บทที่ แปด
หลังจากออกมาจากป่าพิษชีวิตที่เหลือราบรื่นดีไม่มีอะไรให้ใอีก ลู่อิงิพาเสี่ยวหรงเดินเข้าตัวเมืองพักค้างคืนแล้วเช้าวันต่อมานางก็ควบม้าตรงกลับถงเซี่ยไม่รู้ว่าคุณหนูเจียงเถียนหนิวนอนหลับอยู่เป็อย่างไรบ้างแล้ว
ตลอดทางแทบไม่หยุดพักใช้เวลาทั้งวันก็มาถึงถงเซี่ยในที่สุดขณะนี้ก็เวลายามไฮ่[1] ทั้งเมืองไม่มีคนอีกแล้วเวลาขนาดนี้ไม่แปลกที่จะไม่มีผู้คนก็ไม่ใช่ตรอกที่มีสิ่งเริงรมย์เสียหน่อยคนก็เข้าบ้านพักผ่อนกันหมด
“ข้าจะไปส่งเ้าที่โรงเตี๊ยมก่อนนะ”ดึกขนาดนี้เด็กน้อยก็ควรพักผ่อน ทั้งยังนั่งอยู่บนหลังม้ามานานก็คงจะเพลียแล้วทางผ่านโรงเตี๊ยมแวะส่งได้ไม่เสียเวลา
“ข้าไม่ง่วงเลย ขอไปกับท่านได้ไหม?”
“เ้านี่นะ เสี่ยวหรง”เด็กคนนี้จะติดนางไปถึงไหน แต่ช่างเถอะไปจวนเศรษฐีเจียงด้วยกันก็ได้ไม่นานก็คงเสร็จงานอยู่แล้วค่อยกลับมาพักทีหลัง
ลู่อิงิมาหยุดมาที่หน้าจวนแล้วแสดงตัวให้ผู้เฝ้าประตูเห็นว่าทั้งสองเป็ใครพวกเขาก็จดจำได้ทันทีจึงเปิดให้เข้าจวนไปรอด้านในได้เลยระหว่างที่วิ่งไปตามเ้าบ้านอย่างท่านเจียงหลุน
ทั้งสองนั่งรออยู่ได้ไม่นานทั้งท่านเจียงทั้งพ่อบ้านกู่ก็รีบร้อนเข้ามาต้อนรับแม้จะดึกขนาดนี้ก็ดูเหมือนทั้งคู่จะยังไม่ได้พักผ่อนซึ่งคงไม่พ้นเื่คุณหนูเถียนหนิวผู้นั้น
“คำนับคุณชายลู่” สีหน้าของเ้าตระกูลพลันดูดีขึ้นเมื่อทราบเื่ว่าคุณชายผู้ที่ให้สัญญาว่าจะรักษาบุตรสาวกลับมาถึงจวนหลังจากหายไปกว่าห้าวันเขานึกว่าจะไม่กลับมาด้วยซ้ำ
“เช่นกันท่านเจียง”
“รีบเถอะคุณชายท่านหาของที่บอกว่าจะนำมารักษาบุตรสาวข้ากลับมาแล้วใช่หรือไม่” เพราะสิ่งนั้นอาจจะเป็สิ่งเดียวที่รักษาได้แล้วในเวลานี้ก็ระหว่างที่คุณชายลู่หายไปเจียงหลุนนั้นไม่นิ่งนอนใจเขาเชิญหมอมาทั้งเมืองก็แล้วแต่ไม่สามารถรักษาได้ถึงขั้นเชิญหมอขึ้นชื่อที่เมืองอื่นก็ยังไม่ทราบแม้กระทั่งสาเหตุด้วยซ้ำว่าทำไมบุตรสาวเขาถึงไม่ตื่น
“ได้มาแล้วท่านเจียง”
“เชิญเลยๆท่านจะใช้วิธีใดรักษา” ลู่อิงิเดินตามเ้าบ้านไปที่เรือนของเถียนหนิวระหว่างนั้นก็คุยกันไปด้วยเพื่อไม่ให้เสียเวลา
“ช่วยนำเตาไฟมาทีเอาขนาดเล็กๆ”
“สิ่งเดียวหรือ”ลู่อิงิพยักหน้า แค่นั้นก็พอ เจียงหลุนจึงหันไปสั่งให้พ่อบ้านไปนำเตาไฟมาแล้วตามไปที่เรือนคุณหนูเถียนหนิวทันที
