ท่านสามี อย่าโอหัง

    ตอนที่ 47 ปรับปรุงบ้านใหม่

    ตอนที่ 47 ปรับปรุงบ้านใหม่

     

            หลิงซานฉิงเลิกคิ้วขึ้นด้วยสีหน้าประหลาดใจ “พี่สะใภ้ ข้าแค่จะบอกว่าข้ากับฉาจื่ออัน คนหนึ่งนั้นหาเงินจากการขายภาพ ส่วนอีกคนทำพู่กันขนห่านขาย เมื่อทั้งสองร่วมแรงร่วมใจกันเช่นนี้มันไม่เหนื่อยก็เท่านั้น เกี่ยวอะไรกับไร้ยางอาย ท่านคิดอะไรอยู่หรือ?”

     

            น้ำเสียงนั้นสูงขึ้นในตอนท้าย นางซื่อตรงสุจริต พูดอะไรย่อมมีเหตุผลรองรับ

     

            ทว่าชุยเยี่ยนตีความความหมายของนางผิดไป เมื่อได้ยินคำพูดนี้ก็ยิ่งหน้าแดง แต่กลับไม่มีการโต้กลับ หรือหากยอมรับว่าเมื่อครู่ตัวเองคิดเรื่องสกปรกอะไรอยู่? นั่นจะไม่ทำให้คนอื่นหัวเราะเยาะหรอกรึ

     

            แววตาของนางสั่นระริก และยังคงเผยความรู้สึกผิดออกมาเล็กน้อย “เจ้าคิดสิ นี่ไม่ใช่ว่าข้าคิดแทนพวกเจ้าหรอกรึ แม้ว่าเจ้าจะอายุยังน้อย แต่ก็ไม่ควรเอ่ยคำสกปรก ถึงอย่างไรข้าก็แก่กว่าเจ้าสองสามปี ต้องสอนเจ้าให้รู้จักจัดการสิ่งต่าง ๆ บนโลกนี้สิ” ขณะพูดก็ยิ้มประจบสอพลอออกมา

     

            คำพูดนี้จะจริงหรือเท็จ คนมีความรู้ที่ไหนก็ฟังออก และตอนนี้ทุกคนก็ดูเหมือนกำลังดูเรื่องตลกอยู่

     

            หลิงซานฉิงพยักหน้าเห็นด้วย “ความใจดีของพี่สะใภ้ ซานฉิงขอบคุณด้วยใจ แต่ข้าคงไม่ขอรบกวนความห่วงใยของพี่สะใภ้ หากไม่มีอะไรแล้ว พวกเรายังต้องไปซื้อของอย่างอื่นอีก”

     

            ชุยเยี่ยนอดชะงักไม่ได้ วันนี้ดวงอาทิตย์ขึ้นด้านไหนกัน? ไม่นึกเลยว่านางจะไว้หน้าตัวเอง? และนั่นทำให้นางมีเหตุผลที่จะจากไปได้พอดี จึงไม่โต้เถียงใด ๆ อีก

     

            หลังจากคนอื่น ๆ ออกไปแล้ว ฉาจื่ออันก็ดึงแขนเสื้อนาง และถามด้วยความแปลกใจ “เหตุใดจู่ ๆ เจ้าถึงได้ใจดีล่ะ?”

     

            สถานการณ์เมื่อครู่ดูก็รู้แล้วว่าหากนางเอาความต่อไป ชุยเยี่ยนต้องหนีเตลิดไปแน่นอน แต่นางกลับไว้หน้าพี่สะใภ้ มันไม่ใช่นิสัยของนางจริง ๆ 

     

            เมื่อหลิงซานฉิงได้ยินเช่นนี้ นางก็ลูบคางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบออกมาอย่างลึกซึ้ง “อาจารย์ขงจื๊อมีคำพูดหนึ่งที่ว่า แมลงหน้าร้อนมิอาจพูดถึงน้ำแข็งด้วยได้[1] แล้วเหตุใดต้องโต้เถียงกับนางด้วย นางจะพูดอะไรก็ให้นางพูดไปเถอะ” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่แยแส

     

            ฉาจื่ออันได้ฟังกลับตะลึงค้าง “ซานฉิง จริง ๆ แล้วเจ้ามีความรู้มากถึงเพียงนี้เชียวรึ”

     

            เขาตกใจจนไม่สามารถหุบปากได้ แม้จะรู้ว่านางใช้คำพูดแมลงหน้าร้อนมิอาจพูดถึงน้ำแข็งด้วยได้อย่างไม่เหมาะสมเล็กน้อย แต่มันไม่ง่ายเลยที่จะได้ยินคำพูดที่ลึกซึ้งจากปากของนาง มันไม่ง่ายเลยจริง ๆ เขาชื่นใจมาก

     

            แต่หลิงซานฉิงพูดออกมาโดยไม่คิดสิ่งใด เมื่อเห็นท่าทางซื่อบื้อของเขา ก็อดตบหน้าผากตัวเองไม่ได้ “เจ้าคนซื่อบื้อนี่” นางส่ายหัวแล้วขึ้นไปนั่งบนรถม้าอีกครั้ง “เอาล่ะ สิ่งที่ควรซื้อมาก็ซื้อมาเกือบทั้งหมดแล้ว”

     

            นางเหลือบมองเจี่ยนเจี่ยน เด็กน้อยหนุนผ้าที่เพิ่งซื้อมาพร้อมกับเคี้ยวผลไม้ดองชิ้นหนึ่งในปาก เขาเล่นกับขนมน้ำตาลปั้นในมือ ราวกับตัดใจกินมันไม่ลง

     

            แต่ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ เจี่ยนเจี่ยนโตขนาดนี้แล้ว เพิ่งเห็นขนมน้ำตาลปั้นเป็นครั้งแรก

     

            เมื่อฉาจื่ออันได้ยินคำพูดของนางเช่นนั้นแล้วก็ละความคิดไป “ในเมื่อซื้อของเสร็จแล้ว พวกเราก็ควรกลับกันได้แล้ว”

     

            หลิงซานฉิงยกนิ้วชี้ส่ายไปมา “ในเมื่อซื้อของเสร็จแล้ว พวกเราก็ไปเดินที่ตลาดผัก หลังจากซื้อผักแล้วเราก็ค่อยกลับ” เมื่อเห็นท่าทางเจ็บปวดของฉาจื่ออัน นางก็รู้แล้วว่าเขาจะพูดอะไร “เจ้าดูเจี่ยนเจี่ยนสิ ผอมขนาดนี้เพราะขาดสารอาหารแน่นอน หากเราไม่เลี้ยงเขาให้อ้วนขึ้นอีกนิด นั่นจะยังเป็นพ่อแม่แท้ ๆ อยู่หรือเปล่า?”

     

            นางตำหนิฉาจื่ออันอย่างจริงจัง

     

            ฉาจื่ออันตกใจกับคำพูดนางอีกครั้ง และอดไม่ได้ที่จะพยักหน้าเห็นด้วยอย่างคล้อยตาม  “เจี่ยนเจี่ยนเติบโตตามวัย ต้องบำรุงให้ดี เจ้าดูแขนขาเล็ก ๆ ของเขาสิ นี่คือรูปร่างของเด็กอายุสี่ห้าขวบที่ไหนกัน” หากไม่ใช่เพราะสีหน้าเจ็บปวดของเขาในตอนนี้ เขาจะต้องเป็นพ่อที่ดีและน่ารักอย่างแน่นอน

     

            หลิงซานฉิงเลิกคิ้วขึ้นมาอย่างพอใจ จิ้มแก้มพอง ๆ ของเจี่ยนเจี่ยนไปมา “เจี่ยนเจี่ยน ตอนเย็นพวกเรามีเนื้อกินกันแล้วนะ เจ้ามีความสุขหรือไม่?”

