องค์ชายฝานจิ้งทรงช้อนร่างชายหนุ่มที่พระองค์เพิ่งยื่นพระหัตถ์เข้าช่วย จากการถูกรุมทำร้ายโดยกลุ่มชายฉกรรจ์สามคนทีแรกพระองค์ไม่ทรงอยากจะยุ่งด้วยเพราะคิดว่าเป็เื่ชกต่อยกันธรรมดา แต่ครั้นทรงได้ยินเสียงด่าทอเื่การซื้อขายชีวิตคนกันอย่างไม่เต็มใจทั้งยังทรงได้ยินเสียงร้องอย่างเสียขวัญของเ้าหนุ่มที่อยู่ในอ้อมพระพาหาทำให้พระองค์ไม่อาจนิ่งดูดายได้อีก ก่อนเ้าหนุ่มจะสลบไปปากยังร้องหามารดา
โตเป็หนุ่มยังจะร้องหาแม่อีก ดำริแล้วให้ทรงรู้สึกขบขันนัก
องค์ชายฝานจิ้งทรงโอบพยุงเข้าที่ข้างเอวของชายหนุ่มเมื่อถึงห้องพักก็ตรัสเรียกให้คนงานของโรงเตี๊ยมมาจัดการเช็ดคราบเืที่หน้าเขาออก
“ต้องเปลี่ยนเสื้อด้วยไหมขอรับนายท่าน”
“คงไม่ต้อง” รับสั่งพร้อมกับทรงยืนข้างเตียงคนเจ็บนึกถึงตอนเ้าคนตัวใหญ่ที่สุดมันบอกพระองค์ว่าอย่าเข้ามายุ่งเพราะเ้าหนุ่มคนนี้เป็คนของเศรษฐีถัง
ฮึ!...ถ้าเ้าหนุ่มคนนี้ยอมเป็คนของเ้าเศรษฐีถังนั่นจริงก็คงไม่แหกปากร้องและดิ้นเร่าๆ เหมือนหมูกำลังจะถูกเชือดคอหรอกแต่ก็น่านับถือใจเขามิน้อย แม้ตัวเล็กเป็รองด้านกำลังขนาดนั้น หากสู้ยิบตานัก
พระองค์ตรัสถามจนได้ความจากคนของโรงเตี๊ยมว่าเศรษฐีถังนิยมเลี้ยงเด็กหนุ่มและดื่มเหล้าเคล้านารีควบคู่กัน
องค์ชายฝานจิ้งทอดพระเนตรดวงหน้าละมุนที่แลดูหวานเกินชายของคนที่นอนนิ่งบนเตียงเ้าของร่างบางสะท้านไหวเป็พักๆ หยดน้ำตาใสยังไหลเป็ทางแม้ขณะหลับใหล
“ดูแลเขาให้ดี” พระองค์ตรัสพร้อมกับทรงยื่นสินน้ำใจจำนวนหนึ่งให้ซึ่งคงมากพอเพราะคนรับหน้าที่ดูแลคนเจ็บตลอดคืนถึงกับตาโตด้วยความดีใจ
ยามเช้า เสียงนกร้องแว่วมาให้ได้ยินหยางเสียค่อยปรือตาที่ปิดสนิทขึ้นช้าๆรู้สึกปวดระบมไปทั่วบริเวณแก้มและขัดยอกไปทั้งตัว แสงอาทิตย์ทอดผ่านเข้ามาในห้องหญิงสาวแสบตาจนต้องกะพริบตาถี่ๆ เงาร่างของใครคนหนึ่งกำลังชะโงกหน้าลงมองที่นาง...
