บทที่ 46 ใครกันแน่ที่จะได้เข้าโรงพัก?!
“คุณผู้หญิงครับ แค่เงินพันกว่าหยวน แลกกับชื่อเสียงมันไม่คุ้มกันหรอกนะ! รีบจ่ายเงินมาจะดีกว่า…” เสียงผู้ชายคนเดิมยังคงพูดจ้อกแจ้กอยู่ปลายสาย
เสิ่นเจียกัดฟัน ตัดบทเขาด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ใครใช้ให้คุณมาหลอกลวงฉัน?”
“หลอกลวงเหรอ? หลอกอะไร?” ชายคนนั้นร้องอย่างตกใจ
“ใครเป็นคนให้เบอร์โทรศัพท์และที่อยู่ของฉัน แล้วให้คุณมาขู่กรรโชกทรัพย์ฉัน?” เสิ่นเจียวางตะเกียบลง แล้วทุบโต๊ะเสียงดัง พลางถามเสียงดุดัน
ความจริงแล้ว เธอไม่ต้องถามก็รู้ว่าเป็นฝีมือใคร ช่วงนี้มีแค่เสิ่นเมิ่งที่ทะเลาะกับเธอ คนโง่เง่าอย่างเสิ่นเมิ่งนี่มันโง่แล้วยังอวดเก่งอีก ดันคิดแผนโง่ ๆ ได้แค่ให้คนโทรมาหลอกเอาเงิน!
หลอกเอาเงินก็แย่พอแล้ว ยังขู่จะมาอาละวาดที่บ้านอีก! นี่มันเข้าข่ายขู่กรรโชกทรัพย์แล้ว!
ยิ่งคิดเสิ่นเจียก็ยิ่งโมโห เธอไม่ให้โอกาสอีกฝ่ายได้พูด ตวาดถามด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว “ฉันเตือนคุณไว้เลยนะ การฉ้อโกงเป็นเรื่องผิดกฎหมาย คุณเลิกซะตอนนี้ยังทัน ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจ!”
“เอ่อ คือว่า...” ชายคนนั้นกำลังจะอธิบาย แต่เสิ่นเจียก็ตัดสายไปแล้ว
เสิ่นเปียวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ รีบพูดขึ้นทันที “พี่ ใครขู่กรรโชกทรัพย์พี่งั้นเหรอ? บอกผมมา ผมจะไปจัดการมันเอง! หรือว่าเป็นไอ้เมิ่งเจียงอวี่!”
“ไม่ใช่เขา นายนั่งลงก่อน!” เสิ่นเจียรีบกดไหล่ให้น้องชายนั่งลง
เธอรู้ว่าน้องชายเป็นคนใจร้อน ถ้าให้เขามายุ่งเรื่องนี้ เขาต้องอาละวาดแน่ ๆ ตอนนี้เธอไม่อยากมีเรื่อง
แต่เสิ่นเปียวยังไม่ยอมเลิกรา ยังคงถามต่อ “แล้วตกลงมันเป็นใคร?”
“อาเปียว นายไม่ต้องมายุ่งหรอก เรื่องนี้พี่จัดการเอง นายกินข้าวไปเถอะ เดี๋ยวพี่ขอโทรศัพท์ก่อน” พูดจบเสิ่นเจีย ก็หันหลังเดินไปที่ระเบียงแล้วกดโทรหาเสิ่นเมิ่งทันที
เรื่องนี้ต้นตอมาจากเสิ่นเมิ่ง ถ้าอยากจะแก้ปัญหา แน่นอนว่าต้องไปหาเสิ่นเมิ่งเท่านั้น!
เสียงเรียกเข้าดังอยู่นานกว่าที่ปลายสายจะกดรับ เสียงของ เสิ่นเหมิง ดังขึ้นอย่างเฉื่อยชา “ฮัลโหล เสิ่นเจียมีอะไรเหรอ?”
“เสิ่นเมิ่ง! เธอเป็นบ้าไปแล้วเหรอ?” เสิ่นเจียด่ากราด “เธอไม่มีปัญญามัดใจผู้ชาย เลยจงใจหาคนมาแกล้งฉันงั้นเหรอ? ฉันจะบอกให้นะ ถ้าเธอยังทำแบบนี้อีก ฉันจะแจ้งตำรวจ!”
“นี่! เสิ่นเจีย ยังโอเคไหมเนี่ย?! ฉันอุตส่าห์ส่งไฟล์เสียงให้เธอฟังเพราะอยากให้เธอรู้ไง ว่าไอ้ผู้ชายสารเลวนั่นมันเอาใจฉันยังไง ผู้ชายแบบนี้ต่อให้มากราบฉันแปดร้อยทีฉันก็ไม่แม้แต่จะชายตามอง ฉันจะไปต้องเสียเวลามัดใจมันทำไมล่ะ!” น้ำเสียงของเสิ่นเมิ่งเรียบเฉย แต่แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน
เสิ่นเจียอัดอั้นตันใจจนจุกอก เธอเตรียมจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เสิ่นเมิ่ง ก็พูดขึ้นมาก่อน “ส่วนเธอน่ะ อยากได้ผู้ชายสารเลวนั่นก็เอาไปเถอะ ฉันไม่แย่งหรอก และอีกอย่าง เธอไม่เห็นต้องให้ตำรวจมาช่วยแย่งผู้ชายเลยนี่!”
“ใครบอกว่าฉันจะให้ตำรวจมาช่วยแย่งผู้ชาย แก…” เสิ่นเจียโกรธหนักกว่าเดิม
เสิ่นเจียโกรธจนตัวสั่น กำลังจะระเบิดอารมณ์ใส่ปลายสาย แต่แล้วก็ต้องชะงัก เมื่อได้ยินเสียงตัดสายดัง “ตู๊ด ๆ”
ดูเหมือนเสิ่นเมิ่งจะไม่อยากคุยกับเธออีกแล้ว
การโต้เถียงครั้งนี้ เสิ่นเจียไม่เพียงแพ้ราบคาบ แต่ยังต้องเก็บความคับแค้นใจไว้ เธอโมโหจนแทบคลั่ง ปาโทรศัพท์ลงโซฟาอย่างแรง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟานั้น ทรุดตัวลงอย่างหมดแรง นานเท่าไหร่ไม่รู้กว่าจะตั้งสติได้
แต่ความสงบก็อยู่ได้ไม่นาน เสียงโทรศัพท์เจ้ากรรมก็ดังขึ้นอีก เสิ่นเจียคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดู พอเห็นเบอร์ที่โทรเข้ามา ไฟโทสะที่พยายามสะกดไว้ก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง ราวกับภูเขาไฟระเบิด
“แกฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง?! ต้องให้ฉันแจ้งตำรวจจริง ๆ ใช่ไหม? บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าแกอยู่ที่ไหน? ฉันจะส่งแกไปโรงพักเดี๋ยวนี้!”
“อยากส่งฉันเข้าโรงพักงั้นเหรอ?! ฉันจะบอกให้นะยัยหนู ฉันแจ้งตำรวจแล้ว! และตอนนี้ฉันก็อยู่หน้าบ้านเธอแล้วด้วย รอดูแล้วกันว่าใครจะได้เข้าโรงพัก!!!” เสียงผู้ชายจากปลายสายคำรามลั่น ดูกราดเกรี้ยวยิ่งกว่าเธอเสียอีก
ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูดังขึ้น
เสียงของผู้ชายคนนั้นดังมาจากทั้งหน้าประตูและในโทรศัพท์พร้อมกัน “เปิดประตู!”