ไฉ่หลินกับจิ้งจอก์เก้าหางััมันได้อย่างชัดเจน ถึงการซิงค์กันของพลังิญญาที่มีอยู่ในภูติิญญาประจำตัวระดับเทพมายา
โดยปกติตัวของเธอเองก็พบเจอกับบุคคลที่มีภูติิญญาระดับเดียวกันมาอยู่หลายคน พบเจอกันราวกับเป็คนคุ้นเคย ััหรือมองเห็นได้ถึงภูติิญญาประจำตัวระดับเทพมายาอยู่มากมาย
ทุกคนก็เกิดอะไรแบบนี้ด้วยกันทั้งสิ้น ทว่ามันก็ไม่ได้รุนแรงเหมือนเช่นในรอบนี้
การัักันในครั้งนี้มันถึงกับทำให้หัวใจของเธอต้องสั่นสะท้านขึ้น ร่างกายเสมือนกับถูกสายฟ้าซ็อตเข้าใส่ยังไงยังงั้น
(ไม่แปลก นี่คือหนึ่งในมหาเทพที่แข็งแกร่งมากที่สุด สิ่งมีชีวิตโบราณที่มีใบหน้าสามเศียรและหกกร เทพแห่งความบ้าคลั่งอาชูร่า)
(ในอดีต่ยุคมหาาของทวยเทพทั้งสี่ฝ่ายและิญญาร้ายใต้พิภพ มหาเทพอาชูร่าเป็หนึ่งในเพียงไม่กี่คนที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด)
(ตัวของเขาได้กระโจนเข้าสู่ท่ามกลางสมรภูมิอันยิ่งใหญ่ด้วยตัวคนเดียว ทำลายล้างทุกสิ่งด้วยความบ้าคลั่ง)
(ใช้พลังอันร้ายกาจของตนเองโจมตีทุกสรรพสิ่งและไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมของใครทั้งสิ้น)
(โลกใต้พิภพรวมถึงสิ่งมีชีวิตอันยิ่งใหญ่มากมายเผชิญหน้าเข้ากับหายนะ พวกเขาเริ่มรวมมือกันเป็ครั้งแรก เทพอาชูร่าได้ถูกรายล้อมไปด้วยทวยเทพและิญญาปีศาจนับไม่ถ้วน กระทั่งตัวตนเช่นเขาก็ได้หายสาบสูญไปนับแต่วันนั้น)
(ใครจะไปคิดละว่าเขาจะปรากฏตัวออกมาเลือกร่างสถิตแล้ว อันที่จริงในความคิดของข้ามันแทบจะเป็ไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ)
(เพราะมันไม่มีใครที่สามารถรองรับเป็ร่างสถิตของตัวตนมหาเทพเช่นอาชูร่าได้ เขาเป็ตัวตนที่เหนือกว่าตรรกะรวมถึงความนึกคิดใดๆ)
จิ้งจอก์เก้าหางอธิบายออกมาอยู่เล็กน้อย มันทำให้สีหน้าของไฉ่หลินพลันแปรเปลี่ยนไปอยู่นิดๆ
นี่คือความลับในโลกยุคสมัยแห่งปัจจุบันที่น้อยคนจะได้รับรู้
หลังจากที่โลกใต้พิภพได้เชื่อมต่อเข้ากับโลกมนุษย์ นางที่ได้รับภูติิญญาประจำตัวระดับเทพมายาก็ได้ทราบเื่ราวอะไรต่างๆมากมาย
เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ิญญาที่พวกเขาเรียกกันเช่นนั้น ทั้งหมดมันเป็เื่จริงทั้งสิ้น
ิญญาแห่งทวยเทพอันยิ่งใหญ่มากมายล้วนแล้วแต่มีชีวิตอยู่จริงๆ
นางเองก็ทราบเื่ราวของมันเพียงแค่นี้
เพราะตัวของต้าจีไม่ได้บอกเื่ราวดังกล่าวไปมากกว่านั้น เธอให้รู้ได้เพียงแค่เท่าที่ควรจะรู้
ในยุคสมัยปัจจุบัน เื่ราวของภูติิญญาประจำตัวระดับเทพมายาได้ถูกบิดเบือนโดยผู้ทรงพลังของโลกมนุษย์ไปอยู่ไม่น้อย
พวกเขาไม่อยากจะให้สถานการณ์ในโลกปัจจุบันต้องเลวร้ายไปมากยิ่งกว่านี้ แค่โลกใต้พิภพเพียงอย่างเดียวมันก็ทำให้ทุกสิ่งต้องปั่นป่วน
ถ้าเกิดมีโลกอารยธรรมอื่นโผล่ขึ้นมาอีก
เมื่อถึงตอนนั้นมนุษย์เช่นพวกมันก็คงได้อยู่จุดล่างสุดของห่วงโซ่อาหารกันอย่างแน่นอน
"เธอจะบอกว่าให้เราสานสัมพันธ์กับผู้ฝึกฝนิญญาคนนี้ไว้ใช่ไหม?"
