ปอนั่งนิ่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องคอนโดของเขานี่เป็ครั้งแรกที่เขาจะได้พูดคุยกับเพื่อนทั้งสามคนจากใน Don’t Dieแบบเจอตัวจริงผ่านโปรแกรมวิดีโอคอล
หัวใจของชายหนุ่มเต้นโครมครามไม่หยุด ทั้งๆ ที่จริงๆแล้วนี่เป็ไอเดียของเขาเองที่อยากให้ทุกคนได้ทำความรู้จักกันนอกเกมก่อนเพราะการได้สิทธิ์เครดิตและไอเท็มในเกมหลังการตายนั้นถือเป็เื่ใหญ่โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเลเวลสูงขึ้นเรื่อยๆปอจึงมองว่าหากทุกคนได้เจอตัวจริงของกันและกัน ก็น่าจะช่วยให้สบายใจมากยิ่งขึ้นแต่พอเอาเข้าจริงตัวเขากลับรู้สึกประหม่าจนแทบจะคิดอะไรไม่ออก
ขณะนี้เป็เวลา 20.45 น. ตามเวลาไทย เหลืออีก 15 นาทีกว่าจะถึงเวลานัดปอจึงเดินไปส่องกระจกที่อยู่ในห้องน้ำ ใบหน้าของเขาไม่ได้หล่อเหลาคมคายอะไรตาก็มีแค่ชั้นเดียว แถมขอบตาคล้ำเพราะอดนอน ถึงอายุของเขาจะ 25แต่หน้าของเขาแก่เกินอายุไปซัก 10 ปีได้ รูปร่างของเขาก็ออกไปทางท้วม ลงพุงหน่อยๆโชคดีที่ส่วนสูง 180 ซม. ของเขา ช่วยให้เขายังพอดูได้
“สงสัยต้องหาเวลาออกกำลังกายบ้างแล้ว”ปอกังวลว่าเพื่อนใหม่จะไม่ประทับใจในรูปร่างหน้าตาของเขา
เสียงเตือนจากลำโพงคอมพิวเตอร์ดังขึ้นเพื่อแจ้งว่ามีคนเข้ามาในห้องแชทที่เขาตั้งไว้แล้วปอรีบเดินกลับไปนั่งหน้าคอมพร้อมเอื้อมมือไปจัดมุมเว็บแคมให้ตรงกับใบหน้าของเขา
“หวัดดีปอริ่ง” เสียงแหบๆ อันเป็เอกลักษณ์เฉพาะตัวของบาโดะทักทายเขาบาโดะเป็ผู้ชายตัวเล็กบริเวณต้นคอและหัวไหล่มีรอยสักคล้ายกับรูปปิศาจอะไรซักอย่าง แต่ใบหน้ากลับดูหวานๆจนปอแน่ใจว่าถ้าจับแต่งหน้าใส่วิก คงมีหลายคนที่มองเขาเป็ผู้หญิง
“สวัสดีครับบาโดะ”
“คนเอเชียเหมือนกันหมดเลยสินะเนี่ย บาโดะยิ้มให้เขาชั้นกับนานะอยู่ญี่ปุ่นเหมือนกัน เดี๋ยวยัยนั่นคงตามมา”
“ผมคนไทยครับ”
“โอ้ ประเทศไทย ข้าวเหนียวมะม่วงสุดยอด”
“ฮาฮา” ความเป็กันเองของบาโดะทำให้ปอหายเกร็งได้อย่างรวดเร็ว
เสียงเตือนดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้คนที่เข้ามาเป็ซีซี่ สาวจีนผมยาวตรงสลวยมีดวงตาที่กลมโตเขียนตาเฉี่ยวๆทาปากสีแดงตามสไตล์ผู้หญิงยุคใหม่ แม้จะดุเป็สาวดุแต่ก็มีเสน่ห์ชวนให้ค้นหา
