ปิ่นขัด ขัด ขัด แล้วก็ขัด สาวน้อยออกแรงขัดรองเท้าตามคำสั่งพี่ทิศ หญิงสาวนึกถึงใบหน้าชลทิศแทนที่หนังสีดำเป็นมันของรองเท้า แล้วหล่อนก็ขัดลงไปอย่างแรงระบายอารมณ์กับรองเท้าประหนึ่งได้ทำร้ายใบหน้าคนใจร้ายใจดำกับหล่อน
ที่ยอมก็เพราะคำสัญญาว่า ถ้าหล่อนยอมเปลี่ยนสถานะเป็นคนรับใช้ครบหนึ่งปีแล้วพี่ทิศจะยอมหย่า อีกอย่างที่สำคัญคือคุณแม่ยังไม่ฟื้นเลย หล่อนอยากรู้ความจริงจากปากคุณแม่ว่าเรื่องของท่านพ่อกับคุณแม่เป็นจริงอย่างที่พี่ทิศบอกหรือเปล่า
อีกเรื่องคือ เขาสัญญาว่าจะไม่ทำ...กับหล่อนแบบคืนนั้นอีก
แต่คนอย่างปิ่น มันไม่ง่ายที่จะรังแก พี่ทิศรู้จักปิ่นน้อยไป หึ หึ หึ หึ
ปิ่นหรี่ตา มองรองเท้าหนังคู่เก่งของพี่ทิศแววเจ้าเล่ห์เปล่งประกาย สาวน้อยหันซ้ายหันขวาถือรองเท้าวิ่งไปหน้าบ้าน หายตัวไปชั่วครู่แล้ววิ่งกลับมาที่เดิม
วางรองเท้าลงไปในช่องเก็บรองเท้าที่ประจำของมัน อมยิ้มตาวาวปากยกเผยอยิ้มร้าย
“วันนี้ เบาเบา นะคร้า...พี่ทิศ อิ อิ”
ชลทิศตื่นแต่เช้า อาบน้ำแต่งตัวอยู่ในชุดทำงานเรียบร้อยชายหนุ่มเดินออกมาหน้าบ้าน ตะโกนเรียก
“พี่เก่ง พี่เก่งครับ”
“ครับ”
คนขับรถวิ่งเอากุญแจรถมาให้หลังจากที่เขาตรวจเช็คสภาพรถเรียบร้อยว่าพร้อมใช้งานเพราะตั้งแต่คุณทิศย้ายเข้ามาดูแลคนบ้านนี้ คุณทิศมักจะขับรถเองและไม่ชอบจะใช้อะไรใคร
ชลทิศมองรองเท้าคู่เก่งของเขาที่มันสะอาดเป็นมันวาวที่วางอยู่ในช่องหนึ่งของชั้นวางรองเท้า ชายหนุ่มก้มลงหยิบมาวางบนพื้น ก่อนจะนั่งบนเก้าอี้เล็กสำหรับนั่งใส่รองเท้าใกล้ๆตัว แต่เมื่อชายหนุ่มสอดเท้าหนึ่งข้างเข้าไปในรองเท้า เขาก็ทำหน้าเหยเก เจ็บเหมือนโดนทิ่มโดนตำร้อง
“โอ๊ะ”
ออกมา แล้วยกร้องเท้าขึ้นส่องตาเข้าไปดูด้านในตรงปลายเท้า ชายหนุ่มสายหน้า จับรองเท้าคว่ำเทของข้างในออก
มันคือก้อนหินก้อนกรวดก้อนเล็กมากพอควรและมีอยู่ทั้งสองข้าง ชายหนุ่มรู้ทันว่าฝีมือใครเอ่ยปากบ่น
“ฮึ...ปิ่น... เล่นเป็นเด็กเลยนะ”
หลายวันต่อมา
“ป้าแวว ป้าแววครับ”
“ขาคุณทิศ”
“กระปุ๊กน้ำตาลบนโต๊ะอาหารอยู่ไหนครับ ผมจะดื่มกาแฟ”
“เอ...ใครเอาไปไหนนะ อ๋อ อยู่นี่เอง”
ป้าแววกวาดตามอง แล้วเดินไปหยิบกระปุ๊กใส่น้ำตาลสำหรับดื่มกาแฟตรงโต๊ะรับแขกที่อยู่ไม่ไกลนัก ทั้ง ๆที่มันน่าจะอยู่บนโต๊ะอาหารมายื่นให้ชายหนุ่ม
ชลทิศเปิดฝา ตักใส่แก้วกาแฟตัวเองไปหนึ่งช้อน แต่พอยกขึ้นดื่ม ชายหนุ่มกลับพ่นน้ำพรวดออกมาทันที เพราะมันเค็มมาก เขาสบถ
