เสี่ยวเหอไม่อาจใจเย็น โกรธตัวเองที่โง่เขลา โกรธเขาที่ไม่บอกความจริงให้เร็วกว่านี้ นางหนีไปนั่งอยู่ห่างจากชิงถิงมาก แต่เขาอยากอยู่ใกล้นาง อยากกอดปลอบใจ อยากจุมพิต จึงยอมเป็ฝ่ายพูดง้อ
“ข้าขอโทษ ข้าผิดเอง ข้าไม่ดีเอง เ้ามานอนเถิด” เขาพยายามพานางมานอนข้างกองไฟ แต่หญิงสาวไม่ยอมพูดด้วย เขาจึงรวบตัวอุ้มมาเสียเลย
ถึงข้างกองไฟ เขาอยากจะหอมแก้มนางเป็การปลอบประโลม แต่เสี่ยวเหอก็เอาแต่เบี่ยงตัวหนี พยายามผลักเขาออก เขารู้สึกโกรธเล็กน้อยจึงดึงนางมาบังคับจูบเสียเลย
เสี่ยวเหอกลับยิ่งโมโหยิ่งทุบเขาแรงขึ้น ชิงถิงก็ยังไม่ยอมปล่อย จูบปิดปากนางไว้ สองคนแง่งอนใส่กันจนไม่ทันสังเกตและไม่ได้ยินเสียงใด
ทันใด!! มีดาบวางพาดตรงคอของชิงถิง!
“นางรังเกียจเ้า ไม่รู้ตัวหรือ” บุรุษผู้หนึ่งพูด
ชิงถิงและเสี่ยวเหอต่างใมาก ชายหนุ่มหันไปเอาตัวบังคนรักไว้ด้านหลัง
ชายผู้นั้นใส่ชุดทหารชั้นผู้น้อยไม่ต่างจากชิงถิงก่อนหน้านี้
“เ้าหนีกองทัพ ยังมีหน้ามาพลอดรักกันกลางป่าเขาอยู่ได้ ข้ายังไม่อยากเชื่อจริงๆ ว่าเ้าจะหนีกองทัพเช่นนี้ เพื่อสตรีผู้หนึ่ง ทั้งที่เ้าเป็คนมีฝีมือที่สุดในหน่วย”
ทหารคนนั้นพูดทั้งที่จ่อดาบไว้ตรงคอชิงถิง
“ข้าเข้ากองทัพเพื่อนาง เหตุใดข้าจะออกจากกองทัพเพื่อนางไม่ได้”
ชายหนุ่มไม่มีความกลัวดาบที่พาดคอเขาอยู่สักนิด ทหารผู้นั้นเป็คนที่เห็นว่าชิงถิงเป็คู่แข่งของเขายามอยู่ในกองทัพเสมอมา ครั้งนี้ชิงถิงหนีกองทัพออกมา เขาน่าจะเสนอตัวออกตามหาชิงถิงด้วยตัวเอง
“เ้าต้องถามกองทัพด้วยว่ายินยอมให้เ้าออกมาหรือไม่ กองทัพไม่ใช่ที่ที่เ้าคิดจะเข้าก็เข้า คิดจะออกก็ออกได้ตามใจ” ชายคนนั้นพูดก่อนจะจ้วงแทงดาบมาอย่างแรง แต่ชิงถิงดึงตัวหลบปัดดาบออกไป
ชิงถิงและชายคนนั้นเริ่มต่อสู้กัน ชายหนุ่มพยายามทำให้การต่อสู้ออกห่างจากเสี่ยวเหอ นางได้แต่ยืนอึ้ง ที่แท้ชิงถิงถึงขั้นหนีกองทัพเพื่อพานางหนี แต่นางก็ยังทำตัวโง่เง่า
หลังจากนั้น ก็มีชายชุดดำหลายคนวิ่งมาล้อมรอบบริเวณนั้นไว้ ชิงถิงยังต่อสู้อยู่จึงไม่ได้สังเกต แต่เสี่ยวเหอเห็นพ่อค้าวาณิชกำลังลากใครคนหนึ่งที่ใส่ชุดรุ่มร่ามมากับพื้นด้วย
เมื่อเข้าใกล้กองไฟ ส่องให้เห็นว่าคนที่ถูกลากใส่ชุดแต่งงานสีแดงสด ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำจนแทบจำไม่ได้ว่าเป็ใคร เสี่ยวเหอรู้สึกหวาดกลัวที่สุดอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ขนลุก สั่นกลัวจนสุดขั้วหัวใจ
นางพอจะคาดเดาได้ว่าร่างนั้นเป็ใคร แม้ไม่อยากยอมรับก็จำต้องยอมรับ นั่นคือพี่สาวของนางเอง!!!