เงาดำจากความฝันในคืนวันอันโหดร้ายกลับมาหลอกหลอนนางอีกแล้วกระนั้นหรือ
“ไม่! ไม่! ออกไป!” หยางเสียร้องเสียงหลงก่อนจะรีบลุกขึ้นนั่งและถอยกรูดจนติดผนังข้างเตียง
“เ้า...เ้าเป็ใคร ออกไป! ถอยออกไปเดี๋ยวนี้!” ปากร้องลั่นขณะที่มือก็ปาหมอนและข้าวของบนเตียงที่ฉวยได้ในเวลานั้นใส่เ้าของเงาเป็พัลวัน
“เดี๋ยวก่อนนายท่าน...” คนที่รับค่าจ้างก้อนโตพยายามจะอธิบายให้ชายหนุ่มเข้าใจ “ข้าเป็คนงานของโรงเตี๊ยมแห่งนี้”เขาบอกโดยมีหมอนที่อีกคนเพิ่งปาใส่อยู่ในมือ
“โรงเตี๊ยม...”
“ใช่ขอรับ” เขาพยักหน้าแล้วถอยห่างออกมาเพื่อคลี่ม่านที่เปิดค้างไว้เมื่อตอนได้ยินเสียงขยับตัวของคนบนเตียง
หยางเสียลงจากเตียงด้วยท่าทางระแวดระวังภัยฉายชัดเจนนางฉวยเอาแจกันบนโต๊ะกลางห้องมาถือไว้เหตุการณ์เมื่อวานสอนให้นางอย่าไว้ใจใครง่ายๆ อีก
“มีคุณชายท่านหนึ่งพาท่านมาที่นี่” ชายหนุ่มอายุรุ่นราวกับนางเดินกลับมาที่เตียงเพื่อเอาหมอนและข้าวของที่ถูกโยนใส่วางกลับเข้าที่เดิมส่วนหยางเสียก็เดินวนรอบโต๊ะที่ตั้งอยู่กลางห้องไปอีกทางนางมองออกไปนอกหน้าต่างห้องแวบหนึ่ง ก่อนหันกลับมาจ้องทุกอากัปกิริยาของคนแปลกหน้าซึ่งอยู่ร่วมห้อง
“ข้าพูดจริงนะขอรับ คุณชายท่านนั้นพักอยู่ห้องใหญ่บนชั้นสาม”ชายหนุ่มมองแจกันในมือคนเจ็บอย่างหวาดๆ
ชั้นสาม...หรือเขาจะเป็คนที่นางเห็นเมื่อคืน
เขาเป็คนช่วยนางสินะ ใบหน้าซึ่งยังฟกช้ำมีรอยยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย
“ข้า...ข้าอยากขอบคุณเขาหน่อย เอ่อ...” หยางเสียวางแจกันลงที่เดิมของมัน“เ้าพาข้าไปพบเขาหน่อยได้หรือไม่”
“คุณชายท่านนั้นออกไปั้แ่เช้ามืดแล้วขอรับ” คำตอบที่ได้รับทำเอาหยางเสียผิดหวังขึ้นทันใด
“เ้าพอรู้เวลาที่เขาจะกลับเข้ามาไหม” นางอยากขอบคุณเขาเหลือเกินแต่ชายหนุ่มคนนี้ก็ได้แต่ส่ายหน้า แล้วบอกให้นางลงไปถามเ้าของโรงเตี๊ยมที่ชั้นล่างเองหยางเสียตรวจความเรียบร้อยของเสื้อผ้า เห็นมันยังปรกติอยู่ในที่ทางของมันนางก็รู้สึกเบาใจ
หญิงสาวรู้สึกปวดเคล็ดตามร่างกายและยังเจ็บเสียดแถวหน้าท้องไม่หายเมื่อครู่ที่สำแดงเดชได้ก็เพราะใจนลืมเจ็บเหมือนหน้านางจะบวมด้วยเพราะรู้สึกปวดตึงๆ แค้นครั้งนี้กับจ้าวฮั่นหลางใหญ่หลวงนักนางต้องหาทางชำระคืนแน่ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้
เมื่อหยางเสียลงมาชั้นล่างเ้าของโรงเตี๊ยมบอกนางว่าชายหนุ่มซึ่งพักบนชั้นสามเป็คนรับผิดชอบจ่ายค่าห้องพักให้นางแล้วส่วนเื่ที่ว่าเขาจะกลับเข้ามาตอนไหนนั้น ตัวเขาเองก็ไม่อาจรู้ได้เพราะบางครั้งคุณชายท่านนั้นก็หายไปสองวันบ้าง สามวันบ้างจึงกลับเข้ามาหยางเสียจำต้องกลับขึ้นไปนอนพักบนห้องตามเดิมโดยมีชายหนุ่มคนที่รับหน้าที่ดูแลนางคอยจัดแจงหาอาหารและยามาให้นางกินเสร็จสรรพ
หยางเสียล้มตัวลงนอนในใจมีแต่ความแค้นจ้าวฮั่นหลาง เจ็บตัวไม่เท่าไรแต่เ็ปใจนักที่มันผู้นั้นได้เปิดประตูแห่งฝันร้ายที่เริ่มตกตะกอนในใจนางขึ้นมาอีกครั้งแต่อย่างไรก็ต้องพักให้ร่างกายดีขึ้นกว่านี้ แล้วนางจะไปสะสางบัญชีแค้นที่คั่งค้างไว้แน่นอนน้ำน้อยมันไม่แพ้ไฟเสมอไปหรอก!