“ปิ่น...ปิ่น...ปิ่นอีกแล้ว.....เฮ้อ”
คืนหนึ่งในหลายวันถัดมา
ชลทิศเดินเข้าห้องน้ำวันนี้เขาเหนื่อยจากงานมาทั้งวันจึงอาบน้ำแล้วก็สระผมด้วย พอเสร็จเรียบร้อยเดินออกมาหน้าโต๊ะแต่งตัว ชายหนุ่มอยากเป่าผมให้แห้งก่อนนอน จึงหยิบไดร์เป่าผมขึ้นมาเสียบปลั๊ก จ่อไปที่ศรีษะตัวเองแล้วกดปุ่มเปิดเสียงดัง
“ฟู่”
แต่สิ่งที่ออกมานอกเหนือจากลมร้อนคือ ผงแป้งฟุ้งกระจายลอยเต็มห้อง และติดเต็มหน้าทั่วหัวเขาจนผมบนศีรษะขาวว่อก เป็นอีกครั้งที่เขาบ่น
“เอาอีกแล้ว...ปิ่น”
เช้าวันหนึ่งก่อนไปทำงาน
ชลทิศเดินไปเรียกหาพี่เก่ง จะไปรับกุญแจรถตามปกติแต่วันนี้เรียกเท่าไหร่พี่เก่งก็ไม่ขานรับสายตาเขาเหลือบไปเห็นกุญแจรถวางอยู่บนโต๊ะรับแขก ชายหนุ่มไม่ได้เอ๊ะใจสงสัยอะไรพี่เก่งคงทำอะไรสักอย่างเลยวางไว้กลัวเขาเรียกหาละมั๊ง ชายหนุ่มนึกใจ
แต่พอเขาไขกุญแจเปิดประตูเข้าไปนั่งตรงเบาะคนขับ ทันทีที่มือจับพวงมาลัยรถ น้ำเหนียวลื่นติดสองมือเขาเต็มไปหมด พอพิจารณาดูดีดี มันคือน้ำมันพืชที่ชโลมจนทั่ว เขาบ่นอีกว่า
“ปิ่น ปิ่น ปิ่น ปิ่น ปิ่น”
ติดๆ กันอย่างอารมณ์เสียก่อนจะกดแตรเสียงดังลั่น
“ปรี๊นนนน...ปรี๊นนนน”
จนพี่เก่งที่ถูกคุณปิ่นวานให้ไปซื้อของให้เธอหน่อยกลับเข้าบ้านได้ยินแล้วแปลกใจ
เวลาเช้าในอีกหลายวัน
ชลทิศอาบน้ำเรียบร้อย เดินมาเปิดตู้เสื้อผ้า มีชุดทำงานจัดไว้เป็นชุดเข้าคู่กันเรียบร้อยแขวนไว้ ชายหนุ่มหยิบเสื้อเชิร์ตสวมเข้าไปก่อน แล้วดึงกางเกงขายาวใส่ตามเข้าไปพอคาดเข็มขัดเรียบร้อย จึงล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงขายาวอย่างเคยแต่แล้วเหมือนมีบางอย่างอยู่ข้างใน พอเขากำแล้วดึงออกมาแบมือออกดู
“เอ้ย...อะไรว่ะ....อึ๊ยยยย....แมงสาบนี่หว่า”
ชลทิศสะดุ้งตกใจเพราะขยะแขยง อีกครั้งที่เขาเปรยชื่อ
“ปิ่น...อีกแล้ว”
ออกมา
ชลทิศกลายเป็นคนหวาดระแวงกลัวบ้านไปซะแล้ว เข้าห้องน้ำจะไดร์ผมก็ส่องดูก่อนว่ามีอะไรข้างในหรือไม่ แต่งตัวก็สะบัดเสื้อกางเกงก่อนว่ามีอะไรแปลกๆ อยู่ไหม เดินลงมาข้างล่างจะดื่มกาแฟก็กล้า ๆ กลัวๆ ที่จะตักน้ำตาลใส่แก้วต้องเรียกป้าแววให้เอาน้ำตาลสำหรับทำอาหารมาให้ ซึ่งป้าแววก็ยื่นให้คุณทิศแบบ งงงง ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่ใช้ของที่อยู่บนโต๊ะอาหาร พอจะใส่รองเท้าก็หยิบขึ้นมาเคาะก่อนจะใส่พอเดินไปที่รถเปิดประตูเข้าไปนั่ง เขาใช้นิ้วจิ้มไปที่พวงมาลัยก่อน
จนช้าวันหนึ่ง ชลทิศนั่งถอนหายใจ
“เฮ้อออ...เฮ้อออ...”
