ตอนที่ 29 อะไรนะ!
“ใหญ่โตไม่เบาเลยนะเนี่ย”
หลินเฟยมองอาคารขนาดใหญ่ที่ปรากฎอยู่เบื้องหน้าอย่างสนใจตัวอาคารมีหลายชั้นคาดว่าไม่ต่ำกว่าเจ็ดเป็แน่ซึ่งอาคารขนาดใหญ่เช่นนี้มักไม่ค่อยได้เห็นกันมากเท่าไหร่
หรือจะเป็เพราะหลินเฟยไม่เคยได้ออกท่องยุทธภพมาก่อนบางสิ่งบางอย่างจึงนับว่าเป็ของแปลกตาสำหรับเขาอย่างมากอาคารที่ตั้งของสมาคมนักล่าศักดิ์สิทธิ์ย่อมเป็หนึ่งในนั้น
หลินเฟยมองดูผู้คนที่แต่งตัวหลากหลายบ้างสะพายดาบขนาดใหญ่บ้างเหน็บกระบี่ไว้ข้างเอวเดินผ่านเข้าออกประตูรั้วเหล็กหน้าสมาคมกันอย่างไม่ขาดสาย
“ข้าก็ไปบ้างดีกว่า”
หลินเฟยเดินตามกระแสฝูงชนเข้าไปภายในตัวอาคารขนาดใหญ่เมื่อเข้ามาถึงก็เห็นคนของสมาคมนักล่าศักดิสิทธิ์ยืนต้อนรับและแนะนำข้อมูลต่างๆให้กับผู้ฝึกยุทธมือใหม่ที่้าเข้าร่วมการเป็นักล่ากับทางสมาคม
"ยินดีต้อนรับคะไม่ทราบว่าคุณชายท่านนี้สนใจติดต่อเื่อะไรคะให้เหมยเหม่ยช่วยนะคะ"
หลินเฟยที่กำลังยืนงงมองซ้ายมองขวาด้วยท่าทางเก้ๆกังๆก่อนจะถูกหญิงสาวน่าตาน่ารักคนที่คอยแนะนำผู้ฝึกยุทธหน้าใหม่ร้องเรียก
"เอ่อ...พอดีข้าอยากเข้าร่วมสมาคมต้องทำยังไงบ้างหรือแม่นาง"
"หากท่านอยากเข้าร่วมเป็น่าล่าของสมาคมต้องมีพลังฝึกตนขั้นต่ำที่ปราณกำเนิดขั้นกลางเป็ต้นไปเ้าค่ะ" หญิงสาวอายุประมาณสิบแปดปียิ้มอ่อนทำเอาหลินเฟยอึกอักเล็กน้อยด้วยความน่ารักและท่าทางเป็กันเองของนาง
"เมื่อเข้าร่วมกับทางเราแล้วก็จะได้รับผลึกยืนยืนยันตัวตนของสมาคมระดับแรกคือระดับดินโดยการเพิ่มระดับนักล่านั้นสำคัญมากเพราะจะได้รับทรัพยากรและการอำนวยความสะดวกต่างๆมากมายเลยนะเ้าคะ"
"แล้วนักล่านี่มีกี่ระดับทำยังไงข้าถึงจะเพิ่มระดับของตัวเองได้ล่ะ?" หลินเฟยกล่าวถามด้วยความสงสัยเขายิ้มน้อยๆกับท่าทางน่ารักกระตือลือล้นของหญิงสาวนางนี้
"ระดับนักล่าของทางสมาคมจะสามารถเพิ่มระดับได้เมื่อมีจำนวนแต้มภารกิจครบตามกำหนดเ้าคะโดยจะแบ่งระดับออกเป็แปดระดับ
ระดับแรกสุดคือระดับดินต่อมาคือระดับมนุษย์,ระดับอสูร,ระดับฟ้า,ระดับจอมยุทธ,ระดับเทพนักล่า,ระดับเซียนนักล่าและระดับสุดท้ายคือระดับเทพเซียนนักล่า ซึ่งระดับเทพเซียนนักล่านอกจากผู้ก่อตั้งสมาคมแล้วก็มีผู้คุ้มกันฝั่งซ้ายขวาเท่านั้นที่ไปถึงระดับนั้นได้เ้าคะ"
"แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าข้ามีแต้มอยู่เท่าไหร่?"
