“ท่านพ่อ... ท่านพ่อเ้าขา วันนี้ข้ามีข่าวดีเ้าค่ะ ท่านพ่อ...”
ทาริกาน้อยในชุดสตรีสีชมพูอ่อนกรุยกรายวิ่งพลางร้องเรียกหาบิดามาตามทางเดินจนถึงโถงกลางของสำนักมือป้อม ๆ แง้มบานประตูจะก้าวเข้าไปพลันต้องหยุดเมื่อมีเสียงเล็ดลอดออกมาจากภายใน นางแนบหูฟังด้วยความอยากรู้เพราะเสียงฉุนเฉียวของบิดา
ท่านพ่อกำลังเจรจากับใครอยู่...
ทาริกาน้อยรำพึงแล้วเงี่ยหูฟังด้วยความตั้งใจ
“ท่านแม่จะให้ข้าทำเช่นไรเล่าขอรับภรรยาข้าก็ตายไปแล้วบุตรชายสืบสกุลเช่นสำนักอื่นก็หามีไม่”
“แม่ถึงบอกให้เ้าแต่งภรรยาเข้าบ้านอีกสักคนอย่างไรเล่า”
“เช่นนั้นมิได้ขอรับ”
“เหตุใดไม่เ้าไม่อยากมีบุตรชายสืบสกุลหรือ”
“คือข้า...ข้า ข้าสัญญาไว้ก่อนนางตายว่าข้าจะไม่มีอนุ จะรักนางคนเดียว”
“คนตายไปแล้วเหตุใดจึงผูกมัดตัวเองด้วยคำสัญญา” ประมุขชราแห่งหลิวซือซือโต้แย้งทันที
เ้าสำนักอึกอักเมื่อคำตอบนั้นมิใช่หนทางปลายอุโมงค์ที่มารดา้าแต่คำพูดนั้นมิอาจคืนคำได้ “ข้าเชื่อว่าอาเสียะจะต้องเข้าใจในสิ่งที่ข้าทำ”
“เช่นนั้นเ้าก็ต้องให้นางเป็อย่างที่นางถือกำเนิดลูกเ้าควรจะได้ร่ำเรียนวิชาในโรงเรียน มิใช่กักขังไว้แต่ในบ้านเช่นนี้”
“ข้ามิได้ขังลูกข้าสรรหาครูที่ดีที่สุดเผื่อนางนะขอรับ” เ้าสำนักเสียงแข็งเดินไปเดินมาลงฝีเท้าหนัก ๆ อีกทั้งสีหน้าครุ่นคิดก่อนเอ่ยต่อ “มีผู้ใดบ้างไม่รักลูกตัวเอง หากมีมันผู้นั้นเป็คนก็คล้ายมิใช่คนแล้ว”
“แม่จะไม่เถียงกับเ้าแต่แม่ขอยื่นคำขาดว่าอาเสียะควรจะได้รับอิสระ นางควรได้แต่งงานเป็ภรรยาของใครสักคนและที่สำคัญนางควรได้เป็แม่ของเด็กคนหนึ่งเมื่อถึงเวลา”
“ข้า...ข้าเอาสำนักมาเสี่ยงเช่นนั้นมิได้”
“เช่นนั้นก็ไม่ต้องมาพูดกับแม่!”
ประมุขชรากล่าวจบผลุนผลันออกจากห้องคุณหนูน้อยถึงกับหลบวูบด้วยความตระหนก
ท่านพ่อกับท่านย่าทะเลาะกันเพราะนางงั้นหรือ...
ทาริกาน้อยครุ่นคิดในใจ ครั้นจะผลักบานประตูเข้าไปก็มีมือป้อมอวบกว่ามาดึงนางไว้ หลิวเสียะหันขวับไปมองแล้วทำหน้าง้ำเมื่อเห็นหน้าอีกฝ่ายทันที
“อาลี่!เ้า!”
