ในงานเลี้ยงราตรีแห่งหนึ่ง...
“โอ๊ย! เธอเหยียบเท้าฉันทำไมฮะยัยขมิ้น”ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่โน้มตัวลงมากระซิบถามเสียงขุ่นเคือง ขณะพาร่างบางระหงเคลื่อนไหวไปตามจังหวะเสียงดนตรีที่บรรเลงหญิงสาวผู้เป็ต้นเหตุยิ้มกว้าง ั์ตาใสซื่อมีแววสะใจ เสียงกังวานใสตอบกลับไปว่า
“ก็ฉันเต้นไม่ค่อยเก่งนี่นามันก็ต้องมีเหยียบเท้ากันบ้างสิ”
“ฉันไม่เชื่อหรอก ฉันรู้นะว่าเธอคิดจะแกล้งฉัน”
“งั้นเหรอ” หญิงสาวถามกลับเสียงสูง หน้าตายังคงดูใสซื่อไม่เปลี่ยนแปลงก่อนรอยยิ้มเยาะจะปรากฏขึ้นตรงมุมปาก “ฉลาดขึ้นแล้วนี่”
ชายหนุ่มกัดฟันกรอดพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ขุ่นมัวเอาไว้เพราะเขายังอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย ทั้งที่ใจนึกอยากจะปล่อยร่างที่โอบไว้แล้วเปลี่ยนเป็มาบีบคอเธอแทนแต่ก็ทำได้แค่คิดเท่านั้นเนื่องจากงานนี้มีคนรู้จักและผู้ใหญ่ที่นับถือเยอะอีกอย่างพ่อแม่ของพวกเขาก็กำลังมองอยู่ด้วย ทำให้เขาต้องอดทนในขณะที่เธอกลับสนุกที่ได้แกล้งเขา
“ลูกเราเข้ากันได้ดีนะนวล” โสภิตาพูดกับนวลฉวีผู้เป็เพื่อนรักด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างมีความสุขเมื่อเห็นหนุ่มสาวทั้งสองเต้นรำด้วยกันเป็อย่างดี
“ใช่เื่ที่เราคิดกันไว้น่าจะเป็จริงได้นะโส” นวลฉวียิ้มกริ่มแล้วก็หัวเราะออกมาอย่างมีความสุข มองดูบุตรของตนเองอย่างมาดหมายบางสิ่งบางอย่างเอาไว้ในใจ
“อะไรนะคะ! ไม่! ไม่มีทางเด็ดขาด หนูไม่ยอมแต่งงานกับนายปูนหรอกค่ะ” รติมา วิกิจการกุลหรือขมิ้นหญิงสาวร่างบางวัยยี่สิบห้าพูดปฏิเสธบุพการีทั้งสองทันทีหลังจากที่พวกท่านบอกว่าจะให้แต่งงานกับอวัช กิจสุนทรลูกชายคนเดียวของสุชาติและโสติภาซึ่งเป็เพื่อนรักของพวกท่าน
“ใจเย็นๆ ก่อนลูก” ดำรงปลอบบุตรสาวที่นั่งกอดอก ทำหน้าง้ำหน้างออยู่อย่างเป็ห่วง
“ใจเย็น! คุณพ่อจะให้หนูใจเย็นอยู่ได้ยังไงกันคะ ในเมื่อหนูกำลังจะถูกจับคลุมถุงชนโดนบังคับให้แต่งงานกับคนที่หนูเกลียดมากที่สุดในโลกอยู่ตอนนี้” ตอนนี้รติมาเหมือนะเินาฬิกาที่พร้อมจะะเิอารมณ์อันร้อนแรงออกมามากกว่านี้เมื่อไรก็ได้เธอกล้าทำอยู่แล้วโดยไม่เกรงกลัวว่าพวกท่านจะโกรธด้วยเพราะความที่ถูกตามใจมาั้แ่เด็ก เนื่องจากเป็ลูกสาวคนเดียวของครอบครัวนั่นเอง
ความจริงพวกท่านก็รู้อยู่แล้วว่ารติมากับอวัชไม่ค่อยจะถูกกันสักเท่าไรมาั้แ่เด็กเจอหน้ากันทีไรมักทะเลาะกันทุกที แม้แต่เื่เล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่นเื่ขนมทั้งที่มีเยอะก็ยังแย่งกันกิน ตีกันจะเป็จะตายให้ได้ เพราะต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมใคร
ความจริงนายปูนนั่นแหละเป็คนผิด ถ้าเขายอมเธอสักหน่อยไม่กวนประสาทเธอมากนักก็คงไม่ต้องทะเลาะกันทุกครั้งที่เจอหน้า ถึงยังไงเธอก็จะไม่ยอมแต่งงานกับนายปูนเด็ดขาดไม่มีทาง!
