"เจียฟู ข้ารอนานแล้ว"อิงหลันกลืนน้ำลายลงคอยากเย็น
"ข้าจะพบฮองเฮาก็ต่อเมื่อยามบ่ายก่อนจะมารับอ๋องน้อย"
"พี่เขยแต่ฮองเฮาเชิญท่านตอนนี้"
"เลิกเรียกข้าว่าเจียฟูได้แล้วสามปีที่ผ่านมายังไม่พออีกหรือ"
"ข้าขอโทษต่อไปไม่กล้าแล้ว"
เหลือบตามองอิงหลันสีหน้าเรียบเฉยจนอิงหลันสะท้อนใจ
"ท่านอามู่เฉวียน อุ้มหน่อย"อิงหลันอ้าแขนออกทันที
รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก
ย่อกายลงโอบอ้อมแขนรอบลำตัวเล็ก
"ท่านอาอย่างนั้นหรือผิดแล้วดูเ้าสิตัวเล็กนิดเดียว"
ยกมือขึ้นบีบจมูกเบาๆ หากเืเนื้อเชื้อไขของเขาในท้องอิงหลันยังอยู่คงรุ่นราวคราวเดียวกับองค์หญิงอิงหลัน
"ท่านอ๋องรับไปดูแลสักวันดีไหม"
สนมอี้หลิงเอ่ยปากยิ้มๆ มองเห็นสายตาอ่อนโยนของมู่เฉวียนแล้วอดสงสารไม่ได้เคยได้ข่าวเื่ชายาที่เกิดอุบัติเหตุจมน้ำตายทั้งๆ ที่เพิ่งจะตั้งครรภ์
"มู่เฉวียน ชอบเด็กหญิงอ่อนหวานน่าเอ็นดู"
"รีบๆ ตัดใจจากชายาคนเก่าแล้วแต่งชายาคนใหม่ท่านอ๋องก็จะมีองค์หญิงน้อยของตัวเอง"มู่เฉวียนยิ้มเศร้าๆ
"มู่เฉวียนยังรู้สึกผิดกับนางแม้ว่าจะไม่ช่วยอะไรแต่ นี่คือคำมั่นที่ให้ไว้กับคนที่นางรักที่สุดนั่นคือบิดานางว่าจะไม่มีใคร"
"นาง ชื่อว่ากระไรข้าลืมไปแล้ว"อิงหลันกอดรวบลำคอของมู่เฉวียนไว้แน่น
"อิงหลัน…เซิ่นอิงหลัน"น้ำเสียงคล้ายถูกกลืนหายไปในลำคอ
"อิงหลันช่างบังเอิญเสียจริง"อี้หลิงพูดยิ้มๆ
"นาง ไม่ได้งดงามเช่นองค์หญิงน้อยนาง ..มีใบหน้าสุดแสนจะธรรมดาไม่ได้งามล่มเมืองเช่นหญิงงามคนอื่น แต่เพราะนางไร้ปากเสียงมู่เฉวียนจึงใจร้ายกับนาง"
"เื่มันผ่านไปแล้วท่านอ๋องเองก็ยังหนุ่มแน่นโอกาสข้างหน้าจึงไม่แน่อย่าเพิ่งปิดกั้นตัวเอง"มู่เฉวียนยิ้มย่อตัวลงวางอิงหลันลงกับพื้น
"องค์หญิงอิงหลัน มู่เฉวียนฝากกุนไฉ่น้อยด้วย"ส่งยิ้มหล่อเหลา
อยู่ๆก็ก้มหน้ามา พูดกับอิงหลันน้อยที่บัดนี้ความรู้สึกต่างๆเมื่อครั้งอดีตพวยพุ่งเข้าใส่ราวกับลูกดอกนับร้อยพัน
“อิงหลัน เกลียดมู่เฉวียนอ๋อง”
อี้หลันอ้าปากค้างมู่เฉวียนในหน้าเรียบตึง เสียงเล็กๆ ที่ดังก้องอยู่ตรงหน้าไม่ต่างจากที่อิงหลันเคย ะโใส่เขาในวันนั้น
“ข้าเกลียดท่าน”
อิงหลันยกมือขึ้นปิดหู ฟุบหน้าลงบนแท่นนอนเมื่อไม่อาจหนีไปทางไหนได้
“ทนฟังไม่ได้ เพราะเ้าทำลายความรักของข้ากับอิงอิง เพื่อตัวเองเพื่อให้ตัวเองไม่ต้อง เป็หญิงที่ไม่มีใครเอา”อิงหลันสะอื้นอย่างหนัก
“หย่ากับข้าเถิดอย่าทำแบบนี้หย่ากับข้าเสีย”