ยาวยาวอยู่หลายครั้งทีเดียว คนที่มองอย่างสงสัยคือป้าแววส่วนอีกคนที่แอบมองแล้วหัวเราะคิกคักชอบใจคือปิ่น
นึกว่าหมดแล้วหรือคะพี่ทิศ ยังค่ะ ยังไม่หมด ยังมีอีกจิ๊ดนึง หึ หึ หึ ปิ่นนึกในใจ
ที่ห้องประชุม
ขณะที่ชลทิศกำลังพูดคุยกับหัวหน้าแผนกต่างๆ เรื่องบัญชีงบประมาณ ชายหนุ่มทั้งนั่ง ทั้งลุกขึ้นเดินบ่อย ที่ผ่านมาช่วงเช้าก็ไม่มีอะไรจึงนอนใจว่าวันนี้คงไม่โดนหญิงสาวแกล้งอะไรเขาอีกแต่เขาคิดผิดเพราะขณะที่เขากำลังเดินไปนั่งเก้าอี้ตัวเองเสียง
“แคว๊ก”
ดังออกมาพอดีกับก้นเขาหย่อนลงบนเก้าอี้ ชลทิศสะดุ้งมือเอี้ยวไปจับด้านหลังตรงกางเกงทันที แล้วรูดนิ้วสำรวจความผิดปกติ ซึ่งก็จริงดังคาดเพราะเขาสัมผัสโดนรอยปริของกางเกงตรงก้นผ้าแยกออกจากกันนิ้วลอดเข้าไปได้
ชลทิศหน้าเจื่อน เกิดมาในชีวิตไม่เคยอับอายอะไรแบบนี้มาก่อนเลย สายตาทุกคนในห้องประชุมที่มองมายังเขาเป็นตาเดียวแล้วหลบตาเขาแต่แอบกลั้นยิ้ม ฝืนไม่ให้หลุดขำ มันทำให้เขาหน้าชา
และต่อมาคือโกรธมาก กระทั่งหลุดชื่อหนึ่งออกมาอย่างขุ่นใจ
“ปิ่น ...ปิ่นอีกแล้ว... ปิ่นอีกแล้วเหรอนี่....ตัวแสบเอ้ย...ร้ายนักนะ คอยดูเถอะ”
“อุ๊กกก...แหวะ...”
ปิ่นสำลัก มือหนึ่งปิดปากอีกมือรีบวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะ ป้าแววเห็นเดินมาถามอย่างเป็นห่วง
“คุณปิ่นเป็นยังไงบ้างค่ะ สำลักน้ำเหรอค่ะ เดี๋ยวป้าไปเอากระดาษทิชชู่ให้นะคะ”
“โอ๊ะ โอ๊ะ ไม่เป็นไรค่ะป้าไม่ต้องค่ะ เดี๋ยวปิ่นไปหยิบเอง ขอบคุณค่ะ”
ป้าแววมองอย่างงุนงงสงสัย ไม่เข้าใจว่าทำไมคุณปิ่นที่ยอมทำงานบ้านทุกอย่างซึ่งน่าจะเหนื่อยไม่น้อยทำไมตอนนี้ยังยิ้มแฉ่ง หัวเราะน้อยๆเหมือนถูกใจอะไรบางอย่าง
ปิ่นจินตนาการถึงบางคน เดาเหตุการณ์ว่า คุณชลทิศผู้จัดการแผนกที่เก่งกาจน่านับถือ แต่กางเกงที่ใส่อยู่ตุ๊ดโผล่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า จะน่าขำขนาดไหน สาวน้อยจึงอารมณ์ดี เดินไปหยิบทิชชู่มาเช็ดน้ำที่สำลักเมื่อครู่
แล้วบางที พี่ทิศอาจจะกำลังคิดถึงหล่อนอยู่ก็ได้หล่อนจึงสำลัก ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า สาวน้อยเดินยิ้มไปหยิบไม้กวาดมากวาดบ้านอย่างรื่นเริงใจ
♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