รออยู่ไม่นานหรือแทบจะทันทีที่นางมาถึงเรือนนอนด้านในของคุณหนูเถียนหนิวเตาไฟขนาดเล็กพอจะถือได้ด้วยสองมือก็ตามมา
“พยุงตัวคุณหนูขึ้นนั่ง”ลู่อิงิสั่งสาวรับใช้ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ให้จับคนที่นอนอยู่นั่งเพื่อนางจะได้ทำการรักษา
“ท่านจะทำยังไงให้ข้าช่วยทำอะไรไหม”เจียงหลุนที่เมียงมองอยู่ก็พยายามจะช่วยทั้งที่ไม่รู้ว่าลู่อิงิจะทำอะไรเขาชะโงกตัวมามองใกล้ชิดได้ถือเตาไฟให้ก็ยังดี
“อ่างั้นท่านถือเตาไฟไว้ก็ได้” เซียนน้อยส่งเตาไฟในมือให้ผู้เป็บิดาของเถียนหนิวก่อนดึงเตามาอยู่เหนือตัวใกล้กับคุณหนูคนสวยจากนั้นจึงหยิบดอกไม้สีเหลืองออกมาจากอกเสื้อแล้ววางบนเตาให้มันค่อยๆถูกเผาไหม้ด้วยไฟ
“คุณชายทำอะไร”
“เผา” ถ้าจะแก้แผลเป็ก็ให้ทาแต่ถ้าจะขจัดอาถรรพ์ต้องสูดดมขี้เถ้าดอกหลันหลิ่งขณะที่ดอกไม้สีเหลืองนวลกำลังค่อยๆ ไหม้ส่งควันสีเทาลอยขึ้นตามอากาศลู่อิงิจึงใช้มือโบกพัดเขม่าควันใส่ใบหน้าของคุณหนูให้นางได้สูดดมจนดอกไม้ไหม้หมดไม่มีควันอีกนางถึงถอยออกมา จากนั้นผู้เป็บิดาจึงถอยตาม
“นี่ดอกไม้อะไรคุณชายลู่จะช่วยได้จริงหรือ?” โดนถามมาเช่นนี้นางก็ไม่แน่ใจรู้มาแค่เกสรดอกหลันหลิ่งเผาไหม้ให้สูดดมจะขจัดอาถรรพ์ที่เหลือก็ได้แต่หวังว่าจะได้ผลกับกรณีคุณหนูเถียนหนิวด้วย
“รอดูอาการเถอะ”ลู่อิงิรวมถึงคนอื่นๆ ทั้งห้องนอนก็รอดูอาการด้วยกันมองจ้องหญิงสาวผู้มีใบหน้ารูปไข่ที่ยังหลับตาสนิทอยู่เหมือนคนนั่งหลับอยู่นานนับเค่อก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นเ้าตระกูลเจียงก็ทนไม่ไหวอีกต่อไปพูดเสียงดังออกมาท่ามกลางความเงียบที่ทุกคนจ้องไปที่ผู้ป่วย
“ทำไมบุตรสาวข้ายังไม่ตื่นอีกเ้าๆ เ้าพวกโกหกต้มตุ๋นหรือ” น้ำเสียงทั้งร้อนใจระคนเกรี้ยวกราดเรียกนางซ้ำๆ เพราะคิดว่าคุณชายผู้นี้เป็พวกหลอกลวงไปเสียแล้ว
“ช้าก่อนท่านเจียง”นางพยายามจะพูดให้เขาใจเย็นลงก่อน ทุกอย่างอาจจะต้องใช้เวลาทั้งอีกอย่างนางยังไม่ได้สักตำลึงจากพวกเขาจะเรียกว่าต้มตุ๋นได้อย่างไรแต่ตอนนั้นเองดวงตาดั่งเมล็ดซิ่ง[2] ก็ค่อยๆเปิดออก
“อือ..ท่านพ่อ”เถียนหนิวลืมตามาก็เห็นบิดาตนเองและคนมากมายในห้องตัวเองก็ใไม่น้อยเพราะนางไม่รู้ว่าตนเองเผชิญอะไรมา รู้สึกแค่ว่าตนเองรู้สึกอ่อนเพลียมากๆ เท่านั้น