"หากท่านได้รับผลึกนักล่าระดับดินมาแล้วเพียงแค่ส่งลมปราณกระตุ้นผลึกก็จะสามารถตรวจสอบแต้มของตนเองได้เ้าคะ"
เหมยเหม่ยตอบอย่างอารมณ์ดีรอยยิ้มใสใสที่เข้ากับใบหน้ารูปไข่ของนางช่างทำให้ผู้คนหวั่นไหวเสียจริงหลินเฟยคิดอยู่ภายในใจ
"ถ้าเป็เช่นนั้นข้าต้องทำอย่างไรเพื่อที่จะสมัครเข้าร่วมสมาคม"
"เชิญคุณชายด้านนี้เ้าคะ"
หลินเฟยเดินตามเหมยเหม่ยไปติดๆแต่สทยตาของเขาก็อดไม่ได้ที่จะจ้องมองไปที่บั้นท้ายอันกลมกลึงของนางอย่างไม่วางตา
'ฮี่ๆ ระหว่างที่อยู่เมืองนี้ข้าคงมีอาหารตาให้ดูชมพอชุ่มชื่นหัวใจละนะ' หลินเฟยยิ้มอย่างชั่วร้ายพลางจินตนาการถึงเรือนร่างที่ดูงดงามของหญิงสาวเบื้องหน้า
"คุณชายคะ... คุณชายเ้าคะ!"
"หะ หืมม?"
หลินเฟยตื่นจากภวังค์เมื่อเห็นสีหน้างุนงงสงสัยของเหมยเหม่ยจึงรู้ตัวว่าเผลอคิดอกุศลกับหญิงสาวตรงหน้าแบบโจ่งแจ้งเกินไปหน่อยจึงรีบปรับสีหน้าให้ดูเป็สุภาพบุรุษดังเดิม
"คุณชายเข้าคิวรอตรงนี้นะเ้าคะเมื่อถึงคิวของคุณชายก็จะสามารถเข้าไปในห้องทดสอบได้"
เหมยเหม่ยยังคงทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยมรอยยิ้มที่แจกจ่ายออกมาทำให้บรรดาหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ในบริเวณนี้ดวงตาพวกเขาต่างกลายเป็รูปหัวใจกันเป็แถว
"อ้ากก! จะน่ารักเกินไปแล้ว"
"ข้าอยากกลับไปฆ่าอีแก่ที่บ้าน!"
"คุณเหมยเหม่ยน่ารักจังเลยค้าบบ!"
เสียงฮือฮาดังขึ้นเล็กน้อยพอที่จะให้ดรุณีนางน้อยหันไปแจกรอยยิ้มกระชากใจให้กับผู้คนโดยรอบอีกครั้ง
"ฮิฮิ"
เมื่อเห็นว่าหลินเฟยเข้าคิวรวมกับคนอื่นๆเรียบร้อยหลังจากยิ้มให้กับหลินเฟยอีกครั้งนางจึงจากไปรับแขกที่ทางเข้าอาคารดังเดิม
"เฮ้อ ดูเหมือนว่าข้าจะต้องเพิ่มภูมิคุ้มกันให้มากๆกว่านี้เสียแล้ว" หลินเฟยพึมพำกับตัวเองเมื่อรู้สึกหวั่นไหวขึ้นภายในจิตใจกับรอยยิ้มอันสดใสของเหมยเหม่ย
หลินเฟยต่อแถวเข้าคิวอยู่นานสองนานจึงถึงคราวของตนเองที่ต้องเข้าไปหลินเฟยแง้มประตูไม้เข้าไปช้าๆภายในกลับเป็ห้องทำงานที่ดูรกรุงรังอย่างมากดูน่าอเน็จอนาจจากสภาพของม้วนตำรามากมายที่วางระเกะระกะอยู่ทั่วบริเวณ
หลินเฟยมองสำรวจไปทั่วจึงพบชายชราผมสีขาวโพลนคนนึงที่กำลังก้มๆเงยๆหาของอยู่ใต้โต๊ะของตนเองใบหน้าของหลินเฟยเหยเกขึ้นเล็กน้อยกับการที่ถูกเมินเช่นนี้แต่ด้วยความที่เป็เด็กอ่อนน้อมถ่อมตน...จึงกล่าวออกไปว่า
"ท่านผู้าุโหาอะไรอยู่รึขอรับให้ข้าช่วยหาหรือไม่"
"อา...มีคนใหม่เข้ามาแล้วรึจะให้ข้าพักสักครู่ไม่ได้เลยหรืออย่างไรแต่ก็ดีเ้าหนุ่มเ้าช่วยข้าหาตำราที่มีชื่อว่าแสนพฤกษาวิเศษช่วยข้าทีเื่การสมัครเอาไว้ก่อนเถอะ"
"...ขอรับ" หลินเฟยตอบรับอย่างจำใจก่อนจะก้มลงควานหาม้วนตำราที่เกลื่อนกลาดอยู่เต็มห้อง
"เจอแล้ว!"
