[ระลอกที่ 2 สิ้นสุด มีเวลาเตรียมตัวสำหรับระลอกที่ 3 เป็เวลา 30 นาที ]
เสียงของระบบดังขึ้นภายในหัวของทุกคนพร้อมกับหน้าต่างแจ้งเตือน
แต่สำหรับผู้เล่นบางคนเหมือนกับเสียงของ์ ในที่สุดพวกเขาก็ได้เวลาพักสักที แถมระบบยังใจดีให้เวลาพักเพิ่มเป็ 30 นาที
เหล่าผู้เล่นต่างนั่งพักกันทันที ความเหนื่อยล้าสะสมตลอด 7 ชั่วโมงเต็มไม่ใช่อะไรที่เล่นๆ เลย ถ้าไม่ใช่เพราะค่าสเตตัสที่เพิ่มขึ้นตอนนี้พวกเขาคงเหนื่อยตายไปแล้ว
“เฮ้อ เหนื่อยซะมัดยาก นี้ยังเหลืออีกตั้ง 3 ระลอกฉันจะไหวไหมเนี่ย”
“โชคดีที่มีริปเปอร์อยู่ ไม่งั้นก็ไม่รู้ว่าจะผ่านได้ไหม”
“ใช่ๆ ฉันก็ว่างั้นถ้าไม่มีริปเปอร์เราคงไม่ผ่านง่ายแบบนี้”
“แค่มีริปเปอร์ เกมครั้งนี้ฉันว่าครั้งนี้พวกเราคงรอดได้เยอะกว่าครั้งที่ผ่านมา”
หลายคนอดไม่ได้ที่จะถอดถอนใจ ถ้าไม่ใช่มีริปเปอร์พวกเขาคงไม่รอด ดังนั้นคนพวกนี้จึงเริ่มปลาบปลื้มในตัวของริปเปอร์กันบ้างแล้ว
ทว่ามีคนชอบย่อมมีคนเกลียด ในหมู่คนที่ชอบในตัวของริปเปอร์ส่วนใหญ่นั้นอ่อนแอเกินกว่าจะดูแลตัวเองได้
ทว่าไม่ใช่กับพวกมีฝีมือ คนเหล่านี้ดูแลตัวเองได้และตอนนี้กลับถูกริปเปอร์แย่งค่าประสบการณ์ที่ควรจะเป็ของพวกเขาไม่มากมายมหาศาล
“โชคดีกับผีนะสิ โชคร้ายสิไม่ว่า ถูกแย่งค่าประสบการณ์ไปมากขนาดนี้มีหวังคนจากพื้นที่อื่นเลเวลนำหน้าไปหมดแล้ว”
“จริง ค่าประสบการณ์ที่ควรเป็ของพวกเรากลับตกในมือของไอ้ริปเปอร์นั้นคนเดียว!”
“ฉันเองก็อยากเห็นกับตาเหมือนกันว่ามันแน่ใจสักแค่ไหนถึงได้มาแย่งค่าประสบการณ์คนอื่นมากขนาดนั้น”
แต่เมื่อคนนี้พูดออกมาหลายคนก็มองคนนั้นตาปริบๆ ราวกับจะบอกว่านี้แกคิดจะหาเื่ ริปเปอร์จริงงั้นเหรอ?
พวกฉันแค่ระบายกันออกมาเท่านั้น ไหนเลยจะกล้าไปว่าต่อหน้าตรง แน่นี้่แกกลับกล้าจะท้าทายเลยงั้นเหรอ?
ยกนิ้วให้กับความกล้าเลย แล้วหลังจากนี้ฉันจะไหว้อาไหลให้นายเอง
หลายอคนแอบหวังว่าคนที่พูดจะทำจริง เพราะพวกเขาจะได้รู้ความแข็งแกร่งของริปเปอร์ไปด้วย
คนที่พูดท้าทายได้แต่หุบปากลงเมื่อเห็นสายตาคนอื่น ก่อนจะพูดออกมาอย่างเขินๆ “เอาไว้เห็นกับตาตอนฉันแข็งแกร่งเท่าหมอนั้นน่ะนะ”
เมื่อคนอื่นได้ยินอย่างนั้นก็หมดความสนใจ ในใจต่างคิด ‘หึ ก็แค่พวกขี้ขลาดที่พูดอวดเบ่งลับหลังคนอื่น’ เรียกได้ว่าอย่างหน้าตายด้านสุดๆ ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ต่างกัน
แน่นอนเหล่าผู้ที่ไม่พอใจในตัวริปเปอร์ไม่มีใครกล้าหาเื่ ได้แต่พูดลับหลังเท่านั้น
เนื่องจากคนส่วนใหญ่พวกเขารู้ตัวเองดีว่าพวกเขาเทียบริปเปอร์ไม่ได้แม้แต่น้อย
โดยเฉพาะพวกที่เห็นฝีมือการต่อสู้กับริปเปอร์มากับตา พวกนั้นจึงรู้ดีถึงความห่างชั้นของความแข็งแกร่ง
มันต่างกันราวกับหุบเหวกับท้องฟ้าเบื้องบน
ถ้าพวกเขาหาริปเปอร์ก็ไม่ต่างจากการรนหาที่ตาย
โดยเฉพาะนิสัยของริปเปอร์นั้นโเี้และกระหายเืมาก ถ้าไปหาเื่เข้าก็ไม่พ้นความตาย!