“เถียนหนิวลูกเป็อย่างไรบ้าง”เจียงหลุนที่ได้ยินเสียงบุตรสาวก็เลิกความคิดจะเอาความกับลู่อิงิเปลี่ยนเป็ถลาไปที่เตียงนอนประคองร่างแบบบางขึ้นนั่งดีๆ
“ขะ..ข้าเป็อะไรไปหรือท่านพ่อ” เสียงอ่อนแรงเอ่ยถามบิดาแต่ถึงเช่นนั้นก็ยังหวานรื่นหูนักลู่อิงิได้ยลโฉมนางเอกอีกคนหนึ่งของเื่เต็มๆ ตาแล้วงดงามดั่งเช่นที่เคยอ่านจริงๆ ดวงตาหวานซึ้งอ่อนโยนสมแล้วที่สวีจ้าวหรงเอ็นดูนางเหลือแสนเพราะความนุ่มนวลเช่นนี้นี่เอง
ลู่อิงิปล่อยให้พ่อลูกได้ไถ่ถามอาหารกันพักใหญ่ๆไม่รบกวนบทสนทนาทั้งสอง เพราะถ้าขัดว่าอยากได้เศษดาวก็จะดูใจดำเกินไป
“ลูกหลับไปนานมากพ่อคิดว่าจะเสียเ้าไปเสียแล้ว ลูกจำได้ไหมว่าไปทำอะไรกับเศษดาว คุณชายลู่คนที่ช่วยลูกไว้เขากล่าวว่าที่ลูกเป็เช่นนี้เพราะเกี่ยวข้องกับเศษดาว”
“..ลูกแค่ได้ยินมาว่าท่านพ่อได้เศษดาวมาวันนี้เลยเข้าไปหยิบมาดูเล่นเท่านั้น ลูกก็ไม่ได้ทำอะไรอีกนะเ้าคะ”ระหว่างที่นางเอ่ยตอบบิดาก็หันมองผู้ช่วยชีวิตตนเองเอาไว้ถึงคุณชายลู่จะไม่ได้ดูโดดเด่นมากแต่เขาก็ดูดี ไม่ว่าจะการแต่งตัวผิวพรรณล้วนลงตัวยิ่งเขาช่วยชีวิตนางเอาไว้ด้วยแล้วพอคิดแก้มสองข้างก็พลันขึ้นสีทั้งที่เมื่อครู่ใบหน้ายังซีดเซียวอยู่เลย
“งั้นหรือ..ไม่เป็ไรๆลูกพักผ่อนเถอะ พ่อจะไปจัดการเศษดาวของอัปมงคลนั้นเอง”
“ท่านพ่อจะทำอันใดหรือ?”
“คุณชายลู่ผู้นี้จะรับมันไป”มาถึงตรงนี้ลู่อิงิที่ฟังอยู่ก็ยกยิ้มในที่สุดก็จะได้ชิ้นแรกมาเสียทีจากที่เสี่ยงตายมามากกว่าหนึ่งครั้ง
“ถ้ามันไม่ดีคุณชายจะไม่เป็อะไรหรือเ้าคะ?” หญิงสาวร่างบางเอ่ยถามพร้อมช้อนตามองอย่างเป็ห่วงในตัวผู้มีพระคุณกับตัวเอง
“สบายมากคุณหนูข้าไม่เป็อะไรหรอก” ท่าทีสบายๆ โบกมือเบาๆของลู่อิงิและคำตอบนั้นเรียกเืฝาดขึ้นที่สองแก้มยิ่งขึ้นคุณหนูคนสำคัญของบ้านใจเต้นตึกตักรีบก้มหน้าซ่อนอาการทันทีด้านเซียนน้อยก็ไม่รู้เื่รู้ราวสักนิดยิ้มรับแก้เก้อที่ถูกคนงามหันหน้าหนี
แต่เสี่ยวหรงที่มองอยู่กลับจ้องตาแข็งหางคิ้วกระตุกก่อนจะรีบเปลี่ยนสีหน้ามาเป็แบบเดิมแล้วเดินมาดึงแขนเสื้อของลู่อิงิพร้อมเอ่ยปากเรียกร้องความสนใจไปจากคุณหนูขี้อายคนนี้
“ข้าเริ่มง่วงแล้วขอรับิเกอ”
“อ่องั้นหรือ..ได้ๆเ้ารอก่อนนะไม่นานหรอกก็ได้กลับกันแล้ว”
