม่เคยชิน
"องค์รัชทายาทแห่งดินแดนอสูรวารีน้ำจืด ขอเชิญท่านเข้าสู่ในนครก่อนเถิด..."
องค์ชายเจ้าโป๊เชียงกล่าวอย่างเป็นทางการให้เกียรติ กริชเพชรอย่างสูงสุด เพราะเขารู้ดีว่าพลังการรบของชายหนุ่มมีมากแค่ไหนและพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ของเขาก็สูงส่ง ดังนั้นทางที่ดีจึงพยายามทำตัวสนิทสนมกับกริชเพชร
"ข้าต้องขออภัยองค์ชาย ข้าคงจะไม่เข้าไปในเมืองด้วยหรอก ข้าขอส่งองค์ราชินีดินแดนอสูรวารีหิมะและองค์ฮองเฮา เพียงแค่นี้.."
กริชเพชรพูดพร้อมหันไปยิ้มให้กับองค์หญิงเจ้าลีหมิง
"เจ้าจะกลับแล้วเหรอ รักษาตัวด้วยนะ..."
นางกล่าวด้วยเสียงละห้อย
"องค์ราชินีก็รักษาตัวด้วย ถ้ามีเวลาข้าจะมาเยี่ยมเยียนท่าน..ข้าขอลาพวกท่านตรงนี้ก็แล้วกัน เมื่อเสด็จพ่อของท่านมารับแล้ว ข้าก็หมดภารกิจที่รับปากกับท่านองค์จอมจักรพรรดิอสูรวารี
กริชเพชรกล่าวจบก็ยกมือคาราวะทุกคนองค์ชายแห่งอสูรวารีหิมะ ลอยตัวพาฮองเฮาฝ่ายซ้ายและองค์หญิงเจ้าลีหมิงที่ตอนนี้เป็นถึงองค์ราชินี ที่ได้รับการแต่งตั้งจากจอมจักรพรรดิอสูรวารีโดยตรง
จึงไม่มีใครกล้าขัดขืนในเวลาอันสั้น และนางยังเป็นบุตรขององค์รัชทายาท นครอสูรวารีหิมะ ที่ต้องโทษกักบริเวณไปอยู่แดนรกร้างกันดาร หลังจากการสถาปนาองค์หญิงเจ้าลีหมิงอย่างเป็นทางการแล้วเสร็จ
องค์จอมกษัตริย์อสูรวารีหิมะและบุตรชายนำพาองค์ฮองเฮาฝ่ายซ้าย เข้าสู่ดินแดนรกร้างรับการกักบริเวณตามคำสั่งขององค์จักรพรรดิอสูรวารี ปล่อยให้องค์หญิงเจ้าลีหมิงขึ้นเป็นองค์ราชินีปกครองนครอสูรวารีหิมะต่อไป
เมื่อกริชเพชรเสร็จสิ้นภารกิจในการส่ง องค์หญิงเจ้าลีหมิงสู่นครอสูรวารีแล้ว เขาก็เดินทางกลับมาในเขตแดนอสูรวารีน้ำจืด เมื่อเห็นเทือกเขา จึงเก็บเรือเหาะทะยานลงบนยอดเขายืนอยู่บนคบไม้ ก่อนที่จะมองไป ทิศทางที่อยู่ของนครอสูรวารีน้ำจืด
เหมือนกำลังรำลึก ถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อเขาเกิดออกจากไข่ มีเรื่องราวมากมายเกือบเสียชีวิตหลายครั้ง หลายหนแต่ก็รอดมาได้ เพราะโชคช่วย
'เจ้าโชคเอ๋ย..อย่าหลีกหนีข้าไปไหนจงอยู่กับข้า จนผ่านพ้นสงครามและมีชีวิตอยู่อย่างสงบสุขในโลกอสูรแห่งนี้ข้าจะพยายามให้ถึงที่สุด ในการดำรงชีวิตอยู่ในโลกอันโหดร้าย แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน
และข้าจะเปลี่ยนแปลงโลกนี้ ให้เป็นโลกที่อยู่อย่างสงบสุขเสรี ปราศจากการแก่งแย่งชิงดีกัน เพื่อเสริมสร้างกายอสูรของตยให้สูงส่ง แล้วกลับมารบราฆ่าฟันกันอย่างบ้าอำนาจ
ข้าอยากให้โลกนี้มีประชาธิปไตยเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน ทำไร่ทำนาเลี้ยงสัตว์อยู่อย่างปราศจาก การหวาดระแวงเรื่องสงคราม ทุกฝ่ายอยู่ในที่ทางของตนดำรงชีวิตอย่างผาสุก..'
ถ้าเป็นอย่างนั้นได้เขาคงจะมีความสุขมากๆ ชายหนุ่มก็ไม่บังอาจ คิดว่าตัวเองจะเปลี่ยนแปลงโลกนี้ด้วยลำพังตัวคนเดียว มันต้องมีผู้ยิ่งใหญ่สักคน ที่ยอมเห็นด้วยกับความคิดของเขา เรื่องนี้นำความผาสุกกลับคืนสู่โลกอสูรและโลกปีศาจ หลังจากที่ชายหนุ่มทอดถอนใจแล้วก็ตบถุงมิติ
"องค์หญิงเจ้าเฟิงเจ้ารอข้าแป๊บ ข้าต้องไปตามหาต้นไม้ธิดาสรวงสวรรค์นั้นมาให้ได้...กริชเพชรพูดพร้อมกับหายวับเข้าไปในห้องสีชมพูทันที
เขาเดินข้ามห้องแปดเหลี่ยมไปหยุดยืนอยู่ประตูบานที่เจ็ด เร่งเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้และพลังจิตอสูรส่งประกายเขาสัมผัสกับประตูบานที่เจ็ด มันก็เปิดม่านบาเรียออก
วาบบบบ! วูบๆ ๆ! ควับ!
