ตอนที่ 6
โว้ย! เมื่อไหร่ไอ้คำพูดบ้าๆ นั่นจะหลุดออกไปจากสมองของเขาเสียที ศรวัณเอามือทึ้งผมบนหัวพลางสะบัดไล่คำพูดของเฮียก้อง “ก่อนจะชวนใคร มึงช่วยแหกตาดูหน่อยไหมไอ้ลูกเต่ายอดมันมีผัวนั่งหัวโด่อยู่ทั้งคน มึงใช้หัวคิดหน่อยคายจะยอมให้เมียมันไปพักกับมึงหรือไง” เสียงที่มันยังดังก้องอยู่ในหัวออกไปแต่...แม่ง! ยิ่งอยากลืมมากเท่าไหร่ดูเหมือนกับคำพูดและการกระทำของคนก่อเื่กลับยิ่งฝังอยู่ในสมองจนไม่อาจสลัดหลุดไปได้ง่ายๆ
“เป็อะไรเหรอยอดรักทำหน้ายุ่งเป็ยุงตีกันั้แ่ตอนทานอาหารแล้ว”
ศรวัณหันไปแยกเขี้ยวใส่ไอ้ตัวก่อเื่ที่ยิ้มจนหน้าระรื่นจนเขาเริ่มจะหงุดหงิด อยากตีหัวคนถามด้วยไม้หน้าสามสักทีสองทีอยากรู้ว่าจะยังยิ้มอยู่อีกไหม
“ถามไม่ตอบ แสดงว่าคงจะไม่ได้ยินสงสัยว่าจะต้องไปถามอย่างชิดใกล้”
“หยุดเลย ไม่ต้องเข้ามา ยืนอยู่ตรงนั้นแหละดีแล้ว”ศรวัณรีบห้ามเสียงสูง เพราะรู้ดี ถ้าพี่คายเข้าใกล้เมื่อไหร่ เขาได้อายม้วนหน้าร้อนผ่าวราวกับเอาไปอังไฟมาแน่ ก็ไม่รู้ว่าเป็อะไรตอนนี้ไอ้พี่คายบ้าปากว่ามือถึง ฉวยโอกาสกอดหอมแก้ม...จูบปากกันตลอด ถ้าเขาเป็ผู้หญิงคงดีใจจนเนื้อเต้นที่ผู้ชายรูปหล่อ ฐานะดีมาสนใจ แต่แม่ง...เขาเป็ผู้ชายโดนหอมแก้ม กอดและจูบบ่อย ๆ จะให้คิดยังไง เขายังไม่อยากเสียประตูหลังให้ใครเว้ย!
ศรวัณขมวดคิ้วเข้าหากันในตอนนี้เขาจดจำเื่ที่เกิดขึ้นในคืนนั้นได้หมดแล้วนอกจากความอับอายที่ได้รู้ว่าตนเองกอดและจูบคายไปหลายครั้งแต่อย่างน้อยก็โล่งใจไปได้เปลาะหนึ่ง...เขายังไม่ได้ทำอะไรเกินเลยยังไม่เสียประตูหลังให้พี่คาย แต่...ก็ยังไว้วางใจไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละเพราะเขาดันเสนอตัวไปเลี้ยงเ้าซีโร่ทำให้ต้องไปอยู่ร่วมกับคายที่เขาก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายมีเสน่ห์มากมายพอที่จะทำให้เขาตกลงปลงใจมีอะไรด้วยในเวลาไม่นาน
ศรวัณนับหนึ่งถึงสิบพร้อมกับผ่อนลมหายใจออกจากปอดช้าๆก่อนจะหันไปมองคนที่ยืนทำเท่เอนหลังอิงขอบประตูห้องและสอดสองมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง
“ผมมีเื่จะคุยด้วย”
“ว่ามาซิ”
“เื่สัญญาที่พี่บอกว่าผมทำไว้ ผมอยากดู”ศรวัณกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง ไม่รู้จะคิดไปเองหรือเปล่าแต่รอยยิ้มของพี่คายมันทำให้ผมเสียวสันหลังยังไงก็ไม่รู้