บุรุษผู้เป็เ้าของหอคณิกานั่งประคบรอยฟกช้ำตามร่างกายด้วยความโกรธแค้น เห็นอะไรก็ขวางหูขวางตาไม่สบอารมณ์ไปเสียหมดเมื่อสองวันก่อนเขากับลูกน้องพาร่างสะบักสะบอมไม่น้อยไปกว่ากันกลับมาที่หอแถมไอ้เศรษฐีตัณหากลับยังส่งคนมาทวงเงินคืนในวันรุ่งขึ้นั้แ่ไก่ยังไม่ขันด้วยซ้ำ
พวกเขาสามคนต้องแพ้อย่างหมดรูปให้ผู้ชายเพียงแค่คนเดียว!
ชวดทั้งเงินแถมยังต้องมาเจ็บตัวอีกอย่าให้เจอตัวนะเ้าหยางเสีย!
ขณะที่จ้าวฮั่นหลางกำลังขบเขี้ยวเคี้ยวฟันคนเดียวเสียงดังเพล้ง!เหมือนของแตกก็ดังขึ้นติดๆ กันหลายครั้งพร้อมกับเสียงเอะอะนอกห้อง
“เกิดอะไรขึ้น! คนกำลังจะนอนพัก” เปิดประตูผลัวะออกไปด้วยความโมโหยังไม่ทันได้ตั้งตัวก็โดนแจกันใบเขื่องฟาดเข้าที่หน้าผาก
“โอ๊ย!” จ้าวฮั่นหลางร้องเสียงหลงด้วยความใเป็อย่างยิ่งเืไหลลงมาอาบหน้าเป็ทาง
“ข้ามาคิดบัญชีกับเ้า!” หยางเสียตวาดพร้อมกับกวัดแกว่งไม้ที่ถือมาไปด้วยใครกล้าเข้ามาใกล้...นางจะฟาดให้ได้เืกันไปข้าง
“เ้ากล้ามาก...หยางเสีย!กล้ามากที่ย้อนกลับมาที่นี่อีก” ชายหนุ่มถลึงตาวาวโรจน์ราวจะกินเืกินเนื้ออีกฝ่ายให้ได้ในอึดใจ
“ข้ากล้า!” หญิงสาวตวาดกลับอีกหน เวลานี้นางเห็นเสือเป็สุนัขไปหมดแล้ว
จ้าวฮั่นหลางกัดฟันกรอดด้วยความโกรธแค้นไม่แพ้กันมือยังกุมาแ ลูกน้องสองคนก็ไม่ได้เื่ ปล่อยหยางเสียให้ขึ้นมาถึงห้องพักเขาได้ถ้าเ้านี่ถือดาบมาด้วย ป่านนี้ก็คงได้ไปเฝ้ายมบาลกันถ้วนหน้าแล้ว
“ไม่ได้เื่ ไม่ได้ความ!ไม่ใช่ธุระกงการของพวกเ้าออกไป!” ประโยคแรกของจ้าวฮั่นหลางนั้นด่าลูกน้องส่วนประโยคหลังตวาดใส่บรรดาหญิงคณิกาซึ่งเริ่มมามุงดูเหตุการณ์ ชายหนุ่มรู้สึกโมโหเป็ทับทวีเมื่อเห็นรอยยิ้มเหยียดอย่างสมน้ำหน้าเขาที่มุมปากนางโลมบางคน
