ตอนที่3
มากกว่าเพื่อน
เริ่มงานวันแรกตาลได้รู้จักกับคุณกรที่เป็หัวหน้า เป็การพบกันครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้คนสัมภาษณ์เป็ฝ่ายบุคคลเธอรู้เพียงแค่ว่าหัวหน้าเป็ผู้ชายวัย 36 ซึ่งแก่กว่าเธอถึง 14 ปีแต่เธอไม่คิดว่าคุณกรจะยังดูหนุ่มและหล่อมากขนาดนี้ เลขาคนเก่าคุณอรยังคงทำงานอยู่เธอจะอยู่สอนงานอีกถึงสิ้นเดือนนี้ หรืออีกแค่เพียง 6 วันเท่านั้นด้วยความเป็เด็กเพิ่งจบ เธอไม่มีประสบการณ์อะไรเลยนอกจากภาษาที่ดี ทำให้มีเื่ต้องคอยบอกเยอะมากอยู่แต่อรก็สอนเธออย่างใจเย็น
ตาล : ทำไมถึงออกล่ะคะ ได้งานใหม่เหรอ?
อร : ใช่ ก็ตามปกติแหละ เดี๋ยวพอเธอทำงานเก่งขึ้นเธอก็จะอยากได้งานใหม่ที่ได้เงินเดือนเยอะกว่าไม่มีบริษัทไหนเขาให้เงินเธออย่างก้าวะโหรอก ต่อให้เก่งแทบตายก็เถอะ
ตาล : คุณกรแกดุรึเปล่าค่ะ ตอนแรกนึกว่าแกจะแก่กว่านี้
อร : ไม่เลย ใจดีมากจนน่ากลัวเลยแหละ
ตาล : ใจดีแล้วทำไมต้องกลัวล่ะคะ
อร : ก็กลัวจะตกหลุมรักไง (หัวเราะชอบใจ)
ตาล : เอ...ไม่ใช่ว่ามีภรรยาแล้วเหรอคะ
อร : เคยมีมา 2 คนแล้ว หย่ากันทั้ง 2 รอบ ก็อย่างว่าแหละ หล่อ รวยพร้อมทุกอย่าง ผู้หญิงที่ไหนก็อยากเข้าหา ปกติไม่ค่อยรับเลขาสวยๆอย่างเธอหรอกนะเพราะกลัวจะมีปัญหา ครั้งนี้ไม่รู้ทำไมฝ่ายบุคคลถึงเลือกเธอ
ตาล : (ทำท่าแปลกใจและยิ้มรับเล็กน้อย) อย่างนั้นเหรอคะ
วันที่สามของการทำงานกรมีนัดคุยกับลูกค้าข้างนอกทั้งอรและตาลต้องไปด้วยกรเป็คนขับรถไปเองโดยให้ตาลนั่งข้างหน้าและอรไปนั่งข้างหลังตาลงงเล็กน้อยเพราะคิดว่าน่าจะมีคนขับรถให้หรืออย่างน้อยเลขาอย่างอรก็น่าจะเป็คนขับให้ แต่กลับเป็กรขับให้เลขานั่งกันสองคนแถมยังให้เธอมานั่งหน้าอีก
กร : ผมชอบไปไหนมาไหนเองน่ะ ขับเองมันสะดวกกว่าไม่ต้องรอ
กรพูดออกมาราวกับว่าอ่านใจตาลออกว่ากำลังคิดอะไรเธอได้แต่พยักหน้าตอบรับและนั่งนิ่งๆจนไปถึงที่นัดหมายเหมือนลูกค้าจะเป็ชาวต่างชาติแทบมาเลเซีย บริษัทของกรขายเครื่องสำอางและส่วนผสมต่างๆทั้งในประเทศและส่งออก จึงมีหลายครั้งที่ต้องติดต่อกับชาวต่างชาติส่วนใหญ่อยู่ในแทบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มิสเตอร์หวังก็เป็ลูกค้าหลักของบริษัทนี้ เขามาที่นี่เพื่อคุยและเจรจาการค้าหลายครั้งพอเขาเห็นตาลเขาก็เดินเข้ามาทักทายทันทีด้วยความเป็คนที่ไม่กลัวใครแต่ไหนแต่ไรของตาลเธอตอบรับอย่างมั่นใจและสามารถพูดคุยสนทนากับมิสเตอร์หวังได้เป็อย่างดี แถมเขายังส่งสายตาเ้าชู้นิดๆใส่เธออีกด้วย
