งานบุญเล็ก ๆ เกิดขึ้นที่ร้านดาหวันฟลาวเออร์ โดยถือฤกษ์งามยามดีนี้เป็โอกาสทำบุญเปิดร้านดอกไม้ และเป็การทำบุญงานแต่งงานเพิ่มความเป็สิริมงคลให้แก่คู่สมรสไปด้วยในตัว ใบหน้าของเ้าบ่าวเ้าสาวอย่างวัสสะและพระพายประดับด้วยรอยยิ้มแห่งความปีติไม่จางหาย ร้านดอกไม้ที่ขนาดไม่ใหญ่นัก บัดนี้ดูคับแคบไปถนัดตา ถึงแม้ว่าแขกที่มาร่วมงานจะมีเพียงแค่คนสนิทชิดเชื้อกันเท่านั้นก็ตาม ทำให้แขกที่มาบางส่วนต้องออกไปนั่งอยู่ด้านนอกร้าน แต่นั่นก็ยังคงอยู่ในบริเวณของบ้านคุณดาหวันอยู่ดี เนื่องจากพระพายแบ่งพื้นที่หน้าบ้าน ตัดรั้วบ้านแล้วทำเป็ร้านดอกไม้ให้แม่ใหญ่ของเธอมีงานทำ ไม่ต้องหวนกลับไปสนใจการพนันนอกบ้านอีก
คุณหมอฟ้าคราม วรรณกฤต หรือที่เรียกสั้น ๆ กันว่าหมอคราม ก็เป็หนึ่งคนที่นั่งฟังพระสวดแล้วรู้สึกเคลิบเคลิ้มจนเกือบจะปิดตาฟังอยู่หลายรอบ จึงสละพื้นที่ให้คนอื่นได้นั่งกันด้านในร้านเพื่อรับฟังพระสวดอย่างใกล้ชิด ส่วนเขาขอออกมาเดินยืดเส้นยืดสาย อาศัยร่มเงาอันร่มรื่นของต้นมะม่วงพักพิงแทน ทั้งนี้ก็เพราะ่นี้คุณหมอหนุ่มต้องทำงานไปด้วย และเรียนแพทย์เฉพาะทางไปด้วย กำลังอยู่ใน่สอบ กลางคืนอ่านหนังสือ กลางวันสอบ ตกเย็นต้องแวะเข้าไปทำหน้าที่หนึ่งในผู้บริหารของโรงพยาบาลสมานรักษ์อีกด้วย วันนี้ก็เช่นกัน เขาก็มีสอบแต่เป็่บ่าย ดังนั้น่เช้าจึงได้แวะมาร่วมแสดงความยินดีกับเพื่อนรักได้
“ไอ้หมอ ขอบใจนะที่มา” วัสสะที่เดินออกมาส่งพระทั้งเก้ารูปขึ้นรถกลับเสร็จก็เดินเข้ามากอดคอทักทายเพื่อน
“ต้องมาสิ แกแต่งทุกเดือนที่ไหนกัน” คุณหมอหนุ่มตบบ่าเพื่อนสองสามทีเบา ๆ ก่อนหันมองไปรอบ ๆ “แล้วนี่น้องสาวแกไปไหนวะ ั้แ่ฉันมายังไม่เห็นเลย”
“อยู่เชียงใหม่”
“เชียงใหม่?!!” คุณหมอหนุ่มเลิกคิ้วถามเสียงสูงด้วยความสงสัย ไม่อยากเชื่อว่า ในวันสำคัญของพี่ชาย แต่น้องสาวกลับไปอยู่ที่เชียงใหม่
“อืม” วัสสะพยักหน้ารับ “ไม่รู้อีท่าไหน ตกเครื่องเที่ยวเช้าเลยกลับมาไม่ทัน แต่เมื่อกี้โทรมาบอกว่าได้ไฟลต์แล้ว คงถึงบ่าย ๆ น่ะ ทำไม...อยากเจอเหรอ”
“...” ไม่มีเสียงตอบใด ๆ เขาทำเพียงยักไหล่เล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าจะแทนคำตอบรับหรือปฏิเสธกันแน่
“เดี๋ยวนี้น้องฉันมันเป็พวกหาตัวจับยากแล้ว ขนาดฉันเป็พี่แท้ ๆ ยังเห็นหน้ามันไม่ถึงห้าครั้งเลย ั้แ่ยายฝนกลับมาไทยเนี่ย”
“ทำไม เพราะไปเชียงใหม่เนี่ยเหรอ?”