“คุณหนูแอบฟังท่านพ่อกับท่านย่าเจรจากันไม่ดีนะเ้าคะ”
“แล้วเ้าจะให้ข้าทำอย่างไรข้าอยากจะเล่าให้ท่านพ่อฟังว่าข้าเรียนได้คะแนนเต็มนี่นา”
สวี่ลี่ผู้มีเรือนร่างอวบกว่าแต่ความปราดเปรียวไม่เป็รองยกมือปิดปากนายน้อยของตนลากพาตัวออกมาหลบข้างเสาแล้วกระซิบบอก“อย่าเสียงดังสิเ้าคะ”
ทันทีทันใดประตูก็เปิดกว้างหลิวข่ายเยี่ยมหน้าออกมามองกวาดตาซ้ายขวาอย่างระแวดระวังก่อนที่เสียงตามหลังจะดังขึ้น
“ข้าบอกแล้วให้เ้าพูดเบาๆ มีใครอยู่ด้านนอกหรือไม่” ประมุขชราแห่งหลิวซือซือเอ่ย
“ไม่มีผู้ใดขอรับ”
“เ้าแน่ใจนะ”นางสำทับอีกครา
“ขอรับ” เ้าสำนักกล่าวพลางกวาดสายตามองพลันหน้าถอดสีเมื่อเห็นชายกระโปรงพลิ้วไหวที่ข้างกำแพงจึงรีบปิดประตูก่อนประคองมารดาไปนั่งที่เดิมแล้วนั่งลงตามบีบมือนางคล้ายปลอบใจก่อนเอ่ย“ที่ข้าต้องทำเช่นนั้นก็เพื่อรักษาสำนักของเราเอาไว้ สำนักจะมาปิดตัวเพียงเพราะข้าไม่มีบุตรชายสืบทอดกิจการมิได้”
“แต่แม่ไม่เห็นด้วยกับความคิดเ้าเ้าไม่ควรเลี้ยงบุตรีเยี่ยงชาย”
“ข้ารู้ว่าต่อไปลูกข้าต้องแบกภาระมากมายนางต้องเข้าใจขอรับท่านแม่”
“แล้วถ้าลูกเ้าเตลิดไปเล่า”
“ลูกข้ามิมีวันทำเช่นนั้นหรอกท่านแม่อีกหน่อยนางต้องรู้ว่าภาระหน้าที่สำคัญกว่าความสุขส่วนตัวมากนัก”
“แม่ไม่พูดกับคนหัวดื้อเช่นเ้าแล้ว”
ทาริกาน้อยลอบฟังทุกคำด้วยความตระหนกสุดขีดนางล่วงรู้ความนัยของบิดาแล้ว มิน่าเล่านางจึงถูกห้ามไม่ให้ไปโรงเรียนเฉกเช่นคนอื่น
นางสะอื้นไห้เมื่อนึกถึงวันที่ต้องตัดผมสลวยยาวกลางหลังเหลือเพียงผมยาวประบ่าเพื่อรวบมวยผูกผ้าแบบบุตรชายเลิกประแป้งแต่งแต้มสีชาดบนริมฝีปาก เลิกอาบน้ำด้วยน้ำอบปรุง เลิกรัดเท้าและสลัดชุดยาวฮั่นฝูสตรีกรอมเท้าสีหวานแสนสวยออกแล้วแทนที่ด้วยชุดบุรุษกับเสื้อคลุมตัวยาวเยี่ยงชายชาวฮั่นนับแต่นั้น...
นี่คือชะตากรรมที่นางต้องเผชิญ...