     

            ฟังจากน้ำเสียงของนางแล้ว ดูเหมือนนางจะมีความสุขมากกว่าเจี่ยนเจี่ยนที่กำลังกินอยู่เสียอีก มีความสุขจนฉาจื่ออันรู้สึกว่าเงินที่จ่ายไปนั้นคุ้มค่า

     

            เพียงแต่ความสุขนี้อยู่ได้ไม่นานนัก เพราะเมื่อกลับมาถึงหมู่บ้านตระกูลฉา เรื่องวุ่นวายก็เข้ามาหาถึงที่

     

            พวกเขาขับรถม้าไปในตัวอำเภอ ไม่ว่าจะเป็นผ้าชั้นดีเหล่านั้น ปลา เนื้อ และผลไม้ที่ปีหนึ่งคนมากมายก็หามากินไม่ได้ ทั้งยังมีขนมน้ำตาลปั้นที่น่ารักในมือเล็กของเจี่ยนเจี่ยน ใครบ้างจะไม่อิจฉา แถมพวกเขายังนำของเหล่านี้กลับมาพร้อมกันในคราวเดียว 

     

            “จุ๊จุ๊ ช่วงนี้สะใภ้สามมั่งคั่งร่ำรวยแล้ว เงินที่พวกเขาจ่ายไปมันเพียงพอสำหรับเราตั้งหลายปีเลย”

     

            “ยังไม่รู้ว่าไปเอาเงินมาจากไหนเลย จะอิจฉาอะไรกัน หากเจ้าอิจฉาก็อิจฉาไม่ได้หรอก รีบกลับบ้านไปทำกับข้าวไป”

      

            “หากให้ข้าพูด มันคงไม่ใช่เพราะฮวงจุ้ยของครอบครัวฉาจื่ออันดีหรอกมั้ง เพิ่งแยกบ้านออกมาก็มีเงินแล้ว และใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่น”

     

            “เหลวไหล! ก็แค่โชคดีเท่านั้นแหละ จนก็คือจน แค่ภูมิใจประเดี๋ยวประด๋าวมันจะไปมีอะไรกัน” เสียงสุดท้ายดังขึ้น เมื่อทุกคนได้ยินน้ำเสียงนี้ก็รู้แล้วว่ามีเรื่องสนุกให้ดู

     

            เหยียนปี้ฮุ่ยเดินออกมาจากบ้านของนาง น้ำเสียงดุร้ายดังกลบเสียงของทุกคน รถม้าของหลิงซานฉิงวิ่งผ่านบ้านของนางไปพอดี ของที่อยู่บนรถเหล่านั้นนางก็เห็นอย่างชัดเจน ไม่ดูก็แล้วไป แต่เมื่อดูแล้วก็ยิ่งเสียสุขภาพจิต นี่คือของที่ดีที่สุดแล้ว ครอบครัวจน ๆ ของอีกฝ่ายไปทำอะไรมาถึงได้หาเงินได้มากถึงเพียงนี้?

     

            ในเวลานี้เอง ลูกสาวของเหยียนปี้ฮุ่ยก็เดินออกมาจากด้านหลัง และมองตามเงาของรถม้าออกไป ครั้นเหลือบเห็นสิ่งของในรถม้า นางก็เบิกตากว้างทันที “ท่านแม่ ข้าเห็นไม่ผิดใช่ไหม พวกเขาซื้อปลาซื้อเนื้อมาจริง ๆ แถมยังซื้อผ้ามาทำเสื้อผ้าใหม่ด้วย พวกเขาไปเอาเงินมาจากไหนกัน?"

     

            เดิมทีเหยียนปี้ฮุ่ยก็อิจฉาอยู่แล้ว เมื่อได้ยินคำพูดนี้ก็ยิ่งไม่พอใจขึ้นมาอีก “เงิน เงิน เงิน ตั้งแต่เช้าจรดเย็นเจ้ารู้แค่เรื่องเงินหรือไง พวกเขามีเงินก็เรื่องของพวกเขา ใครจะรู้ บางทีพวกเขาอาจจะได้เงินมาจากการทำเรื่องสกปรกก็ได้ กลับเข้าบ้านไปเลยไป!”

