ตอนที่ 3.1
ความทรงจำที่กลับมา
ใน่สายของวันเดียวกันทางฝั่งบ้านของอัครไพศาล ลูกสาวของคุณหญิงภาวินีกำลังดื่มด่ำกับวันหยุดสุดสัปดาห์ของตนเอง เธอหยิบหนังสือคู่ใจมานั่งอ่านเล่นในเรือนดอกไม้ของแม่ที่รัก กลิ่นหอมและสีสันสวยงามของไม้นานาพันธุช่วยทำให้คลายความเหงาลงไปได้บ้าง แม่มักจะเล่าให้เธอฟังเสมอว่าพ่อสร้างเรือนดอกไม้นี้ไว้เพื่อขอแม่แต่งงาน มันเป็สถานที่ความรักของพ่อและแม่เธอ
‘พ่อรู้ว่าแม่ชอบปลูกดอกไม้เลยออกแบบและสร้างเรือนนี้ให้แม่ด้วยตัวเอง ในวันที่สร้างเสร็จพ่อพาแม่มายืนตรงนี้ คุกเข่าต่อหน้าแม่พร้อมดอกกุหลาบสีขาวนับพันดอก แล้วบอกว่าจะรักและดูแลแม่ให้ดีที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้ เรือนดอกไม้แห่งนี้เป็สิ่งยืนยันคำว่ารักจากพ่อของลูก’
แม่ชอบเข้ามาอยู่ในนี้...ในโลกที่มีแต่ความรักของพวกเขา หลบนี้ตัวเองออกจากโลกความเป็จริงที่คอยบอกว่าคำสัญญาเ่าั้เป็เพียงแค่คำพูดหลอกลวงของชายคนหนึ่ง
อิงฟ้าอยากจะเก็บเรือนดอกไม้แห่งนี้ไว้มากพอกับที่อยากทำลายมัน!
“พ่อมีเื่อยากคุยด้วย”
ความสงบของอิงฟ้าถูกปัดทิ้งลงเมื่อเ้าของบ้านถือวิสาสะก้าวเข้ามาเหยียบเรือนดอกไม้ พิบูลย์ อัครไพศาลเป็ชายชราอายุราวหกสิบปี นภาสินีมองสำรวจผู้เป็พ่อ ใบหน้าที่เคยเป็ที่ลุ่มหลงของสาวมากมายตอนนี้เต็มไปด้วยริ้วรอยเหี่ยวย่นมากกว่าอายุจริง ใต้ตาหมองคล้ำดูอ่อนล้าอิดโรย เธอเพิ่งสังเกตว่าปีนี้ผู้ชายคนนี้ดูแก่ลงไปมาก ไม่เหมือนชายที่เต็มไปด้วยเสน่ห์มากล้นอย่างก่อน แต่ถ้าถามว่าอิงฟ้ารู้สึกดีมั้ยที่เห็นสภาพเขาเป็เช่นนี้ บอกเลยว่ามันไม่พอกับสิ่งที่แม่เธอได้รับหรอก
“ถ้าจะคุยเื่เด็กพวกนั้น พ่อไปคุยกับเลขาฟ้าก็ได้ค่ะ ฟ้าแจ้งพวกเขาไว้หมดแล้ว” อิงฟ้าชิงพูดก่อนเพราะรู้ว่าเขาจะมาคุยเื่ฝากงานให้ลูกแฝดของเขา
“สาวิตรีบอกว่าลูกไม่รับน้องเข้าทำงาน” ผู้เป็พ่อกล่าวตามที่เลขาเก่าของตนบอก
“ถ้าอยากทำงานที่อัครไพศาลให้ยื่นใบสมัครเหมือนคนอื่น แล้วฝ่ายบุคคลจะนำไปพิจารณาเองค่ะ”
“แต่ฝนกับเมฆเป็น้องนะ จะให้ไปสมัครงานเหมือนคนอื่นทำไมให้เสียเวลา แม้แต่ลูกเองยังใช้เส้นสายของพ่อเพื่อให้ได้ตำแหน่งนี้มาเลย แล้วจะผลักไสอะไรน้องนัก”
“…”