เสียงแกรกกรากดังต่อเนื่องรบกวนโสตประสาทไม่พอกลิ่นสาบยังรุนแรงรบกวนและยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ฉุดหลิวเสียะตื่นจากฝันครั้งอดีต นางขยับกายไล่ความเมื่อยขบแค่เพียงเล็กน้อยก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อเท้านางออกแรงดึงแต่กลับรู้สึกถึงบางสิ่งหนักหน่วงตรึงไว้ไม่ให้ทำได้ดังใจ ร่างของนางนอนตะแคงบนพื้นชื้นแฉะมีเพียงกองฟางที่รองรับไม่ให้ตัวเปียกชื้นมากจนเกินไปรอบกายมีเพียงแสงสลัวลอดผ่านซี่ลูกกรงเหนือศีรษะ
นางกลั้นใจผุดลุกนั่งพลันได้กลิ่นสาบคล้ายซากสัตว์เหม็นเน่ารุนแรงจนพาท้องไส้ปั่นป่วน นางยกมือปิดปากกลั้นสำรอกแต่เพราะไม่มีสิ่งใดตกถึงท้องที่ออกมาจึงมีเพียงน้ำเท่านั้นแต่ก็ทำให้ผ่อนคลายที่ตระหนกจนแทบลืมหายใจคือโครงกระดูกและศีรษะมนุษย์มากมายรายล้อมรอบห้อง แทบไม่มีพื้นที่ว่างให้เหยียบยืน
นี่มันเื่บ้าบออันใดกัน!
ด้านนอกที่นางเห็นเต็มไปด้วยโลงศพเก่าหยากไย่ขึ้นรกเรื้อมีโลงหนึ่งที่แปลกไปเป็โลงสีดำสนิทดูไปคล้ายทำจากไม้เนื้อดีสะอาดเอี่ยมที่สุดในบรรดาโลงทั้งหมดอีกทั้งมีธูปปักเป็จำนวนมากต่างจากโลงอื่น
หลิวเสียะผุดลุกนั่งขยับเข้าใกล้ลูกกรงเพ่งมองตราที่ติดอยู่เหนือโลงเห็นเพียงชื่อเขียนด้วยหมึก
มู่เหม่ยอิง...
ชื่อนี้ต้องเป็ศพสตรีแน่แท้แต่นางคือใครหรือที่นี่จะเป็โรงเก็บศพตะวันตกที่ร่ำลือว่าเฮี้ยนหนักหรืออีกทีที่นี่อาจเป็สำนักแม่มดหมอผีที่ราชสำนักกำลังกวาดล้าง...
พลันเสียงแกรกกรากคล้ายโลหะกระทบพื้นเมื่อครู่ก็หยุดลงพร้อมการปรากฏตัวของสตรีเฒ่าผู้หนึ่งนางย่างเท้าแ่เบามาหยุดตรงหน้า ดวงหน้าเหี่ยวย่น ผมเผ้าสีเทารุงรังรวบมวยด้วยผ้าสีดำเหนือศีรษะดูรุ่ยร่ายไม่เป็ทรงชุดสตรีฮั่นฝูผ้าป่านแบบชาวบ้านของนางยังเก่ามอซอทึมเทา
นางยืนหลังค่อมใช้ไม้เท้าพันเถาวัลย์ช่วยพยุงกายพลันดวงตาฝ้าฟางสีเทาปนขาวของนางพุ่งมาประชิดลูกกรงด้วยแววตามาดร้ายแฝงบางอย่างคล้ายพึงใจมุมปากนางแสยะยิ้มก่อนเอ่ยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“ฟื้นแล้วรึ พ่อหนุ่ม”
หลิวเสียะผงะหงายหลังห่างกรงกั้นก่อนเอ่ยเสียงสั่น“ท่านยาย! จับข้ามาด้วยเหตุใด”
นางเฒ่าเหยียดยิ้มมุมปากดวงตาวาววับจับจ้องดวงหน้าจนนางขนคอลุกชันพลันเอ่ย “เ้ารนหาที่เองไม่เคยมีใครหลงเข้ามาถึงนี่แล้วจะได้กลับออกไป”
“ข้าไม่ได้อยากยุ่มย่ามเข้ามาแต่ข้าหลงทางท่านยายปล่อยข้าไปเถอะ”
“กินเสียก่อนจะไม่ได้กิน”
หลิวเสียะยื่นมือรับก้อนขนมปังแห้งที่ยายเฒ่าโยนมาให้ตามสัญชาติญาณนางทั้งหิวโหยเกินกว่าจะมีแรงคิดแก้ไขสิ่งใด แต่ขนมปังทั้งแห้งและเหม็นหืนแม้จะหิวจนท้องร้องเพียงใดแต่ก็เกินทนที่จะฝืนเพียงแค่กัดลงไปคำเดียวนางถึงกับผงะแต่นางเฒ่ากระตุกยิ้มมุมปากพลันหันกลับไปอีกทาง “ท่านยาย! อย่าเพิ่งไป!”นางร้องเรียกสุดเสียงแต่มีเพียงเสียงหัวเราะบ้าคลั่งลอยตามลมมา
ร่างอรชรวาดเท้ากวาดเศษโครงกระดูกและกะโหลกศีรษะออกห่างก่อนจะทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิมองก้อนขนมปังในมือและทุกสิ่งรอบกายแล้วให้น้ำตาไหลออกมาด้วยความหวาดกลัว
ท่านพ่อ...ลูกขออภัยที่ทำสิ่งที่คาดหวังมิได้...