     

            ฉาเซวียนเอ๋อร์มองเหยียนปี้ฮุ่ยด้วยความน้อยใจ อ้าปากพะงาบ ๆ ไม่กล้าโต้เถียงกลับไปอีก จึงทำได้เพียงกระทืบเท้ากลับเข้าไปในบ้าน บ่นพึมพำไปด้วยและเดินไปด้วย “บ้านเขามีเงินมากขนาดนี้ได้อย่างไรกัน”

     

            คำพูดนี้เต็มไปด้วยความขุ่นเคืองใจ และยังแฝงไปด้วยการบ่นเล็กน้อย ราวกับกำลังพูดว่าเหตุใดครอบครัวตัวเองถึงได้จนถึงเพียงนี้

     

            คำพูดนี้ตกไปถึงหูของเหยียนปี้ฮุ่ย นางกระทืบเท้าด้วยความโมโห และไม่รู้ว่าเวลานี้นางควรจะโกรธลูกสาวที่พูดไม่รู้จักกาลเทศะ หรือควรโกรธที่ครอบครัวของนางยากจน

     

            อันที่จริงครอบครัวหัวหน้าหมู่บ้านก็นับว่ามีฐานะดีในที่แห่งนี้ บางครั้งปลายปีก็จะมีคนนำของขวัญมาส่งให้ แม้จะไม่ใช่ของมีค่าอะไร แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีเลย ทว่าเมื่อเทียบกับครอบครัวฉาจื่ออันในตอนนี้ พวกเขาคงจนจริง ๆ แล้วล่ะ

     

            แต่ต้นไม้ใหญ่นั้นย่อมต้องลม ไม่ใช่เป็นเพราะฉาจื่ออันนำเข้ามาในหมู่บ้านเองรึ เสียงพูดคุยกันดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ฟังไปฟังมากลับหนีไปจากสองสามประโยคนั้นไม่ได้

     

            ฉาจื่ออันหันกลับไปมองสิ่งของบนรถม้า “ซานฉิง พวกเราซื้อของหลายอย่างที่พวกเขาซื้อมันมาไม่ได้ มันดูไม่เด่นเกินไปหน่อยรึ ” น้ำเสียงของเขาแฝงด้วยความลำบากใจเล็กน้อย

     

            แต่คำพูดนี้กลับทำให้บางคนอยากหัวเราะ นี่ไม่ใช่ตัวอย่างที่ว่าเสียเปรียบแล้วยังอวดฉลาดหรอกรึ?

      

            หลิงซานฉิงกระแอมเบา ๆ เพื่อซ่อนรอยยิ้มขบขัน “พวกเขาจนแล้วอย่างไร จะไม่ยอมให้คนอื่นมีชีวิตที่ดีเลยรึ อีกอย่างพวกเราก็อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ครอบครัวเรามีเงิน พวกเขาควรดีใจกับพวกเราสิ จะอิจฉาได้อย่างไร”

     

            ขณะพูดนางก็ยังจิ้มแก้มเล็ก ๆ ของเจี่ยนเจี่ยน “เจ้าว่าใช่หรือไม่ เจี่ยนเจี่ยน?”


            ไม่ว่าฉาจื่ออันจะซื่อบื้อแค่ไหน เขาก็ยังฟังความถากถางในคำพูดของนางออก เขาทั้งอายทั้งจนใจที่จะปลอบใจตัวเอง ล้อเล่นก็ล้อเล่น เขามันลูกผู้ชายผึ่งผาย จะปล่อยให้ภรรยาตัวเองพูดเล่นหลายประโยคก็ไม่เสียหน้านักหรอก

     

            หากหลิงซานฉิงรู้ความคิดนี้เข้า ต้องชมเขาหลายประโยคแน่

     