นวลฉวีมีอาการนิ่งสงบ ไม่สะทกสะท้านต่อการอาละวาดของบุตรสาวเลยแม้แต่น้อยเพราะได้ตั้งใจไว้แน่วแน่ในเื่นี้แล้วนั่นเอง ดำรงเหลือบตามองภรรยาแล้วก็รู้สึกหนักใจแทนบุตรสาวยิ่งนักท่าทางนิ่งเฉยไม่เดือดเนื้อร้อนใจใดๆ แบบนี้เขารู้ดีว่าเื่ที่ถกเถียงกันอยู่นี้จะจบลงเช่นใดและใครจะเป็ผู้ชนะในที่สุด
รติมาหงุดหงิดที่ไม่เห็นมารดาพูดจาตอบโต้อะไรนิดเดียวก็ไม่มี ให้ตายเถอะ! อาการอย่างนี้ตามประสบการณ์ที่เคยเจอมามันทำให้รู้ว่าเธอไม่มีทางที่จะหลีกเลี่ยงไปได้เลย
มารดาเธอนั้นถึงจะรักและตามใจเธอมากแค่ไหนแต่ก็ไม่ใช่ทุกครั้งเสมอไปและทุกครั้งที่ท่านขัดใจเธอก็จะต้องชนะทุกครั้งไป แม้ว่าเธอจะดึงดันสักเท่าไรรวมถึงมีบิดาคอยให้ท้ายก็ตามเช่น เธอ้าซื้อรถสปอร์ตสุดหรูที่ออกใหม่ล่าสุดราคาหลายล้านบาท บิดานั้นตามใจทันทีโดยไม่ต้องใช้ลูกอ้อนอะไรซึ่งตรงข้ามกับมารดาไม่ว่าเธอจะอ้อนจะขู่สารพัดวิธีก็ไม่อาจทำให้ท่านใจอ่อนได้เลย และเมื่อมารดาบอกว่า‘ไม่’ ผลสุดท้ายบิดาก็ต้องบอกว่า ‘ไม่’ ตามไปด้วยมารดาของเธอมั่นคงแน่วแน่กับสิ่งที่ทำเสมอ และท่านก็กำลังจะใช้วิธีนี้กับเธอ
‘นี่เราจะต้องโดนจับแต่งงานกับนายปูนจริงๆอย่างนั้นเหรอ’ หญิงสาวร้องคร่ำครวญในใจก่อนจะฮึดสู้ขึ้นมา ‘ไม่! ไม่มีทางหรอก ยังไงก็จะไม่ยอมแต่งงานกับนายปูนเด็ดขาด’
“คุณแม่คะ หนูขอยืนยันว่าหนูจะไม่แต่งงานกับนายปูนเด็ดขาด” หญิงสาวยืนยันอีกครั้งด้วยน้ำเสียงและสายตาอันหนักแน่นจริงจัง
“แม่ถามหนูได้ไหมว่าเพราะอะไร” ในที่สุดนวลฉวีก็ยอมเปิดปากพูดออกมา หลังจากที่นั่งเงียบฟังบุตรสาวพูดพล่ามฝ่ายเดียวอยู่เป็เวลานาน
“หนูเกลียดนายปูน ไม่ชอบไม่อยากแม้แต่จะอยู่ใกล้ ถ้าหนูต้องไปใช้ชีวิตอยู่กับนายนั่นหนูขอตายเสียดีกว่า คุณแม่ก็รู้ว่าหนูกับนายปูนไม่ชอบขี้หน้ากันเราสองคนแต่งงานกันไม่ได้หรอกค่ะ” รติมาพยายามให้เหตุผล
“ยังไงแม่ก็ขอยืนยันคำเดิม หนูจะต้องแต่งงานกับตาปูน”นวลฉวีบอกเสียงเรียบแต่เฉียบขาด
รติมาอึ้งเมื่อเจอคำตอบของท่านหญิงสาวสบตากับท่านอย่างตัดพ้อต่อว่าด้วยความน้อยใจ หยาดน้ำตาเริ่มเออคลอดวงตาจวนเจียนจะหยดตอนนี้เธอกำลังใช้ไม้ตายสุดท้ายต่อสู้กับมารดาอยู่ มันเคยใช้ได้ผลทุกครั้งแต่คราวนี้ดูเหมือนจะล้มเหลวเพราะท่านยังนั่งมองเฉยผิดกลับบิดาที่รีบเข้ามาโอ๋ทันที