เห็นได้จากสิ่งที่เขากระทำกับเหล่าทหารมนุษย์เ่าั้ มันไม่ต่างจากปีศาจร้ายในคราบมนุษย์
ฉะนั้นตอนนี้จึงยังไม่มีใครกล้าไปต่อว่าริปเปอร์โดยตรง
………..
ด้านเซโน่หลังจากจัดการกับทหารระลอกที่สองเสร็จเขาก็หาที่พัก ต้องบอกเลยว่าเขาทุ่มพลังกายไปมหาศาลในการต่อสู้ครั้งนี้ ทำให้เขาเหนื่อยมาก ดังนั้นเขาต้องหาที่พักสักระยะ โชคดีที่ระบบยังปรานีให้เวลาพักเยอะพอสมควร
ถึงอย่างนั้นความพยายามในครั้งนี้มันก็เกิดผล เซโน่มองดูค่าสเตตัสตัวเองด้วยรอยยิ้ม
การไล่สังหารทหารมนุษย์อีกเกือบ 1,000 คน ทำให้เขาได้ค่าสเตัสเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย
ที่สำคัญสเตตัสดังกล่าวคือ โชคและสเน่ห์และตอนนี้มันเพิ่มขึ้นมาอย่างละ 2 แต้ม
ฟังอาจดูไม่เยอะกับจำนวนที่ฆ่าไป แต่ตามที่เคียวบอกโอกาสที่จะได้ค่าสเตตัสมันต่ำมาก
ต่อให้ฆ่าสิ่งมีชีวิตนับร้อยก็อาจไม่ได้สักแต้ม ทว่าตอนนี้ฆ่าไปไม่ถึง 1,000 ก็ได้มาถึง 4 แต้มแถมยังเป็ 4 แต้มที่ได้มายังเป็สเตตัสไม่สามารถเพิ่มได้วิธีปกติด้วย! คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม
ที่เซโน่รู้มาระหว่างไล่สังหารคือ ยิ่งิญญาที่เก็บเกี่ยวมามีทั้งเลเวล ความแข็งแกร่งและพร์รวมถึงศักยภาพที่สูงกว่าคนอื่นโอกาสที่จะได้รับแต้มมายิ่งมาขึ้น
อย่าง 3 ใน 4 แต้มนี้เขาก็ได้มาจากทหารที่เป็ระดับหัวหน้าบัญชาการอีกที ซึ่งคาดว่าคงมีเลเวลราว 12-14 ไม่มากหรือน้อยไปกว่านี้
แสดงว่ายิ่งศัตรูที่เคียวเก็บเกี่ยวิญญาได้มีระดับสูงเท่าไหร่ โอกาสที่จะได้แต้มสเตตัสก็ยิ่งสูง แต่ก็ใช่ว่าพวกระดับต่ำจะไม่ได้เลย แค่โอกาสมันน้อยมากๆ อาจต้องเก็บเกี่ยวิญญาสัก 600-700 ดวง กว่าจะได้มาสักแต้ม
“แต่ยังไงก็ถือว่าคุ้ม” เซโน่พอใจกับประสิทธิภาพของเคียวใหม่มาก
ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจฉลองด้วยอาหารที่เขาเตรียมเก็บไว้ในช่องเก็บของ ซึ่งแต่ละอย่างล้วนเป็ของหายากในตอนนี้ เพราะเส้นทางคมนคมถูกตัดขาด เครือค่ายทั่วโลกล้ม ไม่สามารถติดต่อกันได้
ดังนั้นอาหารบางอย่างจึงเริ่มหายากขึ้นมาก
เซโน่เริ่มกินอาหารตรงหน้าอย่างรวดเร็ว เป็การฟื้นกำลังไปในตัวด้วย
ใช้เวลาไม่นานอาหารทั้งหมดก็ถูกจัดการจนหมด เขากลับมามีพลังอีกครั้ง
