ตอนที่ 175 มาสู้กัน
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
“คุณต้องการต่อสู้กับผมอย่างนั้นหรอ?” มาร์เทลชี้นิ้วไปที่ตัวเอง
มาร์เทลเป็นนักเวทสองวงเวทและฝึกฝนเวทมนตร์สายต่อสู้โดยเฉพาะ เขาจารึกเวทอำนวยความสะดวกไว้น้อยมาก วงเวทของเขาส่วนใหญ่ได้จารึกเวทสายต่อสู้ซะมากกว่า ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่ได้รับหน้าที่ให้ดูแลเด็กน้อยคนนี้
ทว่าตอนนี้เด็กน้อยกลับต้องการต่อสู้กับเขา นั่นทำให้เขาแทบไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“ใช่ครับ ผมต้องการต่อสู้กับคุณจริงๆ แต่ไม่ต้องกังวลนะครับเพราะพลังจิตของผมค่อนข้างแข็งแกร่งพอตัว บางทีอาจเป็นคุณที่จะได้รับบาดเจ็บเอาได้” เมอร์ลินกล่าวพลางยิ้ม
มาร์เทลที่ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมา
“คุณมั่นใจขนาดนั้นเชียว”
เขาไม่เชื่อว่าเด็กน้อยจะทำอะไรเขาได้ ยังไงเขาก็เป็นนักเวทสองวงเวทที่มีขุมพลังถึงสิบแปดจุด อีกเพียงไม่กี่ก้าวเขาก็จะมีคุณสมบัติท้าทายวงเวทที่สามได้แล้ว ฝีมือการต่อสู้ของเขาย่อมไม่ใช่นักเวทสองวงเวททั่วไปอย่างแน่นอน
การที่เด็กน้อยบอกจะทำให้เขาได้รับบาดเจ็บ นี่จะไม่ทำให้เขาหัวเราะออกมาได้อย่างไร
“ดูจากท่าทางของคุณแล้ว ดูเหมือนจะตกลงสินะครับ ถ้าอย่างนั้นพวกเรามาประลองกันตอนนี้เลย”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้มาร์เทลก็ถึงกับอึ้งไป เขาไม่คิดว่าเด็กน้อยจะเอาจริงเอาจังขนาดนี้ และดูเหมือนว่าจะไม่ล้อเล่นด้วย
“ตอนนี้?”
“ใช่ครับ ห้องทดลองด้านล่างของผมมีค่ายกลที่ยอดเยี่ยม มันไม่เป็นปัญหาถ้าจะรองรับการต่อสู้ของนักเวทสองวงเวท”
เมอร์ลินยิ้มและเดินออกไปในทันที
เหตุการณ์นี้ทำให้มาร์เทลต้องเดินตามเด็กน้อยไป
แน่นอนว่าพวกเขาตรงไปที่ห้องครัว
พรมในห้องครัวถูกเปิดออกโดยที่เมอร์ลินไม่จำเป็นต้องแตะต้อง
มาร์เทลค่อนข้างเชื่อแล้วว่าเป็นพลังจิตของเด็กน้อย เพราะหากต้องการใช้เวทควบคุมแรงโน้มถ่วงแล้ว อย่างน้อยผู้ร่ายเวทจะต้องมือในการกำหนดจิตควบคุมถาคาเวท เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นจอมเวทที่สามารถใช้เวทมนตร์ได้อย่างใจนึกโดยที่ไม่ต้องออกท่าทาง
แน่นอนว่าเด็กน้อยย่อมไม่ใช่มหาจอมเวท ดังนั้นสิ่งที่น่าจะเป็นไปได้คือเด็กน้อยเป็นนักพลังจิตตามที่ได้กล่าวอ้างเท่านั้น
หลังจากที่พรมถูกเปิดออกก็เผยให้เห็นถึงพื้นไม้ของบ้าน มาร์เทลเคยมาดูประตูนี้หลายครั้งแล้ว ไม่ว่ากี่ครั้งที่เขามาสำรวจมัน มันก็เป็นพื้นไม้ธรรมดาเท่านั้น มันไม่มีประตูที่สามารถเปิดออกได้แต่อย่างใด ซึ่งนั่นทำให้เขาเชื่อว่าห้องลับของเมอร์ลินมีค่ายกลที่แข็งแกร่งกำกับอยู่
สำหรับเมอร์ลินแล้ว เขาสามารถมองเห็นและเปิดมันออกได้อย่างง่ายดาย ซึ่งครั้งนี้เขาก็ไม่ได้ใช้มือเปิดมันเช่นกัน
ปัง!
พลักอักขระเปิดประตูที่มองไม่เห็นนั้นออก
“ผมจะรบกวนคุณแค่ครู่เดียวเท่านั้น และจะพยายามไม่ทำให้คุณได้รับบาดเจ็บ” เมอร์ลินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
คำพูดนี้ทำให้มาร์เทลต้องคิ้วกระตุก
เด็กคนนี้ไม่มั่นใจเกินไปใช่ไหม?