อิงฟ้าระงับอารมณ์เ็ปที่ใจด้วยการจิกเล็บลงบนฝ่ามือของตนเอง เธอพยายามสูดลมหายใจเข้า ออกลึก ๆ เรียกสติกลับมาหลังจากได้ยินคำว่า น้อง จากปากของคนตรงหน้า
เมฆิณ สุขทิพย์และสายฝน สุขทิพย์กลายมาเป็เมฆิณ อัครไพศาลและสายฝนอัครไพศาลั้แ่วันแรกที่ก้าวเข้าสู่รั้วของคฤหาสน์หลังนี้ พร้อมกับตำแหน่งเมียหลวงที่แม่ไม่เคยอยากได้
“พวกเขาเป็ลูกของพ่อ แต่ไม่ใช่น้องของฟ้า ฟ้าเป็ลูกคนเดียว! และฟ้าจะไม่รับคนเข้าทำงานเพราะเป็ลูกพ่อด้วย ถึงแม้ฟ้าจะได้ตำแหน่งนี้มาเพราะเส้นสายของพ่อแต่อย่าลืมสิคะว่าพ่อเป็คนยัดเยียดมันให้ฟ้าเอง ฟ้าไม่เคย้ามันเลย”
หลังจากแม่ของเธอเสียได้ไม่นานอิงฟ้าก็ทนอยู่บ้านหลังนี้ต่อไปไม่ได้ เธอทำเื่ชิงทุนย้ายไปเรียนต่อที่อเมริกาและตั้งใจว่าจะไม่กลับมาเหยียบเมืองไทยอีกเลย จนผู้เป็พ่อทนไม่ได้ใช้อำนาจทั้งหมดที่มียัดเหยียดตำแหน่งประธานบริษัทของอัครไพศาลผู้ยิ่งใหญ่ เพื่อบีบบังคับให้เธอกลับมา
“พ่อมอบอำนาจทั้งหมดของบริษัทให้ฟ้าแล้ว ฟ้ามีสิทธิ์ตัดสินใจอย่างไรก็ได้ เพราะฉะนั้นถ้าอยากเข้าทำงาน เด็กพวกนั้นต้องทำเหมือนพนักงานคนอื่น” ดีเท่าไหร่แล้วที่ยอมให้มาสมัครงาน ถ้าเธอร้ายได้อีกสักนิดจะตัดอนาคตของเด็กพวกนั้นให้หมดเลย
“งั้นก็ได้ พ่อจะให้น้องสมัครเข้าตามระเบียบบริษัท” ผู้เป็พ่อจำใจต้องถอยให้ก้าวหนึ่งเพื่อยุติาขนาดย่อม ตอนนี้เขาไม่มีอำนาจในบริษัทแล้วเพราะยกทุกอย่างให้ลูกสาวคนโตเพื่อแลกกับการให้เธอกลับบ้าน จะให้ใช้อารมณ์บังคับเห็นทีจะมีแต่แย่ลงและพาลทำให้เื่ของพรุ่งนี้มีปัญหาไปด้วย “แต่พรุ่งนี้ฟ้าต้องไปงานเลี้ยงกับพ่อนะ ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด”
“งานแบบนี้ทำไมไม่ให้ผู้หญิงคนนั้นกับลูก ๆ ไปแทนล่ะ มาบังคับฟ้าทำไม” งานเลี้ยงที่รวมเหล่าผู้ดีและคนดังมากมายเป็ที่โปรดปรานของผู้หญิงคนนั้น เพราะมันจะเป็โอกาสอันดีในการเปิดตัวตำแหน่งคุณผู้หญิงคนใหม่ของอัครไพศาลและลบรอยทุกอย่างของเมียเก่า
“พ่ออยากให้ลูกไป” ผู้เป็พ่อยังคงไม่ยอมแพ้ แม้คนที่ลูกสาวพูดถึงนั้นจะเตรียมเสื้อผ้าเครื่องประดับไว้พร้อมสำหรับงานพรุ่งนี้แล้ว แต่เขายังยืนคำเดิมว่าจะไปกับอิงฟ้าแค่สองคนเท่านั้น “เถอะนะ ถือว่าพ่อขอ”
“คิดว่าพ่อขอร้องอะไรฟ้าได้เหรอคะ” เขาคงลืมไปแล้วว่าคำขอร้องของเขาไม่เคยมีผลอะไรกับเธอเลยสักครั้ง