“เช่นนั้นเราไปที่ห้องเก็บสมบัติเลยก็ได้คุณชายดึกขนาดนี้แล้ว ท่านก็คงอยากกลับไปพักผ่อน”เจียงหลุนนำทั้งสองคนไปที่ห้องสมบัติแล้วผายมือเชื้อเชิญให้คุณชายเป็คนหยิบเศษดาวจากแท่นที่ตั้งวางอยู่ด้วยตัวเองเพราะเ้าบ้านเจียงคงเข็ดแล้วไม่กล้าจะััด้วยตัวเอง
“ข้าขอรับไปนะท่านเจียง”ลู่อิงิเอ่ยพอเป็พิธีแล้วหยิบเศษดาวขึ้นมาส่องดูว่ายังเป็ของจริงแท้หรือไม่พอมั่นใจแล้วก็เก็บลงถุง
“ขอบคุณคุณชายมากที่ช่วยบุตรสาวข้าหากท่านมีเื่จะให้ข้าช่วยเหลือก็เอ่ยได้เลยนับจากนี้”เจียงหลุนเอ่ยแล้วคำนับให้บุคคลที่อายุน้อยกว่าจนพอจะเป็บุตรชายของตนได้อย่างนอบน้อม
“อย่ามากพิธีเลยท่านเจียงข้าเพียงช่วยเหลือเท่าที่ช่วยได้”นางรับการเคารพมาก่อนที่ก้าวเดินตามหลังเจียงหลุนที่จะไปส่งที่หน้าจวนแต่เสี่ยวหรงก็ดึงนางให้ก้มลงไปหาแล้วกระซิบถามเบาๆก่อนที่จะออกจากห้องสมบัติให้ได้ยินกันสองคน
“ิเกอจะทิ้งหลี่จื้อเจี้ยนไว้เช่นนี้หรือ”นางชะงักไปเล็กน้อยแล้วหันไปมองกริชที่ยังตั้งอวดความงามไว้อยู่ที่เดิมไม่มีการเคลื่อนย้าย
“ไว้นี่ดีแล้วเดี๋ยวคงมีคนมาเก็บไป” ลู่อิงิเอ่ยตอบแล้วเร่งเดินต่อหลี่จื้อเจี้ยนที่ไม่มีเศษดาวอยู่ใกล้ก็เป็แค่กริชธรรมดา สำหรับตระกูลเศรษฐีก็เป็ของสะสมไม่มีอันตรายอะไร
จนเมื่อออกมาถึงนอกจวนเจียงหลุนและพ่อบ้านใหญ่รวมคนรับใช้ก็เดินออกมาส่งแขกกันแทบจะหมดจวนจนลู่อิงิอดรู้สึกภูมิใจไม่ได้ที่ช่วยเถียนหนิวเอาไว้นี่สินะที่พวกเทพเซียนมาทำกันเพื่อเก็บสะสมบารมี ความจริงก็ดีเหมือนกันนะทั้งนางก็อยากช่วยบ่อยๆหรอกถ้าไม่ต้องเสี่ยงตายเช่นนี้ทุกครั้งหลังบอกลาแล้วเซียนน้อยก็ควบม้าออกไปกับเสี่ยวหรง
ลู่อิงิควบม้าห่างจวนออกมาเรื่อยๆแต่ไม่มีวี่แววจะกลับโรงเตี๊ยมแต่อย่างใดเส้นทางต่างจากปกติจนเด็กชายที่นั่งกอดเอวบางอยู่ด้านหลังเอ่ยสงสัย
“ิเกอขอรับ เราจะไปไหนหรือ?โรงเตี๊ยมไม่ได้ไปทางนี้นี่”
“เราไม่ได้จะกลับโรงเตี๊ยมมีอีกที่ที่เราต้องไปกันน่ะ”
เสี่ยวหรงไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติมนั่งเกาะเอวไปจนม้าที่วิ่งอยู่หยุดลงปรากฏว่านางพาทั้งคู่กลับมาที่วัดหนิงเหอแทน
“ลงมาก่อนเสี่ยวหรง”หลังจากที่ลู่อิงิะโลงจากหลังม้านางก็เอ่ยกับเด็กหนุ่มเขาจึงะโตามลงมาทั้งที่ปกตินางจะเป็คนช่วยให้เด็กน้อยลงมาจะได้ไม่ล้มเพราะตัวเขายังเล็กอยู่
“แล้วเรามาที่นี่ทำไมหรือ?”