“สวัสดีค่ะ” ซีซี่ทักทายด้วยใบหน้านิ่งๆค่อนไปทางไม่พอใจอะไรซักอย่าง
“อย่าไปใส่ใจนะ นี่แหละหน้าปกติของมันน่าตบใช่ปะ” บาโดะพูดแทรกขึ้นมาเหมือนรู้ว่าปอคิดอะไรอยู่
“เดี๋ยวเหอะ” ซีซี่ขมวดคิ้วยิ่งทำให้ดูน่ารักยิ่งกว่าเดิม
“ว่าแต่ปออายุเท่าไหร่เนี่ย 30 ได้มะ ชั้น 20 นะ เป็นักศึกษา”บาโดะหันมาชวนปอคุยต่อ
“เอ่อ... ผมเพิ่ง 25 ครับ ตอนนี้ว่างงาน เพิ่งลาออกจากบริษัท”
“โห โคตรจริงจัง นี่จงใจลาออกมาเล่นเกมโดยเฉพาะเลยเหรอเนี่ย”บาโดะพูดเสียงดังตามสไตล์ขี้โวยวายของตัวเอง
“ก็ไม่เชิงครับ คือ...” จังหวะที่ปอริ่งกำลังจะพูดต่อ นานะก็เข้ามาในแชทพอดี
“ฮัลโหล ฮัลโหล นานะมาแล้ว” เสียงเจื้อยแจ้วสดใสของนานะซึ่งเป็สาวญี่ปุ่นไว้ผมทรงบ็อบเท ดวงตาสดใส ปากนิดจมูกหน่อยดูน่ารักสดใสตามสไตล์สาวญี่ปุ่น
“สวัสดีครับคุณนานะ”
“ต้องมาคนสุดท้ายแบบนี้สิ ถึงจะเป็นานะตัวจริง”
“ดีจ้ะ นานะ”
“คุยกันไปถึงไหนแล้วอะ” นานะถาม
“เริ่มใหม่เลยก็ได้ครับ ผมปอ มาจากประเทศไทย อายุ 25ตอนนี้ว่างงานครับ เพิ่งลาออกจากบริษัท”
“ส่วนชั้นทุกคนก็รู้อยู่แล้ว บาโดะ จากญี่ปุ่น อายุ 20ยังเรียนม่ายจบ” บาโดะพูดพร้อมกับหยิบแก้วเหล้ามาจิบออกกล้องสดๆ โชว์ทุกคน
“ชั้นก็นานะ อยู่ญี่ปุ่นเหมือนกัน อายุ 22 ช่วยที่บ้านทำร้านอาหารจ้า”
“ซีซี่ เป็คนจีน อายุ 23 ทำงานกับที่บ้านค่ะ”
“โห งั้นปอก็เป็พี่ใหญ่สุดสิเนี่ย แบบนี้ต้องเรียกเฮียปอซะแล้ว” นานะแซว
“งั้นถ้าจะตั้งกิลด์กัน ก็ต้องให้เฮียปอเป็หัวหน้าแล้วล่ะโทษฐานาุโสุด” บาโดะเสริม
“เห็นด้วย” ซีซี่ตอบพร้อมกอดอกพยักหน้า
ปอถอนใจหาย ดูเหมือนว่าเขาจะโดนมัดมือชกให้เป็หัวหน้ากิลด์อีกแล้วเหมือนสมัยก่อนเลยสิน่า แต่จริงๆ เขาก็ไม่ได้รังเกียจหรือลำบากใจอะไรนักส่วนนึงก็เพราะเป็กิลด์ที่อยู่แต่กับเพื่อนสนิทเท่านั้น ดังนั้นตำแหน่งหัวหน้ากิลด์ก็เป็เพียงแค่ตำแหน่งตามระบบเฉยๆยังไงสุดท้ายทุกคนก็เท่าเทียมกันในสายตาเขา
“งั้นเราจะตั้งชื่อกิลด์ว่าอะไรกันดีครับ” ปอถาม
“พูดงี้แสดงว่ายอมเป็หัวหน้ากิลด์แล้วนะ ห้ามเปลี่ยนใจทีหลังนะ”บาโดะรีบย้ำ