นางหลั่งน้ำตาออกมาจนได้มือสั่นระริกล้วงหยิบมีดพกที่ชายกางเกงมาจ่อบริเวณที่ถูกตรึงด้วยโซ่ขนาดใหญ่คมมีดปลายแหลมของมันจ่อตรงข้อต่อโซ่แต่มันช่างแข็งแรงเกินกว่าที่มีดเล่มเล็กเท่านี้จะแก้ได้
หากลงแรงหนักเกินไปอาจพลาดโดนขาหากเกิดาแหรือหากนายตายไปด้วยเืหมดตัวใครเล่าจะเห็นหรือรู้ได้คุณชายน้อยถอยหายใจเฮือกใหญ่ ได้แต่หลับตาปี๋ก่อนจะเงื้อมีดสุดมือปักลงไปทันที...
ร่างอรชรในคราบคุณชายรวบรวมสติลุกได้ในนาทีสุดท้ายะโเกาะซี่ลูกกรงไม้ท่อนใหญ่แม้จะสุดปลายขาแม้จะเจ็บข้อเท้าแทบขาดใจแต่สามารถหลบสิ่งมีชีวิตสีดำมันปลาบที่ขดตัวดิ้นทุรนทุรายเมื่อโดนมีดปลายแหลมปักกลางหัวทันก่อนเขี้ยวแหลมคมยาวของมันจะพุ่งตามขึ้นมาฝังคมเขี้ยวลำตัวของมันดิ้นพล่านปัดป่ายไปมา ปลายหางตวัดรัดรึงไปทั่วกวาดทั้งโครงกระดูกกะโหลกศีรษะที่กองเกลื่อนพื้นกระเด็นกระดอนด้วยความดันทุรังเฮือกสุดท้าย
เสียงกรีดร้องโหยหวนของยายเฒ่าท่าทางสติวิปลาสดังไม่หยุดตามมาด้วยร่างงุ้มงอเมื่อครู่พุ่งเข้ามาจิกเล็บลงบนแขนนางที่กำลังกอดลูกกรงแน่น
“ไอ้คนต่ำช้า!” นางกรีดร้องโหยหวน“เ้ากล้าทำร้ายอาเหม่ยของข้า!”
“โอ๊ย! ท่านยายปล่อยข้า! ข้าเจ็บ!”