“ไม่มีเหตุผลพิเศษที่มาที่นี่หรอกแต่ที่ข้าเลือกที่นี่เพราะเป็ที่เดียวที่พอจะรู้ว่าคงไม่มีคนมาในเวลาดึกดื่นเช่นนี้”แม้ไม่ไกลจากตัวเมืองมาก แต่ร้างผู้คนมีแค่เสียงจิ้งหรีดเรไรและเสียงลมเท่านั้นที่พัดไปมาให้ไม่เงียบสงัดเกิน
“แล้วทำไมต้องไม่มีคนด้วยขอรับิเกอทำข้ากลัว” เด็กน้อยช้อนตามองคนสูงกว่า ตาใสกลมโตวาววับคล้ายคนจะร้องไห้ไม่มีผิด
ลู่อิงิที่มองอยู่ก็นิ่งงันนางไม่เหมือนคนเก่าที่แค่เห็นตารื้นของเด็กชายก็คงเข้าไปกอดปลอบแล้วอย่างอดไม่ได้
“เ้าแสดงเก่งนัก”
“มะ..ิเกอ หมายความเช่นใด?”เสี่ยวหรงยังคงทำหน้างุนงงในคำพูดของอีกฝ่าย
“เผยตัวตนแท้จริงออกมาเถอะ”นางรู้แล้ว รู้ว่าเด็กคนนี้ไม่ใช่เด็กจริงๆทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นนางทั้งเสียดายและเสียใจ แต่มันก็ตอบอะไรหลายๆอย่างได้ว่าเด็กชายที่เป็มนุษย์วัยไม่เกินสิบขวบปีไม่น่าทำได้แต่กลับทำได้
“ทำไมิเกอถึงเอ่ยเช่นนี้ข้าเสี่ยวหรงที่ท่านช่วยเอาไว้ไงขอรับ” เสี่ยวหรงพยายามจะแก้ต่างให้ตัวเองทั้งยังพยายามจะเข้าไปเกาะแขนอีกฝ่ายแต่นางก็หลบหลีกเบี่ยงตัวหนี
“อย่าเสียเวลาแก้ตัวเลยท่านจอมมารท่านเล่นสนุกพอหรือยังเล่า?”
ก็แล้วเสี่ยวหรงเป็ใครไปได้อีกนอกจาก..จอมมารหรือสวีจ้าวหรงพระเอกของนิยายเื่บัลลังก์ราชันมาร ทั้งที่นางมั่นใจมากๆ แต่ในความมั่นใจก็หวาดกลัวเช่นกันเพราะจากนี้ไม่รู้จะโดนสังหารทิ้งหรือไม่
เขามาใกล้ชิดด้วยเหตุผลแท้จริงอะไรและถ้าโดนหมายชีวิตจริงนางคงสู้ไม่ไหวลู่อิงิจึงเลือกมานอกเมืองจะได้ไม่สร้างความตื่นใให้ชาวเมืองถ้าต้องสิ้นชีพ
“อืม..ก็ได้”เสียงสั่นเครือเมื่อครู่หายไปแล้ว เสี่ยวหรงกล่าวด้วยเสียงสบายๆ เช่นเดิมเขาเว้นวรรคเพียงครู่แล้วเริ่มเอ่ยต่อด้วยเสียงอีกแบบ “ว่าแต่เ้ารู้ตอนไหนข้าว่าเ้าไม่น่าจับได้เร็วขนาดนี้”ถึงร่างจะยังเป็ร่างเด็กชายคนเดิมแต่เสียงของเสี่ยวหรงไม่ใช่เสี่ยวหรงอีกต่อไปเสียงเขาทุ้มต่ำขึ้นแบบคนเป็บุรุษวัยหนุ่ม