น่าแปลกใจเพราะหลังจากเขากินอาหารเ่าั้ไปดูเหมือนมันจะถูกเปลี่ยนเป็พลังงานทันที ต่อให้กินมากแค่ไหนเขาก็ไม่อิ่มจนกว่าพลังจะฟื้นฟูกลับมาเต็มอีกครั้ง แน่นอนพลังที่ว่าคือพลังกายเท่านั้น
พลังเวทย์ยังคงต้องเพิ่มขึ้นเองตามธรรมชาติ
เซโน่นอนตีพุ่งอยู่บนเตียงของบ้านหลังหนึ่ง พักผ่อน ด้วยความว่างระหว่างรอระลอกถัดไป
เขาถึงเปิดหน้าต่างของร้านค้าระบบขึ้นมาดู เพราะวันนี้เขายังไม่ได้ดูไอเทมที่รีเฟรชรายวัน
“อืม…มันไม่คิดจะมีของดีๆ บ้างหรือไงกัน? ขนาดนี้แรงค์เพิ่มแล้วนะเนี่ย” เซโน่แอบสบถเมื่อมองดูไล่มองดูไอเทมตรงหน้าต่างตรงหน้า
กระทั่งสายตาของเขาเหลือบไปมองไอเทมชิ้นสุดท้ายของร้านค้ารายวัน
เมื่อเห็นไอเทมดังกล่าวเขาก็กระเด้งตัวลุกจากเตียงและมองไอเทมนั้นด้วยใบหน้าใ
“นี้มัน!” มือของเขาสั่นเทา สายตาจ้องมองไอเทมชิ้นนั้นไม่ว่าตา
ก่อนจะพูดออกมาเสียงดัง “เท่สุดๆ ไปเลยนี่หว่า!!!” ใช่แล้วไอเทมนี้มันตรงใจเขามาก
ซึ่งไอเทมดังกล่าวคือหน้ากาก แต่มันไม่ใช่หน้ากากธรรมดา ทว่ามันคือหน้ากากโครงกระดูกสีขาวรูปร่างเหมือนกับหัวกะโหลกของนก
(ภาพสำหรับใช้ประกอบเท่านั้น)
เซโน่จ้องหน้ากากนั้นไม่วางตา ไม่ต้องพูดถึงระดับในตอนนี้ เพียงแค่รูปร่างของมันอย่างเดียวก็โดดใจเขาสุดๆ
แถมในฐานะยมทูตมันก็ต้องสวมหน้ากากโครงกระดูกไม่ใช่หรือไง? มันถึงจะสมฐานะ
คิดได้อย่างนั้นเขาไม่ลังเล กดดูรายละเอียดของมันทันที
ประเภท : หน้ากากสวมใส่
ระดับ : อีปิก
เมื่อสวมใส่ได้รับ : - ความทนทาน +60
- ความชำนาญ +80
- สติปัญญา +100
เอฟเฟคที่ 1 [ต้านทานพิษขั้นสูง] : พิษระดับต่ำถึงกลางจะไม่มีผลต่อผู้สวมใส่หน้ากากอีกต่อไป
เอฟเฟคที่ 2 [สายตาลมกรด] : เสริมการมองเห็นให้สูงขึ้นและมองเห็นในที่มืดชัดเจนหลายเท่า
เอฟเฟคที่ 3 [ั์ตาปักษาทมิฬ] : เมื่อจ้องเป้าหมายหรือศัตรูที่เลเวลต่ำกว่าผู้สวมใสหน้ากาก จะทำให้อีกฝ่ายไม่สามารถขยับร่างกายได้ เอฟเฟคดังกล่าวจะไม่มีผลต่อผู้มีความต้านทานสถานะผิดปกติระดับสูง
เอฟเฟคที่ 4 [???] : เลเวลของคุณต่ำเกินไป
ความคงทน : 1,500/1,500
เงื่อนไขการใช้งาน : - แรงค์สามัญ
- ค่าสเตตัสความชำนาญพื้นฐาน 100
- ค่าสเตตัสสติปัญญาพื้นฐาน 100
รายละเอียด : หน้ากากที่ถูกสร้างขึ้นจากปักษาทมิฬสัตว์อสูรระดับสูงหายาก
“ระดับอีปีก! แถมเอฟเฟคนี้มัน” เมื่ออ่านดูเอฟเฟคของหน้ากากแล้ว เซโน่ถึงกับใ มีทั้งต้านทานพิษ สายตาที่มองได้ดีขึ้นแถมยังมองในที่มืดได้ ยิ่งไปกว่านั้นในเอฟเฟคนที่สามนี้มันโกงสุดๆ