“ถ้าทุกคนไม่รังเกียจ ผมก็ยินดีครับ”
“ชั้นขอเสนอชื่อ แก๊งเหมียวซ่าน่ารักแสบเฮี้ยว”นานะเสนอด้วยความภาคภูมิใจในชื่อที่ตัวเองคิด
“ดูหน้าชั้นด้วย ว่ามันเข้าไหม เอาเป็ สมาคมสุรานารีไม่มีอั้นดีกว่าไหมปอริ่ง” บาโดะเสนอบ้าง
“อี๋ ทุเรศกว่าของชั้นอีก” นานะรีบแย้ง
“ทุ่งหญ้าแห่งพรันซา” ซีซี่พูดขึ้นมาลอยๆ
“เข้าท่าว่ะอีซี่”
“ดีกว่าอีเหมียวๆ อะไรของยัยนานะเยอะเลย”
“ผมก็ชอบทุ่งหญ้าแห่งพรันซาครับ”
“งั้นก็ตกลงตามนี้เนอะ ยังไงฝากปอริ่งศึกษาข้อมูลระบบกิลด์เพิ่มด้วยนะจ๊ะสงสัยอะไรถามพวกเราได้เลย เดี๋ยวให้ซีซี่โอนค่าลงทะเบียนกิลด์ไปให้นะ” นานะสรุป
“ฮ้าวว ง่วงพอดี งั้นพรุ่งนี้เจอกันที่เดิมเวลาเดิมนะ บาย”บาโดะหาวโชว์ทุกคน ก่อนจะออกจากแชทไปดื้อๆ
เนื่องจากเวลาที่ญี่ปุ่นจะเร็วกว่าไทย 2 ชั่วโมงดังนั้นแม้ที่ไทยจะเพิ่ง 4 ทุ่ม แต่ที่ญี่ปุ่นเที่ยงคืนแล้วนานะกับบาโดะจึงขอตัวไปนอนก่อน ส่วนซีซี่นั้นอยู่ที่จีนซึ่งเวลาเร็วกว่าไทย 1ชั่วโมง จึงยังไม่ง่วงและนั่งอยู่ในแชทต่อแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรทำให้บรรยากาศดูอึมครึมชอบกล
“คุณซีซี่ตัวจริง พูดน้อยกว่าในเกมเยอะเลยนะครับ”
“เบื่อเหรอ” ซีซี่ถาม
“ผมต่างหาก ที่กลัวคุณซีซี่จะเบื่อผม”
“ชั้น...พูดไม่ค่อยเก่งน่ะ นายเล่าเื่ตัวนายให้ชั้นฟังสิ”
“โอ้ย ชีวิตผมน่าเบื่อครับ ทำแต่งานจนโดนแฟนทิ้งเลยประชดชีวิตลาออกมานั่งเล่นเกมนี่แหละครับ”
“คิกคิก น่าสนใจดีออก แฟนนายชื่อฟ้าหรือฝนล่ะ”ซีซี่ที่หน้านิ่งมาตลอดกับหัวเราะคิกคักออกมาได้
“เฮ้ย รู้ได้ไงอะ” ปอริ่งทำหน้าเหวอออกกล้อง ยิ่งทำให้ซีซี่ขำกว่าเดิม
“ก็ดรรชนีฟ้าหลังฝนนั่นไง ตอนแรกชั้นก็ว่าท่าอะไรชื่อนิยายชะมัดพอนายบอกว่าโดนแฟนทิ้งก็เลยเดาๆ เอาน่ะ”
“ชื่อฝนครับ”
หลังจากนั้น ด้วยเหตุผลบางอย่างที่ปอก็อธิบายออกมาเป็คำพูดไม่ได้เขากลับเล่าเื่ราวระหว่างเขากับฝนให้ซีซี่ฟังอย่างละเอียดั้แ่วันแรกที่เจอกันจนวันสุดท้ายซึ่งซีซี่ก็นั่งฟังเขาอย่างสนอกสนใจและคอยถามรายละเอียดปลีกย่อยที่เขาเล่าตกหล่นไปจนเวลาล่วงเลยไปหลายชั่วโมงและซีซี่เผลอฟุบหลับไปหน้าจอ
“คุณซีซี่ครับ”