“ได้ซิ ว่าแต่ยอดรักมีอะไรมาแลกเปลี่ยนล่ะ”
ว่าแล้วเชียวซื้อหวยทำไมถึงไม่ถูกแบบนี้บ้างนะ...ศรวัณทำหน้าเบื่อเซ็ง
“ยังไงผมก็ไปไหนไม่ได้ ต้องอยู่กับพี่อีกนานนะครับผมแค่อยากดูว่าตัวเองทำบ้าอะไรไปมากน้อยแค่ไหนเท่านั้นเองพี่จะไม่สงสารผมสักหน่อยเหรอครับ ทำไมต้องมีข้อแลกเปลี่ยนกับผมตลอดล่ะ”ศรวัณทำหน้าตาอย่างที่คิดว่าน่าสงสารขณะมองคายและพูดน้ำเสียงแ่เบาอย่างรู้ดีว่าถ้าเขาขึ้นเสียงสูงคายย่อมจะต้องถามหาสิ่งแลกเปลี่ยนไม่หยุด เขาก็ต้องอ้อนกันแบบนี้แหละ
“สัญญามันตั้ง...สามหน้ากระดาษเอสี่เลยนะ”
ไอ้บ้ายอดรัก! ศรวัณแทบพาตัวเองไปยืนชิดผนังห้องแล้วโขกศีรษะลงไปหลายๆ ครั้งกับความบ้าที่ตัวเองทำลงไป สัญญาสามหน้ากระดาษ! เขาคงบ้าอย่างหนักแต่เยอะขนาดนั้น...
“โกหกหรือเปล่าพี่ สัญญาบ้าอะไรตั้งสามหน้ากระดาษพี่เห็นผมเมาไม่รู้เื่ เลยเล่นตุกติกกับผมใช่ไหม” ถึงเขาจะเมาจนไม่มีสติแต่ไม่น่าจะโง่ขนาดทำสัญญาผูกมันตัวเองไว้กับคนที่ไม่รู้จักถึงสามหน้ากระดาษแบบนั้น…มั่ง
ชินกฤตหัวเราะกลั้วคอ ที่ศรวัณพูดมาเป็ความจริงในสัญญามันไม่ได้มีอะไรเลย เพียงแค่ข้อความไม่กี่ประโยคเป็แค่กระดาษที่แทบไม่มีความหมายอะไรเลยแต่เขาคิดจะเอามาเป็เครื่องมือผูกมัดให้อีกฝ่ายอยู่ด้วยเท่านั้นเองถึงแม้ตอนนี้จะไม่จำเป็แล้วก็ตาม
“ถึงพี่จะเล่นตุกติก แล้วยอดรักจะทำอะไรพี่ได้ละในเมื่อสัญญานั้นอยู่ในมือพี่ที่มีลายเซ็นของยอดรักกำกับไว้” อันนี้จริงยอดรักเซ็นกำกับพร้อมบอกกับเขาว่า...
“พี่อยากเขียนอะไรก็เขียนไปเหอะแค่หลังจากนี้พี่ให้ผมอยู่ด้วย ให้ผมเป็อะไรก็ได้ เป็คนรับใช้ก็ได้นะขอแค่มีเวลาส่วนตัวให้ผมไปเรียนด้วยเท่านั้น นอกนั้นยอมหมดแหละ”
“ไม่ได้อยากมีคนรับใช้เพิ่ม มีเยอะแล้วแต่ไอ้ที่อยากได้นะ เป็...” คายก้มหน้าลงไปพูดใกล้หูยอดรักก่อนจะถือโอกาสกดปากลงบนแก้มนุ่มหอม“เมีย!”
“ตามใจพี่ละกัน เฮ้ย!” ยอดรักรีบถอยหนีแทบไม่ทันโกรธก็โกรธ อายก็อาย “พูดบ้าอะไรของพี่เนี่ย ผมเป็ผู้ชายนะจะให้ไปเป็เมียพี่ได้ยังไงกันเล่า”
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ลองดูกันตอนนี้เลยไหมจะได้ต่อจากเมื่อคืนให้อีกสักยกสองยก” คายพูดปนหัวเราะ
“ไอ้พี่เหี้ย!”