“เจ็บแค่นี้น้อยกว่าที่เ้าทำกับลูกข้า!” นางแยกเขี้ยวใส่จนเห็นฟันกระดำกระด่าง ดวงตาวาววับน่ากลัว
หลิวเสียะสะบัดแขนออกมือทั้งสองไร้ที่เกาะกุมพลัดตกลงข้างซากงูมันปลาบโดยไม่ทันตั้งตัวเพียงสบดวงตาสีทองของมันก่อนที่ลมหายใจมันจะขาดห้วง นางเห็นภาพสีหน้าตระหนกสุดขีดของตัวเองสะท้อนอยู่ภายในดวงตาสีเพลิงคู่นั้น
“ไอ้คนสารเลว!” นางเฒ่ากระชากลูกกรงพลันยื่นหน้ามาใกล้“เ้ากล้าฆ่าลูกสาวข้า! เ้าสมควรตาย”
“ช้าก่อนท่านยาย! มันเป็แค่งูท่านยายเข้าใจสิ่งใดผิดไปหรือไม่” นางละล่ำละลักบอก
“เ้าอย่ามาว่าลูกข้า” นางตะคอกดวงตากร้าวแทบจะบีบคออีกฝ่ายให้แหลกคามือหากทำได้
“มันไม่ใช่คน หากท่านยายยังเลี้ยงเอาไว้ สักวันมันจะทำร้ายท่านเหมือนที่ทำร้ายข้า”
“อย่ามาสู่รู้! อีกไม่กี่ชั่วยามพิธีของข้าก็จะเสร็จสิ้นลูกข้าจะกลายร่างกลับเป็มนุษย์แล้วอยู่กับข้าตลอดไป เ้าจะเป็คนสุดท้ายที่ใช้หนี้เืแก่ลูกข้าในคืนจันทร์เต็มดวงแต่เ้ากลับฆ่าลูกข้าตาย”
“ข้ามิได้ตั้งใจ มันหมายจะทำร้ายข้าจึงต้องป้องกันตัว”
“อย่ามาแก้ตัว! ถึงตายข้าก็ไม่ปล่อยเ้า!” นางเฒ่าประกาศก้อง มือเหี่ยวย่นสั่นระริกไขประตู
หลิวเสียะผงะเมื่อมองเห็นที่บั้นเอวนางมีขวานคมกริบจึงรีบมองหาทางหนีทีไล่แต่เพราะขายังติดกับโซ่ตรวนขนาดใหญ่ จึงได้แต่ถอยหนีสุดปลายโซ่พลันยกขาสะบัดเร่า ๆแต่โซ่ตรวนหาใช่เชือกถึงจะใช้มีดฟันแล้วขาดได้อย่างใจ
ดวงหน้านวลซีดเซียวเมื่อยายเฒ่าวิปลาสเปิดประตูเข้ามายืนจังก้าเหยียดยิ้มดวงตาวาววับจ้องนางด้วยความอาฆาต
หึหึ...
“คิดจะหนีงั้นรึ” นางคำรามลั่นตาขวางน่ากลัวยิ่ง
หลิวเสียะหวาดกลัวถอยหลังลนลานเมื่ออีกฝ่ายหยิบขวานจากบั้นเอวมากระชับมั่นนาทีนี้แม้แต่ดาบอาวุธคู่กายนางก็หายไป ทั้งมีดสั้นที่พกไว้ก็อยู่สุดมือเอื้อมไม่สามารถหยิบได้นางได้แต่ละล่ำละลักตอบ
“ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะท่านยาย”
“ปล่อยเ้างั้นรึ อย่าหวังเลย! เ้าต้องตายตกตามลูกข้า”
นางเงื้อขวานเหนือศีรษะหมายฟันฉับให้ตรงร่างที่หนีจนชิดผนังคุณชายน้อยยกมือป้องอย่างยอมรับชะตากรรม ฉับพลันเสียงก็ดังมาจากด้านหลังเป็เสียงคร่ำครวญประหลาดที่ทำให้สตรีต่างวัยทั้งสองหันขวับตามเสียง
“ท่านแม่!”
