บางคราก็เปลี่ยนท่า เมื่อดึงออกใส่เข้าไปใหม่ มันทั้งผ่อนและเปลี่ยนอารมณ์ ทว่าความรู้สึกทั้งหมดยังคงอยู่ไม่หายไปไหน เมื่อกระแทกต่อ ทุกอย่างก็ดำเนินต่อ กลับเป็การดีได้กระทำรักกับภรรยาได้เนิ่นนาน
นี่เองนางถึงได้หลงใหลเขาตลอดเวลาสี่ห้าปีที่ทั้งคู่แทบไม่เว้นคืนแห่งรักนี่เลยมันเป็ยอดแห่งความสุขที่นางไม่เคยได้รับมาก่อน
นางเองมีความลับที่ปกปิดไว้ สามีนางแม้แต่น่ำเจ็งที่อายุน้อยกว่านางสิบห้าปีก็ไม่เคยรู้
น่ำเจ็งเป็น้องจากอีกมารดาหนึ่งข้อนี้น่ำเจ็งเองก็ไม่เคยได้รู้มารดาน่ำเซียงเมื่อให้กำเนิดน่ำเซียงก็ล้มเจ็บจนตายจากไปบิดาที่จำเป็ต้องเดินทางค้าขายต่างเมืองอยู่เสมอจึงนำน่ำเซียงไปฝากไว้กับสำนักแม่ชีแห่งหนึ่ง
ณ ที่แห่งนั้นนอกจากการร่ำเรียนวิชาความรู้และการเป็กุลสตรี่หนึ่งนางกลับได้รับบทเรียนรักจากบุรุษกลุ่มหนึ่ง นางมิเคยลืมเลือนเลยแม้นางจะเปี่ยมสุข แต่มันก็สุขอย่างประหลาด คล้ายๆ มิเต็มใจคลับคลาจะถูกกระทำย่ำยีจิตใจ แต่นางก็บอกตัวเองว่านางก็พร้อมใจยินยอมไปด้วย
ทั้งหมดเกิดเื่ราวเช่นใด...
กาลครั้งนั้นสำนักหยงจิ้นอันเป็สำนักแม่ชีที่อบรมกุลธิดาชั้นสูงสั่งสอนให้เข้าใจในหลักขงจื้อและดำรงตนเป็ดั่งสตรีชั้นสูงข้าราชการและคหบดีนิยมพาบุตรหลานมาฝากฝังให้สำนักสั่งสอนดูแลจากรุ่นแม่กระทั่งรุ่นลูก จากรุ่นย่ารุ่นยาย กระทั่งเหลนสาวสำนักหยงจิ้นมีชื่อเสียในด้านดีมาโดยตลอดเจ็ดสิบปี มิเคยด่างพร้อยและมีคำครหาสำนักผลิตโกวเนี้ยะและกุลสตรีมีชื่อให้กับสังคมและราชสำนักมาโดยตลอด
สำนักหยงจิ้นมีแม่ชีจิ้นหยีดูแลมากว่าสี่สิบปี นางอายุมากแล้วล่วงเข้าวัยชรากว่าแปดสิบปี แต่ยังกระฉับกระเฉง นางตรวจดูอาคารทั้งหมด 8 แห่ง พบว่าสามแห่งต้องปรับปรุงใหม่เป็อาคารที่อยู่ด้านหลังของสำนัก ล้วนแล้วแต่ติดริมน้ำทำให้ฐานรากชำรุดและตะไคร่ไรน้ำเกาะผนัง เนื่องจากความชื้นและใกล้น้ำดินนุ่มอ่อนเกินไปแม่ชีจิ้นหยีจึงให้สานุศิษย์คนสำคัญอันเป็มือขวาของนางคนล่าสุดที่ยังไม่สามสิบปีเต็มที่เข้ารับหน้าที่ดูแลการซ่อมแซมปรับปรุงทั้งหมดนางชื่อ ย่งเฟย นิสัยอันเข้มงวดและเถรตรง ใจใหญ่ดังผู้ชายทำให้แม่ชีจิ้นหยีไว้ใจนางอย่างมาก
สิบห้าปีก่อนหย่งเฟยรับอุปการะทารกน้อยที่พ่อค้าวาณิชที่นางลักลอบเป็ชู้นำมาฝากไว้เขากล่าวว่าเป็บุตรของเขาเองที่แม่เด็กเพิ่งจากไปเนื่องจากเขาต้องเดินทางร่อนเร่อยู่ตลอด อีกทั้งทารกน้อยก็เป็เพสหญิงจึงขอให้นางช่วยดูแล วันหนึ่งเมื่อเหมาะสมเขาจะมารับกลับคืน
ทว่าเวลาผ่านไปถึงสิบห้าปีก็ยังไม่มีวี่แววชู้รักจะกลับมาหาหย่งเฟยที่โกหกอาจารย์ว่ามีคนนำทารกมาทิ้งไว้หน้าสำนัก จึงดูแลทารกน้อยและตั้งชื่อว่าย่งฟาง ฟาง อันแปลว่า หอม เนื่องจากทารกน้อยมีกลิ่นกายที่หอมมาก
