กว่าจะถึงบริษัทที่ธีรชัยทำงานอยู่ก็เลยเวลาเลิกงานของเขาไปแล้วรัชพงษ์จึงได้ขับรถเข้าไปจอดลงที่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้ๆนั้นตามที่น้องชายได้โทรมาบอกล่วงหน้าว่าจะรออยู่ที่นั้นชายหนุ่มลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในร้านอาหารและหลังจากที่มองหาอยู่นิดหนึ่งเขาก็พบน้องชายยกมือส่งสัญญาณให้เห็นเขาจึงเดินเข้าไปหาซึ่งธีรชัยนั่งอยู่กับหญิงสาวคนหนึ่ง
“นั่งสิครับพี่จ๋า”
ธีรชัยบอก รัชพงษ์พยักหน้ารับแล้วเข้าไปนั่งลงที่เก้าอี้ตัวหนึ่งซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับหญิงสาวแต่หันหลังให้กับประตูทางเข้าร้าน
“สวัสดีค่ะ”
หญิงสาวคนนั้นยกมือไหว้เขา
“แล้วนี่ก็น้องกรครับพี่จ๋า หรือชื่อเต็มๆว่า กัลยากร”
ธีรชัยบอกกับพี่ชาย ซึ่งรัชพงษ์ก็ยกมือรับไหว้หญิงสาวรูปร่างบอบบางผิวขาว ใบหน้าหวานซึ้งนั้น ก็น่ารักอย่างนี้นี่เล่า น้องชายของเขาถึงได้คลั่งไคล้เอาอย่างหนัก
“แล้วนี่เราจะไปกันได้หรือยัง”
รัชพงษ์ถามตามประสาที่ไม่ใช่คนใจเย็น
“ไปไหนกันค่ะ”
กัลยากรถามขึ้นอย่างแปลกใจ
“อ้าว นี่แกยังไม่ได้บอกน้องเขาเหรอ”
รัชพงษ์หันไปถามน้องชายอย่างแปลกใจยิ่งกว่า
“แหะ แหะ ยังเลยครับ ผมไม่กล้า”
ธีรชัยตอบเสียงอ่อยพร้อมกับยิ้มแหยๆและส่ายหน้า
“โธ่เอ๊ย ไอ้จ๊ะ แกนี่ไม่สมกับที่เกิดมาเป็น้องของฉันเลยจริงๆ”
ว่าน้องชายแล้วรัชพงษ์ก็หันไปกล่าวกับกัลยากร
“คือนายจ๊ะเขาไปเล่าให้พี่ฟังว่าเขาชอบน้องมาก อยากคบเป็แฟน และวางแผนว่าจะขอแต่งงานด้วยในอนาคต”
นายทหารหนุ่มพูดปาวๆอย่างไม่สนใจน้องชายที่อายจนหน้าแดงและได้พยายามจะห้ามเขาไม่ให้พูดอะไรที่ขวานผ่าซากจนเกินไปอย่างนี้
“พี่จ๋า”
ธีรชัยเรียกพร้อมกับสะกิดต้นแขนของพี่ชายถี่ยิบ
“อะไรของแกอีกว่ะ” พี่ชายหันไปถลึงตาดุใส่น้องชายก่อนที่จะกล่าวต่อไป “แต่ทีนี้นายจ๊ะเขาบอกพี่ว่าความสัมพันธ์นี้มีพี่สาวของน้องคอยกีดกันขัดขวางอยู่ใช่ไหม พี่ก็เลยคิดว่าจะพานายจ๊ะไปพูดกับพี่สาวของน้องให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย ว่าน้องนั้นโตแล้ว ไม่ควรที่จะมาทำเข้มงวดด้วยขนาดนี้ ถึงตัวเองจะเป็สาวทึนทึกแก่ขึ้นคานไม่มีใครเอายังไงก็ไม่ควรที่จะมาบีบบังคับให้น้องต้องขึ้นคานไปเหมือนตัวเองอย่างนี้”
เสียงของรัชพงษ์นั้นไม่เบาเท่าไหร่เลย เรียกว่าใครที่อยู่ในบริเวณนี้ก็ได้ยินไปหมดนั้นแหละ
“พี่ค่ะ”
กัลยากรทำสีหน้าหวาดๆพร้อมกับพยายามจะห้ามเขาอีกคนขณะมองข้ามไหล่ของเขาออกไปทางประตูหน้าร้าน แต่ชายหนุ่มก็ดูเหมือนจะยังไม่รับรู้สัญญาณอะไรทั้งสิ้นเขายังคงพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงที่ดังในระดับเดิม
“เพราะมันแสดงให้เห็นว่าพี่สาวของน้องนั้นเห็นแก่ตัวมากเกินไป มีอย่างที่ไหน ชอบก้าวก่ายกับชีวิตของคนอื่นมากเกินไปจนเหมือนเป็โรคจิต น้องกรเองก็ต้องรู้จักทำจิตใจให้เข้มแข็งน่ะ เราโตแล้ว บรรลุนิติภาวะแล้ว เรามีสิทธิ์ที่จะเลือกทางเดินของชีวิตด้วยตัวเองได้แล้ว ไม่จำเป็ต้องคอยอยู่แต่ในโอวาทของยัยเพิ้งนั้นไปตลอดชีวิต”
จบคำพูดนั้นของรัชพงษ์ ก็ได้มีหญิงสาวแสนสวยรูปร่างโปร่งระหงคนหนึ่งเดินเข้ามาใช้สองมือตบโต๊ะที่พวกเขานั่งอยู่นั้นอย่างแรงจนทุกคนถึงกับสะดุ้ง
“จะให้เลือกทางเดินที่คนสมองฝ่ออย่างพวกคุณกำลังชักจูงให้เข้ารกเข้าพงไปอย่างนั้นใช่ไหม”
เธอผู้นั้นกล่าวอย่างเกรี้ยวกราด สายตาที่จ้องมองรัชพงษ์นั้นแทบจะลุกเป็ไฟทีเดียว
“นี่คุณ หัดมีมารยาทหน่อยสิ ทำเสียงดังอย่างนั้นรบกวนคนอื่นเขารู้ไหม แล้วนี่คุณมีสิทธิ์อะไรถึงมาว่าผมอย่างนั้นด้วย”
รัชพงษ์ย้อนกลับไปอย่างไม่หวั่นเกรงในขณะที่ธีรชัยทำสีหน้างงๆและกัลยากรทำหน้าเหมือนจะร้องไห้