“ไม่เอายัยหนูไม่ร้องไห้นะไม่ร้องนะจ๊ะ”
รติมากอดบิดาแสร้งร้องไห้โฮออกมาก่อนจะเหลือบตามองไปทางมารดาที่ยังนั่งกอดอกมองอยู่ เธอต้องได้รางวัลตุ๊กตาทองแน่เลยเพราะคุณพ่อเชื่อสนิทก็เธอแสดงออกจะสมบทบาทขนาดนี้ แต่ว่าเธอ้าให้คุณแม่มาปลอบมากกว่า ดูสิ ท่านยังนิ่งเฉยไม่ยอมขยับเขยื้อนเลยหรือว่าจะรู้ทันเธอกันนะหญิงสาวรำพึงรำพันกับตนเองในใจอย่างหงุดหงิด เมื่อเห็นว่าแผนบีบน้ำตาไม่สำเร็จแน่ๆหญิงสาวก็เปลี่ยนแผนหันไปออดอ้อนให้บิดาช่วยแทน
“คุณพ่อขา ฮือๆๆ คุณแม่ใจร้ายที่สุดเลยคุณพ่อช่วยหนูด้วยนะคะ”
“เดี๋ยวพ่อคุยกับแม่เองนะหนูขึ้นห้องไปก่อนเถอะ” ดำรงปลอบพร้อมไล่ให้บุตรสาวขึ้นห้องไปก่อน
“ไม่ได้! ถ้ายังคุยกันไม่รู้เื่ก็ห้ามไปไหนทั้งนั้น”
นวลฉวีสั่งเสียงดัง สองพ่อลูกใก่อนจะหันหน้ามามองกันเองรติมาน้ำตาไหลรินอีกรอบแต่คราวนี้เป็ของจริงไม่ได้แกล้งทำแม้แต่น้อย เนื่องจากเธอใกับเสียงของมารดาเพราะั้แ่เล็กจนโตมาท่านยังไม่เคยทำสุ้มเสียงแบบนี้ใส่เธอเลย
“คุณพ่อฮือๆๆ” หญิงสาวซบอกบิดาร้องไห้โฮ นึกภาวนาขอให้ท่านช่วยกล่อมมารดาให้เลิกล้มความคิดที่จะจับเธอแต่งงานได้สำเร็จด้วยเถอะ
“คุณนวลค่อยๆพูดกับลูกดีกว่านะ ผมว่าเอาไว้ค่อยคุยกันวันหลังดีไหม เื่แบบนี้มันต้องใช้เวลานะ” ดำรงพูดเสียงอ่อยๆ กับภรรยาด้วยความเกรงใจ เพราะเขาเองก็เป็คนหนึ่งที่เห็นด้วยกับเื่นี้และสนับสนุนเต็มที่แต่ตอนนี้เขากำลังรู้สึกผิดเมื่อเห็นลูกสาวทุกข์ใจ
“คุณดำรงคุณเงียบไปซะเข้าข้างยัยหนูตะพึดตะพือ ฉันตัดสินใจที่จะให้ยัยหนูแต่งงานกับตาปูนแล้ว จะไม่มีการเปลี่ยนใจใดๆทั้งสิ้น เราพูดเื่นี้กันไปแล้วนี่นา ก่อนที่จะมาพูดกับลูกคุณก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรไม่ใช่เหรอลูกเราควรโตเป็ผู้ใหญ่ได้แล้วนะ”
“แต่การโตเป็ผู้ใหญ่ก็ไม่ได้เกี่ยวกับการแต่งงานนี่คะคุณแม่” เมื่ออ้อนให้บิดาช่วยไม่ได้ผลหญิงสาวจึงต้องช่วยเหลือตัวเอง ยังไงเธอก็ไม่ยอมแพ้หรอกชีวิตเธอทั้งชีวิตเชียวนะที่จะต้องไปผูกติดกับคนที่แสนจะเกลียดชังมากกว่าสิ่งใดๆในโลกนี้อย่างนายปูน!