ศัตรูที่มีเลเวลต่ำกว่าไม่อาจขยับร่างกายได้เมื่อถูกจ้องมอง! ซึ่งปกติแล้วถ้าการต้องฟาร์มค่าประสบการณ์ก็ต้องเก็บกับพวกเลเวลต่ำกว่าอยู่แล้ว ดังนั้นการมีหน้ากากนี้มันจะช่วยได้อย่างมาก
“เงื่อนไขการใช้งานสูงชะมัด” นี้คือปัญหา แม้เงื่อนไขแรกเขาจะผ่านแล้ว แต่เงื่อนไขที่สองกับสามนั้นยากเกินไปสำหรับตอนนี้
ความ้าของหน้ากากนี้ต้องใช้คือ ค่าสเตตัสพื้นฐานของความชำนาญกับสติปัญญาสูงถึง 100 ซึ่งตอนนี้เขามีแค่ 60 เท่านั้น
หน้ากากมันเขียนไว้ชัดเจนว่านับแค่สเตตัสพื้นฐานไม่รวมค่าสเตตัสที่ได้จากอย่างอื่นเช่นไอเทมหรือบัพ
ดังนั้นต่อให้เขาซื้อมาก็ไม่สามารถใช้งานได้ “แต่….แล้วไงละ ถึงเอฟเฟคและการบวกค่าสเตตัสจะไม่ทำงาน ฉันก็ยังสวมมันได้!!!” เซโน่มองดูราคาของหน้ากากดังกล่าว
ซึ่งมีราคาถึง 50,000 เหรียญทอง แม้จะถูกลดราคาจากส่วนลดที่เขาได้มาก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม
เซโน่ไม่ลังเลก่อนจะกดซื้อมันทันที
[คุณใช้ส่วนลดร้านค้าระบบ 50%]
[คุณได้รับ หน้ากากโครงกระดูกปักษาทมิฬ]
หน้ากากดังกล่าวโผล่มาตรงหน้าของเขาทันที เซโน่ยื่นมือออกไปหยิบมันและมองด้วยสายตาตื่นเต้น
“ในที่สุดบทบาทยมทูตของฉันก็จะได้เริ่มต้นอย่างจริงจังสักที! ตอนนี้มีทั้ง เคียวยมทูต ผ้าคลุมยมทูตและหน้ากากยมทูตมาแล้ว คราวนี้โลกจะได้รู้สึกกับริปเปอร์ของจริงแล้ว! ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
เซโน่หัวเราะกับตัวเองก่อนจะสวมหน้ากากโครงกระดูกปักษาทมิฬทันที
หน้ากากถูกไว้ตรงหน้าตัดกับสีชุดคลุมดำอย่างลงตัว พร้อมกับเคียวสีดำสนิทในมือช่วยเสริมให้ภาพลักษณ์ของเซโน่ดูน่าหวาดกลัวและยำเกรงขึ้นไปอีกขั้น
เซโน่เรียกกระจกขนาดพอดีกับตัวออกมาจากช่องเก็บของระบบ และตั้งมันตรงหน้า
เขาเก็บกระจกนี้ไว้ในช่องเก็บของตลอดเวลา ทั้งหมดก็เพื่อเวลานี้!
“ฮ่า ฮ่า ฉันนี้มันเท่จริงๆ หน้ากากเข้ากันกับชุดอย่างลงตัว ราวกับถูกสร้างสรรค์ให้ใช้ร่วมกัน ตอนนี้ฉันก็ดูสมกับเป็ยมทูตมากขึ้นอีกขั้นแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เซโน่หัวเราะกับตัวเองอย่างบ้าคลั่งในห้องของบ้านหลังหนึ่ง
เขาไม่รู้ร้อนรู้หนาวเหมือนกับคนอื่น ที่กังวลว่าจะผ่านระลอกถัดไปหรือไม่
แต่เขาสนุกกับตัวเองและโพสท่าไปมาในกระจก ปากพูดชมตัวเองไม่หยุด