“ความจริงก็จับได้หลายครั้งแล้วแต่ข้าหลอกตัวเอง” นึกย้อนไปมีหลายอย่างที่แปลกประหลาดถ้าโลกเก่าของนางก็คงเรียกว่าไม่เนียนทั้งไม่ใหรือหวาดกลัวอันตรายเกินเด็กวัยเดียวกันอึดทนได้ยินมองเห็นไกลกว่านางที่เป็เซียนด้วยซ้ำ และที่สำคัญตอนที่ตกจากหน้าผานางพอจะเห็นชายเสื้อชุดสีดำของเขาเพราะยังไม่หมดสติเต็มที่แค่หมดแรงขยับตัวอย่างที่บอกนางหลอกตัวเองคิดว่าตัวเองตาฝาดไปแต่เหตุการณ์เมื่อครู่มันชัดเจนไม่สามารถทนลอกต่อไหว
“เช่นนั้นบอกข้าที่สิเซียนน้อยข้าทำอะไรลงไปเ้าถึงมั่นใจนักว่าเป็ข้า ทั้งที่สามารถเป็ใครก็ได้มิใช่หรือ?”เสียงทุ้มนั้นเอ่ยสบายๆ ทั้งยังแสร้งหัวเราะขบขันอีกสองสามที
“ก็..ท่านเรียกกริชว่าหลี่จื้อเจี้ยนข้าจำได้ว่าไม่เคยเอ่ยบอกชื่อนี้ให้เสี่ยวหรงฟังสักครั้งเดียว”
“แต่เ้าเรียกข้าว่าจอมมารคนที่รู้ว่ากริชคือหลี่จื้อเจี้ยนทำไมถึงต้องเป็ข้า”ร่างเด็กน้อยผู้นี้ช่างสร้างความกดดันให้นางได้เก่งจริงๆ เสียงทุ้มกังวานเอ่ยนิ่งๆ แล้วเดินรอบตัวนางอย่างสังเกตสังกา เขาทำเช่นเหมือนว่านางเป็เหยื่อ
“อาจจะแค่เดาได้หรือไม่?”ความจริงลู่อิงิไม่ได้เดาตามนิยายมีแค่เพียงสวีจ้าวหรงเท่านั้นที่ตามหาหลี่จื้อเจี้ยนแต่ถ้ามีคนอื่นอีกก็คือนางเสียหน้าก็เท่านั้นที่ทายผิด
“ได้สิๆแต่เดาเก่งนี่เซียนน้อย ว่าไปข้าไม่ได้มาเล่นสนุกหรอกนะ”สวีจ้าวหรงเอ่ยจบก็เดินมาหยุดที่ด้านหลังนางพอดีโดยที่เขายืนซ้อนกันห่างออกไปเพียงประมาณสองก้าว
“แล้วท่าน้าอะไรเศษดาวหรือ?” เื่ไหนก็ตอบได้แต่เื่เดียวที่ตอบไม่ได้คือเขาแปลงกายเป็เด็กน้อยมาติดตามนางทำไมทั้งยังประจบประแจงเข้าหาอีกด้วย นางไม่ได้มีความสำคัญอะไรเลยถ้าจะอาศัยทีเผลอดูดพลังปราณก็เสียเวลาเกินไปถึงต่อให้หวังแก้วผลึกในถุงหอมเขายังสังหารนางแล้วชิงไปจะเร็วเสียกว่านางถึงอยากรู้เื่นี้เหลือเกิน
“ฮึๆก็แค่ข้าสนุกดีได้เห็นเ้าวิ่งวุ่นตามเก็บเศษดาว แต่ของพวกนั้นข้าจะเอาไปทำไม”เด็กน้อยหัวเราะดังลั่นอย่างที่นางไม่คาดคิดว่าจะได้ยินจากร่างของเสี่ยวหรงแล้วยิ่งเขาบอกว่าไม่ได้จะเอาเศษดาวแล้วมาทำไมเล่า?