“ทำไมจะไม่เกี่ยว การแต่งงานจะทำให้หนูเป็ผู้ใหญ่ขึ้นรับผิดชอบยิ่งขึ้น ไม่ต้องเถียงอะไรแม่อีกแล้ว แม่ตัดสินใจไปแล้ว และไม่มีการเปลี่ยนใจเด็ดขาด” นวลฉวีพูดดักคอไว้เมื่อลูกสาวทำท่าจะเถียงสู้ ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมว่า“หนูหมั้นกับตาปูนมานานแล้วนะ สมควรแต่งกันเสียที”
“หมั้น! คุณแม่ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ เลย หนูจำได้ว่าไม่เคยหมั้นกับนายปูนซะหน่อย”รติมาตาโต รีบตอบปฏิเสธแก้คำพูดของท่านเร็วไว
“หมั้นสิ เมื่อตอนเด็กไงตอนที่หนูสิบขวบจำไม่ได้เหรอ”
หญิงสาวอ้าปากค้าง พูดไม่ออก เมื่อท่านเอาเื่สมัยเด็กๆที่เธอกับอวัชแกล้งกันเล่นมาผูกมัดตัวเธอเองไอ้แหวนดอกหญ้าที่คันแสนคันวงนั้นน่ะหรือเป็แหวนหมั้น โอ๊ย! ท่านคิดได้ยังไงเธออยากจะบ้าตายจริงๆ เลย
“มันเป็เื่ของเด็กๆ ที่แกล้งกันนะคะคุณแม่เอามาใส่ใจทำไมกัน แล้วเื่นี้มันก็นานมากแล้วด้วย”
“ก็ใช่น่ะสิ เื่มันนานมากแล้วแม่ถึงได้ให้แต่งงานแต่งการกันเสียทีไง เหมาะสมทั้งเวลาและทั้งวัย”
รติมาตาโต อ้าปากค้างเป็ครั้งที่สองเมื่อได้ฟังคำตอบของท่านในขณะที่ผู้เป็บิดาต้องพยายามกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ไม่ให้หลุดออกมา ทั้งที่ขำในความร้ายกาจของภรรยาตัวเองเป็ที่สุดช่างจับเื่โน้นมาผสมเื่นี้จนลูกสาวเถียงไม่ออกเลยทีเดียว
“หนูคงไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธอย่างอื่นอีกใช่ไหมนอกจากว่าเกลียดกัน หนูคงไม่บอกแม่ว่าพวกหนูสองคนยังรู้จักกันไม่พอ หรือยังเรียนรู้นิสัยใจคอกันยังไม่ดีอีกหรอกนะ”
หญิงสาวฟังมารดาพูดด้วยความขัดเคืองใจนึกอยากจะโต้กลับไปเหมือนกันว่าแค่เหตุผลว่าเกลียดขี้หน้ากันนี่มันก็มากเกินพอแล้วที่จะไม่แต่งงานแต่เธอก็ไม่พูดเพราะรู้ว่าพูดไปท่านก็ไม่รับฟัง แถมอาจจะมีเหตุผลมาเถียงข้างๆ คูๆตามมาอีกด้วย รติมาจึงหันไปขอความช่วยเหลือจากบิดาอีกครั้ง แต่ก็ได้รับสัญญาณจากท่านว่าเธออาจจะได้กินแห้วกระป๋องใหญ่
