สายฝนยามค่ำคืนสาดซัดกระทบหน้าต่างกระจกของหอพักส่งเสียงเปาะแปะไม่ขาดสาย มินตรากลับถึงห้องพักขนาดกะทัดรัดด้วยร่างกายที่แทบไร้ความรู้สึก หญิงสาวปิดบานประตูห้องลงกลอนล็อกอย่างแ่า ก่อนจะทรุดตัวลงพิงประตูแล้วปล่อยให้หยาดน้ำตาที่กลั้นมาตลอดทางไหลอาบแก้มใสอย่างสุดจะกลั้น สองมือกำกระเป๋าสะพายแน่น ร่างกายบอบบางสั่นเทิ้มโยนตามแรงสะอื้นท่ามกลางความเงียบงันและเหน็บหนาว
ภาพสร้อยคอทองคำขาวจี้เพชรรูปเชอร์รี่หรูหราใบนั้นยังคงกรีดแทงใจ ของขวัญราคาแพงที่ปกป้องยัดเยียดให้หลังจากทำร้ายความรู้สึกไม่ได้ช่วยให้เธอดีขึ้น มันกลับตอกย้ำสถานะคนในความลับที่ต้องคอยหลบซ่อนในมุมมืด เป็เพียงที่ระบายความเครียดที่เขารอใช้ของมีค่าปลอบประโลมเพื่อลดความผิดบาปในใจตน ศักดิ์ศรีที่เธอเพียรรักษาไว้บัดนี้แหลกสลาย ยิ่งคิดถึงจูบอันรุนแรงป่าเถื่อนเพื่อปราบพยศเธอในห้องทำงาน หัวใจดวงน้อยยิ่งบีบแน่นจนอึดอัด
มินตราเดินอย่างเชื่องช้าไปที่เตียงนอนเดี่ยวริมหน้าต่าง หญิงสาวดึงเข่าขึ้นมากอดแนบอก ซุกใบหน้าเปียกชื้นลงกับเข่า เสียงสายฝนเคาะกระจกคลอเคลียเสียงสะอื้นแ่เบา เธอเฝ้าถามตัวเองซ้ำ ๆ ว่าทำไมความรักที่เริ่มจากความชื่นชมและเสน่หาจึงกลายเป็เครื่องทรมานจิตใจเช่นนี้ หรือนี่คือบทลงโทษที่เธอสมยอมก้าวข้ามเส้นศีลธรรมไปรักผู้ชายที่มีครอบครัวแล้ว
ในขณะที่มินตรากำลังจมดิ่งกับความเศร้า เสียงเคาะประตูห้องพักก็ดังขึ้นแ่เบาแทรกสายฝนเข้ามา มินตราสะดุ้งตัวโยนในความสลัว หญิงสาวปาดน้ำตาออกจากแก้มช้า ๆ พยายามกลั้นลมหายใจและนั่งนิ่งสนิท หวังให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าไม่มีคนอยู่และกลับไปเอง ทว่าเสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกสามครั้งสม่ำเสมอ ตามด้วยเสียงทุ้มคุ้นเคยที่เอ่ยเรียกสั่นเครือลอดผ่านช่องประตูเข้ามา
“มินต์ครับ... พี่เองนะ เปิดประตูให้พี่หน่อยได้ไหมครับเด็กดี”
น้ำเสียงของปกป้องแหบพร่าและแ่เบา ปราศจากความแข็งกร้าวเหมือน่เย็นสิ้นเชิง มินตราใจเต้นรัวระคนหวาดระแวง หญิงสาวเดินตรงไปที่ประตูช้า ๆ ทว่าไม่ยอมปลดล็อก เธอช้อนสายตามองผ่านช่องตาแมว เห็นร่างสูงใหญ่ของปกป้องยืนก้มหน้านิ่งพิงผนังทางเดินสีเทา สภาพของผู้บริหารหนุ่มใหญ่ผู้เนี้ยบกริบแปรเปลี่ยนไป เสื้อเชิ้ตสีเข้มหลุดลุ่ย กระดุมคอคลายออก และผมเผ้าตกลงมาปรกหน้าผากยุ่งเหยิง
“กลับไปเถอะค่ะพี่ป้อง... มินต์ไม่มีอะไรจะคุยกับพี่แล้วค่ะ และมินต์ก็เหนื่อยเกินกว่าจะรองรับอารมณ์ของพี่แล้ว” มินตราตอบผ่านประตู น้ำเสียงสั่นเครือควบคุมให้ราบเรียบ