“กรี๊ดดดดดดด” เสี่ยวเหอกรีดร้องออกมาอย่างควบคุมไม่ได้
ชิงถิงใรีบวิ่งมากอดนางไว้ ก่อนจะเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น
หลันเหมยยังไม่ตาย ยังไม่ได้หมดสติ แต่ไม่มีเรี่ยวแรงจะขยับ พ่อค้าวาณิชผลักนางล้มลงพื้น ยกเท้าขึ้นมาเหยียบหน้านางไว้
เสี่ยวเหอร้องไห้ ตะเกียกตะกายจะไปดึงพี่สาวออกมา แต่ชิงถิงจับตัวนางเอาไว้ นางร้องไห้แทบขาดใจจนควบคุมไม่ได้ เขาต้องบังคับกอดนางไว้จนแน่น มือหนึ่งกอดจับบังคับให้หญิงสาวหันหน้าซบอกเขา จะได้ไม่เห็นภาพน่ากลัว มือหนึ่งถือดาบเอาไว้ ชี้ไปมาอย่างระวังตัว
“รีบๆ ฆ่ามันซะ” พ่อค้าวาณิชสั่งให้ทหารคนนั้นฆ่าชิงถิงเสีย
ดูเหมือนทหารนายนั้นจะร่วมมือกับพวกพ่อค้าวาณิชด้วย ชิงถิงจ้องหน้าทหารราวกับจะฆ่าฉีกเนื้อเขาให้ได้
“ส่วนนางเด็กนั่น ข้าขอทุบตีให้พอใจก่อน ให้หายแค้นที่ต้องไล่ตามขนาดนี้ แม้สภาพร่างกายจะดูไม่ได้เล็กน้อย แต่อย่างไรก็ขายได้ อย่าปล่อยให้พวกผู้หญิงตายก็พอ” ชายอ้วนสั่งอย่างโเี้
“เจอพวกข้าได้อย่างไร?” ชิงถิงถาม
“ที่จริงแล้วเ้ายังคงยอดเยี่ยมเช่นเดิม พวกข้าตามไม่ทันและไม่รู้ว่าพวกเ้าไปทางไหนกันแน่ แต่สุดท้ายเ้ากลับพานางเด็กนั่นไปนอนโรงเตี๊ยม ทั้งยังเอ้อระเหยอยู่ตั้งนาน พวกข้าจึงได้ตามมาถูก เื่นี้ต้องขอบคุณเ้านะ ต้าจื่อ” นายทหารพูดพร้อมยิ้มเยาะ
เสี่ยวเหอได้ยินก็ยิ่งรู้สึกว่าทั้งหมดเป็เพราะนางเป็ตัวถ่วง ที่ถูกตามตัวได้ก็แค่เพราะนางอยากอาบน้ำ!!!
แต่ชิงถิงกลับนิ่งสงบมากขึ้นและกระซิบบอกเสี่ยวเหอว่า
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น กอดให้มั่น”
“..!”