“ใคร?” ยายเฒ่าวิปลาสหันขวับไปมองพลันดวงตานางก็เบิกกว้างเมื่อเห็น “เ้า! เ้าคือ”
ท่านแม่อย่าทำนางเลย ข้าอยู่นี่แล้ว”
“เ้า! อาเหม่ยลูกแม่หรือ เ้ากลับมาหาแม่แล้วใช่หรือไม่”นางคร่ำครวญมือไม้อ่อนจนปล่อยขวานทิ้งลงพื้น ก้าวโขยกเขยกเหมือนคนไร้เรี่ยวแรงผิดกับเมื่อครู่ที่พละกำลังมหาศาลชนิดหน้ามือเป็หลังมือ“มาให้แม่ดูหน้าเ้าชัด ๆ หน่อย”
“อาเหม่ยคิดถึงท่านแม่มากเหลือเกิน”
สตรีในชุดกรุยกรายสีชมพูอ่อนนั้นเยื้องย่างเข้ามาใกล้นางหวนไห้ปิดหน้าปิดตาคุกเข่าก้มหน้าอยู่นอกกรงขัง พอร่างงองุ้มก้าวออกไปหา หลิวเสียะพลันถอนหายใจโล่งอกพุ่งไปคว้าขวานมาจับกระชับมือแต่ยังคอยดูทีท่าหญิงชรากับดวงหน้าหญิงที่เรียกตัวเองว่าอาเหม่ยช่างคุ้นแววตาอย่างน่าประหลาด...
แต่นางไม่มีเวลาคิดนานนักเมื่ออีกฝ่ายกล่าวเสียงขื่นขมปนเศร้าสร้อย
“อาเหม่ยลูกแม่... แม่คิดถึงเ้าเหลือเกิน”
นางเฒ่าเอื้อมมือสั่นเทาจับไหล่สองข้างประคองให้ลุกยืนพลันร่างนั้นเงยหน้าแต่ยังมีผ้าแพรผืนบางคลุมั้แ่จมูกลงไป นางถึงกับชะงักแล้วถามด้วยความเป็ห่วง
“เหตุใดไม่พูดกับแม่เ้า น้ำเสียงยังอู้อี้ประหลาดเช่นนั้น”
“ข้าไม่สบาย ท่านแม่ต้มยาให้ข้ากินได้หรือไม่” ตอบพลางไอจนตัวโยน “ข้าเจ็บเหลือเกินท่านแม่เ็ปรวดร้าวไปทั้งเนื้อตัว”
“เพราะไอ้คนต่ำช้านั่น!” นางเกรี้ยวกราดชี้หน้าคาดโทษคุณชายน้อยแห่งหลิวซือซือ“มันทำร้ายเ้า แม่จะให้มันเ็ปทรมานยิ่งกว่าตายทั้งเป็!”
หลิวเสียะฟังแล้วถึงกับสะดุ้งรีบซ่อนขวานไปด้านหลังแล้วเอียงคอมองร่างนั้นค่อยๆ เงยหน้าส่งสายตายียวนให้นาง เพียงเท่านี้นางก็จำได้จนติดตา
“เ้า! เ้าคนจร”
รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นบนใบหน้าใต้ผ้าคลุมดวงตาคมถลึงใส่มองไปที่ขวาน หลิวเสียะรับรู้ว่าอีกฝ่ายแกล้งดึงเวลาให้ก็เงื้อขวานขึ้นสุดแรงฟาดลงตรงกลางข้อต่อโซ่จนขาดออกเป็สองท่อน
ยายเฒ่าวิปลาสหันขวับด้วยความใเมื่อเห็นนักโทษของนางพุ่งออกมานอกประตูพร้อมขวานและโซ่ที่ข้อเท้านางถึงกับกรีดร้องลั่นกระโจนเข้าใส่
“ไอ้คนสารเลว แกตาย!”