            ก่อนที่ทั้งสามคนจะเข้าบ้านไป จู่ ๆ ก็มีเม็ดฝนขนาดเท่าเม็ดถั่วตกลงมา หลิงซานฉิงตะโกนเข้าไปข้างใน ไม่นานประตูก็ถูกเปิดจากด้านใน สวีอิงเอ๋อร์เดินถือร่มกระดาษน้ำมันไปอุ้มเจี่ยนเจี่ยนขึ้นมา “ซานฉิง เหตุใดพวกเจ้าถึงมาเอาปานนี้  ไม่แน่ว่าวันนี้ฝนอาจจะตกอย่างหนัก”

     

            นางไม่เหลือมือว่างพอที่จะขนสิ่งของได้ จึงทำได้เพียงอุ้มเจี่ยนเจี่ยนกลับเข้าบ้าน แล้วออกมาส่งร่มให้แก่พวกเขาทั้งคู่อีกครั้ง แต่ไม่นึกเลยว่าทันทีที่นางออกจากประตูมา เสียงฟ้าร้องโครมครามก็ดังสนั่น นางมือสั่นจนทำร่มตกจากมือ เมื่อเก็บร่มขึ้นมากำลังจะกางออก ก็ได้ยินเสียงคล้ายกับแมวร้องดังออกมาจากในบ้าน นางถึงได้รู้คราวนี้ว่าเจี่ยนเจี่ยนกลัวเสียงฟ้าร้อง!

     

            สวีอิงเอ๋อร์จึงทำได้แค่ละความคิดที่จะส่งร่มไปให้คนทั้งคู่ และในตอนที่นางกำลังลังเลอยู่นั้น หลิงซานฉิงกับฉาจื่ออันก็ได้ย้ายทุกอย่างเข้าไปในบ้านแล้วพอดี ไม่เช่นนั้นคงเปียกโชกไปด้วยน้ำฝนจนมีรูปร่างไม่เหมือนเดิม

     

            ก่อนที่เท้าพวกเขาจะเหยียบเข้าบ้าน ก็ได้ยินเพียงเสียงฝนที่ตกอย่างหนัก แม้แต่ลมก็ยังไม่ยอมแพ้ให้กับสายฝน เสียงลมหวีดหวิดอย่างบ้าคลั่ง น้ำฝนเม็ดเท่าถั่วตกกระทบลงหน้าบ้านเก่าคร่ำครึอย่างรุนแรง ผนังด้านในเริ่มมีน้ำซึมเข้ามา แรงลมฝนพัดพาให้ประตูไม้เก่าเกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด

     

            หลิงซานฉิงมองไปรอบ ๆ บ้านหลังจากที่ฝนห่าใหญ่หยุดตกแล้ว เกรงว่าบ้านหลังนี้คงต้องปรับปรุงใหม่เสียแล้ว

     

            หลังจากฝนหยุดตก คนมากมายในหมู่บ้านก็ไม่สามารถหนีภัยพิบัตินี้ได้ หนึ่งในนั้นมีบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านที่หลังคาห้องนอนใหญ่ถูกกวาดออกไปจนหมด แม้แต่เสื่อฟางที่ปูบนหลังคาก็ปลิวไปตามแรงลม

     

            อยากจะปรับคืนฟื้นสภาพในตอนนี้ก็คงลำบากแล้ว

     

            ฉาเซวียนเอ๋อร์ถูกใช้ให้ออกไปหาเสื่อฟาง เดินวนอ้อมไปทั้งหมู่บ้านก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของเสื่อฟาง สุดท้ายนางก็ไม่หามันเสียเลย และกำลังเตรียมจะกลับบ้าน จู่ ๆ นางนึกถึงบ้านของฉาจื่ออันขึ้นมาได้ ลมพัดแรงขนาดนี้ บ้านเขาจะถูกพัดจนกลายเป็นอย่างไรบ้าง?