อย่างไรก็ตามมาร์เทลนั้นอยู่ในสถานะที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ ทุกวันนี้เขายังคิดว่าตนเองทำงานได้ไม่คุ้มค่าจ้างเสียด้วยซ้ำ การเป็นคู่ซ้อมของเด็กน้อยก็ไม่นับว่าจะเป็นอันใด
เพราะเหตุนี้เขาจึงยอมเดินตามเด็กน้อยลงไปด้านล่างแต่โดยดี
ทันทีที่พวกเขาเดินลงไปแสงสว่างก็ถูกจุดขึ้น เมอร์ลินได้ทำการเปลี่ยนกลไกของค่ายกลวัตถุเวทให้แสงสว่างนิดหน่อย ทำให้มันสามารถเปิดปิดได้อัตโนมัติยามที่เขาลงมาด้านล่าง
“ไม่ว่าเมื่อไหร่ฉันก็รู้สึกไม่ชินกับศิลปะบนผนังพวกนี้อยู่ดี” มาร์เทลกล่าวพึมพำเมื่อสายตากวาดมองภาพแกะสลักบนผนัง แม้พวกมันจะดูงดงามแต่กลับให้ความรู้สึกสยดสยองอย่างบอกไม่ถูก หากเป็นไปได้เขาก็ไม่อยากจะลงมาด้านล่างนี้เช่นกัน
ไม่นานพวกเขาก็มาหยุดอยู่ตรงกลางห้องโถง
มาร์เทลลูบแขนของตนเองไปมาอย่างขนลุก เขาไม่ได้รู้สึกดีกับที่นี่เลยแม้แต่น้อย
“เอาล่ะมาร์เทล คุณสามารถโจมตีผมมาได้เลย” เมอร์ลินกล่าวด้วยท่าทางสบาย ท่าทางแบบนี้ไม่ได้ดูเหมือนการเตรียมตัวต่อสู้แต่อย่างใด
“แต่ ...” มาร์เทลอดที่จะลังเลไม่ได้ ยังไงเขาก็เป็นนักเวทสองวงเวท หากโจมตีออกไปแล้วเด็กน้อยได้รับบาดเจ็บ เขาต้องรู้สึกไม่ดีแน่
ไม่ต้องเอ่ยว่าอีกฝ่ายเป็นนายจ้างของเขาเลย แต่อีกฝ่ายยังเป็นเด็กอายุไม่ถึงสิบสองขวบอีกด้วย
เมอร์ลินมองเห็นท่าทางแบบนั้นพลางถอนหายใจออกมา
“ถ้าคุณไม่กล้าโจมตีก่อน ถ้าอย่างนั้นผมจะเริ่มก่อนแล้วนะครับ”
ตอนนั้นเองสายตาของเด็กน้อยก็เปลี่ยนไป เขายื่นมือข้างหนึ่งออกไปด้านหน้า แล้วดีดนิ้วออกไป
ปัง!
เกิดเสียงดังสนั่นขึ้นครั้งหนึ่ง มาร์เทลที่กำลังมองดูสถานการณ์นั้นจู่ๆ เขาก็ถูกพลังที่มองไม่เห็นอัดเข้ากลางลำตัวอย่างรุนแรงจนร่างของเขากระเด็นขึ้นไปหลายก้าว
อย่างไรก็ตามมาร์เทลไม่ได้นักเวทสองวงเวทธรรมดา แต่เขามีประสบการณ์ต่อสู้กับสัตว์อสูรมาก่อน
ชายหนุ่มกลับมาตั้งหลักได้อย่างรวดเร็วแล้วมองไปที่เด็กน้อยอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
“ผมเตือนคุณแล้วนะ ถ้าหากยังไม่ลงมือ คุณก็เตรียมตัวกลายเป็นกระสอบทรายได้เลย” มุมปากของเด็กน้อยแสยะยิ้มออกมา
ภาพนี้ทำให้มาร์เทลรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมา
ครานั้นเองเมอร์ลินก็โบกมือตบอากาศไปข้างๆ เบาๆ
ปัง!
มาร์เทลสัมผัสได้ถึงแรงกดอากาศด้านข้างที่เปลี่ยนไป อีกทั้งเขายังมองการเคลื่อนไหวของเด็กน้อยมาตลอดด้วย เมื่อเห็นท่าทางของเด็กน้อยเขาก็ไม่ลังเลที่จะแสดงฝีมือออกมา
ตอนนี้เขาตระหนักได้แล้วว่าตนเองไม่สามารถประมาทเด็กน้อยคนนี้ได้ เพราะสิ่งที่อีกฝ่ายพูดมานั้นไม่เหลวไหล หากประมาทเขาอาจจะเจ็บตัวเหมือนที่เด็กน้อยได้เอ่ยเตือนได้
“สายลม” มาร์เทลเอ่ยพึมพำเสียงเบา ดวงตาของเขาเป็นประกายสว่างวาบ
วูม!
ตึงงงงงง
ร่างของมาร์เทลดีดด้วยออกไปด้วยสายลมก่อนที่พลักอักขระของเมอร์ลินจะเข้าปะทะ
ต้องรู้ไว้ว่าสำหรับเมอร์ลินแล้วเขาสามารถมองพลังอักขระของเขาเป็นร่างสีฟ้าได้อย่างชัดเจน แต่สำหรับคนอื่นพวกมันกลับเป็นความว่างเปล่าที่ไร้รูปร่าง
“รับมือนะครับ” มาร์เทลเอ่ยเตือนในขณะที่ร่างของเขากำลังยื่นเหยียบสายลมไปมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับตวัดฝ่ามือจนสร้างคลื่นสายลมออกมา
ซูม!
นี่คือการโจมตีของนักเวทสองวงเวท!