หลินเฟยชูม้วนตำราขึ้นด้วยสภาพอิดโรยเขาใช้เวลาหาม้วนตำราพฤกษาที่ว่าอยู่กว่าสองชั่วยามเป็เื่ยากเย็นแสนเข็ญเสียเหลือเกินที่ต้องหยิบม้วนตำราขึ้นมาดูทีละม้วนท่ามกลางกองูเาตำราที่ไม่มีความเป็ระเบียบเช่นนี้
จากการประเมินดูคร่าวๆแล้วม้วนตำราทั้งหมดภายในห้องนี้นั้นมีมากกว่าแสนม้วนเลยทีเดียวแล้วจะไม่ให้หลินเฟยตกอยู่ในสภาพร่อแร่เช่นนี้ได้อย่างไร
ที่น่าโมโหคือพอเห็นหลินเฟยหาตำราอย่างขะมักเขม้นชายชราก็ดันลุกขึ้นไปนั่งซดน้ำชากินอย่างสบายใจจนหลินเฟยถึงกับสบถด่าอยู่ภายในใจหลายครั้งเลยทีเดียว
"ดีๆ ดีมาก เอ๋? ไม่ใช่ม้วนนี้นี่นาที่ข้ากำลังหาอยู่ ช่างเถอะๆมาว่าเื่ของเ้ากัน"
ชายชราในชุดคลุมสีฟ้าอ่อนโยนม้วนตำราที่หลินเฟยหาอย่างยากลำบากกลับเข้าไปในกองูเาม้วนตำราด้านหลังอย่างไม่แยแส
"อะไรนะ!"
หลินเฟยอ้าปากค้างตำราที่เขาใช้เวลากว่าสองชั่วยามกลับถูกโยนทิ้งอย่างง่ายดายแล้วทำไมในเมื่อดูจะไม่ได้เร่งรีบอะไรทำไมถึงไม่ทำเื่สมัครให้เขาั้แ่แรก
'ตาเฒ่าจิ้งจอก! คอยดูเถอะข้าจะต้องเอาคืนเ้าให้ได้!'
หลินเฟยแอบขบเขี้ยวเคี้ยวฟันภายในใจเขาไม่เคยเจอผู้าุโคนไหนทำตัวได้เหลาะแหละเช่นนี้เลยตลาด่เวลาที่ผ่านมา
"นี่เ้าแอบด่าข้าในใจอยู่รึ!"
ชายชราหรี่ดวงตาเรียวเล็กจ้องมองใบหน้าหลินเฟยอย่างเอาเื่พร้อมกับปล่อยแรงกดดันออกมาจนหลินเฟยถึงกับผงะถอยหลังไปหลายก้าวเหงื่อเม็ดเย็นๆไหลอาบไปทั่วแผ่นหลัง
"ปะ เปล่า ข้าจะกล้าคิดเช่นนั้นได้อย่างไร"
'ตาแก่นี่พลังไม่ธรรมดากระทั่งอาจจะเหนือกว่าท่านอาจารย์ซุนม่อหลงเสียอีก!'