ชายหนุ่มเดินทะลุผ่านออกไปกลางดงไม้แห่งหนึ่ง มันเหมือนกับว่าเขายืนอยู่บนยอดเขาที่ปกคลุมด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่อันอุดมสมบูรณ์
เป็นสถานที่อันแปลกใหม่กว่าประตูบานที่แปด ที่เขาหลุดไปยังมีภูเขาที่เป็นก้อนหินหน้าผามากมาย แต่ที่นี่กลับเป็นภูเขาที่มีต้นไม้สุดลูกหูลูกตา มันคงจะเป็นดินแดนอสูรพฤกษา ที่เป็นส่วนหนึ่งของทวีปที่เจ็ด กริชเพชรพลิกข้อมือขึ้นปรากฏมุกแก้วกรูเกิลออกมา
'เราจำเป็นต้องถามทิศทางจากมัน...'
กริชเพชรใช้พลังจิตดึงเอาแผนที่มาไว้บนมือ
"เจ้ามุกแก้วกรูเกิลลองดูสิว่า..แผนที่นี้..มันไปทิศไหน.."
มุกแก้วกรูเกิลส่องประกายวาบแล้วก็กระพริบถี่ๆ
วาบๆ ๆ ๆ!!
'นายท่านวันเวลาในการใช้ข้าได้หมดลงไปแล้วขอท่านจงโปรดเติมเหรียญดอร์ด้วย..'
ชายหนุ่มทำหน้าไม่ถูก
"โอ้โนว..เน็ตหมดแล้วเนี่ยยุ่งยากจริงไอ้มุกกรูเกิลนี้เติมเยอะๆ ไม่ได้มันอมเหรียญดอร์สุดๆ ไม่ได้ใช้ก็หมดเวลาต้องเติมเป็นวันดีกว่า.."
กริชเพชรพลิกเหรียญดอร์ขึ้นบนมือเหมือนเดิมเขาให้มันฉายวาบเข้าไปในมุกแก้วกรูเกิล
'ขอบคุณที่ใช้บริการเจ้านายสามารถถามทุกอย่างที่ข้ารู้ได้ เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงถามมาเลย..'
กริชเพชรยกยิ้มรู้ทันไอ้มุกตะกะนี้แล้ว เขาจะใช้มันก็เติมเหรียญดอร์ หยุดใช้ก็ปล่อยให้มันอด จะคำนวณเวลาการถามเอา..'
"ข้าอยากรู้ว่าทิศทางของที่อยู่ในแผนที่นี้..สุสานนางฟ้ามันอยู่ตรงไหน .."
เขาถามเจ้ามุกแก้วกรูเกิล มันฉายแสงวาบๆ ปรากฏตัวหนังสือขึ้น คราวนี้มันให้ออฟชั่น พิเศษ เกิดเป็นภาพเหมือนแผนที่ดาวเทียมค่อยๆ ซูมมาจากบนอากาศ ละแวกนั้นปรากฎ มีภูเขาสามลูกจุดมาร์คของสุสาน อยู่บนภูเขาลูกหนึ่งที่เด่นชัดกว่าทุกที่
คือมันเป็นภูเขาหิมะขนาดเล็กแต่รอบๆ ด้านกลับเป็นภูเขา ที่เขียวชอุ่มไปด้วยต้นไม้ใหญ่อยู่ทางทิศเหนือ จากที่ชายหนุ่มยืนอยู่
กริชเพชรกลายร่างเป็นหนอนชิเมโจได๋และกลายร่างอีกครั้งเป็นผีเสื้อระดับสาม มีร่างที่โปร่งใสบินไปในทิศทางนั้น ลัดเลาะภูเขาคาดว่าอีกไม่เกินครึ่งวันก็คงจะถึง
ชายหนุ่มไม่อยากใช้เรือเหาะ เพราะมันเป็นที่จับสังเกต ทำให้รู้ถึงตำแหน่งและสถานะของคนอยู่บนเรือ กริชเพชรจึงหลีกเลี่ยงที่จะใช้มัน
โครม! โครม!
เปรี้ยง! เปรี้ยง!
ตูม.! ตูม.!
"อ๊ากกกกกกกก!! .."
กริชเพชรขมวดคิ้วสงสัย หลังต้นไม้ใหญ่เป็นทุ่งกว้างเกิดเสียงสนั่นหวั่นไหวของการต่อสู้กันเขาทะยานพุ่งลงด้านล่าง หลบหลังต้นไม้เรียก เกราะเกล็ดอาวุธอสูรเทพมังกรโลกันตร์บรรพกาล ขึ้นมาสวมใส่อย่างระแวดระวัง
..............................................................................................................................................................................................