“ด่าพี่เหรอยอดรักระวังจะถูกพี่จับโยนขึ้นเตียงปล้ำทำเมียตอนนี้เลยนะ”
ศรวัณได้แต่ทำเสียงขลุกขลักเพราะคำขู่และสายตาคมวามวาวของคายคิดว่าตอนนี้หน้าตาเขาคงงอเห็นตาหมากรุกเพราะโมโหพี่คายแต่หนักสุดก็ตัวเขาเองนี่แหละที่ขาดสติจนทำเื่บ้า ๆ นี่ขึ้นมา
“อย่างน้อยผมก็ต้องไปเรียนนี่ครับถ้าสัญญาที่ว่าทำให้การเรียนผมมีปัญหาล่ะ”
“พี่จำได้ไม่หมดหรอกนะ แต่ที่สำคัญ ๆ ก็มีอยู่ว่ายอดรักจะต้องพักกับพี่ ต้องทำทุกอย่างที่พี่ให้ทำถ้าขัดคำสั่ง...พี่จะลงโทษยังไงก็ได้ ตามแต่จะเห็นสมควรมันเป็สัญญาที่ขึ้นอยู่กับความ้าของพี่เป็หลักยอดรักมีหน้าที่เพียงแค่ทำให้พี่พอใจมากที่สุด อะไรประมาณนี้แหละส่วนเื่เรียน...ไม่มีปัญหาอะไรเลย เพราะภาระในการเรียนทุกอย่างของยอดรักพี่จะเป็คนรับผิดชอบทั้งหมด”
เท่าที่พูดมานี่มัน...แทบจะครอบคลุมทุกอย่างแล้วนะสัญญาห่าเหวที่ศรวัณรู้สึกว่าเอาเปรียบเขาอย่างมาก
ไว้อาลัยให้กับชีวิตเขาที่มันหายไปกับน้ำเมาคืนเดียวด้วยเถอะอยากร้องไห้ เพราะทำอะไรพี่คายไม่ได้ศรวัณได้ฟาดงวงฟาดงาใส่คนที่ทำให้ตัวเองโกรธ...โกรธจนไม่รู้จะทำยังไงดีแล้ว
“เฮ้ย! ถอยไปนะพี่คาย” ศรวัณจะะโหนีแต่ก็ติดกับแขนแกร่งที่ยื่นมากักไว้ไหนจะใบหน้าคมเข้มเปื้อนยิ้มกับดวงตาแวววาวระยับที่อยู่ตรงหน้าที่เขาไม่กล้าจะสบสายตาด้วยถึงจะโกรธไม่น้อยแต่ความเขินก็มีอยู่ด้วยเช่นกัน...ขอเวลานอกให้เขาไปคิดตระเตรียมแผนการมาต่อสู้กับคายสักหน่อยได้ไหม
“ยอดรักจะให้พี่ถอยไปไหนจำไม่ได้เหรอ...ยอดรักจะต้องทำทุกอย่างที่พี่อยากให้ทำ”
ศรวัณทำหน้ามุ่ยปากยู่ยื่นไปข้างหน้าก็เลยโดน...จูบ!
อื้อ...ศรวัณพยายามจะเบือนหน้าหนีแต่กลับถูกคายจับท้ายทอยไว้ ขณะขบกัดกลีบปากเบาๆ ทำให้หนุ่มน้อยสะดุ้งเฮือกเผลอเปิดปากจนทำให้ลิ้นร้อนฉกเข้ามาภายใน
อื้อ...จูบตอนมีสติทำให้ศรวัณรู้ว่านอกจากความหวานที่ได้ลิ้นรสแล้วมันยังจะทำให้ปั่นป่วนเสียวซ่านจนเขาได้แต่จับหัวไหล่พี่คายเอาไว้เพราะจูบที่ทำให้เขาหายใจไม่ทัน ไหนจะััจากมือที่มันทำให้ผม...อื้อ...
“พี่คาย...หยุด!”ศรวัณรีบร้องห้ามเมื่อมือของพี่คายป้วนเปี้ยนอยู่กับยอดอก
“ทำไมละครับยอดรักของพี่คาย”ชินกฤตถามพลางคลอเคลียขบกัดคลอเคลียจูบบนลำคอแกร่งมือก็ลูบไล้ลงไปบนหน้าท้องเรียบลื่น เขาอยากจะเป็หนึ่งเดียวกับศรวัณในตอนนี้เลยแต่ก็ทำไม่ได้ดั่งใจ เพราะบางอย่างเร่งรัดไม่ได้ ต้องให้เวลาค่อยๆเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และสิ่งที่เขาคิดไว้จะต้องเป็จริงในไม่ช้า
จะให้เขาตอบไปยัง...ตอนนี้ในหัวมันหมุนมันยุ่งเหยิงไปหมดแล้ว
ชินกฤตหัวเราะกลั้วคอเขายอมที่จะหยุดจูบและััผิวนุ่มลื่นไว้เพียงเท่านี้เพื่อให้เวลากับศรวัณได้รู้จักตัวเอง ได้รู้จักกับเขาในทุกแง่มุมได้เรียนรู้ที่จะไว้ใจและเชื่อใจกันและกัน
“ถอย...ถอยออกไปได้แล้ว”
“ถ้าพี่ไม่ถอยล่ะ”คายแกล้งถามคนตัวเล็กที่ทั้งอายและโกรธจนแก้มป่องแดงระเรื่อ ดวงตาแวววาวเป็ประกายพร้อมกับปากที่ยื่นออกมา เห็นแล้วน่ารักฉิบหายเลยจนอยากจะดึงเอามากอดแล้วจูบให้ปากเจ่อเลย
“ผม...อยากเข้าห้องน้ำ” มุกนี้อีกแล้ว เฮ้อ!ทำไมถึงได้โง่อย่างนี้วะไอ้ยอดรัก คิดอะไรไม่ออกก็ขอไปเข้าห้องน้ำไว้ก่อน ก็แหงล่ะเขาอยากแค่มีเวลาหายใจ เพื่อจะได้คิดว่าควรจะทำยังไงกับชีวิตต่อไปดีนี่นา
“คิดหนีมากกว่า”
“เปล่าเลยครับ ผมจะหนีทำไมให้เสียเวลา คิด ๆ ดูแล้วถึงผมจะทำสัญญาบ้า ๆ นั่นกับพี่ไป แต่ผมก็ได้ผลประโยชน์ไม่ใช่น้อยนะถ้าหนีไปก็ถือว่าโง่ซ้ำซ้อนสิ” ศรวัณรีบหาคำพูดมาปฏิเสธเมื่อคายพูดแทงใจดำ“ผมแค่ไม่ค่อยชอบที่พี่...” เขารีบยกมือปิดปากอย่างเร็วเกือบไปแล้วไหมกูเกือบจะหลุดพูดที่ทำให้ตัวเองโดนหมายหัวอีกแล้ว
คายอดหัวเราะไม่ได้เมื่อศรวัณปฏิเสธเสียงสูงพลางทำหน้าทำตาบ้องแบ้วส่ายไปมาแรง ๆที่ทำให้เขาอยากจะกอดและจูบให้หนำใจอีกสักครั้ง แต่เพราะรู้ตัวเองดีว่าถ้าเริ่มแล้วจะหยุดไม่ได้จึงไม่อยากให้คนที่เพิ่งจะเข้ามาในชีวิตหวาดกลัวก่อนที่จะได้ทำความรู้จักคุ้นเคยเชื่อใจ ไว้วางใจและเปิดใจรับเขาไปเป็ส่วนหนึ่งของชีวิต
“ถ้าไม่คุยแล้ว...เรามาทำอย่างอื่นกันต่อไหม”เขาแค่อยากแกล้งนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเองแต่เป็ศรวัณที่หันหน้ามาหาแล้วแก้มก็ถูกปากผมพอดี