“ว้าย”ซีซี่สะดุ้งรีบเอาหน้าขึ้นจากโต๊ะก่อนจะหันหลังไปแล้วเอามือแปะแก้มตัวเองเพื่อดูว่าน้ำลายไหลรึเปล่าปอริ่งแอบอมยิ้มขณะที่จ้องมองอากัปกิริยาของเธอ
“น้ำลายไม่ไหลครับ”
“บ้า” ซีซี่พูดจบก็ปิดกล้องแล้วพูดต่อว่า
“ชั้นไปนอนแล้วนะ ฝันดี”
“ครับ ฝันดีครับ”
ปอรู้สึกสดชื่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูกหลังจากที่ได้พูดคุยกับเพื่อนใหม่ของเขาในโลกแห่งความจริงทุกคนเป็กันเองและให้ความสนิทสนมราวกับรู้จักกันมานานเขาสามารถกลับมายิ้มได้อีกครั้งอย่างรวดเร็ว แม้จะเพิ่งผ่านเื่ร้ายๆ มาก็ตามและที่น่าแปลกไปกว่านั้นก็คือ เื่ของฝนกลับหายไปจากหัวเขาจนหมดสิ้นตอนนี้ความสนใจทั้งหมดของเขากลับเป็เื่ของกิลด์การวางแผนเก็บเลเวลและทำภารกิจร่วมกับเพื่อนๆ ของเขา
ระบบกิลด์ของเกม Don’t Dieถือเป็สิ่งอำนวยความสะดวกชั้นเยี่ยม แต่ก็ทุนนิยมสุดๆ เช่นกัน เฉพาะค่าจดทะเบียนกิลด์นั้นสูงถึง1 ล้านเครดิต และยังต้องจ่ายเงินเพิ่มเพื่อสร้างอาคารทำการของกิลด์ซึ่งผู้เล่นจะสามารถย้ายจุดรีคอลมาเป็อาคารทำการกิลด์ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้คนนอกดักทำร้ายหลังจากรีคอลนอกจากนี้ยังสามารถสร้างห้องพักกิลด์เพื่อใช้ในการล็อกเอาท์ออกจากเกมได้อีกด้วย
ส่วนหนึ่งที่กิลด์ในเกมนี้แตกต่างจากเกมอื่นๆ ก็คือหัวหน้ากิลด์สามารถใช้เครดิตซื้อฟังก์ชันต่างๆเช่น ขยายจำนวนสมาชิกกิลด์ บัฟกิลด์ ฯลฯ ได้โดยไม่จำเป็ต้องเก็บเลเวลกิลด์นอกจากนี้ หากสมาชิกกิลด์เดียวกันอยู่ในแผนที่เดียวกันโดยที่ไม่ได้อยู่ในปาร์ตี้เดียวกับคนนอกกิลด์เกมก็จะทำการรวมปาร์ตี้ให้โดยอัตโนมัติ โดยไม่จำกัดจำนวนสมาชิก แถมยังได้รับบัฟกิลด์และโบนัสExp อีกต่างหาก
ในฐานะว่าที่หัวหน้ากิลด์ ปอเองก็รู้สึกว่าเขาจำเป็ต้องหาเงินในเกมให้ได้มากกว่านี้เพื่อนำมาสนับสนุนรายจ่ายของกิลด์เมื่อคิดได้ดังนั้น ปอจึงเปิดเมนูตลาดกลางเพื่อสำรวจตลาดทันที
สูตรเวทมนตร์ที่ปอใช้แลกเปลี่ยนกับพ่อค้าไปก่อนหน้านี้นั้นดังเป็พลุแตกมิหนำซ้ำยังเป็การจุดประกายให้เกิดสายอาชีพใหม่ที่เรียกว่า นักธนูเวทซึ่งจะเน้นการใช้ศรผลึกเวทมนตร์เป็หลักมีนักวิเคราะห์ช่วยกันเขียนแนวทางค่าพลังและอุปกรณ์ รวมทั้งผู้เล่นคนอื่นๆออกแบบสูตรเวทมนตร์ธาตุอื่นๆ และรูปแบบอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย
และแน่นอนว่าตอนนี้ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้นในตลาด Don’t Die ซึ่งก็คือ “ผลึกเวทมนตร์ขาดตลาด”เนื่องจากมีผู้เล่นทั้งเก่าใหม่แห่กันมาเล่นนักธนูเวทพร้อมๆ กันส่งผลให้ผู้เล่นสายเล่นแร่แปรธาตุผลิตศรผลึกเวทมนตร์ไม่ทันต่อความ้า มิหนำซ้ำผลึกเวทมนตร์ที่เป็วัตถุดิบหลักก็ถูกเหมาซื้อล่วงหน้าไปหมดซึ่งก็ไม่ใช่ฝีมือใครที่ไหน ปอริ่งนั่นเอง
แต่เดิมนั้นผลึกเวทมนตร์ขนาดเล็กสุดที่ใช้ในการสร้างศรผลึกเวทมนตร์มีราคาอยู่ที่ก้อนละ50 เครดิต ส่วนศรผลึกเวทมนตร์มีราคาอยู่ที่ดอกละ 100 เครดิต แต่ ณ ปัจจุบันผลึกเวทมนตร์ก้อนเล็กสุดมีราคาสูงถึง 150 เครดิตส่วนศรผลึกเวทมนตร์ก็เพิ่มขึ้นเป็ 300 เครดิต
ปอจึงเริ่มดำเนินแผนการขั้นถัดไปของเขาซึ่งก็คือการกว้านซื้อผลึกเวทมนตร์ที่เหลืออยู่จนหมดตลาดจากนั้นจึงใช้คำสั่งรับซื้ออัตโนมัติซึ่งผู้เล่นจะสามารถนำของที่ปอตั้งรับมาขายได้ในราคาและจำนวนที่กำหนดไว้โดยปอตั้งรับผลึกเวทมนตร์ก้อนเล็กสุดในราคาก้อนละ 500 เครดิตจากนั้นก็นำผลึกเวทมนตร์ที่เขาซื้อตุนไว้ไปวางขาย โดยไล่ราคาั้แ่ก้อนละ 500เครดิต ค่อยๆ เพิ่มทีละนิดจนไปแพงสุดที่ 750 เครดิต
นี่คือกลยุทธ์การผูกขาดตลาดที่ปอเชี่ยวชาญเป็ที่สุด ซึ่งในชีวิตจริงนั้นไม่สามารถทำได้อีกแล้วเนื่องจากมีกฎหมายออกมาคุ้มครองแต่ในเกม Don’t Die เขาสามารถทำได้ตามใจชอบ มิหนำซ้ำการที่เขาเป็ผู้สร้างอุปสงค์ หรือ Demand ในตัวผลึกเวทมนตร์ขึ้นมาด้วยตัวเองเขาจึงถือไพ่เหนือกว่าทุกคนในเกม เนื่องจากอุปทาน หรือ Supply เกือบทั้งหมดอยู่ในมือเขา
ไม่ว่าปอจะเล่นเกมออนไลน์มากี่เกมเขาก็สามารถพิชิตตลาดได้ด้วยกลยุทธ์ง่ายๆ แบบนี้ส่วนหนึ่งก็เพราะคนส่วนใหญ่ที่มาเล่นเกมนั้น มาเพื่อ “ใช้เงิน”จึงไม่ได้คิดอะไรมากมาย และใช้จ่ายแบบสุรุ่ยสุร่ายเพื่อความบันเทิงของตัวเองแต่ปอเล่นเกมเพื่อ “หาเงิน” เพียงแค่ทัศนคติ เขาก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว