ตอนที่ 9โรคเบื่ออาหาร
หร่วนหยวนหยวนไม่เคยเครียดแบบนี้มาก่อนราวกับที่ปลายตะเกียบของเยี่ยหรงเจินคีบไม่ใช่อาหาร แต่เป็หัวใจของเธอ
เยี่ยหรงเจินจะกินลงไปไหม
เยี่ยหรงเจินกินลงไปแล้ว
ท่าทางการกินของเขาสง่างามและละเมียดละไมแต่เหมือนไม่ใส่ใจ อีกทั้งยังเน้นเคี้ยวให้ละเอียดและกลืนช้าๆหร่วนหยวนหยวนดูแล้วก็หน้าแดงขึ้นมาทันที ตอนที่เธอสตรีม ถึงแม้ท่าทางการกินของเธอไม่นับว่าน่าเกลียดแต่เมื่อเปรียบเทียบกับเยี่ยหรงเจินแล้ว เธอเหมือนหมาป่าเขมือบเสือเลยทีเดียว[1]
ด้านหนึ่งพ่อบ้านกำลังสังเกตการเคลื่อนไหวของเขาอย่างสงบ เมื่อเห็นเยี่ยหรงเจินขยับตะเกียบสีหน้าแปลกใจเล็กน้อยก็ปรากฏขึ้นแล้วหายไปทันที ตามมาด้วยสีหน้าโล่งใจแทน
หร่วนหยวนหยวนสังเกตสีหน้าพ่อบ้านรู้ว่าเขาไม่ได้หลอกตนเอง เยี่ยหรงเจินน่าจะเป็โรคเบื่ออาหารจริง พ่อบ้านจึงค่อยแอบโล่งใจ
เยี่ยหรงเจินกินอาหารไปหนึ่งคำแล้วก็หยุดชะงัก ขมวดคิ้วเล็กน้อย
ใจของหร่วนหยวนหยวนกระตุกรู้สึกกังวลใจมาก หรือเขาคิดว่าอาหารไม่อร่อย
อึดใจต่อมาหร่วนหยวนหยวนก็ล้มเลิกความคิดนี้ เพราะเยี่ยหรงเจินจับตะเกียบขึ้นมาแล้วกินต่อ
เขากินช้ามากแต่ไม่หยุดเคลื่อนไหว กินทีละคำๆ จนกินซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานหมดจานโดยไม่รู้ตัว
สีหน้าของพ่อบ้านยังนับได้ว่าสงบแต่สายตากลับเบิกกว้างเล็กน้อยเพราะตกตะลึง
หร่วนหยวนหยวนก็ตะลึงเล็กน้อยเยี่ยหรงเจินถึงกับกินซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานจนหมดจาน เขาเป็โรคเบื่ออาหารไม่ใช่เหรอ
“คุณชาย...”
พ่อบ้านที่อยู่อีกด้านตื่นเต้น
“ยอดเยี่ยมมากยอดเยี่ยมมาก”
หร่วนหยวนหยวนมองท่าทางโอเวอร์ของพ่อบ้านแล้วจะหัวเราะก็ไม่ได้จะร้องไห้ก็ไม่ออก แต่เมื่อเธอคิดอีกมุมหนึ่งถ้าคนที่เธอห่วงเป็โรคเบื่ออาหารไม่ยอมกินอะไร แล้วมีวันหนึ่งยอมกินอาหาร เธอก็น่าจะตื่นเต้นเหมือนกัน
“ในที่สุดคุณชายก็ยอมกินอาหารแล้ว”พ่อบ้านพูดด้วยสีหน้าภูมิใจ “นายท่านต้องดีใจแน่ๆ”
เมื่อเห็นว่าเยี่ยหรงเจินขยับตะเกียบไปทางอาหารจานต่อไปในที่สุดหร่วนหยวนหยวนก็รวบรวมความกล้าถามขึ้นอย่างระมัดระวัง “เป็ยังไงบ้างรสชาติใช้ได้ไหมคะ”
เยี่ยหรงเจินเหลือบตาขึ้นมองหร่วนหยวนหยวนสีหน้าเ็ามองไปยังหร่วนหยวนหยวนที่มีสีหน้ากระวนกระวายและรอคอย หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งจึงเปิดปากพูด “ไม่รู้สิ”
หร่วนหยวนหยวนตะลึง“ไม่รู้เหรอ”
เยี่ยหรงเจินหลุบตาลงพูดเสียงเรียบ “ผมไม่ได้กินอะไรนานแล้ว ลิ้นเลยแยกแยะรสชาติไม่ออก”
หร่วนหยวนหยวนกะพริบตาแล้วจึงได้สติที่แท้เพราะว่าเยี่ยหรงเจินไม่ได้กินอาหารนานมากจึงแยกแยะรสชาติอาหารที่เธอทำไม่ออก ในใจเธอรู้สึกเห็นใจไม่น้อยไม่ว่าจะกินอาหารเลิศรสขนาดไหน แต่ก็ไม่รับรู้รสชาติ น่าสงสารจริงๆ แต่มีปัญหาแล้วเยี่ยหรงเจินไม่รับรู้รสชาติ แล้วทำไมจึงกินซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานจนหมดจาน
หร่วนหยวนหยวนเต็มไปด้วยความสงสัยแต่เห็นเยี่ยหรงเจินไม่หยุดเคลื่อนไหว จนกินยำแตงกวากับหน่อไม้หมดจานอย่างรวดเร็ว
ตอนแรกเธอก็ไม่ได้รู้สึกอะไรแต่หลังจากเห็นเยี่ยหรงเจินกินยำแตงกวากับหน่อไม้ทั้งจานต่อหน้าต่อตาแล้วยังจัดการเนื้อวัวมะนาวจนหมดอีก ในที่สุดเธอก็รู้สึกว่ามีอะไรไม่ถูกต้องถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้กินอะไรมานานจนท้องว่างแต่กินทีเดียวเยอะขนาดนี้จะเกินไปหน่อยไหม อีกอย่างปกติแล้วคนที่ไม่ได้กินอาหารนานๆกระเพาะต้องอ่อนแอสิถึงจะถูก จะกินอะไรลงไปมากมายขนาดนี้ได้ยังไง
หร่วนหยวนหยวนยืนมองเยี่ยหรงเจินกินอาหารอย่างละเมียดละไมทีละคำจนหมดทั้งโต๊ะ
อาหารทั้งโต๊ะถูกกินจนหมดเกลี้ยง!
หร่วนหยวนหยวนเบิกตาโตเดิมทีเธอไม่คิดจะทำอาหารมากขนาดนี้ เพราะว่าเยี่ยหรงเจินกินแค่คนเดียวถ้าเธอทำมากแล้วกินไม่หมดก็จะสิ้นเปลือง แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าห้องครัวในฝันที่มีเครื่องครัวและวัตถุดิบครบครันเธอก็หยุดไม่ได้ เผลอเดี๋ยวเดียวก็ทำออกมาจำนวนมากเธอคิดไว้ว่าอาหารที่ทำเสร็จแล้วต้องเสียของแน่ไม่คิดว่าคนอย่างเยี่ยหรงเจินจะกินของเหลือ แต่เธอก็คิดไม่ถึงว่าเขาจะกินอาหารที่เธอทำจนหมดเกลี้ยงอาหารโต๊ะนี้ครอบครัวขนาดสามคนสามารถกินได้ทั้งวันเลยนะ
เยี่ยหรงเจินจะกินเก่งเกินไปแล้ว
ขณะที่หร่วนหยวนหยวนกำลังแอบประหลาดใจอย่างมากเยี่ยหรงเจินก็วางถ้วยซุปเปรี้ยวเผ็ดเรียกน้ำย่อยกินอยู่ลง ในถ้วยว่างเปล่าไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว หลังจากนั้นเขาก็หยิบผ้าเช็ดปากที่พ่อบ้านส่งมาให้จากอีกด้านเช็ดปากอย่างละเมียดละไม
เมื่อจัดการเรียบร้อยแล้วเยี่ยหรงเจินก็มองมาทางหร่วนหยวนหยวน ในที่สุดก็เริ่มเปิดปากขึ้นก่อน“ผมไม่ได้กินอะไรมานานมากแล้ว”
หร่วนหยวนหยวนกะพริบตา
“เมื่อก่อนผมเคยเชิญพ่อครัวใหญ่มามากมายแล้วก็ไปเองหลายที่ แต่ไม่ว่าจะเป็อาหารที่ใครๆ ก็ชมว่าอร่อยขนาดไหน หรือเป็อาหารชั้นยอดระดับโลกแม้แต่อาหารกินเล่นริมทางของเด็กประถมไม่ว่าจะใช้วัตถุดิบที่ดีที่สุดจากทั่วทุกมุมโลก จะใช้เครื่องครัวชั้นสูงราคาแพง หรือใช้พ่อครัวชั้นเลิศที่มีรางวัลการันตีมากมาย”เยี่ยหรงเจินพูดช้าๆ “เมื่อเห็นอาหารพวกนั้น ผมไม่มีความคิดอยากจับตะเกียบถึงจะฝืนใจกินลงไป ก็ไม่รับรู้รสอะไร เหมือนกำลังเคี้ยวเทียนไข”
หร่วนหยวนหยวนอดพูดขึ้นมาไม่ได้“อย่างนั้นก็น่าสงสารจริงๆ” สำหรับคนที่โปรดปรานอาหารเช่นเธอแล้ว ถ้าวันหนึ่งเป็โรคเบื่ออาหารแล้วสูญเสียการรับรสคงเหมือนฟ้าถล่มลงมาชัดๆ
เยี่ยหรงเจินไม่ได้ว่าอะไรยกมุมปากขึ้น “แต่มีวันหนึ่ง ผมเห็นสตรีมทำอาหารของคุณ หลังจากนั้นผมก็เกิดอยากจะกินอาหารขึ้นมาทันที”
หร่วนหยวนหยวนจึงเข้าใจทันที“ดังนั้นความหวังของคุณคืออยากกินอาหารที่ฉันทำแต่ว่าอาหารที่ฉันทำไม่มีอะไรพิเศษนะ” แม้ว่าเธอจะปรับปรุงสูตรอาหารจากคนอื่นได้ แล้วเพิ่มเติมความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองลงไปแต่ไม่ถึงกับทำให้คนที่เป็โรคเบื่ออาหารมาหลายปีเกิดความอยากอาหารรุนแรงขึ้นมาได้หรอกที่สำคัญก็คือเธอไม่คิดว่าคนที่กินอาหารเลิศหรูมาแล้วรอบโลกจะรู้สึกว่าอาหารของเธอพิเศษมากมาย
เยี่ยหรงเจินจ้องหน้าหร่วนหยวนหยวนอยู่ครู่หนึ่งแม้ว่าเธอจะไม่ใช่พวกคลั่งไคล้เขาในเวยป๋อ แต่เมื่อถูกเขามองก็หน้าแดงระเรื่อในขณะนั้นเอง เขาก็หัวเราะขึ้นมาเบาๆ “ผมก็ไม่รู้ว่าเป็เพราะอะไร”
“เอาเถอะขนาดตัวคุณเองยังไม่รู้ว่าเป็เพราะอะไร ฉันก็ยิ่งไม่รู้ว่าทำไม”หร่วนหยวนหยวนยิ้มหวานให้เยี่ยหรงเจิน รอยยิ้มของเธอทำให้คนรู้สึกดีด้วยได้ง่าย “แต่ถ้าอาหารที่ฉันทำรักษาโรคเบื่ออาหารของคุณได้ก็ดีมากนี่ก็เป็การยืนยันฝีมือการทำอาหารของฉัน”
“ดังนั้น”
เยี่ยหรงเจินมองไปทางหร่วนหยวนหยวนแล้วถามขึ้นทีละคำ“คุณยอมเป็เชฟส่วนตัวให้ผมไหม”
หร่วนหยวนหยวนอึ้งไปเมื่อครู่เธอไม่ได้ฟังผิดใช่ไหม เยี่ยหรงเจินถึงกับให้เธอเป็เชฟส่วนตัว
เยี่ยหรงเจินประธานเยี่ยซื่อกรุ๊ปอันสูงส่ง ต้องหารให้เธอเป็เชฟส่วนตัวเขา
เชฟส่วนตัวเหรอ
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/Z212c5-ท่านประธานเทาเที่ยที่รัก-?r=search_article
[1] เปรียบเทียบการกินอย่างตะกละตะกราม