     

            ขณะที่ครุ่นคิดอยู่นั้น นางก็ได้ก้าวเดินไปทางบ้านของฉาจื่ออันแล้ว

     

            บ้านของฉาจื่ออันถูกลมพัดจนหลังคาปลิวไปสองห้อง และทั้งครอบครัวก็กำลังยืนอยู่ที่ลานบ้านเพื่อตรวจดูว่าที่ไหนถูกลมพัดไปอีกบ้าง

     

            หลิงซานฉิงเพียงแค่เหลือบมองแวบเดียวเท่านั้น จากนั้นก็กระแอมเบา ๆ เพื่อดึงดูดความสนใจของทุกคน “เจ้าเห็นเหมือนกันหมดแล้ว สภาพอากาศที่ครึ้มฟ้าครึ้มฝนเช่นนี้เกิดขึ้นได้บ่อยในช่วงฤดูใบไม้ร่วง นี่เพิ่งจะเริ่มเท่านั้น หากครั้งหน้าพายุเข้าอีก แม้แต่ที่อาศัยอยู่ของพวกเราคงถูกพัดจนปลิวว่อน”

     

            แม้คำพูดนี้จะเกินจริงไปบ้าง แต่ในสถานการณ์จริงกลับเป็นเช่นนั้นจริง ๆ 

     

            ฉาเซวียนเอ๋อร์ที่แอบฟังอยู่หน้าประตูมีความสุขเมื่อได้ยิน ยิ่งลมพัดบ้านพวกเขาจนไม่เหลืออะไร นางก็จะยิ่งมีความสุขมาก แต่คำพูดต่อมาของหลิงซานฉิงกลับทำให้นางเริ่มทุกข์

     

            “ไม่เช่นนั้นเอาอย่างนี้ไหม การจ้างคนมาซ่อมหลังคาในครั้งนี้ต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากเหมือนกัน ไม่สู้เราใช้โอกาสครั้งนี้ปรับปรุงบ้านของเราใหม่ ตรงไหนที่เก่าแล้วก็ซ่อมแซมให้มันดูเหมือนกับบ้านใหม่ก็พอแล้ว ถึงอย่างไรฤดูใบไม้ผลิปีหน้าก็ต้องปรับปรุงใหม่อยู่แล้ว ถือเสียว่าปรับปรุงก่อนกำหนด เจ้าว่าอย่างไร?”

     

            นางพูดเสียยาวอย่างน้ำไหลไฟดับ แต่ละประโยคเรียบเรียงมาอย่างสมเหตุสมผล สุดท้ายยังมาถามเขาว่าคิดอย่างไร แล้วเขาจะพูดอะไรได้อีก?

     

            ฉาจื่ออันยืนอยู่ตรงข้ามประตู มองดูบ้านที่ถูกลมพัดปลิวไปจนกลายเป็นสภาพเช่นนี้ จากนั้นก็มองดูท่าทางตื่นเต้นของหลิงซานฉิง มุมปากของเขาก็กระตุก

     

            เดาว่านางคงแทบอยากพังบ้านหลังนี้ทิ้งแล้วสร้างบ้านใหม่สินะ

     

            เช่นนั้นก็เอาเถอะ 


            “ทำตามที่เจ้าว่าแล้วกัน แต่ค่าปรับปรุงบ้านใหม่กับค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตของพวกเราไม่ควรสูงจนเกินไป เงินที่ซื้อเนื้อซื้อปลาทุกวันบวกกับเงินจ้างคนงานก็ไม่ใช่จำนวนน้อย ๆ  พวกเราต้องรู้จักเตรียมพร้อมรับความลำบาก”

     

            ครั้นหลิงซานฉิงได้ยินเขาตอบตกลง เขาจะพูดอะไรออกมาตอนนี้ก็ฟังเข้าหูไปหมด ต่อให้ฉาจื่ออันจะด่านางตอนนี้ นางก็จะยิ้มเซ่อ ๆ อย่างมีความสุข




    [1] แมลงหน้าร้อน เกิดและดับในหน้าร้อน จึงไม่อาจคุยเรื่องปรากฏการณ์ในฤดูอื่น ๆ ด้วยได้ เปรียบได้กับบัวในตม

    คล้ายกับเรื่องท่านสามี อย่าโอหัง ที่คุณอ่าน

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.57M 5024
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    กำเนิดเทพนิทรา

    กำเนิดเทพนิทรา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    385K 758