“แค่นั้นที่ไหน ั้แ่กลับไทยมามันอยู่บ้านให้ฉันเจอที่ไหนล่ะ เดี๋ยวก็ออกไปหางานทำบ้าง หาเพื่อนบ้าง หาห้องพักบ้าง ได้แล้วก็ไปเที่ยวยังกลับมาไม่ถึงอยู่นี่ไงเล่า”
“ห้องพักอะไร ยายตัวเปี๊ยกไม่อยู่ที่บ้านแกเหรอ?”
“ก็ไม่ยอมอยู่น่ะสิ บอกว่าไปพักอยู่แถวที่ทำงานดีกว่า ไม่ต้องตื่นเช้ามาผจญกับรถติด นี่ก็เลยไปซื้อคอนโดฯ อยู่แถวสถานีรถไฟฟ้าไหนก็ไม่รู้”
“...” คุณหมอฟ้าครามฟังแล้วพยักหน้าน้อย ๆ เหมือนรับรู้ ก่อนจะวกกลับมาที่เื่ของเพื่อนเขาแทน “ยินดีด้วยเว้ย มีเมียเป็ของตัวเองอย่างเป็ทางการซะที”
“อืม แกก็รีบตามมาเร็ว ๆ สิ จะได้ไม่ต้องมองของชาวบ้านเขา”
“ฉันไม่รีบหรอก ตอนนี้แค่จะมองของชาวบ้านก็ยังไม่ค่อยจะมีเวลาเลย”
“เออ จริงสิ ฉันต้องแสดงความยินดีกับแกด้วยเหมือนกันนะ ได้ข่าวว่าเข้าไปเป็ผู้บริหารที่โรง’บาลเต็มตัวแล้วนี่หว่า แถมยังถือหุ้นไว้เกือบครึ่งอีกด้วยนี่”
“หึ รู้ดีจริง ๆ หูตาเป็สับปะรดเลยนะแก”
สืบเนื่องมาจากเมื่อสองวันก่อน ศาสตราจารย์ดอกเตอร์ นายแพทย์ศรุต วรรณกฤต ได้โทรมาตามลูกชายให้เข้าไปที่โรงพยาบาลสมานรักษ์ เพื่อรับมอบหุ้นจากผู้เป็ป้าก่อนที่ท่านจะเดินทางตามไปดูแลสามีซึ่ง้าจะย้ายกลับไปอยู่ต่างประเทศ หุ้นทั้งหมดที่ตนเองมี จึงตั้งใจยกให้หลานชายคนเดียว ที่เป็ทั้งทายาทของตนและของตระกูลวรรณกฤต เมื่อรวมกับของส่วนที่มีอยู่เดิม จึงทำให้คุณหมอหนุ่มมีหุ้นของโรงพยาบาลสมานรักษ์ถึงสามสิบห้าเปอร์เซ็นต์ ส่วนอาจารย์หมอศรุตและภรรยา ซึ่งเป็พ่อและแม่ของเขานั้นมีหุ้นรวมกันสามสิบเปอร์เซ็นต์ ส่วนอีกสามสิบห้าเปอร์เซ็นต์ที่เหลือกระจายไปเป็ของผู้ถือหุ้นคนอื่น ๆ อีกนับสิบคน
“สวัสดีค่ะหมอคราม” เสียงหวานใสจากเ้าสาวคนสวยเอ่ยทักขึ้น ทำให้วัสสะปล่อยมือจากบ่าเพื่อน แล้วเดินเข้าไปโอบเอวเ้าสาวของตนเอาไว้อย่างหวงแหน
“สวัสดีครับคุณพาย วันนี้คุณพายสวยที่สุดเลยครับ”
