เสน่ห์เมียเก่า ตอนที่4
กรชุดาทำหน้าตูมจำใจนั่งรถมากับวาทิศ ตอนแรกเธอตั้งใจจะโทรให้พี่ชายมารับและนั่งรอรถลากจูงเองแต่ชายหนุ่มก็ขู่ให้กลัวว่ามายืนอยู่กลางป่ากลางเขาคนเดียวอาจโดนจี้ปล้นหรือถูกคนร้ายพาไปทำปู้ยี้ปู้ยำแล้วฆ่าปาดคอทิ้ง
หญิงสาวเกิดที่นี่ โตที่นี่พอจะรู้ว่าแถวนี้ไม่ได้มีเื่น่ากลัวอะไรทำนองนั้นชาวบ้านออกจะเป็คนดีมีความซื่อตรง และมีความเอื้อเฟื้อกันเป็อย่างมากแต่ประสบการณ์การใช้ชีวิตยังต่างแดนทำให้คิดว่าไม่สมควรประมาทจะเป็การดีกว่าจึงได้ยอมตามขึ้นรถมาด้วย
ชายหนุ่มลอบชำเลืองมองคนข้าง ๆ ที่นั่งกอดอกมองตรงไปข้างหน้าแน่วแน่ก็แอบอมยิ้มคิดแผนการโดยวาดพวงมาลัยรถเลี้ยวออกจากทางหลวงเข้าสู่ถนนสายชนบท
“นี่คุณจะไปไหนน่ะ?” เธอหันมาถามอย่างไม่ไว้วางใจ
“พอดีผมมีธุระนิดหน่อย”
“ธุระอะไรของคุณ”
“เื่งาน”
กรชุดาหยุดซักแล้วกลับมานั่งเงียบเช่นเดิม ผ่านไปอึดใจก็ถามขึ้นมาอีกครั้ง
“อีกนานไหม?”
“ไม่หรอก”
วาทิศหยิบแว่นกันแดดขึ้นมาสวมเพื่อปกปิดสายตาวอกแวกของตนเองที่กำลังสำรวจมองสองข้างทางเพื่อหาสถานที่เหมาะแก่การเล่นละครแล้วเขาก็นำรถไปจอดตรงแนวต้นไผ่ใกล้กับฝายขนาดเล็กแห่งหนึ่ง
“รอตรงนี้นะครับ ขอไปทำธุระครู่เดียว”
กรชุดาชะเง้อคอมองตามหลังชายหนุ่มที่เดินลงไปตามทางลาดขนาดเล็กที่คดเคี้ยวเห็นหลังคาบ้านอยู่ลิบ ๆ ประมาณสามหลังแต่เธอไม่รู้ว่าเขาเดินเข้าไปยังหลังไหน
ชายหนุ่มเองก็ไม่ได้เข้าไปหลังไหนเหมือนกันเพราะไม่ได้รู้จักใครเลยเขาเดินไปจนสุดทางที่ทะลุไปถึงทุ่งนาแล้วก็ไปยอบตัวนั่งใต้ต้นคูนเพื่อถ่วงเวลาเธอไปเรื่อยๆ ฝ่ายหญิงสาวที่ไม่รู้เื่รู้ราวอะไรก็ลงจากรถมาถ่ายรูปไร่ข้าวโพดกับทิวทัศน์แนวเขาที่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้าจากนั้นก็เดินลงมาไต่ตามขอบฝาย มองดูสายน้ำที่ไหลเอื่อยพลางคิดว่าตนกำลังมาทำอะไรอยู่ที่นี่
โชคชะตากำลังเล่นสนุกอะไรกับเธออีกหรือเปล่าถึงให้ผู้ชายคนนี้กลับเข้ามาวนเวียนในชีวิตกันอีกครั้ง บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ารู้สึกอย่างไรกับเขากันแน่มันปนเปไปหมดทั้งรักทั้งเกลียด ทั้งแค้นใจและยังมีเยื่อใยบาง ๆ ที่รู้ดีว่ายังตัดไม่ขาดสนิทเพราะถ้าเธอตัดเขาได้ก็คงเริ่มต้นใหม่ไปกับใครนานแล้ว
“เกด”
วาทิศยืนส่งยิ้ม ทำมือไขว้หลังไว้เหมือนซ่อนอะไรบางอย่าง เมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้ก็ส่งช่อดอกคูนสีเหลืองสดใสให้
“ของขวัญที่ทำให้เกดรอนาน”