หลังเดินตรวจตราสถานที่ตามปกติทุกๆเย็นจนเสร็จสิ้นย่งเฟยจะพาย่งฟางไปสวนด้านหลังเพื่อชมดอกไม้และรับประทานอาหารมื้อค่ำภายหลังย่งฟางเติบใหญ่ นางน้อยก็ยังติดนิสัยต้องไปชมดอกไม้ที่สวนเป็ประจำทุกวัน
ปัญหาเื่อาคารที่ต้องปรับปรุงย่งเฟยติดต่อิกู ผู้มีอาชีพก่อสร้าง บำรุงเรือน สร้างที่พักิกูเข้ามาดูด้วยตนเองเนื่องจากแม่ชี้จิ้นหยีมากด้วยเกียรติ แต่เขาเข้ามาดูพอเป็พิธีเพราะกิจการงานค้าได้มอบให้กับบุตรชายทั้งสามก่อนหน้านี้หลายขวบปีแล้ว
บุตรชายทั้งสามได้แก่ ิป้ายิปู้และิจาง ทั้งสามห่างกันคนละสามปีไล่เรียงกันมา
การปรับปรุงกำหนดใน่คิมหันต์ท่ามกลางโกวเนี้ยะร้อยคนเศษ จึงมีการกั้นแบ่งแยกเขตคนงานก่อสร้างกับเขตกุลธิดาบรรดาโกวเนี้ยะเ่าั้
และเื่ราวก็เริ่มขึ้น...
เราทราบกันแล้วว่า ย่งฟางนั้นนางทราบชาติกำเนิดของตนดี นางได้รับการเลี้ยงดูดุจดั่งโกวเนี้ยชั้นสูงทุกคนนางมีรูปร่างกะทัดรัด รูปร่างและรูปโฉมเป็ดั่งเด็กสาวทั่วไปนางมิได้โดดเด่นกว่าคนอื่นมิหนำซ้ำกลับกลืนหายไปในท่ามกลางโกวเนี้ยที่ร่าเริงดั่งผีเสื้อเ่าั้ ซึ่งย่งฟางเองก็พอใจ
ห้องพักของนางอยู่ด้านหลังสุดใกล้อาคารเรียนเมื่อมีการปรับปรุงและแบ่งแยกเขตก่อสร้างด้วยรั้วไม้แยกฝ่ายจากที่พักของนางเมื่อมองไปจึงเห็นเขตก่อสร้างซึ่งริมรั้วไม้นี้เองที่ได้ก่อสร้างเป็เพิงพักให้คนงานให้ไว้พักผ่อนตรงมุมสุดเป็เรือนใหญ่กว่าทุกเรือน คุณชายทั้งสามคนใดคนหนึ่งเมื่อมาดูแลงานก็จะมาพักผ่อน่พักรับประทานอาหารและงีบหลับในยามบ่ายบ้างในบางวันตกเย็นบรรดาพนักงานก่อสร้างก็จะกลับมารวมตัวกันเพื่อรับประทานอาหารค่ำและดื่มสังสรรค์กันก่อนจะเข้านอนในเวลาต่อมา
ย่งฟางรับประทานมื้อค่ำเสร็จ ปกตินางต้องไปยังสวนดอกไม้ซึ่งบัดนี้กลายเป็ที่พักพนักงานชั่วคราวแล้วนางจึงยืนมองจากหน้าต่างๆมองไปยังบรรดาเหล่าไม้ใหญ่ที่มีเพิงพักพนักงานปลูกแซมอย่างกระจัดกระจายย่งฟางเหลือบบุรุษหนึ่งกำลังถอดเสื้อและดึงผ้านุ่งกางเกงออกเผยให้เห็นมัดกล้ามโตแข็งแกร่ง นางใเล็กน้อยถึงกับย่อกายโดยอัตโนมัติ ทั้งๆที่ยืนอยู่ ณ ห้องหน้าต่างของตนก็ไม่มีคนเห็นอยู่แล้ว
นางเห็นเขาหันมาซึ่งเผยให้เห็นัของเขาที่แม้จะอ่อนตัวแต่มันก็ช่างยาวเหลือเกิน นางกลั้นหายใจ ราวกับว่าเมื่อหายใจหนักจะทำให้เขาเห็นทันใดนั้นเขาก็ยืนพิงรั้วไม้ นางจึงเข้าใจว่าบริเวณนั้นเป็ห้องชำระกายที่แยกออกมาอยู่หลังเดียวริมสุดย่งฟางเห็นเขากำัตนเองที่บัดนี้มันค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
ัที่บุรุษกำอยู่นั้นขยายใหญ่จนนางใมันใหญ่มาก!
