เมื่อทั้งสองคนขึ้นมานั่งบนรถแล้วจิณณวัตก็หันไปมองนับดาวทันที
“อยากร้องก็ร้องออกมาเถอะ ไม่ต้องกลั้นไว้หรอก ร้องครั้งนี้ให้พอใจไปเลยจะได้ไม่ต้องร้องอีก” เขาพูดพร้อมกับยื่นทิชชูให้เธอ
แม้ก่อนจะเดินออกมาเธอจะทำเป็เก่งขนาดไหน แต่ก็คงเสียใจไม่น้อยที่ถูกหักหลังโดยคนที่เธอเชื่อใจมาหลายปี
“ฮืออ ฉันไม่คิดเลยว่าแค่เื่เซ็กซ์ที่ฉันให้แฟนตัวเองไม่ได้ มันจะทำให้ฉันต้องโดนนอกใจ” นับดาวร้องไห้โฮออกมาทันทีเมื่อทนไม่ไหว
“มันก็แค่ข้ออ้าง ผู้ชายเหี้ยยังไงมันก็เป็เหี้ยอยู่วันยังค่ำ ถ้าไม่คิดจะปรับปรุงตัว พี่ไม่ผิดเลย”
“ฉันโคตรเจ็บเลยเจเจ ฮึก เจ็บมากด้วย” นับดาวเบะปากบอก
“รสชาติของชีวิตก็แบบนี้ ผมให้พี่นับดาวคนสวยร้องอีกแค่แป๊บเดียวนะคะ ไม่ให้ร้องนาน เดี๋ยวตาบวมแล้วจะไม่สวย”
“ฮึก ทำไม ไม่สวยแล้วจะไม่คุยกันอีกเลยหรือไง” นับดาวถามอย่างหาเื่
“เปล่าสักหน่อย แต่ถ้าคนสวยตาบวมจากการเสียน้ำตาให้กับคนอย่างมันเยอะ ผมคนนี้ก็จะเสียใจไปด้วยไงคะ มันไม่เห็นจะหล่อเลย หาใหม่ดีกว่าค่ะ ผมขอส่งตัวเองเข้าประกวด” จิณณวัตพูดทีเล่นทีจริงพลางยกยิ้มให้กวน ๆ
“หึ นายไม่น่าไว้ใจกว่าอีกนะเจเจ” เธอยอมรับว่าจิณณวัตหน้าตาดีกว่าต้นน้ำหลายเท่า เท่าที่เจอกันมาหลายครั้งก็พอจะรู้ว่าเขาเป็คนคุยเก่ง รู้จักเอาใจผู้หญิง และมักชอบพูดด้วยถ้อยคำหวาน ๆ และนั่นยิ่งเสริมเสน่ห์เข้าไปอีก
“ผมบอกคนสวยแล้วไงคะว่าไม่ลองก็ไม่รู้”
“บางทีฉันก็คิดว่าฉันคงจืดชืดอย่างที่พวกนั้นบอกจริง ๆ” ตอนนี้เธอหมดความมั่นใจในตัวเองไปแล้ว พอลองมาย้อนคิดดูเธอก็แทบไม่ได้แต่งตัวสวยออกไปที่ไหน นอกจากไปส่งขนม ส่วนใหญ่จะหน้ามันเยิ้มอยู่หน้าเตาอบ ผู้ชายที่ไหนเห็นเข้าคงหมดอารมณ์กันพอดี
“จะไปสนใจคำพูดของพวกมันทำไมคะ”
“ก็มันจริงนี่” นับดาวถอนหายใจออกมาแล้วดึงทิชชูขึ้นมาซับน้ำตาจนเกลี้ยง
“มันยังไม่เคยลองมันเลยบอกว่าจืดชืดไงคะ”
“ฉันเองก็อยากรู้ว่าตัวเองจืดชืดอย่างที่พวกนั้นว่า หรือไม่ได้จืดชืดอย่างที่นายพูดปลอบอยู่กันแน่” นับดาวพูดพร้อมกับสบตาชายหนุ่มอย่างจริงจัง
“หมายความว่ายังไงคะ” จิณณวัตถามอย่างสงสัยกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของเธอ
“ถ้าอยากรู้มันก็ต้องลองใช่ไหม งั้นนายช่วยเปิดประสบการณ์ให้ฉันหน่อยสิเจเจ” ใช่ว่าเธอจะไม่อยากยอมให้แฟนตัวเองทำ แต่ตอนนั้นเธอแค่กลัวถูกฟันแล้วทิ้งต่างหาก
“แน่ใจเหรอคะ” เขาถามอย่างใ
“อืม มันดูง่ายใช่ไหม” นับดาวเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมใจกล้าขึ้นมา ทั้งที่เธอเคยปฏิเสธแฟนเก่าทุกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับเสนอตัวให้คนตรงหน้า อาจจะเป็เพราะยังไงก็ไม่ใช่แฟนกัน แค่ลองทำดู ถ้าไม่พอใจก็ไม่ต้องมานั่งเสียใจที่ถูกทิ้ง