“ขอบคุณค่ะ” พระพายที่อยู่ในชุดเดรสสีชมพูอ่อนแสนหวาน ด้านหน้าสั้นเหนือเข่าเล็กน้อย ระบายเป็หางปลาลงไปด้านหลังจนถึงปลีน่อง ส่วน่ตัวเสื้อเข้ารูปไร้แขนตกแต่งด้วยโบเล็ก ๆ เพิ่มความหวาน ดูกะทัดรัดเหมาะเจาะกับรูปร่างเล็ก ๆ ของคนสวมใส่ ส่งยิ้มสดใสให้เพื่อนรักของสามี ก่อนจะเอ่ยแซวตามข่าวที่ได้ยินมา “ดังใหญ่แล้วนะคะคุณหมอ พายต้องขอลายเซ็นไว้ก่อนเลยมั้ยคะเนี่ย”
“...”
การแซวของพระพายเหมือนจะไม่ได้ผล เมื่อการตอบสนองของทั้งสองหนุ่มมีเพียงการมองหน้าหญิงสาวนิ่ง ๆ ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม
พระพายได้แต่มองหน้าสองหนุ่มสลับกันไปมา ก่อนจะเอ่ยถามอย่างอ่อนใจ “นี่ทั้งสองคนไม่รู้ข่าวของฮีโร่ยุค 2020 บ้างเลยเหรอคะ?”
“ฮีโร่? ใครครับที่รัก?” วัสสะเอ่ยถาม ในขณะที่เ้าตัวเริ่มจะรู้ตัว
“ก็หมอครามของเรานี่ละค่ะ ที่ไปเป็ฮีโร่ช่วยชีวิตท่านประวุฒิ รองนายกฯ ไว้เมื่อสองวันก่อน จนตอนนี้ดังกระหึ่มทั่วโซเชียลเลยค่ะ มีเพจแฟนคลับแล้วด้วยนะคะ รู้ตัวรึเปล่าคะคุณหมอ” ประโยคสุดท้ายพระพายหันมาถามคุณหมอหนุ่ม
“หึ ๆ เพิ่งรู้จากคุณพายนี่ละครับ”
“อะไร...ยังไงวะแก” คนที่ทันข่าวเื่ธุรกิจ แต่กลับตกข่าวเื่สังคมโซเชียล หันมาไปถามเอากับเพื่อนทันที
“ก็ไม่มีอะไรหรอก เื่มันบังเอิญน่ะ ฉันขับรถผ่านไปตรงที่ท่านประสบอุบัติเหตุพอดี ก็เลยลงไปช่วยไว้ก็แค่นั้น”
“แค่นั้นที่ไหนล่ะคะ เขายกย่องให้คุณหมอเป็ฮีโร่ 2020 ไปแล้วนะคะ ถ้าตอนนั้นไม่มีคนที่รู้วิธีช่วยเหลือที่ถูกต้องอย่างคุณหมออยู่ด้วย ท่านประวุฒิอาจจะไม่รอด แถมฮีโร่คนเก่งที่ทุ่มเทช่วยเหลือจนเหงื่อโทรมกาย ยังหล่อกระชากใจสาวอีกด้วย สาว ๆ นี่กรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ นักสืบคีย์บอร์ดถึงกับตามสืบประวัติกันมาละเอียดยิบ แต่เ้าตัวกลับไม่รู้ตัวเนี่ยนะคะ น่าผิดหวังแทนสาว ๆ จริง ๆ เลย”