จากนั้นเขาก็อุ้มนางขึ้นหลังทันทีและวิ่งฝ่าวงล้อมออกมา ถึงอีกฝ่ายจะมีมากกว่า แต่คนที่มีฝีมือพอจะสู้กับชิงถิงได้ มีแต่ทหารคนนั้นผู้เดียว ชิงถิงวิ่งไปที่ม้าของตัวเองและะโขึ้นม้าหนีทันที
เสี่ยวเหอได้แต่ใและกอดคอเขาแน่น ไม่ยอมปล่อยมือตามที่เขาบอก ม้าวิ่งฝ่าไปตามผืนป่ามืดๆ แม้คืนนี้แสงจันทร์จะส่องสว่างมาก แต่แถวนั้นก็มีต้นไม้สูงใหญ่บังแสงจันทร์เกือบมิด เห็นเส้นทางเพียงรำไร แต่ชิงถิงก็เชี่ยวชาญมากพอที่จะหลบหลีกกิ่งไม้และก้อนหินได้อย่างอัศจรรย์
ชายหนุ่มควบม้าวิ่งหนีมาได้ระยะหนึ่งจิบชา [1] เสี่ยวเหอก็นึกถึงพี่สาว จึงเอาแต่ะโเรียกชื่อพี่สาว เขาปลอบว่าตอนนี้ต้องหนีก่อน เดี๋ยวค่อยกลับไปหาวิธีช่วย แต่เสี่ยวเหอยังเอาแต่ร้องไห้ะโด้วยความกลัว
“พี่หลันเหมย....พี่ข้า....พี่สาวของข้า พี่หลันเหมย อย่าทิ้งนาง ข้าต้องกลับไปช่วยนาง” ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบน้ำตา ในหัวมีภาพที่พี่สาวอยู่ใต้เท้าของพ่อค้าวาณิช ผมเผ้ารุงรัง หายใจรวยริน
ชิงถิงหยุดม้าบริเวณหินก้อนใหญ่ใกล้น้ำตก เขามองดูจนทั่วแทบไม่มีที่ซ่อนตัวมิดชิด แต่ตรงโขดหินกลับมีเงาของต้นไม้ทอดยาวปิดบังพอจะให้เสี่ยวเหอซ่อนตัว เขาจึงให้นางขึ้นไปหลบอยู่บนโขดหินนั้น
“หมอบต่ำเอาไว้ ด้านหลังก้อนหินเป็แม่น้ำ มีน้ำตกเสียงดัง อย่างไรก็มืด พวกนั้นคงไม่กล้าเสี่ยงขึ้นไปตามหาบนนั้น เ้าต้องอยู่เงียบๆ ไว้ ข้าจะกลับไปช่วยพี่หลันเหมย แล้วจะกลับมารับเ้า ..ไม่ต้องกลัว ข้าจะกลับมาแน่” เขารับปาก หญิงสาวจึงพยักหน้าทำตามที่เขาบอก
จัดการเสี่ยวเหอให้อยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว ชายหนุ่มก็ขึ้นขี่ม้า รีบวนกลับไปช่วยหลันเหมย
เสี่ยวเหอหมอบรอบนหลังโขดหินใหญ่ เวลาผ่านไปนานกว่าครึ่งชั่วยามได้ ในป่าเงียบงันแต่เสียงน้ำตกกลับดังมากจนฟังเสียงอื่นไม่ออก แยกแยะไม่ได้ว่าเสียงอะไรเป็เสียงอะไร รอนานจนเสี่ยวเหอเริ่มกลัว แต่สุดท้ายเขาก็กลับมาพร้อมร่างพี่สาว
“รีบลงมาเถิด พวกเราต้องรีบไป ก่อนที่จะมีคนตามมาถึง” ชิงถิงเร่ง
เสี่ยวเหอดีใจ เร่งรีบลงไป แต่ก้อนหินอยู่ใกล้น้ำตกจึงเปียกเพราะละอองน้ำ อย่างไรก็ต้องระวัง ขณะที่นางยังลงมาได้ไม่ถึงครึ่งทาง ก็มีชายคนหนึ่งควบม้ามาถึง ชิงถิงวางร่างพี่สาวลงกับพื้นและเริ่มสู้กับเขา ดูก็รู้ว่าเป็ทหารนายนั้น
[1] หนึ่งจิบชา คือหน่วยนับเวลาแบบโบราณของจีน เท่ากับเวลา 5 นาที