"ถ้าเกิดว่าเขาไม่ตกตายไปซะก่อน เขาจะเป็ตัวตนที่ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน ผู้ที่ภูติิญญาของมหาเทพอาชูร่า ไม่ว่าจะเป็ยังไงก็ต้องเปลี่ยนแปลงยุคสมัยได้เป็แน่"
ไฉ่หลินกล่าวขึ้นด้วยความเคร่งขรึม สีหน้าอันทรงเสน่ห์ไม่เคยััได้ถึงอะไรเช่นนี้มาก่อน
แม้แต่จิ้งจอกเช่นต้าจีของเธอก็ยังมีท่าทางเช่นนี้ ถึงเธอจะเป็สุนัขจิ้กจอก์เก้าหาง แต่สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ถึงยังไงก็เป็แค่สัตว์ศักดิ์สิทธิ์
แม้จะมีพลังของเทพเ้าไหลเวียนอยู่ในสายเืก็ตาม ทว่าย่อมเทียบไม่ได้กับเทพอาชูร่าที่เป็หนึ่งในจุดสูงสุดของบรรดาทวยเทพทั้งมวล
(ยังไม่ถึงเวลานะไฉ่หลินของข้า)
(การพบเจอกันตอนนี้ไม่ค่อยมีประโยชน์อะไรต่อเราเท่าไหร่นัก ต้องให้ตัวของบุคคลผู้นี้มีพลังมากยิ่งกว่านี้ซะก่อน)
จิ้งจอกสีขาวกล่าวจบก็หลับตาลงพร้อมกับนอนหลับไปทั้งแบบนั้น
"เข้าใจแล้ว นั่นสินะ"
ส่วนไฉ่หลินเองก็ครุ่นคิดถึงประโยคของพูดของนางเช่นเดียวกัน
ตอนนี้มันก็ไม่เหมาะสมที่จะไปพบเจอกับบุคคลผู้นี้จริงๆ ถ้าเกิดว่าผู้ฝึกฝนิญญาที่มีเทพอาชูร่าอยู่ในการไม่เป็เหมือนกับที่เธอคิดเอาไว้ มันคงทำให้ทั้งสองต้องผิดหวังเป็อย่างมาก
ยิ่งนางมีเสน่ห์รวมถึงความเซ็กซี่แบบนี้ด้วยแล้ว ตัวของเขาคงจะอดใจไม่ไหวแน่ๆ
แล้วถ้าเกิดว่าเป็แบบนั้นจริงๆ หญิงสาวคงต้องเผาผลาญเขาด้วยเพลิงิญญาจิ้งจอกกันอย่างแน่นอน
(.................)
สีหน้าของจิ้งจอกขาวถึงกับเอือมระอา เปลือกตาข้างนึงลอบลืมตาขึ้นมาอยู่นิดๆ
ทำไมเมื่อคิดไปคิดมายังต้องวกกลับมาที่ความงามของตนเองด้วย มันเกี่ยวอะไรกับความสวยในการพบเจอหน้ากันทั้งสอง แถมยังจะเอาเพลิงิญญาจิ้งจอกของเธอไปเผาผลาญบุคคลผู้นั้นอีก
สติรวมถึงความคิดนับวันของไฉ่หลินยิ่งทำให้ตัวของนางต้องปวดหัวอยู่ไม่น้อย
ดูเหมือนการหลงตัวเองขั้นสุดของเ้านายจะเริ่มกู่ไม่กลับแล้ว หลงไหลในเสน่ห์รวมถึงความงดงามของตนเองอย่างถึงที่สุดละนะ
ขณะเดียวกันที่บริเวณห้องรับรองการซื้อขาย เซียงหลินที่ััได้ถึงการเชื่อมต่อกันของภูติิญญาก็ได้กลับมามีท่าทางที่สงบเหมือนเช่นเดิม ภายในห้องการซื้อขายที่ดูเป็ระเบียบเรียบร้อย
ตัวของชายหนุ่มตอนนี้กำลังนั่งอยู่บนโซฟาที่นุ่มนิ่ม ั์ตาหรี่ลงพร้อมกับมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นบริเวณมุมปาก
โดยที่เบื้องหน้าของเขาก็มีชายวัยกลางคนผู้นึงกำลังนั่งอยู่ที่ฝั่งตรงข้าม สีหน้าแววตายิ้มแย้มดูเหมือนกับคนที่มีความเ้าเล่ห์
"ข้าคือโลตัส หนึ่งในผู้จัดการสมาคมการค้าิญญาสาขาเมืองั"
"ไม่ทราบว่าผู้ฝึกฝนิญญาที่เคารพรักคนนี้จะนับอะไรมาขายเรอะ?"