ขณะที่บุรุษหลับตาพริ้มเขาสาวมันขึ้นลง ัที่ขยายใหญ่ก็เผยให้เห็นศีรษะที่แดงก่ำ เขาสูดปาก โก่งเอวหน้าท้องเขาแบนราบและเต็มไปด้วยกล้ามมัดเล็กๆ ันั้นก็ทั้งยาวและใหญ่จนพ้นมือที่กำไว้ล้นเหลือจนนางลอบมองท่อนแขนตนเองที่อาจจะเล็กกว่าัของเขาก็เป็ได้
เขาสาวๆัขึ้นลงอยู่นั้นพักหนึ่งก็ต้องหยุดลง เมื่อบุรุษนายหนึ่งเดินผิวปากส่งเสียงมามันคือ
ิป้าย คุณชายใหญ่ของพวกมันนั่นเองบุรุษคนนั้นรีบชำระกาย เลิกสนใจัตัวเองและมันก็ค่อยๆ เล็กลงบุรุษชำระกายอย่างรวดเร็วและออกจากห้องนั้นขณะที่คุณชายใหญ่ผิวกายมาถึงห้องชำระกาย
“ใครอยู่”
“ข้าผู้น้อย หลินอันขอรับนายท่าน”
“อืม มิมีอันใด ข้าแค่เดินเล่นผ่านมาเ้าชำระกายอยู่หรือ ตามสบายเถิด”
“ผู้น้อยธุระเสร็จแล้วนายท่าน”กล่าวจบเขาก็เปิดประตูออกมาและคำนับนายน้อย ก่อนจะเร่งเดินรุดๆ จากไป
นายน้อยของพวกมันเดินไปอีกทาง
พวกมันหายไปแล้วย่งฟางถอนหายใจอย่างเสียดาย นางกลับไปที่เตียงนั่งลงแล้วหลับตานึกถึงัในมือชายผู้นั้น ท้องน้อยนางถึงกับร้อนวูบวาบนางไม่เคยเป็เช่นนี้มาก่อน นี่เป็ครั้งแรกในชีวิตที่นางเห็นัของบุรุษมันเป็เช่นนี้เองหรือ และทำไมนางถึงร้อนวูบวาบไปทั้งตัวเมื่อได้เห็นนางไม่เข้าใจตัวเองเลย
นางเฝ้าคิดแต่เื่นี้จนกระทั่งม่อยหลับไป
เช้ามาย่งฟางออกมายืนที่ริมหน้าต่างอีกหวังจะได้พบเห็นภาพที่เคยเห็น ทว่าห้องชำระกายทั้งหมดที่ไม่มีหลังคากลับว่างเปล่าเป็เพราะบุรุษช่างก่อสร้างต่างรุดไปทำงานกันหมด
ฉับพลันนางเห็นิป้ายคุณชายคนโตของตระกูลใหญ่เดินมาที่ห้องเ่าั้เขาเมียงมองสองสามทีแล้วก็หายไปทางที่เดินมา นางสงสัยว่าเขามองหาอะไรที่บริเวณนั้นมีอะไรให้ดู
ตกค่ำย่งฟางจึงย่องลงไปดูบริเวณนั้นร้อนชื้น แปลกที่ตลอดเย็นจนค่ำไม่มีบุรุษช่างก่อสร้างมาแวะชำระกายที่ห้องนี้เลยแม้มันจะอยู่ห่างออกมาจากห้องอื่นเยอะและไกลกว่า แต่ก็น่าจะมีคนมาบ้าง
นางเห็นแสงจากไต้วิบวับจึงหลบไปข้างต้นไม้เมื่อพวกเขาเ่าั้สามสี่คนเดินผ่านไปแล้ว นางจึงออกมาและเดินหาสิ่งที่คุณชายใหญ่มองหามาตลอดเวลาเช้า ทว่านางก็ไม่พบเจอสิ่งใดที่น่าสนใจจึงคิดกลับห้องพัก