อาการดีใจจากหญิงสาวที่เขาคาดหวังจะได้เห็นกลับเป็ตรงกันข้ามเธอนิ่งเฉยมีแววตาสลดลงแกมเศร้าพลอยทำให้รอยยิ้มของวาทิศหุบลงตามไปด้วยชายหนุ่มเริ่มรู้ตัวและนึกขึ้นได้ว่าในอดีตที่ผ่านมาตนไม่เคยอ่อนโยนหรือใส่ใจอะไรเธอเลยกรชุดาเป็ภรรยาผู้แสนดี ผิดกับเขาที่เป็สามีที่แย่มาก
“พี่ขอโทษนะที่เคยทำร้ายจิตใจเกดมาตลอดและทำให้ชีวิตคู่ของเราต้องจบลงความผิดทั้งหมดมันเป็เพราะพี่เอง พี่มันชั่ว พี่มันเลวพี่มันเ้าชู้มักมากไม่รู้จักพอ เคยทำให้เกดร้องไห้เสียใจมามาก พี่ขอโทษนะ พี่สำนึกผิดแล้วเกดช่วยยกโทษให้พี่ได้ไหม ให้โอกาสพี่ได้ปรับปรุงตัวเป็คนใหม่ที่ดีขึ้น”
หญิงสาวคิดไม่ถึงว่าจะได้ยินคำขอโทษออกมาจากปากผู้ชายคนนี้คนที่เคยเอ่ยว่าจาเชือดเฉือนทิ่มแทงใจกันได้อย่างร้ายกาจ แต่อดีตอันเลวร้ายมันได้ตอกย้ำแน่นในใจไม่ให้ยอมหลงเชื่อไปกับคำพูดเสแสร้งแกล้งทำเป็ดีของเขาอีกแล้ว
‘คิดจะมาไม้ไหนอีกล่ะ ผู้ชายอย่างคุณนะหรือจะสำนึกผิดกลับตัวกลับใจได้คิดจะหลอกกันเป็ครั้งที่สอง พอใจอ่อนก็จะมาทำร้ายหัวใจกันเล่นอีกแต่คราวนี้คงจะผิดหวังหน่อยนะเพราะฉันไม่มีอะไรให้คุณต้องทำลายกรชุดาคนเก่ามันได้ตายไปพร้อมกับลูกในครรภ์เมื่อวันนั้นแล้ว’
หญิงสาวหมุนตัวเดินหนีขึ้นรถไป วาทิศจึงถอนหายใจอย่างแรงทำท่าคอตกก่อนจะฮึดขึ้นสู้เรียกกำลังใจของตนกลับคืนมาใหม่เพื่อจะพยายามงอนง้อกรชุดาให้ยอมอภัยตนให้ได้
ชายหนุ่มเดินตามไปเปิดประตูขึ้นนั่งหลังพวงมาลัย วางช่อดอกไม้ดอกนั้นไว้บนตักของหญิงสาว
“ฝากไว้หน่อยนะ”
เธออยากจะเปิดกระจกรถแล้วปามันทิ้งลงข้างทางเสียเหลือเกินแต่กลัวจะเป็การทำให้เขาโกรธเพราะตอนนี้ต้องอาศัยติดรถกลับบ้านด้วยขืนมีปัญหาทะเลาะกันอาจนำความเดือดร้อนมาสู่ตัวเองได้จึงระงับอารมณ์เดือดคุกรุ่นภายในแล้วนั่งเงียบไปตลอดทางรู้สึกว่าชายหนุ่มขับรถช้าถึงช้ามาก จนตะวันใกล้ลับเหลี่ยมเขาเข้าไปทุกที แต่ถึงอย่างไรหล่อนก็ไม่ยอมเอ่ยปากทักท้วงออกไปจึงทำเป็นอนหลับไม่สนใจอะไรเขาเลย
หญิงสาวเผลอหลับไปเสียสนิทเสี้ยวหน้าหวานผ่องใสในความมืดจับจิตจับใจชายหนุ่มนัก เขายิ้มเอ็นดูตามนึกตรองดูความสัมพันธ์ของเธอกับเขา และของเขากับผู้หญิงทั้งหลายก็เห็นได้ชัดเจนว่ามันแตกต่างกันอย่างมาก
กับผู้หญิงเ่าั้ที่ผ่านมามันไม่ใช่ความรัก เป็เพียงความสนุกสนานตื่นเต้นตื่นใจเหมือนมองดูพลุไฟในงานเทศกาล
ยิ่งใหญ่ สวยงามและดับไปในเวลาอันรวดเร็ว