"ถ้าคริสตัลิญญาที่ตัวของคุณมีต่ำกว่าระดับแรงก์E ตัวของคุณก็ทำผิดกฎระเบียบของสมาคมการค้าแล้วละนะ"
โลตัสโน้มตัวไปยังด้านหน้าพร้อมกับเอ่ยถามออกมาอย่างจริงจัง แววตาเองก็จ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มที่นั่งอยู่ไม่ไกล
"แน่นอนครับคุณโลตัส"
"ฉันรู้กฎระเบียบดีแล้วน่า"
เซียงหลินยกยิ้มออกมาบริเวณมุมปาก
จากนั้นก็ยื่นมือไปยังด้านหลัง พยายามจะทำท่าทางว่าได้หยิบสิ่งของต่างๆออกมาจากกระเป๋าเล็กๆที่สวมใส่อยู่ด้านหลัง แต่เขากลับลอบใช้พลังของชุดมิติไหม์ เปิดคลังมิติที่อยู่ในชุดคลุมของตนเองแล้วนับสิ่งของออกมา
"โอ้ นี่มัน..."
ชั่วครู่เดียวบนโต๊ะการซื้อขายก็เต็มไปด้วยคริสตัลิญญาระดับแรงก์E มันคือคริสตัลผนึกก้อนเล็กๆที่มีขนาดเท่ากับเมล็ดถั่ว
เมื่อมันมารวมตัวกันนับสิบอัน
ก็ทำให้เกิดเป็ภาพอันน่าอัศจรรย์ของกระแสพลังงานิญญาที่ล่องลอยขึ้นไปทั่ว
"ขอตัวของข้าตรวจสอบแปปนึงนะ"
"เป็คริสตัลิญญาระดับแรงก์Eอย่างแน่นอน แต่ต้องแยกรูปแบบสายพันธุ์ของิญญาร้ายด้วย"
ทันใดนั้นชายวัยกลางคนก็ได้หยิบอุปกรณ์บางสิ่งออกมา มันมีลักษณะเป็เหมือนกับกล่องลูกบาศก์สี่เหลี่ยม รูปร่างคล้ายคลึงกับกระเป๋าพกพาชนิดนึง
้าสุดเป็เหมือนกับแผ่นกระจกใส
เพียงแค่เขาวางคริสตัลิญญาบนกล่องสี่เหลี่ยมประหลาดนั้น ภาพโฮโลแกรมสามมิติก็ได้ถูกฉายออกมาอย่างรวดเร็ว ปรากฏให้เห็นถึงข้อมูลรูปแบบของคริสตัลิญญาที่ได้ตรวจสอบ
"คริสตัลิญญาของซากศพห้ากรงเล็บระดับแรงก์E 1อัน"
"คริสตัลิญญาของผีปอบแลกหน้าระดับแรก์Eอีก 22อัน"
"ไม่เลว นี่เ้าไปหาพวกมันมาได้ยังไงตั้งเยอะแยะแบบนี้?"
ชายวัยกลางคนค่อนข้างจะประหลาดใจเมื่อเห็นถึงคริสตัลของผีปอบแลกหน้า
เ้าพวกนี้มันจะรวมตัวกันเป็กลุ่มขนาดใหญ่ ไม่เคยมีน้อยกว่า10ตนขึ้นไป การจะต่อกรกับิญญาร้ายเช่นพวกมัน
แน่นอนอยู่แล้วว่าพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับิญญาร้ายที่อยู่กันอย่างเป็โขยง ถูกรายล้อมไปด้วยความเ้าเล่ห์รวมถึงพลังอันแข็งแกร่ง
ต่อให้จะเป็ผู้ฝึกฝนิญญาระดับแรงก์Dยังต้องตึงมือ เผลอๆบางคนอาจตกตายท่ามกลางวงล้อมของพวกมันเลยก็ว่าได้
แล้วทำไมชายหนุ่มที่เพิ่งเป็ผู้ฝึกฝนิญญาคนนึงถึงได้มีเ้าสิ่งพวกนี้ มันน่าสงสัยซะจนตัวของเขายังต้องตั้งคำถามขึ้น
หรือว่าเขาไปแย่งชิงมาจากผู้ฝึกฝนิญญาคนอื่นๆ ความคิดแบบนี้ย่อมถูกต้องมากที่สุด