“เอาเป็ว่าหนูไม่คัดค้านอะไรนะ” เมื่อเห็นบุตรสาวเงียบนวลฉวีก็ทึกทักเอาเองเสร็จสรรพ “แม่กับน้าโสไปหาฤกษ์มาแล้ว ได้วันที่ห้าเดือนหน้านี้หนูเตรียมตัวให้พร้อมแล้วกัน”
“ไม่ค่ะ! คุณแม่อย่าโมเมเองสิ ยังไงหนูก็ไม่แต่ง” รติมายืนยันเสียงแข็งสองแม่ลูกสบตากันนิ่งอย่างไม่มีใครยอมใครราวกับกำลังวัดใจซึ่งกันและกันอยู่
“แน่ใจนะ” นวลฉวีถามออกมาเสียงเรียบเย็น
“ค่ะ”รติมายืนยันคำเดิมเสียงหนักแน่นไม่เปลี่ยนแปลง
“ถ้าอย่างนั้นเราสองคนแม่ลูกขาดกัน”
“คุณแม่/คุณ!” สองพ่อลูกร้องออกมาพร้อมกันอย่างใและคาดไม่ถึงว่านวลฉวีจะเล่นไม้นี้
“แม่พูดจริงทำจริงหนูก็รู้ดีนะขมิ้น”
รติมานึกโมโหที่ท่านเล่นขู่กันแบบนี้เล่นอย่างนี้เธอก็แพ้สิจะหลีกเลี่ยงได้ยังไงกันล่ะ เธอไม่อยากแต่งงานพอๆกับไม่อยากเป็เด็กกำพร้าเสียด้วยสิ
“ทำไมคุณแม่อยากให้หนูแต่งงานกับนายปูนนักล่ะคะทั้งที่รู้ว่าเราสองคนเกลียดกัน” หญิงสาวถามหาเหตุผลอย่างโมโหเธออยากรู้เหตุผลที่แท้จริงของท่านว่าเพราะอะไร
“แม่อยากให้หนูมีครอบครัวเสียทีและเราสองครอบครัวจะได้เกี่ยวดองแน่นแฟ้นกันมากยิ่งขึ้นอีกอย่างตาปูนก็เป็คนดีขยันทำงานทำการ ผู้ชายอย่างนี้หาไม่ได้ง่ายๆ นะลูก”ท่านให้เหตุผลที่ฟังดูไม่ขึ้นสำหรับเธอเลยสักนิดเดียว
“เยอะแยะไปค่ะ ผู้ชายที่ดีกว่านายปูนมีเป็แสนเป็ล้านคน” โดยเฉพาะพี่กรคนที่เธอทุ่มเทหัวใจให้เพียงคนเดียวตลอดมา พัสกรเป็ลูกชายของเพื่อนบิดาเธอซึ่งเป็รุ่นพี่ที่สนิทและเคารพนับถือกันมานานเธอกับเขาสนิทสนมกันมาั้แ่เด็ก ถ้ามารดามาบอกว่าจะให้เธอแต่งงานกับพี่กรละก็เธอจะไม่ปฏิเสธเลยแม้แต่น้อยมีแต่จะรีบตะครุบเอาไว้ล่ะไม่ว่า เฮ้อ...ทำไมพระท่านไม่ดลบันดาลให้มารดาของเธอคิดแบบนี้นะ
“ยังไงแม่ก็ว่าตาปูนดีกว่า”
หญิงสาวตั้งท่าจะเถียงแต่โดนบิดาจับมือไว้เป็เชิงห้ามปรามเสียก่อนจึงจำต้องหยุดคำพูดทั้งหลายทั้งปวงเอาไว้ และด้วยเหตุนี้นวลฉวีก็ทึกทักเอาเองอีกว่าลูกสาวตกลงจึงได้รีบขอตัวไปโทรศัพท์หาเพื่อนเพื่อบอกข่าวดีให้รับรู้
หลังจากนวลฉวีเดินจากไปแล้ว รติมาก็หันมาพูดกับบิดาอย่างหงุดหงิดว่า
“คุณพ่อคะ ทำไมคุณแม่ถึงได้ดื้ออย่างนี้ล่ะคะ”
“พ่อว่าหนูน่าจะตามใจแม่เขาไปก่อนนะ”
“คุณพ่อ!” หญิงสาวร้องเรียกบิดาเสียงหลงอย่างคาดไม่ถึงว่าท่านจะเข้าข้างมารดาไปอีกคนทั้งที่เมื่อครู่นี้ยังคอยช่วยเหลือเธออยู่แท้ๆ
“ยัยหนูเบาๆ หน่อยก็ได้พ่ออยู่ใกล้แค่นี้เอง” ดำรงว่าพลางเอามือจับใบหูตัวเองเขย่าไปมา
“ขอโทษค่ะ แล้วหนูจะทำยังไงดีล่ะคะคุณพ่อ” เธอขอความเห็นจากท่าน ภายในใจร้อนรนเหมือนถูกไฟแผดเผา
“ตอนนี้พ่อว่าหนูตามใจแม่เขาไปก่อนเถอะอีกตั้งเกือบเดือนกว่าจะแต่งก็ค่อยๆ คิดหาทางเลี่ยงทีหลังก็ได้พ่อว่าตาปูนก็คงไม่ยอมแต่งเหมือนกันหรอก เห็นว่ามีแฟนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ” ดำรงชี้แนะ ทำให้รติมาเห็นทางสว่างจึงเริ่มใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย
‘ใช่สินะ นายปูนมีแฟนแล้วคงจะปฏิเสธเหมือนเราในเมื่อต่างฝ่ายต่างไม่ยอมงานแต่งงานก็คงจะไม่เกิดขึ้น’
“แต่หนูก็ยังเบาใจไม่ได้หรอกค่ะคุณพ่อต้องช่วยหนูอีกแรงนะคะ นะคะคุณพ่อนะ...” หญิงสาวกอดแขนท่านไว้แล้วพูดออดอ้อนขอให้ท่านช่วยอีกแรงอย่างน้อยเธอก็ต้องมีหน่วยสนับสนุนอยู่เื้ับ้าง
“ไม่ช่วยได้ไหม” ดำรงถามเสียงอ่อยๆ สีหน้าเห็นชัดว่าลำบากใจ
“ทำไมคะ!” เธอถามอย่างไม่พอใจพร้อมคลายอ้อมแขนที่โอบกอดท่านอยู่ออกทันที
“ก็พ่อสองจิตสองใจนี่นาอีกใจหนึ่งก็สงสารหนูอยากช่วย แต่อีกใจหนึ่งพ่อก็เห็นดีด้วยกับแม่เหมือนกันเอาเป็ว่าพ่อขอเป็คนกลางดีกว่านะ หนูจะทำอะไรพ่อไม่ห้ามแต่ก็ไม่ช่วยเหมือนกันพ่อขอตัวก่อนนะ นัดเพื่อนไว้ว่าจะไปตีกอล์ฟด้วยกันนี่ก็ได้เวลาแล้ว” ดำรงวางมือลงบนศีรษะบุตรสาวแล้วเขย่าเบาๆ อย่างให้กำลังใจก่อนจะลุกเดินจากไป
รติมาหัวเสียเมื่อไม่ได้แนวร่วม นี่มันอะไรกันเนี่ย์เล่นตลกอะไรกับเธอถึงทำให้ต้องมาเจอเื่บ้าๆ แบบนี้ คอยดูนะ เธอจะทำทุกวิถีทางให้ไอ้งานแต่งงานบ้าๆนี่ล้มเลิกไปให้ได้เลย ไม่เชื่อคอยดู!