เมื่อครั้งบิดามารดายังมีชีวิต ทหารกล้าในกองทัพหลายนายแม้ต้องพิการแขนขาหรือสูญเสียดวงตาในสนามรบ ท่านแม่ทัพกลับมิเคยทอดทิ้ง วีรบุรุษผู้บอบช้ำเหล่านี้ถูกรับเข้ามาช่วยงานในร้านค้าและจวนแม่ทัพ มีโรงครัวที่ต้อนรับครอบครัวของพวกเขาให้ได้อิ่มท้อง ทั้งยังเมตตาลูกหลานพวกเขา ใช้เส้นสายฝากเข้าเรียนหนังสือในสำนักศึกษาดี ๆ ไม่แปลกที่ผู้จงรักภักดีเหล่านี้ล้วนซื่อสัตย์จนตัวตาย
บัดนี้จวนแม่ทัพตระกูลเสิ่นเหลือเพียงคุณหนูหรูซี นางเป็ผู้จัดการบัญชีในตระกูลั้แ่อายุสิบสอง ด้วยความเฉลียวฉลาดเกินวัยจนท่านลุงมองเห็นในความสามารถ ประกอบกับว่านางตัดสินใจเล่าเื่ของตนไปตามตรง เพื่อขอตราพยัคฆ์และสมุดบัญชีให้นางเป็ผู้สืบทอดกิจการทั้งหมด นางรับปากท่านลุงว่าจะมิละเลยผู้ที่อยู่ภายใต้ร่มเงาของตระกูลเสิ่นแม้เพียงคนเดียว
ธรรมดาสตรีที่เป็เด็กกำพร้ามักถูกญาติพี่น้องข่มเหงรังแก เหล่าเครือญาติสายรองที่แตกแขนงออกไปต่างจ้องจะรุมทึ้งทรัพย์สมบัติของตระกูลเสิ่น ทว่าสุดท้ายก็ยอมแพ้ไปจนหมดไม่เหลือสักคน ใครเล่าจะมาต่อกรกับนางผู้มีชีวิตมาสองครั้งได้
นางมีแค่สติปัญญาเสียเมื่อไร…
ชาติก่อนนางตรากตรำบำเพ็ญเพียร ขัดเกลาวิทยายุทธ์ในสำนักหลิงฝูจนก้าวขึ้นสู่ระดับปรมาจารย์ การสะกดจิตท่านป้าท่านลุงนั้นง่ายดายเหมือนล้วงของออกจากแขนเสื้อ
เห็นจะมีแค่ตระกูลซูเท่านั้นที่ไม่กลัวตาย ติดเพียงนางแตะต้องพวกเขาไม่ได้...
ความเ็ปทรมานในภพชาติก่อนสลักลึกลงไปในก้นบึ้งของจิตใจ นางหวาดกลัวความเ็ปทรมาน กลัวทุกข์ตรมในอกจนวันตาย ครั้นจะตายก็ไม่ตายดี นางเดิมพันทุกสิ่งเพื่อการเปลี่ยนแปลงจนกลับมาเสวยสุขในภพชาตินี้
หรูซียิ้มหยัน การที่นางว่าจ้างนักเขียนนิยาย ปล่อยข่าวฉาวตระกูลซูก็เพื่อจะรับเขยแต่งเข้าในเร็ววัน กงล้อโชคชะตาไม่เอาโทษนาง เพราะมองว่าเป็เื่ของโชคชะตาในระยะยาว มิใช่การแก้แค้น นางรู้สึกสาแก่ใจไม่น้อย
“นิสัยข้ามิเคยเอาเปรียบผู้ใด คุณชายกู้โปรดรับค่าตอบแทนไปก่อนสักส่วนหนึ่ง รอข้าได้พบพี่อวิ๋นเมื่อไร ได้พูดคุยกับเขาแล้วจะแจ้งข่าวอีกครา เขาควรได้รับส่วนแบ่งมากที่สุด อ้อ... ป๋ออวี้ด้วย”
“ข้าสงสารคุณชายน้อยเหลือเกิน... หาได้รู้ไม่ว่าเขาเป็เช่นไรในวันที่ท่านแม่ถูกใส่ร้ายว่าคบชู้ จับถ่วงน้ำตายอย่างไม่เป็ธรรม ตัวข้ายังมีท่านพ่อท่านแม่ กินดีอยู่ดี ได้รับความช่วยเหลือจากตระกูลเสิ่น...”
นักเขียนผู้นี้อดหลั่งน้ำตามิได้ ยิ่งเขียนก็ยิ่งเศร้าหมองและทุกข์ตรมในอก เขาทราบแต่แรกแล้วว่าเป็เื่จริงของคุณชายท่านหนึ่ง นี่ถือเป็การทวงคืนความยุติธรรมให้กับตัวละครเอกใต้ปลายพู่กันของเขา
“เอาเถิดบัณฑิตน้อย เลิกพร่ำเพ้อ เอาความสงสารของท่านใส่ลงไปในนิยาย รีบกลับไปทำงานเสีย ข้ายกเรือนข้างเคียงให้เป็ที่ทำงานของท่าน ที่นั่นเงียบสงบไม่มีใครมารบกวน ข้าจะให้สาวใช้นำอาหารไปส่ง อาทิตย์นี้ควรเขียนให้ได้สักสองตอนหรือมากกว่า เหยาเหยา เ้าไปหยิบเงินในหีบมา”
สาวใช้วัยยี่สิบปีเป็ผู้ดูแลเื่การหยิบเงินใต้เตียงคุณหนู นางมอบพันตำลึงทองให้บัณฑิตผู้มารับจ้างเขียนงาน เขารับเงินไป ระบายยิ้มเต็มวงหน้า
ที่ผ่านมากู้เจียวซิ่นมีแต่คนดูแคลนว่าเป็เขาไร้ประโยชน์ บิดาพิการเป็ไอ้ด้วน คุณหนูหรูซีกลับมองเห็นคุณค่าในตัวเขา ถึงตายก็ไม่เสียดาย!