หยางเสียเงื้อไม้ในมือฟาดโดนแขนลูกน้องของจ้าวฮั่นหลางจนร้องโอยนางไม่รอช้าให้ฝ่ายนั้นเข้ามาจับตัวนางได้อีก เมื่อไล่หวดนักเลงพวกนั้นแล้วนางก็ไล่กวาดฟาดบรรดาถ้วยโถโอชามแจกันเครื่องปั้นดินเผามีค่าประดามีซึ่งวางประดับไว้ตามแนวระเบียงไปตลอดทางที่นางวิ่งหนีอย่างสะใจจ้าวฮั่นหลางหวงของมีค่าพวกนี้มากด้วยคิดว่าเอามาตกแต่งแล้วจะช่วยยกระดับหอฮวาหงและตัวเขาได้หญิงสาววิ่งเต็มฝีเท้าไปลงบันไดอีกด้านของหอฮวาหงพร้อมกับหัวเราะอย่างบ้าคลั่งที่ได้แก้แค้นสมใจที่นางเลือกบุกมาตอนนี้ก็เพราะรู้ว่าลูกน้องบางส่วนของศัตรูคู่แค้นนั้นจะยังไม่มาเข้างานจนกว่าจะถึงตอนค่ำส่วนสองคนซึ่งอยู่ประจำที่นี่ นางก็สืบมาแล้วว่ายังาเ็อยู่ เดาว่าคงเป็ฝีมือของคุณชายคนที่ช่วยนางไว้
หยางเสียกำลังจะวิ่งออกจากหอก็พอดีปะหน้าเข้ากับลูกน้องอีกสองคนของจ้าวฮั่นหลางที่กำลังเดินสวนเข้ามา
ซวยแล้ว...หยางเสียครางในใจรีบวิ่งย้อนกลับเข้าไปด้านหลังหอได้ยินเสียงจ้าวฮั่นหลางที่ยังคงอยู่บนชั้นสองะโเอ็ดตะโรให้พวกนั้นช่วยกันจับตัวนางจ้าละหวั่น
หยางเสียได้ยินแต่เสียงร้องสับสนปนเปกันไปหมดจากด้านหลังนางเอี้ยวตัวหันกลับมามองชั่วแวบ พี่สาวหลายคนในหอต่างรีบบอกให้นางหนีไปอุปสรรคสำคัญที่ทำให้พวกนั้นตามนางไม่ทันก็มาจากการขัดขวางทางอ้อมจากบรรดาหญิงนางโลมของหอนั่นเองหยางเสียนึกขอบคุณน้ำใจพวกนางแต่อีกใจก็นึกห่วงกลัวพวกนางจะโดนลูกหลงจากอารมณ์ร้ายกาจของจ้าวฮั่นหลางไปด้วย
หยางเสียะโจับกิ่งหนึ่งของต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านไปถึงนอกกำแพงหอแล้วโหนตัวขึ้นไปอยู่บนกิ่งไม้ที่ยื่นค้ำกำแพงอยู่ก่อนจะรีบไต่ตามกิ่งนั้นไปทรงตัวอยู่บนกำแพงนางหันกลับมามองภาพบ้านหลังเล็กที่เคยอยู่กับแม่หยางเอ๋อร์เป็ครั้งสุดท้ายด้วยความโกรธที่มีต่อจ้าวฮั่นหลาง ตอนแรกนางคิดจะจุดไฟเผาหอฮวาหงด้วยซ้ำ
แต่นางจะเผาบ้านตัวเองได้อย่างไร
ลาก่อนหอฮวาหง...
หยางเสียตัดใจจากความอาลัยก่อนจะรีบะโลงจากกำแพงเมื่อเห็นลูกน้องจ้าวฮั่นหลางวิ่งตามกันมาเป็พรวน