ตอนที่สิบ การบำเพ็ญคู่เวอร์ชั่นเด็กดี
ผมรู้สึกเขินๆพอสมควรที่ผมเหมือนกับเด็กน้อยที่เกาะหลัง แบบกระเป๋าพิกกี้แบ็กเธอไปในโลกของการฝึกยุทธ
แต่ความสามารถในการตีความภาษาจูนิเบียว เอ๊ยการตีความตำรายุทธนั้น พวกพระเอก นางเอกนี่มีความสามารถสูงกว่าคนธรรมดามาก
เธอที่จะไต่ขึ้นไปในูเาของระดับชั้นฝีมือของผู้ฝึกยุทธ นอกจากจะตีความเพื่อการฝึกของตัวเธอเองแล้ว ยังต้องแบกผมไปด้วยอีกคน
ในหัวของผมมีภาพผมที่ตัวใหญ่กว่าขี่คอเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่กำลังปีนเขาอยู่
เขินหรือ?
แน่นอน
รู้สึกผิด?
แน่นอน
แต่ไม่มากพอที่จะถอยในตอนที่มีชีวิตของผมเป็เดิมพัน
ปรกติเวลาเชนนี้ หากผมเป็ตัวร้ายอาจจะเล่นมุก
“ชิงรากฐานิญญาของนางเอก” เพื่อให้ตนเองกลายเป็คนมีพร์แทน
แต่ นอกจากผมจะทำเื่พรรค์นั้นไม่เป็เพราะไม่รู้วิธีแล้วประการหนึ่ง
อีกประการหนึ่งการให้นางเอกแบกผมไปในเส้นทางของการฝึกวิชาก็จะมีประโยชน์มากกว่า
เพราะผมตีความวิชายุทธไม่เก่งเท่าพวกพระเอกนางเอกของเื่
แถมการฝึกบำเพ็ญคู่ เวอร์ชั่นเด็กดีนี้
ก็ทำให้ผมฝึกได้เร็วกว่าการฝึกคนเดียวอย่างแน่นอน
คนใจแคบก็อาจจะอยากเก็บเคล็ดวิชาที่ตนเองทำให้ฝึกได้รวดเร็วไว้
ผมก็เป็คนใจแคบเช่นนั้นล่ะ แต่ผมเป็คนขลาดกลัวมากกว่า
จึงเรียกที่จะให้ตนเองได้ผลประโยชน์มากที่สุดแทนที่จะขัดขวางให้คนอื่นเสียผลประโยชน์
ผมเตรียมกระดาษและพู่กันเตรียมจด
“อี้จิง ตีความคำกล่าวที่ว่า [ไฟเกิดจากวารี วารีสิ้นสูญก่อเกิดไฟ]นี้ตีความได้ว่าอย่างไรบ้าง?”
ฟู่ๆๆๆๆๆ
จมูกของผมมีควันสีดำพุ่งออกมา เหงื่อก็กลายเป็ราวกับน้ำคลำ น้ำตาสีดำก็ไหลออกมาจากตา
เฮ้ย สภาพนี้ มันไม่น่าเรียกว่า “ขับปราณเสียออกจากร่างกาย” แต่มันออกแนว”ถูกพิษจนเืทะลักจากทวารทั้งห้าเป็สีดำ”มากกว่านะ
แต่ลมปราณที่เย็นเยือกของอี้จิงก็ได้ไหลเข้ามาในร่างกายของผม
ทำให้ผมที่อาจจะตายไปแล้วจากลมปราณเสียที่ออกมาจากร่างกายได้กลับสภาพคืนชีวิตอีกครั้ง
รูขุมขนทุกรูขุมขนรู้สึกถึงไอเย็น
อากาศที่สุดเข้าจมูกก็รู้สึกสดชื่นแบบไม่เคยเป็มาก่อน
หัวสมองที่เคยใก็กลับกลายเป็ปลอดโปร่งเยือกเย็น
ธาตุเย็นเก้าหยินมันโม้อย่างที่ว่าไว้จริงๆด้วย
ขนาดแค่ถ่ายทอดกำลังให้เฉยๆตามการบำเพ็ญคู่เวอร์ชั่นเด็กดี ไม่ใช่การบำเพ็ญคู่เวอร์ชั่น 18+ก็ทำให้เราก้าวหน้าไปไวขึ้นขนาดนี้
ที่พวกเราพูดกันได้ทั้งที่ยังเดินลมปราณกันอยู่เพราะผมขอให้เธอลองคิดวิธีการเดินลมปราณไปด้วยพูดไปด้วยได้
และเธอก็ทำได้จริงๆ
ผมไม่อยากลงเอยแบบเอี้ยก้วยที่ถูกโจมตีตอนเดินลมปราณหรอกนะ