ทันใดนั้นเองก็มีมือมาโอบเอวนางไว้รู้สึกมีอะไรแข็งๆ ดุนที่สะโพกนาง ย่งฟางพยายามดิ้นให้หลุดแต่ยิ่งดิ้นเหมือนยิ่งแน่นจนนางกระดิกตัวไม่ได้เลย
“ไม่อยากเจ็บตัว โกวเนี้ยอยู่เฉยๆดีกว่า
แล้วเ้าของเสียงก็ดึงนางให้มาเห็นใบหน้าเขา
เป็คุณชายใหญ่ิป้ายนี่เอง มันพูด“เดินไป เดินไปข้างหน้าเงียบๆ ถ้าไม่อยากเจ็บ ทำตามที่ข้าบอก”
ย่งฟางถูกดุนหลังให้เดินนางรู้สึกมีของแข็งๆ ดุนหลัง มันร้อนวูบเหมือนท่อนไม้ นางจึงหันไปจับ
บุรุษร้อง “นี่นาง ทำอะไร”
“ข้าอยากรู้ว่ามันคืออะไร”
บุรุษหัวเราะ “เ้านี่ใจร้อนจริง”
แล้วบุรุษก็ทั้งดุนทั้งหันให้นางเดินหน้านางเดินไม่ไกลนักก็ถึงเพิงไม้แห่งหนึ่ง ข้างในมีบุรุษอีกสามนั่งอยู่
มันคือ ิปู้และิจางคุณชายรองและคุณชายเล็กนั่นเองและอีกคนคือหลินอัน บุรุษที่นางเห็นักำยำของเขาในห้องชำระกายนั่นเองทั้งหมดกำลังกินดื่มกันอยู่
“พี่ท่านพามาแล้วหรือ” ิปู้พูด
“นั่งสิ แม่นาง อย่าได้เขิน”ิจางกล่าว
“ข้า ข้าต้องกลับห้องแล้วใครมาเห็นมิดีแน่” ย่งฟางกล่าว
“มิมีใครเห็นหรอกบริเวณนี้หากไม่มีคำสั่ง ใครก็เข้ามามิได้ เ้านี่มาได้เพราะข้าอนุญาต”ิป้ายชี้บุรุษในห้องน้ำให้นางรับทราบ
“ข้าเห็นว่าเ้าแอบมองเขาข้าจึงพามาให้ไง” ิป้ายบอก พลางหัวเราะ
ย่งฟางหน้าแดงมิคาดว่าจะมีใครรู้และใครเห็น
ย่งฟางเบียดชิดร่างกายและเกร็งเท้าแน่นเข้าหากัน
ิปู้กล่าวขึ้น“พวกข้าดื่มกินจนเบื่อ แค่อยากได้เพื่อนมานั่งดื่มด้วย”
“ข้าดื่มไม่เป็” ย่งฟางตอบ
“เดี๋ยวก็เป็คนเราทุกคนต้องมีครั้งแรก เหมือนเ้าที่เห็นัของเขาครั้งแรก” ิปู้หัวเราะ
ิจางตอบ “หยาบคายกับโกวเนี้ยะน้อย ควรกล่าววาจาไพเราะ” แล้วเขาก็หันไปกล่าวกับนาง
“แค่เ้านั่งดื่มกินกับเราเราไม่ไปบอกใครหรอก สักพักจะไปส่งเ้าถึงห้องพักด้วยซ้ำ”
“จริงนะ อย่าไปบอกใคร”
“จริง” ิปู้ตอบ“ถ้าทำตามที่พวกเราบอก จะยอมปล่อยไปแต่โดยดี”
“พวกท่านจะให้ข้าทำเช่นใด”
“ข้าได้ยินมาว่าโกวเนี้ยะในสำนักนี้รำอี้เผินสวยกันทุกน ข้าอยากเห็นเ้ารำ รำให้พวกข้าดูหน่อยสิ”
“แต่ๆ”