“ข้าบอกแล้วเ้าไปทูลให้ฝ่าาประทานการหย่า บิดาเ้าเป็ที่โปรดปรานฝ่าาจะต้องยอมโดยดีเมื่อนั้นข้าก็จะแต่งกับอิงอิงได้อย่างไม่ต้องมีข้อกังขา”
อิงหลันนิ่งงัน บิดาจะต้องเ็ปใจเพียงใดหากอิงหลันขอหย่ากับมู่เฉวียนเพราะในวันนั้นวันแต่งงานรอยยิ้มเดียวในรอบ สิบแปดปีที่มารดาจากไปคือรอยยิ้มในตอนที่ใต้เท้าเซิ่นลู่ถงส่งมือของอิงหลันเข้าสู้อุ้งมือของมู่เฉวียน
มู่เฉวียนหันหลังก้าวเท้าเดินจากองค์หญิงน้อยอิงหลัน ั้แ่วันนั้นจนกระทั่ง
สิบห้าปีผ่านไป
"มู่เฉวียนอ๋องอย่างนั้นหรือ อิงหลันเ้า้าให้มู่เฉวียนอ๋องรับหน้าที่เป็อาจารย์เ้าอย่านั้นหรือ"
ร่างอ้อนแอ้นใบหน้างดงามราวกับเทพธิดา์แม้จะละม้ายอิงหลันอยู่มากทว่าปากคอคิ้วคางกลับได้รูปงดงามผิวขาวราวกับหยกขาว
ริมฝีปากสีชมพู ดวงตาดำขลับ สีดำสนิทแต่ไม่มีใครไม่รู้ว่า ยามที่มีคนป่วยไข้มาอยู่ตรงหน้าหากคนผู้นั้น ให้อิงหลันสำผัสแล้วจะหายจากอาการป่วยั์ตาของอิงหลันจะต้องกลายเป็สีเขียวมรกตแต่ในยามปกติ อิงหลันจึงมีสายตาสั้นไม่อาจมองเห็นได้ในระยะไกล
"เพคะเสด็จพ่อหรือว่าท่านขัดข้องสิ่งใด"
"ปะปะเปล่าพ่อไม่ได้ขัดข้องสิ่งใดลูกรักของพ่อ แต่มู่เฉวียนั้แ่ชายาตายไปก็ครองตัวดังนักบวชไม่ยุ่งเกี่ยวหญิงใด"
"ฝ่าาก็ดีแล้ว ฝ่าาทรงห่วงหวงองค์หญิงเพียงนั้นก็ควรจะเป็นักบวชที่คอยใกล้ชิดองค์หญิง"ขันทีชราข้างกายฟานกงกงพูดไปยิ้มไป
"องค์หญิงเป็ลูกรักของข้า ข้าคิดว่าพวกเ้ารู้แล้วเสียอีก ว่าองค์หญิงจะต้องได้รับสิ่งที่ดีที่สุด"
ฉีหลงฮ่องเต้ผู้ขึ้นชื่อว่าองอาจกล้าแกร่งเกินใครบัดนี้กลับกลายเป็ บิดาที่อ่อนโยนจะไม่ให้ห่วงได้อย่างไรในเมื่อที่ผ่านมา เลี้ยงดูอิงหลันมาด้วยตัวเอง
"เช่นนั้นก็คงไม่อาจปฏิเสธส่งคนนำราชโองการให้ มู่เฉวียนมาทำหน้าที่อาจารย์ขององค์หญิงน้อยของข้า"
อิงหลันถอนหายใจยาว สิบแปดปีที่ถูกเลี้ยงราวไข่ในหิน ความทรงจำที่ทำสะดุ้งตื่นยามหลับตาร้องไห้จ้าในค่ำคืนเหน็บหนาวคือ ร่างของอิงหลันที่จมดิ่งลงไปในก้นบึงกว้างใบหน้ายิ้มหยันของอิงอิงและสายตาตื่นใของมู่เฉวียน
“องค์หญิงน้อยอิงหลันคือสิ่งที่์ประทานมาให้กับข้า สามปีก็คัดอักษรได้ทั้งหมด ห้าปีก็สามารถท่องตำราวิชัยยุทธได้ สิบสองปี นางก็สามารถปักลวดลายบนผ้าได้งดงามกว่านางกำนัลผู้มากฝีมือ แล้วยังสามารถ มีพลังพิเศษรักาอาการป่วยไข้ของผู้คนได้ด้วย แบบนี้องค์ชายหรือรัชทายาทแคว้นไหนจึงจะเหมาะกับอิงหลันของข้า”
“แต่ฝ่าาพ่ะย่ะค่ะ องค์หญิงน้อย ทรงมองเห็นไม่ถนัดชัดเจน นะพ่ะย่ะค่ะ”