ใบหน้าขาวนวลแดงระเรื่อราวกับมะเขือเทศสุกขึ้นมาทันทีริมฝีปากบางแต่นุ่มขบเม้มกันจนแบนราบ ดวงตาแวววาวมองเขาอย่างไม่ค่อยพอใจยิ่งทำให้คายรู้สึกอยากจะแกล้งคนตัวเล็กสักหน่อย แต่...อย่าดีกว่าเดี๋ยวหยุดตัวเองไม่ได้ แค่นี้ร่างกายก็ปวดร้าวไปหมดแล้ว
“หยุดเลยนะ! หยุดคิดไปเลยนะ”ศรวัณตวัดใบหน้าบึ้งตึงใส่คาย สมองคิดเื่อื่นเป็บ้างไหมหรือคิดเป็แต่เื่นี้เื่เดียว
“ไม่ต้องมาหื่นใส่ผมเลย ไม่รู้สึกแปลกบ้างหรือไงผมเป็ผู้ชาย พี่ก็เป็ผู้ชาย มากอดมาหอมอยู่ได้ ไม่กลัวฟ้าจะผ่าเอาบ้างหรือไง”ถึงจะรู้ว่าสังคมตอนนี้เปิดกว้างมากขึ้นการที่ผู้ชายเป็แฟนผู้ชายด้วยกันไม่ได้เป็เื่แปลกแต่พอมาเกิดกับตัวเองที่ตอนนี้ถูกกอดถูกจูบเป็ว่าเล่น มันเลย...รู้สึกแปลกๆอย่างบอกไม่ถูกแต่ถามว่ารังเกียจไหม...บอกเลยว่าความคิดนั้นไม่เคยแวบเข้ามาในหัวเลยสักนิด
“ถ้าฟ้าจะผ่าเพราะพี่มีอะไรกับยอดรัก พี่ก็ยอมนะเพราะยอดรักดันน่ารักจะจนพี่อดใจเอาไว้ไม่ไหว”
ศรวัณได้แต่ทำหน้าบึ้งตึงและตาขุ่นเขียวใส่คายแค่กอดกับจูบ เขาก็รับมือแทบไม่ทันแล้ว ถ้าจะต้องมาคอยระวังประตูหลังอีกคงไม่ได้หลับได้นอนกันละงานนี้
“ขืนพี่ทำอย่างที่พูด ผมจะ...”
“ยอดรักจะทำอะไรพี่ครับ”คายชะโงกหน้าไปจนปากแทบจะแนบกับแก้มนุ่มที่แดงระเรื่อขึ้นทันที จนเขาอดใจไม่ได้เลยจูบแก้มนุ่มทั้งสองข้างอย่างเร็ว
“เฮ้ย!” พูดยังไม่ทันจะขาดคำ พี่คายก็เล่นเขาอีกแล้ว“พี่อยากถูกผมต่อยหรือไง”
คายรีบเบือนหน้าก่อนจะหลุดเสียงหัวเราะออกไป“กล้าหรือครับยอดรัก”
“พี่จะหยุดเรียกผมว่ายอดรักสักทีได้ไหม”
“ทำไมละ ยอดรักก็น่ารักดีนี่น่า”
“แต่ถ้าไปเรียกต่อหน้าคนอื่น ๆมันน่าอายไงครับ...นะครับพี่คาย”
“ต่อหน้าคนอื่น พี่เรียกน้องยอดละกันแต่อยู่กันสองคน...พี่จะยังเรียกว่ายอดรัก”
แม้จะเหนื่อยใจกับความดื้อรั้นของคายแต่ได้แค่นี้เขาก็ยังพอทำใจยอมรับได้ไม่ยากเพราะเื่สำคัญจากนี้ต่างหากเล่าที่เขาจำต้องได้
“พี่ช่วยหยุด...กอดและจูบผมด้วย”หน้าเขาร้อนฉ่าั้แ่พูดคำแรกแล้ว เจอเสียงหัวเราะของพี่คายอีกทำเอาเขาอายจนอยากเอาหัวมุดไปกับโซฟาที่นั่งให้มันรู้แล้วรู้รอดไป
“ทำไมละไม่ชอบที่ถูกพี่กอด...อายหรือเพราะรู้สึกอย่างอื่นที่ตอนนี้ยังบอกไม่ได้”