ร่างอรชรในคราบคุณชายไม่ทันตั้งตัวถูกนางเฒ่ากระโจนเข้าบีบคอจนหงายหลังร่างเล็กกว่าแต่พลังมหาศาลเนื้อตัวมอมแมมกลิ่นสาบฟุ้งกำจายคร่อมร่างนางไว้ไม่พอจิกเล็บยาวเฟื้อยจนนางเริ่มหายใจไม่ออก
หยางซุนหยางในชุดสตรีถลกกระโปรงขึ้นเหนือเข่าะโพรวดเดียวพุ่งเข้ากอดเอวนางเฒ่าดึงออกมาจนหงายหลังไปด้วยกัน
“ปล่อยข้า! ปล่อย” นางะโลั่น
เรี่ยวแรงพละกำลังหญิงชรามาพร้อมแรงอาฆาตศอกใส่ท้องจนอีกฝ่ายคลายมือเพราะจุกเกินบรรยายพอตั้งตัวได้ก็ผุดลุกยืนคว้ามีดปังตอเล่มยาวคมปลาบใกล้มือก้าวเข้าหาร่างในชุดสตรียกสองมือปัดป้องพลันยกเท้าขึ้นถีบท้องจนนางผงะ
“พอได้แล้ว! ปล่อยพวกข้าไป ข้าไม่อยากทำร้ายหญิงสติวิปลาสเช่นเ้า”หยางซุนหยางประกาศกร้าว
“เ้า! เ้าทำร้ายแม่” นางเฒ่าวิปลาสอุทานตาเรียวหรี่เมื่อครู่เบิ่งกว้างเมื่อได้ยินเสียงแท้จริงของอีกฝ่าย “เ้าโกหกข้า เหตุใดแกล้งปลอมตัวเป็อาเหม่ย”
“เ้าบ้าไปแล้วอาเหม่ยที่ไหนกันเล่า นั่นมันงูชัด ๆ”
“ไอ้คนชั้นต่ำ! กล้าว่าลูกข้าตายเสียเถอะ!”
ขาดคำนางเงื้อปังตอสุดมือแต่ไม่ทันฟันลงมาก็ต้องผงะปังตอหลุดจากมือปักลงบนกระโปรงพลิ้วกลางหว่างขาลูกสาวกำมะลอ
หยางซุนหยางถึงกับตาค้างตัวแข็งทื่อก่อนจะตั้งสติเอาศอกทั้งสองข้างยันพื้นหยัดตัวขึ้นมองปังตอพิฆาตมันเฉียดความเป็ชายของเขาเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด ทันใดร่างยายเฒ่าวิปลาสก็ล้มคว่ำสลบเหมือด
“เ้าเป็อย่างไรบ้าง”
หลิวเสียะโยนไม้ท่อนใหญ่ที่เมื่อครู่นางใช้เป็อาวุธตีบนกลางหลังอีกฝ่ายสุดแรงทิ้งแล้วถลาคุกเข่า
หยางซุนหยางส่ายหน้าระรัวก่อนตอบ “เฉียดลูกชายข้าไปแค่ไม่ถึงเสี้ยวของครึ่งก้านธูป”
หยางซุนหยางดึงปังตอออกก่อนจะผุดลุกยืนก้มมองดูกระโปรงขาดวิ่นทะลุหน้าหลังยังดีที่มีกางเกงซ้อนในอีกชั้น มิเช่นนั้นภาพที่เห็นอาจอุจาดตากว่านี้
“บอกแล้วว่าข้ายังมิได้แต่งศรีภรรยา หากลูกชายข้ามีอันเป็ไปใครจะรับผิดชอบ”
“ข้าเกลียดคำพูดของเ้านัก” นางหน้างอบ่นอุบอิบ
“อีกหน่อยเ้าจะชินไปเอง” หนุ่มพเนจรกระซิบเบาๆ
“ข้าเบื่อที่เ้าชอบทำตัวเป็นกกระจอกชอบโต้คารมเหยี่ยว”
หลิวเสียะค้อนใส่ก่อนพยุงร่างอีกฝ่ายเอาไว้ให้ทรงตัวหยางซุนหยางถึงกับกลืนน้ำลายเมื่อสายตาสบเข้ากับผ้าพันอกที่แลบออกมาจากสาบเสื้อของนาง
กว่าร่างอรชรในคราบชายจะรู้ตัวว่าถูกสายตาโลมเลียก็เมื่อััคล้ายน้ำหยดลงบนหลังมือที่ประคองพอนางก้มลงมองกลับกลายเป็สีแดง
“เืกำเดาเ้าไหลแล้ว... เ้าคนจร!”
++++++++++++++++++++++++++++
ขอฝากนิยายด้วยค่า ^__^