ส่วนกรชุดานั้นเป็เหมือนแสงดาวที่นิ่งสงบ อาจดูน่าเบื่อแต่เธออยู่ที่นั่นตลอด อยู่เป็เพื่อนในคืนเหงา ๆ อยู่เป็แสงดาวนำทางในคืนมืดมิด ชีวิตของวาทิศหลงทางมานานกับไฟสวาทความปรารถนาทางเพศรสอันไม่มีที่สิ้นสุดมันสมควรจะหยุดความโลนโผนลงไปได้แล้ว เขาอยากจะเริ่มต้นสร้างครอบครัวใหม่ที่สุขสมบูรณ์อย่างจริงจังเหมือนกันกับใครเขาเสียที
รถยนต์เลี้ยวเข้ามาจอดเทียบเรือนไม้สักทองที่ยิ่งใหญ่ในอาณาบริเวณของไร่ปภาวินวาทิศเปิดประตูและค่อย ๆอุ้มกรชุดาลงมาจากรถอย่างนุ่มนวลแ่เบาเพราะกลัวหญิงสาวจะตื่นขึ้นมากลางครัน เพื่อพาเข้าไปนอนหลับพักผ่อนในห้องเดิมที่เคยเป็เรือนหอของเขาทั้งสอง
เพิ่งสังเกตเห็นว่าภรรยาตนนั้นเป็คนสวยซึ้งตรึงใจ มองอย่างไรก็ไม่มีเสื่อมคลายยิ่งพิศก็ยิ่งงาม ยิ่งมองก็ยิ่งหลงใหล เพราะเหตุนี้หรือเปล่าเขาเลยตัดใจทิ้งเธอไม่ได้ง่ายๆ เหมือนกับผู้หญิงคนอื่น ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะก้มลงจุมพิตริมฝีปากบางนุ่มที่ไม่ได้ััมานานมากมันยังหอมหวานเหมือนเดิมหรือเหมือนจะมากกว่าเดิมด้วยซ้ำเพราะความรู้สึกของเขาที่มีต่อเธอมันได้เปลี่ยนไปด้วย
กรชุดาขยับตัว ค่อย ๆ ปรือเปลือกตาที่หนักอึ้งของตนขึ้นมากระพริบถี่ ๆ มองใบหน้าคมสันที่ลอยเด่นอยู่เบื้องหน้าอย่างงุนงง รู้สึกตัวตื่นตระหนกเมื่อรู้ว่าที่นี่ไม่ใช่บ้านของตนรีบยันกายลุกขึ้นถาม แล้วก็เอะใจหันไปมองรอบ ๆ ห้องในบรรยากาศเก่าที่คุ้นเคย
เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่าง ของประดับทุกชิ้นยังวางอยู่เช่นเดิม เหมือนไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว
“นี่มันอะไรกันน่ะ พาฉันมาที่นี่ทำไม ทำไมถึงไม่พากลับบ้าน”
“มันดึกแล้ว คุณนอนที่นี่ซักคืนเถอะนะ”
“ไม่นะ ฉันจะกลับบ้าน พาฉันกลับบ้านเดี๋ยวนี้เลย”
“คุณโทรไปบอกพี่คุณนะว่าไม่ต้องเป็ห่วงเดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะไปส่งที่บ้านเอง” เขาไม่ตอบคำถาม แถมยังเผด็จการสั่งอย่างเอาแต่ใจ
“คุณวาทิศ...”
“คุณไม่เหนื่อยรึไง แต่ผมเหนื่อยและหิวมากเลยไปอาบน้ำเถอะเดี๋ยวจะได้มาทานข้าวกัน เดี๋ยวผมจะไปบอกป้าอรให้หาอะไรง่าย ๆให้เราสองคนทาน” บอกตามนั้นแล้วหันหลังเดินออกจากห้องไป ไม่ปล่อยโอกาสให้หญิงสาวได้ทักท้วงอีก
กรชุดายืนคว้างอยู่อย่างนั้นไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีจะโทรให้พี่มารับที่นี่ หรือขโมยรถเขาขับกลับไปเองแต่สุดท้ายเธอก็เลือกทางที่วาทิศเสนอให้นั่นก็คือยอมพักค้างอยู่ที่นี่สักคืน.....