อีกอย่างคำพูดเขาก็สามารถตีความหมายได้ว่าเขาคงยังไม่รู้ถึงเื่เศษดาวแท้จริงคือเสี้ยวของแก้วผลึกสังสรรค์
“แล้วท่านมาเพื่ออะไรกัน”
“เื่นั้นคิดว่าเป็ปริศนาให้เ้าได้ขบคิดแล้วกันแต่ส่วนข้าก็ได้อะไรติดไม้ติดมือด้วย” ว่าจบเขาก็หมุนมือพลันปรากฏเป็กริชที่เคยอยู่ในห้องสมบัติของตระกูลเจียงแต่ตอนนี้อยู่ๆก็มาอยู่ในมือของเด็กน้อยแล้วจากกริชสั้นไม่นานมันจะเปลี่ยนรูปร่างเป็กระบี่ยาวสีนิล
“ห่ะ..ท่านเอามาตอนไหน?”เดี๋ยวสิ! แบบนี้มันผิดนะ จะไปหยิบมาแบบนี้ไม่ได้แล้วท่านจะลืมหญิงงามอีกคนงั้นหรือ“แล้วแบบนี้คุณหนูเถียนหนิวละ”
“ทำไม เถียนหนิวทำไม?”แต่นางเอ่ยชื่อออกมาเท่านั้นเสียงทุ้มก็ถามกลับอย่างไม่สบอารมณ์หรือเพราะที่นางเอ่ยถึงคุณหนูคนงาม เช่นนั้นก็พอเข้าใจได้ตอนนี้เพราะนางแต่งเป็ชายนี่เอง เขาคงหวงเจียงเถียนหนิวกับนางแน่ๆ สมแล้วที่เป็พระเอกขี้หวงเขาคงคิดจะจองบุตรสาวตระกูลเจียงแล้วสินะ
“ไม่ๆ ข้าไม่มีอะไรหากท่านได้หลี่จื้อเจี้ยนไปก็ดีแล้ว จากนี้เราก็ไปทางใครทางมันเถอะดีหรือไม่ข้าต้องไปเก็บเศษดาวต่อด้วย” นางรีบเอ่ยตัดบทไม่อยากเป็ต้นเหตุทำให้เส้นเื่นิยายเสียหายวุ่นวายต้องรีบถอนตัวแต่เนิ่นๆ
“ไม่ต้องรีบหลบเลี่ยงจากนี้เ้าหนีข้าไม่พ้นอีก แต่ครั้งนี้เ้าช่วยข้าเจออาวุธคู่ใจเช่นนั้นข้าจะให้รางวัลเ้าเช่นกัน”สวีจ้าวหรงที่อยู่ด้านหลังนางมาตลอดก็เดินอ้อมกลับมาด้านหน้าแล้วหยิบดอกไม้สีเหลืองนวลออกมาจากอกเสื้อพร้อมยื่นให้
“เอ๋..นี่ท่านเก็บมาทำไม”ให้ตายเถอะ! นี่นางป่วนเส้นเื่เข้าจนได้ถ้าท่านเก็บมาตอนนี้แล้วตอนเมียท่านหน้าพังจะเอาที่ไหนไปให้นางรู้ไหมว่าดอกไม้มันเน่าได้นะ ต่อให้นางเก็บไว้ให้เวลานั้นก็เหี่ยวหมดแล้วลู่อิงิอยากจะร้องไห้เสียจริง
“แล้วทำไมข้าจะเก็บไม่ได้แล้วเ้าก็ต้องเอาไปรักษาแผลที่หัวไหล่ด้วย” นางถอนหายใจปฏิเสธไปก็เท่านั้นเก็บมาแล้วก็ต้องรับเอาไว้ อย่างน้อยก็จะได้ไม่เสียของ
“ชิ..แล้วท่านจะเสียใจพอหญิงอื่นมาร้องขอจะไม่มีให้” นางเอ่ยเสียงกระซิบแต่นางก็รู้เช่นกันว่าอีกฝ่ายต้องได้ยินแน่
ถึงเช่นนั้นจอมมารก็ไม่ตอบอะไรอีกหลังจากที่นางรับดอกหลันหลิ่งมาไว้ในมือเขายกยิ้มเยาะคำพูดนางเท่านั้นแล้วสะบัดมือเก็บหลี่จื้อเจี้ยน
“แล้วพบกันเซียนน้อย”เขาทิ้งคำพูดเอาไว้ก่อนลอยตัวผ่านหมู่แมกไม้ลับสายตาจากไปอย่างรวดเร็วลู่อิงิที่มองจนแน่ใจว่าสวีจ้าวหรงจากไปแล้วก็ทรุดตัวคุกเข่าลงกับที่พื้น
ยกมือกุมอกฟังเสียงหัวใจที่เต้นระรัวจากการรอดชีวิตมาได้ทั้งที่คิดว่าต้องตายแน่ๆ
แต่จนแล้วจนรอดนางก็ไม่รู้ว่าเขามาตามติดนางทำไมและเื่เล็กๆ ที่เสียดายที่สุดคือเขาไม่กลับคืนร่างเดิมนางก็อยากเห็นพระเอกของนิยายเหมือนกันนะว่าหน้าตายังไง ทำไมหญิงสาวถึงติดใจตามรักจนต้องเกิดเป็ตำหนักในยิ่งใหญ่รวมคนงามจากทั้งสามโลก
[1] 21.00 – 23.00 น.
[2] เมล็ดอัลมอนด์