หลังจากนี้เดี๋ยวผมว่าจะลองแนะนำให้เธอลองเดินชีพจรย้อนกลับหรือการคลายจุดดูแต่เราต้องผ่านตรงนี้ไปก่อน
“...เมื่อลมปราณสูญสิ้น ลมปราณก่อเกิดใหม่ในจุดตันเถียนของเรา”
ทันใดนั้นจากที่ถ่ายทอดพลังที่เธอมาที่ร่างของผมจนหมดสิ้น จนรู้สึกเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง ผมค่อยๆเดินพลังปรับธาตุให้สมดุลด้วยแนวความคิดพลังหยางตามหลักหยิน-หยางหมุนเวียน
จากพลังที่ในร่างกายอี้จิงหมดพลังอีกขุมหนึ่งก็ก่อเกิดขึ้นมาใหม่ในร่างกายของเธอ
ที่หน้าผากของเธอมีสัญลักษณ์จันทราปรากฏขึ้นมาและมีแสงรัศมีเปล่งประกายรอบๆหัว
“...ฟ้าดินถือกำเนิดสรรพสัตว์แท้จริงสมบูรณ์เป็หนึ่งแต่เวลากำเนิดโลกกับแยกเป็สอง ชายไร้ขอบเขต หญิงไร้ขีดขั้ว สมบูรณ บกพร่อง เสริมเติม หักล้าง ซึ่งกันและกัน..”ผมบรรยายวิชาของคับบาล่าห์หรือนิกายเม้งก้า บูชาไฟของเปอร์เซียให้เธอฟัง
วิชานี้คือต้นกำเนิดของคนทรงเ้าของชาวจีน จากการสันนิษฐานของนักประวัติศาสตร์
แต่ท่าทางมาอยู่บนโลกนี้ทำให้ ฮืม
ผมรู้สึกกระหม่อมของผมเปิดออก ความร้อนไหลพุ่งขึ้นสู่ที่ศีรษะ
จากเงาสะท้อนในตาของอี้จิง ผมเห็นดวงตาของผมมีเปลวไฟพวยพุ่งและเส้นผมลุกเป็ไฟและที่หน้าผากมีสัญลักษณ์ดวงอาทิตย์ปรากฎขึ้น
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ที่จิตใจของผมดันคุมสติได้กับฉากที่ควรจะเป็ฉากสยองขวัญ
ถูกไฟเผาไหม้ตัวจนตายของผมในโลกเก่า
แต่พอมาอยู่ในโลกนี้เส้นผมที่ปลิวไสวเป็ไฟไปมา กับไฟและแสงที่พุ่งออกมาจากศีรษะ
ทั้งร่างกายเปี่ยมไปด้วยพลัง
“หยินไร้ขีดขั้ว หยางไร้ขอบเขต ...”อี้จิงแทบจะพูดตามผมแต่ลมปราณที่ถ่ายเทไปมาในร่างกายนั้นเรียกว่าอยู่ในการควบคุมของเธอเป็ส่วนใหญ่
ส่วนผมมีหน้าที่เติมพลังหยางเข้าไปในสิ่งที่เรียกว่าการหมุนเวียนลมปราณนี้
ฮืม พอเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงมีมุก”กระถางมีชีวิต”
เพราะหากสามารถควบคุมให้คนที่เป็กระถางเดินลมปราณตลอดเวลาแทนตัวเรา
ตามหลักอุตสาหกรรมการผลิต
ก็จะผลิตลมปราณได้มากกว่าการที่เราจะผลิตลมปราณเองด้วยตัวคนเดียว
และตามหลักการผลิต
ร่างกายของคนที่เราเอามาเป็กระถางเติมพลังปราณก็สามารถผลิตพลังหยางหรือหยินตามรูปแบบที่เรา้าได้มากกว่า
การกระทำเช่นนี้คงเป็เื่ยากมากในหมู่ผู้ฝึกยุทธทั่วไป
ไม่ต้องพูดถึง หากคนรู้ว่าร่างกายเธอมีเก้าหยิน คงได้มีการชิงตัวกันทั่วยุทธภพ
และการบำเพ็ญคู่มันมีเหตุผลที่ต้องเป็สามีภริยา บิดาบุตรหรือสหายสนิท
เพราะมันเป็เื่เสี่ยงอันตรายที่จะไว้ใจคนอื่นในการถ่ายเทลมปราณกันไปมา
ในขณะที่ฝ่ายหนึ่งมีเรี่ยวแรงอีกฝ่ายไร้เรี่ยวแรงหากคิดทรยศหักหลังกันก็จะสามารถฆ่าอีกฝ่ายได้ทันที