“แต่ฟ้าจะไปก็ได้ จบเื่แล้วช่วยออกไปจากที่นี่ด้วยนะคะ ฟ้าอยากอยู่เป็ส่วนตัว” ลูกสาวกล่าวจบก็หันไปสนใจหนังสือตามเดิมไม่ยอมหันไปมองสีหน้าตัดพ้อของผู้เป็พ่อที่ถูกไล่
เธอยอมไปงานวันพรุ่งนี้ไม่ใช่เพราะคำขอร้องของพ่อแต่เพราะอยากเห็นใครบางคนดิ้นทุรนทุรายที่ไม่ได้ไปมากกว่า ยอมรับว่ามัน...สะใจดี
“แอบร้ายนะเธอ” ิญญาสาวที่คอยนั่งฟังอยู่ตลอดเอ่ยแซวคนใจร้ายที่ไล่พ่อตัวเองออกไป
“ฉันไม่เคยบอกว่าฉันเป็คนดี” อิงฟ้ากล่าวทั้งที่ตายังคงมองตัวอักษรบนหนังสืออย่างสบายอารมณ์
“จ้า แม่นางร้าย แล้วตกลงจะยอมคุยเื่ของฉันได้หรือยัง ครั้งนี้ฉัน้าให้เธอช่วยจริง ๆ นะ”
“เธอควรตัดบ่วงแล้วไปเกิดใหม่ได้แล้วฤดี ตอนนี้เธอไม่ได้อยู่โลกเดียวกับมนุษย์แล้ว”
“ถ้าเป็ก่อนหน้านี้ฉันยังพอตัดได้ แต่ตอนนี้ฉันจำได้แล้วว่าฉันเป็ใครฉันจะไม่ยอมให้มันอยู่อย่างเป็สุขเด็ดขาด”
ผีสาวพูดอย่างแค้นใจ เธอยังจำวันแรกที่รู้ว่าตัวเองตายได้ เธอรู้สึกตัวขึ้นมากลางดึกรอบ ๆ มองไม่เห็นอะไรนอกจากป่าร้าง ร่างที่ถูกจับยัดไว้ในกระสอบทรายทำให้รู้ตัวว่าตายแล้ว ฤดีเตร็ดเตร่ไปทั่วอย่างไม่รู้จะไปไหน จำไม่ได้ว่าเป็ใครและทำไมถึงต้องมาถูกทิ้งไว้ในป่าเหมือนสัตว์แบบนี้ จำได้แค่ว่าตนเองชื่อฤดีเท่านั้น จนบังเอิญเจอกับอิงฟ้าที่กำลังขับรถกลับบ้าน อิงฟ้าไม่รู้ว่าเธอคือิญญาเพราะเธออยู่ในรูปกายที่สายงามเหมือนคนปกติทุกอย่างจึงเผลอจอดรถรับขึ้นมา ทำให้ฤดีรู้ว่าอิงฟ้ามองเห็นและพูดคุยกับเธอได้จึงคอยตามอิงฟ้าไปทุกที่ แม้ว่าอิงฟ้าจะเกลี้ยกล่อมให้ไปเกิดใหม่ แต่ผีสาวไปไม่ได้มันเหมือนมีอะไรบางอย่างค้างคาอยู่ในใจ ความเคียดแค้น ความโกรธ ความเสียใจอัดอั้นอยู่มากมาย เธอคิดว่าอาจเป็เพราะร่างของเธอยังอยู่อย่างน่าสงสารเธอจึงไปไหนไม่ได้ ผีสาวจึงขอร้องให้อิงฟ้าช่วยนำศพเธอออกมา
ไม่แน่ใจว่ามันเป็การตัดสินใจถูกมั้ย ศพของเธอถูกพาไปให้ตำรวจเ้าของพื้นที่รับผิดชอบ ฤดีคิดว่าเธอจะได้ไปจากโลกนี้แล้วหากไม่เจอผู้ชายสามคนนั้นเสียก่อน
เหนือ ตะวัน และ ั์
คนสำคัญทั้งสามคนทำให้ิญญาสาวจำทุกอย่างได้ เธอจำได้ว่าเธอคือฤดี สิทธิกุล จำได้ว่าเป็ใคร ทำอะไร อยู่ที่ไหน จำได้ทั้งหมดว่าความเคียดแค้น ความโกรธและความเสียใจพวกนั้นมีสาเหตุมาจากอะไร เธอจะไม่ยอมไปไหนเด็ดขาด!!!