“ไม่...ไม่รู้ พี่จะพูดให้ผมอายไปถึงไหน”จะให้ตอบยังไงล่ะ ไม่ได้เกลียดแน่ ขยะแขยงหรือก็ไม่ใช่ก็คนมันไม่ชินและอายสายตาไอ้พี่คายที่มองราวกับจะกลืนกินเขาไปหมดทั้งตัวทำให้รู้สึกอยากจะละลายกลายเป็ไอน้ำทุกทีนะสิ
“เรานี่มัน ได้คืบจะเอาศอกแต่ทุกอย่างก็ไม่ใช่พี่เป็คนผิดสักหน่อย เป็เพราะยอดรักนั่นแหละขยันยั่วพี่เหลือเกิน”
หะ! อ้าว...กลายเป็ความผิดของเขาไปได้ยังไงเขาไม่ได้ทำอย่างที่คายกล่าวหาสักหน่อย แล้วเขาไปยั่วพี่คายตรงไหนด้วยเห็นจะมีแต่พี่คายนั่นแหละที่ฉวยโอกาสกับเขาตลอด
“อย่างตอนนี้ก็มาทำน่ารักใส่จะยั่วให้พี่ทนไม่ไหวใช่ไหมฮึ”
เฮ้ย! อะไรกันเนี่ยแบบนี้ก็ได้เหรอ ศรวัณได้แต่กะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะรีบดึงสติของตัวเองกลับมาเขาต้องตั้งสติ ไม่เล่นตามเกมของพี่คาย เพราะคนอย่างเขาวิ่งตามเกมของคายไม่ทันหรอก
ยอดรักทำให้เขาหัวเราะได้เสมอจะชอบหรือโกรธมักจะแสดงออกมาทางใบหน้าและดวงตาอย่างชัดเจนใบหน้าที่เมื่ออยู่กับเขาจะแดงอย่างกับผลมะเขือเทศและปากสีชมพูที่ยู่ยื่นออกมาบ่อยครั้งน่ารักเสียจนผมไม่อยากให้คลาดไปจากสายตา เพราะกลัวใครจะมองเห็นแย่งชิงเอาไป
“เอาละ ไม่แกล้งแล้ว แต่เื่ที่ขอนะเวลาอยู่นอกห้องจะทำให้แต่ไม่รับปากว่าจะทำได้ตลอดหรือเปล่าขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในตอนนั้น ยอดรักห้ามโวยวาย” ด้วยหน้าตาน่ารักอย่างศรวัณจะต้องเป็ที่ถูกอกถูกใจใครหลาย ๆ คนที่จะต้องตามเทียวไล้เทียวขื่อเพื่อหวังจะได้ครองทั้งร่างกายและหัวใจ เขาจึงต้องผูกมัดเอาไว้ก่อน
ศรวัณครุ่นคิดว่าจะเอายังไงดีหากเมื่อได้สบสายตากับพี่คายก็รู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องขึ้นอยู่กับเวลาและสถานการณ์ตอนนี้เขาต้องยอมไปก่อนจึงพยักหน้ารับ
“ถ้าอย่างนั้นก็ลุกขึ้น”
“ไหนว่าจะไม่แกล้งผมแล้วไง”
คายสะบัดศีรษะมองคนตัวเล็กกว่าอย่างอิดหนาระอาใจ“ไม่หิวหรือไง นี่มันเย็นจนจะค่ำอยู่แล้วนะ”
ศรวัณยิ้มอย่างอาย ๆ พอพี่คายพูดขึ้นมาท้องเขาก็ส่งเสียงร้องโครกครากทันที อย่างอื่นค่อยว่ากันตอนนี้เขาขอไปเติมพลังกายก่อนละกัน...เขาว่ากันว่า กองทัพเดินด้วยท้องนี่นา