“ไม่หรอกค่ะ แต่ผมคิดว่าตอนนี้คนสวยแค่อาจจะไม่โอเคกับคำพูดพวกนั้น เอาเป็ว่านอนพักก่อนดีกว่า ตื่นมาแล้วยังไงค่อยว่ากันอีกที” จิณณวัตไม่อยากฉวยโอกาสใน่ที่เธอยังจิตใจไม่มั่นคงจนอาจจะพูดออกมาไม่ทันคิด
“นายไม่อยากได้ฉันแล้วเหรอเจเจ” นับดาวถามอย่างงุนงง นึกว่าเขาจะรีบตะครุบโอกาสซะอีก
“เปล่าค่ะ อยากได้มากเลยค่ะ แต่ตอนนี้คนสวยกำลังรู้สึกไม่ดีอยู่ ไปนอนพักดีกว่านะ จะให้ผมไปส่งที่ไหนดีคะ ที่ร้านหรือที่บ้าน”
“คอนโดของนายได้ไหม”
“อะไรนะ เอาใหม่อีกทีได้ไหมคะ” เขาถามซ้ำเพราะไม่แน่ใจว่าเมื่อกี้ฟังผิดไปหรือเปล่า
“คอนโดของนาย ฉันอยากไปนอนที่คอนโดของนายเจเจ” นับดาวย้ำชัดถ้อยชัดคำ
“แน่ใจนะคะ” เขาสบตาเธอนิ่ง
“อืม แล้วไปได้ไหมล่ะ” นับดาวเองก็สบกลับแบบไม่มีแววลังเลแม้แต่น้อย
“ได้สิคะ อยากไปผมก็จะพาไป” จิณณวัตพยักหน้าแล้วสตาร์ตรถเพื่อขับตรงไปยังคอนโดของตัวเอง ในเมื่อเป็ความ้าของเธอ เขาก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว
“ฉันไม่อยากเชื่อว่าหน้าตาอย่างฉันจะทำให้นายสนใจได้” แม้จะขึ้นชื่อว่าเคยเป็ดาวคณะมาก่อน แต่จิณณวัตเองก็สามารถควงผู้หญิงที่สวยกว่าเธอได้ทีละโหลเลยด้วยซ้ำ
“สวยแบบนี้แบบนี้ นิสัยแบบนี้ ใครก็สนใจค่ะ” นับดาวนับว่าเป็ผู้หญิงที่มีเสน่ห์คนหนึ่ง ทั้งทำกับข้าวเป็ ทำขนมเก่ง มีธุรกิจเป็ของตัวเอง และยังเป็คนขยันมาก จนยิ่งรู้จักเขาก็ยิ่งสนใจเธอมากขึ้นเรื่อย ๆ
“แต่คงไม่มีใครคิดจริงจังด้วยหรอก” นับดาวยิ้มออกมาบาง ๆ
“ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะคะ”
“รวมถึงนายด้วยเจเจ ฉันรู้ว่านายก็ไม่ได้คิดจะจริงจังกับฉันหรอก”
“....”
“นายก็ไม่ต่างอะไรกับผู้ชายพวกนั้น ที่เห็นผู้หญิงเป็แค่ของเล่น”
“ตัดสินคนอื่นง่ายไปหรือเปล่าคะ”
“ก็นายมันเ้าชู้” พูดจบเธอก็เบ้ปาก ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมีแต่ผู้ชายเ้าชู้รอบตัว
“แล้วคนเ้าชู้จะรักเดียวใจเดียวไม่ได้เลยหรือไงคะคนสวย”
“อาจจะได้ แต่คงไม่ใช่นาย” นับดาวตอบกลับก่อนจะเบือนหน้าหนี
“คนสวยคิดอย่างนั้นเหรอคะ” จิณณวัตหันไปถาม แล้วหันกลับไปมองถนนเบื้องหน้าต่อ
“แล้วมันถูกไหมล่ะ” เธอกอดอกเถียงแล้วมองใบหน้าด้านข้างของเขา
“ก็ทั้งถูกและทั้งผิดล่ะมั้ง ผมบอกแล้วไงว่าต้องลองก่อนถึงจะรู้ เราก็ทำความรู้จักกันไปผมถึงจะตอบได้เต็มปาก”
“แต่ตอนนี้นายไม่ได้คิดจะจริงจังกับฉันนี่”
“คนสวยเองก็ยังไม่ได้คิดจะจริงจังกับผมเหมือนกัน เราทั้งคู่ต่างก็รู้สึกเหมือนกันนี่คะ”
“....” คำตอบของเขาเล่นเอาเธอถึงกับพูดไม่ออกเลย
“เอาเป็ว่าเราค่อย ๆ รู้จักกันไปดีกว่านะ ไม่ต้องรีบค่ะ”
จิณณวัตขับรถไปเรื่อย ๆ เมื่อเสียงของอีกฝ่ายเงียบไปเขาจึงหันกลับไปมองก็เห็นว่าเธอหลับปุ๋ยไปแล้ว เขาขับรถสลับกับมองนับดาวระหว่างทางไปด้วยแล้วแอบอมยิ้มเล็ก ๆ
เธอคงไม่รู้ว่าแม้ภายนอกเขาจะทำเป็ใจเย็นอยู่ได้ แต่ในใจเขาอยากเป็เ้าของเธอจะแย่