“ขนาดนั้นเลยเหรอครับ” เ้าตัวถามยิ้ม ๆ เื่การช่วยเหลือในวันนั้น เขาคิดว่ามันจบเรียบร้อย ด้วยการที่นักการเมืองชื่อดังท่านนั้นส่งกระเช้ามาขอบคุณ พร้อมบริจาคเครื่องมือแพทย์ให้กับโรงพยาบาลชุดใหญ่ซึ่งก็เป็ข่าวไปแล้ว ทว่าในวันที่มีการจัดมอบ ท่านให้ตัวแทนมา ส่วนคุณหมอหนุ่มเองก็ให้ตัวแทนอย่างอาจารย์หมอศรุตรับมอบแทนเช่นกัน แต่โดยส่วนตัวแล้ว นักการเมืองท่านนั้นได้โทรเข้ามาขอบคุณเขาเป็การส่วนตัวเรียบร้อยและเขาคิดว่าเื่ราวจบลงไปเพียงเท่านั้น ไม่คิดว่าเื่นั้นจะยังคงเป็กระแสอยู่ในสังคมโซเชียลอีก
“ขนาดนั้นเลยละค่ะ คุณหมอก็ลองเข้าไปท่องโลกโซเชียลดูบ้างสิคะ”
“ไม่ดีกว่าครับ กลัวเข้าแล้วไม่ได้ออก” คุณหมอหนุ่มพูดจบก็ส่งเสียงหัวเราะตามอีก ประหนึ่งเื่ที่พูดเป็เื่ตลก ก่อนจะเปลี่ยนเื่พูดแทน “ผมยินดีด้วยนะครับคุณพาย ที่จับไอ้วายร้ายนี่ขอดเกล็ดเสียอยู่หมัด แต่ยังไงก็อย่าเผลอนะครับ”
“เห้ย ๆ เอาดี ๆ ไอ้หมอ อย่ามาทิ้งะเิใส่กันแบบนี้” วัสสะเหวี่ยงหลังมือกระแทกลำตัวคุณหมอหนุ่มเป็การเตือน เื่มุกทีเล่นทีจริงของคุณหมอหนุ่ม ซึ่งอาจจะสร้างความร้าวฉานให้กับเขาและภรรยาได้ั้แ่วันแต่งงานนี่เลย
“ฮ่า ๆ กลัว?”
“ไม่ได้กลัว พายไม่ใช่คนหูเบาซะหน่อย” วัสสะเอ่ยตอบ แต่ก็ไม่วายหันกลับไปถามคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ให้ช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหวานหยดพร้อมกับสายตาหวานเชื่อม “จริงมั้ยครับที่รัก”
“โธ่...กลัวดิ แกน่ะ หึหึ” คุณหมอหนุ่มยิ้มในหน้า ก่อนจะเอ่ยปากบอกลาทั้งสองคน “ฉันต้องกลับก่อนแล้วนะ ปาร์ตี้ตอนค่ำอาจจะมาไม่ได้ เอาไว้ฉันสอบเสร็จแล้วค่อยนัดไปกินข้าวกันนะ”
“อืม” วัสสะตอบกลับสั้น ๆ มือหนาตบบ่าเพื่อนสองสามทีเบา ๆ เป็การรับรู้ถึงความจริงใจจากเพื่อน “ขอบใจว่ะ”
“ใช้ชีวิตให้มีความสุขนะครับคุณพาย ตักตวงความสุขจากไอ้วัสให้มาก ๆ ไม่ต้องไปปรานีมัน” คุณหมอหนุ่มหันไปเอ่ยกับเ้าสาวของเพื่อน ก่อนจะปล่อยให้ทั้งสองคนเข้าไปพูดคุยกับผู้มาร่วมงานคนอื่นบ้าง ส่วนตัวเขาก็พาตัวเองออกจากงาน มุ่งหน้าสู่สนามสอบแพทย์ประจำบ้าน (Resident) เพื่อจะได้เป็ศัลยแพทย์ต่อไป เพราะเป้าหมายสูงสุดของเขาคือ ศัลยแพทย์โรคหัวใจ