"หึ อย่าให้ข้ารู้แล้วกันยังหนุ่มยังแน่นแม้จะไม่พอใจก็ต้องหัดเก็บสีหน้าให้มันดีกว่านี้" ชายชรากล่าวตักเตือนหลินเฟยพร้อมกับซดชาเข้าอีกอึกใหญ่
"ขอบคุณผู้าุโที่สอนสั่ง"
แม้หลินเฟยจะไม่พอใจจริงๆแต่เขาก็รู้สึกว่าที่ชายชรากล่าวมานั้นถูกต้องยังไงเขาก็ยังคงเป็ผู้เยาว์จะทำกริยาอันใดก็ควรจะระวังให้มากกว่านี้ตอนนี้เขาจึงประสานมือคารวะพูดออกไปอย่างนอบน้อมสำหรับคำสอนเตือนสติของชายชราเมื่อครู่
"ดีๆตอนนี้ข้ารู้สึกถึงน้ำเสียงจริงใจของเ้าแล้วข้าก็ขอบใจเ้ามากที่ช่วยคนแก่อย่างข้าหาม้วนตำราอยู่นานโดยไม่ปริปากบ่นแม้เ้าจะไม่เต็มใจแต่ก็ถือว่ายังเป็คนดีคนนึง"
"ขอบคุณผู้าุโที่เมตตา"
"เ้าชื่ออะไร"
"ข้ามีนามว่าจางหลิน" หลินเฟยยังคงประสานมือตอบออกไปอย่างนอบน้อมชายชราพยักหน้ารับรู้ก่อนจะกล่าวต่อ
"เอาล่ะมาเข้าเื่กันเถอะจากที่ข้าััดูแล้วระดับพลังของเ้าล้วนผ่านเกณฑ์อยู่แล้วเอาเช่นนี้แล้วกันตอบแทนเื่ที่เ้าเสียเวลาช่วยข้าหาม้วนตำราอยู่นานสองนานเ้าเริ่มการเป็นักล่าระดับมนุษย์เลยแล้วกัน" ชายชรากล่าวพลางหยิบแผ่นผลึกแก้วสีฟ้าขนาดเท่าฝ่ามือโยนไปให้หลินเฟย
"เอ่อ...แบบนี้จะดีหรือ" หลินเฟยมีสีหน้าลังเลจากที่เขาได้ฟังจากเหมยเหม่ยมาดูเหมือนระดับของนักล่าจะทำให้ได้สิทธิพิเศษอยู่หลายอย่างเลยทีเดียวเมื่อมีระดับที่สูงพอ
แม้ตอนนี้เขาจะยังไม่ค่อยรู้ข้อมูลก็เถอะแต่คาดว่าคงจะถามจากชายชราผู้นี้ไม่ได้อย่างแน่นอนดูจากการทำหน้าที่แบบขอไปทีเช่นนี้แล้วหลินเฟยก็ไม่อยากเซ้าซี้กับอีกฝ่ายมากนัก
"ไม่เป็ไรๆยังไงจากระดับดินขึ้นมาถึงระดับมนุษย์ก็ใช้การทำภารกิจไม่กี่ภารกิจเท่านั้นตอนเ้าออกไปก็นำผลึกนั่นไปแสดงที่จุดแจกจ่ายและรับซื้อทรัพยากรแล้วบอกว่าผู้าุโซื่อตงให้มารับทรัพยากรแรกเข้า"
"ขอรับ"
หลินเฟยประสานมือโค้งตัวลาก่อนจะเดินออกจากห้องไปอย่างหวาดๆดูเหมือนชายชราผู้นี้จะไม่ใช่บุคคลระดับล่างๆที่คอยรับสมัครนักล่าธรรมดาๆทั่วไปซะแล้วสิหลินเฟยได้แต่ลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
หลังจากที่ออกจากห้องมาได้อย่างปลอดภัยหลินเฟยยังคงจดจำความรู้สึกจากแรงกดดันของชายชราซื่อตงนั้นได้เป็อย่างดีมันทำเอาเขารู้สึกขนลุกขนชันยิ่งกว่าตอนเผชิญหน้ากับมือสังหารคราวนั้นเสียอีก
"น่าสนใจจริงๆระดับพลังปราณยุทธขาว่กลางทั้งๆที่อายุเพียงแค่นี้..." ซื่อตงจิบชายิ้มน้อยๆพร้อมกับมองไปยังประตูที่หลินเฟยก้าวเดินออกไป
.
.
.