“แสดงว่ารู้แล้วว่าตายเพราะอะไรแล้วทำไมถึงถูกฝังไว้แบบนั้น”
“ฉันจำได้หมดยกเว้นเื่นี้ นึกเท่าไร่ก็นึกไม่ออกว่าไปอยู่ที่นั่นได้ไง แต่ต้องเป็เพราะผู้หญิงคนนั้นแน่ ๆ”
เมื่อฤดีจำทุกอย่างได้ เธอจึงกลับไปคอนโดของตัวเองเผื่อจะจำได้ว่าใครฆ่าเธอ แต่ดันได้เจอผู้หญิงคนนั้นแทน ครั้งแรกที่เห็นเธอใมากแต่พอเห็นสิ่งที่มันทำ ยิ่งเกลียดมัน ทนไม่ได้ที่มันยังอยู่เป็สุข ไม่รู้จะไปขอร้องใครทั้งเหนือ ตะวันและั์ต่างมองไม่เห็นเธอ มีแต่อิงฟ้าที่สามารถสื่อสารกับเธอได้ ผีสาวจึงกลับมาหาอิงฟ้าพร้อมกับความแค้นที่อัดแน่นอยู่
“ผู้หญิงคนนั้นเหรอ ใครกัน?” หญิงสาวโชคร้ายที่ดันสื่อสารกับิญญาได้ถาม จู่ ๆ มีตัวละครเพิ่มขึ้นมาอีกคนหนึ่งซึ่งสำคัญมากเสียด้วยเพราะทำให้ฤดีแผ่รังสีสำดำออกมาจนเห็นชัด
“ยังไม่ถึงเวลาที่เธอต้องรู้ บอกตอนนี้เธอไม่มีวันเชื่อฉันแน่ ต้องได้เห็นกับตา แต่ตอนนี้มันกำลังซ่อนตัวอยู่ คงกลัวั์กับตะวันจับได้”
“ตะวัน...หมายถึงตะวัน รัตนศักดิ์พี่ของลิต้าหรือเปล่า”
จู่ ๆ ใบหน้าขาวตี๋และรอยยิ้มอบอุ่นของผู้ชายคนเมื่อวานก็ปรากฏขึ้นในความคิดของหญิงสาว จะไม่ให้เธอนึกถึงได้อย่างไรในเมื่อรู้จักคนชื่อตะวันอยู่คนเดียว แล้วเมื่อวานฤดีทำเหมือนรู้จักเขาเสียด้วย
“ใช่ ตะวันกับั์กำลังสืบคดีของฉันอยู่ พวกเขาเป็ตำรวจน่ะ”
“งั้นเหรอ” ผู้ชายหน้าใสแบบนั้นไม่น่าเชื่อว่าจะเป็ตำรวจได้ อิงฟ้าคิดอย่างอคติ ไม่คิดว่าคนเ้าชู้แบบนั้นจะมีหน้าที่การงานน่าเชื่อถือแบบนี้ ดูไม่เข้ากับตะวันที่เธอเห็นเมื่อวานเลย แต่คำโบราณที่ว่า รถไฟ เรือเมล์ ยี่เก ตำรวจ คบไม่ได้เพราะเ้าชู้เห็นจะจริง
“อย่าดูถูกเชียวพวกเขาเป็ถึงสารวัตรอนาคตไกล คดีใหญ่ ๆ ล้วนแต่ปิดได้เพราะฝีมือของพวกเขาทั้งนั้น” ผีสาวกล่าวอย่างภูมิใจ
“เธอเป็อะไรกับพวกเขา ทำเหมือนรู้จักดี”
“ฉันเป็เพื่อนของพวกเขา”
พออิงฟ้ามาคิดดูแล้วฤดีไม่เคยกลับไปหาญาติที่ไหน ต่างกับผีตนอื่นที่เธอเคยเจอพวกเขามักจะติดบ่วงเพราะละทิ้งครอบครัวไม่ได้ แต่ยิ่งคิดอิงฟ้ายิ่งพบเจอข้อสงสัยบางอย่าง ฤดีตายมานานหลายวันแล้วและเพื่อนของเธอก็พบศพแล้ว ทำไมไม่มีใครจัดงานศพให้ฤดี จะว่า้าชันสูตรศพเพื่อหาสาเหตุการตายก็น่าจะเสร็จสิ้นได้ในไม่กี่วันแล้วส่งศพไปทำพิธี ไม่น่าเงียบแบบนี้...เหมือนไม่อยากให้รู้ว่าเธอตายไปแล้ว
“ฉันไปก่อนนะ ถ้ามันแสดงตัวเมื่อไหร่จะมาหา”
“เดี๋ยวก่อนสิ...” อิงฟ้าอยากถามิญญาสาวให้กระจ่างแต่เหมือนเธอจะรู้ตัวจึงหนีหายไปเสียก่อน สังเกตว่าั้แ่ฤดีกลับมาครั้งนี้ ดูมีความลับบางอย่างไม่อยากให้ใครรู้ ฤดีตอนนี้ให้ความรู้สึกไม่น่าไว้ใจต่างกับผีสาวความจำเสื่อมก่อนหน้า
เกิดอะไรขึ้นกับฤดีเมื่อความทรงจำกลับมากันนะ...
................................................
พ่อลูกเจอกันก็จะมีเดือดๆ หน่อยนะคะ แต่นี่แค่ปะทะกันเบาๆของจริงต้องรอติดตาม ส่วนพี่ซันน่าจะจามบ่อยอยู่เพราะน้องฟ้าแอบนึกถึง แม้จะแขวะตลอดแต่ก็ไม่ได้ไร้ตัวตนเหมือนก่อนเนอะนับว่าคืบหน้าอยู่บ้าง ฝากเป็กำลังใจให้พวกเขาด้วยน้า จุ๊บๆ