“พี่ขอโทษ... พี่ขอโทษจริง ๆ ครับมินต์” ปกป้องแนบหน้าผากลงกับบานประตูไม้ เสียงสั่นเครือชัดเจน “พี่อยู่ไม่ได้จริง ๆ พอกลับถึงรถพี่ก็คิดถึงแต่น้ำตาของมินต์ คิดถึงคำพูดที่มินต์ตัดพ้อ พี่รู้ตัวแล้วว่าเลวแค่ไหนที่ใช้อารมณ์หึงหวงรังแกมินต์ พี่นอนไม่หลับ หัวใจบีบรัดจนเจ็บไปหมด... ให้พี่เข้าไปหาเถอะนะ ให้พี่ได้พูดคำขอโทษกับมินต์ตรง ๆ เถอะนะครับ”
ความเว้าวอนอย่างยอมลดตัวลดเกียรติของผู้ใหญ่ที่มีวัยห่างกันถึงสิบแปดปี ทำลายเกราะป้องกันสุดท้ายในใจของมินตราจนพังทลาย หญิงสาวหลับตาร้องไห้อีกระลอก ก่อนจะยื่นมืออันสั่นเทาไปไขลูกบิดเปิดประตูช้า ๆ
ทันทีที่ประตูเปิด ปกป้องก็ก้าวเข้ามา ชายหนุ่มปิดประตูลงกลอนล็อกสลักรวดเร็ว ทว่าแทนที่จะโผเข้ามากอดรัดบีบเค้นร่างเล็กเหมือนทุกครั้ง ปกป้องกลับทรุดกายคุกเข่าลงต่อหน้ามินตราทันทีบนพื้นห้องพัก
มินตราใอย่างที่สุด สองมือยกปิดปากพลางก้าวถอยหลัง “พี่ป้อง... ทำอะไรคะ! ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้ค่ะ!”
ปกป้องไม่ยอมลุก ชายหนุ่มโอบแขนแกร่งรอบสะโพกกลมกลึงของมินตราไว้ ซบใบหน้าคมคายลงบนหน้าท้องของเด็กสาวอย่างจำนน ยอมละทิ้งศักดิ์ศรีและทิฐิของผู้ใหญ่ลงราบคาบเพื่อวอนขอการให้อภัย ไหล่หนาของเขาสั่นไหวเบา ๆ บ่งบอกถึงความรู้สึกผิดที่อัดแน่นในใจ
“พี่ขอโทษนะมินต์... พี่คิดแค่ว่าการให้ของแพง ๆ จะช่วยชดเชยเวลาที่พี่ไม่มีให้มินต์ โดยไม่รู้เลยว่ามันลดทอนความรู้สึกของมินต์ให้เจ็บช้ำ พี่โง่เองที่ใช้อารมณ์หึงหวงไปทำร้ายมินต์ พี่แค่อยากดูแลมินต์ อยากรักมินต์ พี่ไม่ได้ตั้งใจฟาดหัวมินต์ด้วยของมีค่าพวกนั้นเลยจริง ๆ ยกโทษให้พี่เถอะนะเด็กดี”
หยาดน้ำตาอุ่นร้อนของปกป้องที่ซึมผ่านเนื้อผ้าเชิ้ตตรงหน้าท้องทำเอาความขุ่นเคืองในใจมินตราละลายหายไป เด็กสาวก้มมองชายคนรัก ความรักและสงสารทำให้มินตราทรุดกายลงคุกเข่าตามเขา หญิงสาวโผกอดรอบคอของปกป้องไว้แแ่ ซบหน้ากับลาดไหล่กว้างแล้วปล่อยโฮออกมาสะอื้นจนตัวสั่น
“พี่ป้อง... มินต์ไม่ได้อยากได้ของหรูหรา มินต์ไม่ได้คบกับพี่เพราะหวังเงินทอง... มินต์แค่อยากรักพี่โดยไม่ต้องรู้สึกผิดต่อครอบครัวพี่ อยากกอดพี่ได้โดยไม่ต้องหลบซ่อน... มินต์เจ็บเหลือเกินค่ะ” มินตราพรั่งพรูความอัดอั้น
ปกป้องกระชับอ้อมกอดก่ายร่างเล็กไว้แน่น ลูบหลังบางปลอบใจกระซิบคำหวานไม่ขาดสาย “พี่รู้แล้วครับพี่เข้าใจมินต์แล้ว... พี่จะระวังความคิดและความรู้สึกของมินต์ให้มากกว่านี้ จะไม่ใช้อารมณ์บังคับมินต์อีกแล้ว อย่าร้องไห้เลยนะเด็กดีของพี่ พี่รักมินต์นะ...” ชายหนุ่มจูบซับน้ำตาที่ไหลนองทั่วใบหน้าหวานอย่างอ่อนโยน