โชคดีที่ผมพอจะไว้ใจอี้จิงได้บ้างว่าเธอจะไม่ฆ่าผมในเร็วๆนี้
ทำให้แนวทางการบำเพ็ญคู่นั้นยังเป็ไปได้เพราะเธอยังเป็เด็กอยู่ที่ยังพอจะไว้ใจคน
แต่หากเติบโตมาในพรรคมารที่แย่งชิงรากปราณกันก็อาจจะมีแิเป็อีกอย่างตามการปลูกฝังของพรรคมาร
ทั้งที่การร่วมมือกันจะสามารถผลิตพลังลมปราณและก้าวหน้าไปได้มากกว่า
ผมรู้สึกบริเวณท้องน้อยที่ไม่ใช่ร่าสงกายแต่ก็ราวกับอยู่ทีเดียวกับร่างกายขยายออก
พลังชีวิตประกอบกับพลังปราณและความ้าทางเพศนั้นอยุ่จุดเดียวกัน
จุดที่ใกล้กับพลังชีวิตมากที่สุด
สมองของผมยังเฉียบคมจากการที่มีควันสำดำไหออกจากสมองก่อนหน้านี้
ผมเพ่งสมาธิให้พลังธาตุหยางในร่างกายของผมนั้นเข้มข้นขึ้น เป็จริงมากขึ้น
พลังธาตุหยางไหลกลับไปที่ร่างกายของอี้จิงอีกครา
จนไหลเวียนไปมาค่อยๆปรับพลังของพวกเราทั้งสองคนให้สมดุลเท่าเทียมกัน
หากดูจากปริมาณของพลัง พวกเราสองคนร่วมมือกันจะสามารถบ่มเพาะลมปราณได้ปริมาณมากกว่าเดิม
แต่หากบอกถึงผลงานว่าของใครเป็ส่วนใหญ่นั่นคือเป็ผลงานของอี้จิงกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นในการช่วยกันเดินลมปราณของพวกเราจนตะวันเริ่มตกเย็น
ถึงได้ถอนมือออกจากอี้จิงเพราะได้เวลาไปพบกับครอบครัวอีกแล้ว
จากการคำนวณของผม อี้จิงฝึกได้รวดเร็วในการสะสมลมปราณได้มากกว่าผมประมาณ 7.5 เท่า แต่ปราณหยางเธอลำบากในการรวบรวมปราณหยางปรกติ นี่คือสาเหตุที่ทำให้เธอตามเนื้อเื่เดิมตอนแรกๆถึงฝึกได้ช้า จนกระทั่งมาเจอวิชาจันทราในตอนหลัง
เอ๊ะ
หรือว่าที่สลักไว้ในห้องสำนึกผิดคือวิชาจันทราเวอร์ชั่นไม่สมบูรณ์?
นี่ผมเจอมุกแบบเดียวกับัหยกอีกแล้วหรือนี่?
ดังนั้นวิธีการของผมจึงเน้นให้ตนเองใส่ใจกับการผลิตปราณธาตุหยางตามหลักหยินหยางอย่างเดียวและให้คนที่ทำหน้าที่หลอมรวมคืออี้จิงเป็ส่วนใหญ่
แน่นอนตามตัวเลขเธอก็จะได้ลมปราณมากกว่าการฝึกเพียงคนเดียว
แต่คนที่ได้ประโยชน์มากกว่าคือผมเพราะเธอคงบรรลุปราณชั้นสูงได้ ส่วนผมคงต้องหาวิชาเทพๆหรือของเทพมาถึงจะไล่ตามคนที่มีร่างกายคุณสมบัติพิเศษทัน
อี้จิงทำหน้าจ๋อยๆ
“อย่าคิดมาก มันคือการเดินทางของชีวิต อย่าได้ละเลยเื่การใช้ชีวิตประจำวัน เ้าลองใช้แินี้เป็โจทย์ดูว่าเ้าจะสามารถฝึกพลังปราณในขณะที่ใช้ชีวิตประจำวันวัน กินเดิน นอนหลับ อ่านหนังสือได้อย่างไร? หากคิดได้หรือมีแนวทางไหน ลองบอกพี่มาและปรึกษากันดู”
ผมพูดแบบคนที่รุ้จักปล่อยวางไม่หมกมุ่นกับการฝึกวิชา
แน่ละ เพราะส่วนใหญ่คนที่ออกแรงคืออี้จิงไม่ใช่ผมนี่น่า
ร่างกายของอี้จิง ฝึกติดต่อกันทั้งคืน ไม่น่าจะมีปัญหา แต่ร่างกายผมนี่สิ ไม่น่าจะรอด