บัณฑิตหนุ่มก้มหน้า หลังจากที่เผลอสบตากับคุณหนูอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ เป็นางที่หยิบพัดคู่กายแตะใต้คางเบา ๆ บังคับเขาให้เงยหน้าขึ้นมองนาง
“เสียดายของจริง ๆ ข้าดันมีพี่อวิ๋นผู้เดียว... มิฉะนั้น...” นางยิ้ม ปรากฏเขี้ยวคมตรงมุมปาก “ก็คงจะรับอนุได้”
“แค่ได้รับความเมตตาจากคุณหนู นับเป็วาสนาสามชาติของข้าน้อย เจียวเจียวอยู่ในสถานะใดก็ได้... ยินดีปรนนิบัติคุณหนู...”
เจียวเจียวตั้งนามตนไม่อายฟ้าดิน! ตัวเขานับว่าเป็หนุ่มในอุดมคติของคุณหนู อายุยี่สิบสองปี บุคลิกดูเป็คุณชายเ้าสำอาง รูปร่างสูงสง่า บ่าอกกว้างกำยำ ไม่ผอมบางจนเกินไป
ซิ่วอิงพุ่งเข้ามาจับตัวเขาคนแรก อีกสองคนโวยวายเสียงดัง
“ไอ๊หยา! เ้าคนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ออกไปเดี๋ยวนี้นะ ไสหัวไป”
“คุณหนูจ้างมาเขียนงาน อย่ามายั่วยวนคุณหนูของพวกข้านะ นี่แน่ะ!”
บัณฑิตหนุ่มรูปงามโดนตีด้วยจานขนม สาวใช้สามคนเข้ามารุมจับตัวเขาโยนออกจากเรือน ไม่มีใครรักษามารยาทกับเขาแล้ว ยังหันมายืนเท้าเอวบ่นคุณหนู
“โปรยเสน่ห์พร่ำเพรื่อมิได้นะเ้าคะ คุณหนูเป็หญิงงาม กิริยามารยาทอ่อนหวาน เดิมทีก็เนื้อหอมจนแม่สื่อบุกเข้ามาที่จวนั้แ่พ้นวัยปักปิ่น ถ้ามิใช่เพราะท่านลุงคุณหนูจัดการเลื่อนงานแต่งออกไป ให้คุณหนูเป็ผู้ตัดสินใจ คงได้ออกเรือนไปแล้ว”
“เกิดชายพวกนี้คิดจริงจังขึ้นมา จะเดือดร้อนเอานะเ้าคะ”
“ถ้าพวกเขารู้ฐานะที่แท้จริงของคุณหนู หางแถวของบุตรเขยตระกูลเสิ่น น่าจะยาวไปถึงกำแพงเมืองกระมัง ทั้งองค์ชายองค์รัชทายาทคงมาตามจีบท่านไปเป็ภรรยา”
“เช่นนั้นก็ลำบากคุณชายอวิ๋นน่ะสิ เขารักคุณหนูถึงเพียงนี้ อย่าทำเขาเสียใจนะเ้าคะ น่าสงสารจะตายไป”
มันห้ามได้ที่ไหนเล่า!
คุณหนูผ่อนลมหายใจยาว พอเข้าใจว่าเหตุใดบรรดาสาวใช้ถึงเข้าข้างคุณชายน้อยราวกับว่าเป็มิตรสหายกันมานาน ก็คงจะเข้าถึงแก่นแท้ของนิยาย! นางก้มหน้าสำนึกผิด หันไปเอ่ยเื่สำคัญ “พวกเ้าเอาบัญชีรายจ่ายของพี่อวิ๋นที่ข้าจดบันทึกโดยละเอียดตลอดสิบสองปีไปให้เขาเขียนเพิ่มเติม นิยายเื่นี้คงสมจริงจนผู้อ่านจะแยกไม่ออกทีเดียว...”
“เ้าค่ะ”
สาวใช้รับคำสั่งคุณหนู ต่างคนแยกย้ายกันไป
สาวใช้ทั้งสองกำลังเป็ห่วงคุณหนู จึงขอติดตามไปที่จวนท่านลุงด้วย ลู่ซวนชงชาสมุนไพรลดความร้อนในร่างกาย ส่งให้คุณหนูในรถม้า
“ขอบใจมาก วันนี้อากาศร้อน ดันเจอบัณฑิตรูปงามอีก”
คุณหนูหยิบพัดดอกเหมยออกมาโบกเบา ๆ มือซ้ายยกถ้วยชาขึ้นดื่ม สุราหกตามแรงกระแทกของล้อกับพื้นทางขรุขระ นางเอาผ้าเช็ดรอบปากจนสะอาด วันนี้นางสวมชุดขาวสง่างามพร้อมเครื่องประดับมีราคา เกล้าผมปักปิ่นหยกขาว เป็ปิ่นของคุณชายอวิ๋นมอบให้นางตอนนางอายุสิบสองปี คุณชายอวิ๋นอายุยี่สิบปี