สายตาประสานสายตาท่ามกลางแสงสลัวของดวงไฟสีนวลที่ทอดผ่านหน้าต่าง ั์ตากลมโตของมินตราสั่นไหวสะท้อนเสน่หาและการยินยอมพร้อมใจ ขณะที่ั์ตาคมกริบของปกป้องเริ่มแปรเปลี่ยนเป็เปลวไฟปรารถนาคุกรุ่นด้วยความโหยหาทางกายภาพเพื่อหลอมรวมและเยียวยาจิตใจของกันและกัน
ปกป้องประคองดวงหน้าหวานขึ้น ปลายนิ้วเกลี่ยริมฝีปากอิ่มแ่เบา ก่อนจะโน้มใบหน้าลงประทับจูบอ่อนหวานละมุนละไม จูบครั้งนี้ไม่มีความรุนแรงเอาแต่ใจ มีเพียงความนุ่มนวลที่คอยปลอบโยน มินตราเผยริมฝีปากออกรับปลายลิ้นร้อนอย่างเผลอไผล ปล่อยให้ลิ้นอุ่นแทรกผ่านชิมรสหวานล้ำ รสจูบหวานสลับรสเค็มของน้ำตาเร่งเร้าให้แรงปรารถนาลุกโชนเต้นระรัวในอก
“พี่รักมินต์นะครับ... ขอพี่รักมินต์เถอะนะ” ปกป้องกระซิบเสียงพร่าต่ำชิดริมฝีปากบาง
สองมือแกร่งเริ่มปลดเปลื้องเครื่องแต่งกายของตนเองและเด็กสาวช้า ๆ ตามจังหวะอารมณ์ที่ทวีความเร่าร้อน อาภรณ์ที่หลุดลอยเผยเรือนร่างเปลือยเปล่าขาวนวลสะท้อนแสงไฟสลัว ปกป้องช้อนร่างบางอุ้มไปที่เตียงนอนเดี่ยว ฟูกนอนและผืนผ้าห่มโอบล้อมร่างของคนทั้งสองไว้ ร่างสูงใหญ่โถมกายทาบทับ กลิ่นแป้งเด็กผสมพีชหวานของมินตราปนกลิ่นน้ำหอมไม้ของปกป้องกระตุ้นสัญชาตญาณรักลึกซึ้ง
ฝ่ามือแกร่งเริ่มบีบเฟ้นเค้นคลึงไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งบอบบางอย่างแ่เบา ััอุ่นร้อนบดขยี้ผ่านยอดอกอวบอิ่มชูชันจนมินตราสะท้านหลุดครางแ่ เรียวขานวลกางกว้างยอมรับการ ปกป้องช้อนสะโพกกลมกลึงชูขึ้นรับจังหวะ ั์ตาคมเข้มจ้องมองใบหน้าหวานที่ฉ่ำปรือด้วยความหลงใหล
“มินต์... ช้อนสะโพกขึ้นอีกนิดนะครับเด็กดี” ปกป้องสั่งเสียงพร่าต่ำแฝงความควบคุม มินตราทำตามอย่างว่าง่าย ร่างกายสั่นระริกตอบรับความร้อนระอุที่แทรกเข้ามา
ปกป้องกดแทรกแกนกายร้อนระอุที่ขยายตัวเต็มที่เข้าสู่ใจกลางความอ่อนนุ่มที่ฉ่ำเยิ้มอย่างเชื่องช้าหนักแน่น ความอุ่นซ่านที่สอดประสานทำให้มินตราเบิกตากว้าง สองมือน้อยจิกบ่าหนาชื้นเหงื่อแน่น หลุดเสียงครางสะท้านระบายความเสียวในช่องท้อง “อ๊ะ... พี่ป้อง... มันแน่น... เสียวเหลือเกินค่ะ”
“ชู่ว... คนดี ขยับเบา ๆ พร้อมพี่นะ พี่จะถนอมมินต์เองครับ” ปกป้องกระซิบคำหวานขยับสะโพกแกร่งเน้นย้ำตามท่วงทำนองวาบหวาม จากจังหวะเนิบช้าพัฒนาเป็ความดุดันกระชั้นถี่รัวขึ้นตามเพลิงเสน่หาที่โหมกระหน่ำจนสติของทั้งคู่เตลิดเปิดเปิง
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังประสานเสียงเตียงไม้สั่นไหวและลมหายใจหอบกระชากดังก้องห้องสลัว มินตราแอ่นอกอิ่มขึ้นรับน้ำหนัก ยอมให้ตัวตนของชายคนรักเสียดสีตอกย้ำตรงจุดกระสันส่วนลึกซ้ำ ๆ สมองของเด็กสาวขาวโพลนลอยเคลิ้ม มีเพียงความเสียวซ่านและััอุ่นชื้นที่เชื่อมร่างทั้งสองไว้เป็หนึ่งเดียว
“บอกพี่ซิครับมินต์... ตอนนี้มินต์เป็ของใคร หืม? บอกพี่ชื่นใจหน่อยคนสวย” ปกป้องกระซิบถามพลางโหมสะโพกกระแทกกระทั้นรวดเร็วหนักแน่นเข้าใส่กายสาวอย่างอัดอั้น
“มินต์... มินต์เป็ของพี่ป้อง... อ๊ะ... เป็ของพี่ป้องคนเดียวค่ะ อื้อ!” มินตราตอบเสียงกระเส่า หลับตาโยกคลอนตามแรงกระแทกที่ถาโถม คำตอบยิ่งจุดไฟราคะในตัวปกป้องให้ปะทุเดือด ชายหนุ่มจับเรียวขาคู่สวยกางออกกว้างตอกย้ำแกนกายร้อนระอุฝังลึกสุดตัวตนรุนแรงแสดงความเป็เ้าของเด็ดขาด
“เด็กดีของพี่... แน่นรัดพี่จนจะบ้าตายอยู่แล้ว รัดพี่แน่น ๆ อีกสิครับ” ปกป้องร้องซี้ดในลำคอโหมสะโพกซอยถี่ที่ขยับเข้าออกลึกสุดทาง สองร่างชื้นเหงื่อเสียดสีจนหยาดเหงื่อโซมกายสะท้อนแสงสลัว
จังหวะรักดำเนินไปถึง่พุ่งทะยานขีดสุด ปกป้องเร่งสะโพกถี่รัวหนักแน่น มินตราจิกข่วนแผ่นหลังกว้างหาที่ยึดเหนี่ยว ร่างกายส่วนล่างตอดรัดแกนกายแกร่งแน่นหนึบ หญิงสาวร้องครางหวานยาวเหยียดออกมาก่อนจะเกร็งกระตุกถี่รัวสู่ฝั่งฝันอันสุขสม สมองของเธอขาวโพลน ปกป้องคำรามต่ำในลำคอด้วยความเสียวซ่านจับใจ กระแทกสะโพกเน้นลึกเป็ครั้งสุดท้าย ปลดปล่อยสายธารอุ่นร้อนพุ่งทะลักเข้าสู่ใจกลางกายสาวจนเปี่ยมล้น
ร่างสูงใหญ่สั่นสะท้านฟุบลงกอดรัดมินตราแน่นใต้ผ้าห่มผืนหนา ทั้งสองนอนหอบหายใจกระชั้นประสานกันท่ามกลางความเงียบหลังพายุเสน่หาสงบลง
ปกป้องถอนกายออกอย่างเชื่องช้าและแ่เบา พลิกตัวนอนตะแคงดึงร่างบางที่เหนื่อยล้าเข้ามากอดรัดไว้ในอ้อมอกอุ่นใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน ชายหนุ่มใช้นิ้วเกลี่ยเส้นผมเปียกชื้นที่ปรกดวงหน้าหวาน บรรจงจูบบนหน้าผากเนียนแ่เบาเพื่อปลอบประโลม
“นอนเถอะนะเด็กดีของพี่... คืนนี้พี่จะกอดมินต์ไว้อย่างนี้ทั้งคืนเอง” ปกป้องกระซิบพลางโอบกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น มินตราซบหน้ากับอกแกร่ง หลับตาพริ้มฟังสัญญาณชีพจรเต้นสงบมั่นคง หัวใจรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยชั่วคราวชดเชยรอยแผลเจ็บช้ำ
ทว่าใต้ความอบอุ่นผูกพันในค่ำคืนนี้... มินตราตระหนักดีในส่วนลึกของหัวใจว่า ์ชั่วคราวบนเตียงนอนหลังแคบแห่งนี้ เป็เพียงภาพสะท้อนแสนหวานในเงามืดที่พร้อมจะพังทลายสลายลงเมื่อยามแสงอาทิตย์แห่งความจริงในวันใหม่สาดส่องเข้ามา...