ใช้เวลาคุยกันหลายชั่วโมงกว่าจะเสร็จการเจรจาส่วนใหญ่กรกับหวังคุยกันสองคน ส่วนตาลกับอรก็แค่ช่วยกันจดและจำเพราะไม่ได้รับอนุญาตให้ทำการบันทึกบทสนทนาระหว่างคุยกันทั้งสิ้นจากนั้นก็พามิสเตอร์หวังไปเลี้ยงข้าวเที่ยงในโรงแรมที่นัดคุยกันถึงจะส่งสายตาเ้าชู้ใส่ตาลตลอดแต่มิสเตอร์หวังก็ไม่ได้ทำตัวรุ่มร่ามมือไม้ออกกับเธอแต่อย่างใดทานข้าวเที่ยงกันเสร็จคนขับรถก็ไปส่งมิสเตอร์หวังที่อื่นต่อเหมือนว่าเขานัดคุยการค้าไว้อีกที่หนึ่งก่อนกลับเขายังหันมาส่งยิ้มหวานให้กับตาลและพูดกับเธอว่า
“ Hope to seeyou again”
ก่อนจะโบกมือลา และขึ้นรถออกไป
อร : สงสัยจะติดใจตาลเข้าแล้วแน่เลย
ตาลยืนนิ่งทำท่าหนักใจนิดหน่อยเพราะเธอกลัวว่าจะโดนใช้สิ่งนี้สร้างโอกาสให้บริษัท
กร : ไม่ต้องห่วง มิสเตอร์หวังเป็คนสุภาพและผมไม่ให้เขามารุ่มร่ามกับเลขาผมแน่ๆ (หันไปยิ้มให้ตาล)
ตาลหันไปมองกรและยิ้มตอบเธอรู้สึกว่าอีกครั้งแล้วนะ ที่เหมือนกับว่า เขารู้ว่าเธอกำลังคิดอะไร
วันนี้ทั้งวันยุ่งมากจนไม่มีเวลาโทรหาิมีข้อความเข้าหลายครั้ง แต่เธอก็ไม่ได้เปิดอ่าน เพราะมัวยุ่งแต่กับการติดต่องานพอเปิดอ่านหลังเลิกงานก็ต้องใ
8.00 ออกจากบ้านแล้วนะ
10.00 ถึงห้องพักแล้วนะ
12.00 กินข้าวแล้วนะ
14.00 มาดูงานที่โรงงานแหละ
16.00 กลับห้องแระเหนื่อย ????
ตาลรีบโทรกลับทันที แต่ิไม่รับสายตาลคิดว่าโดนโกรธแล้วแน่ๆ เธอจึงกระหน่ำส่งข้อความเข้าไปหา
“ตาลติดงานน่ะมีลูกค้าต่างชาติมาติดต่อ ปลีกตัวไม่ได้เลย ขอโทษนะ อย่าโกรธตาลเลยนะิ”
แล้วสักพักิโทรกลับมา
ิ : นั่งมอไซด์อยู่เลยรับไม่ได้ ตาลนิก็เว่อร์จัง
ตาล : ก็กลัวิโกรธน่ะ
ิ : รู้แล้วว่ายุ่งอยู่ ไปไม่บอกเดี๋ยวก็มาหาว่าิงอนอีกก็เลยต้องส่งข้อความรายงานสถานะสักหน่อย โอเครึเปล่าล่ะแบบนี้
ตาล : โอเคจ่ะ ????
แล้วตาลกับิก็โทรคุยกันอีกจนดึกดื่นตาลเล่าเื่โดนหนุ่มต่างชาติส่งสายตาให้ แถมยังทำเ้าชู้ใส่ซึ่งนั่นไม่ได้ทำให้ิแปลกใจหรือใแต่อย่างใด เพราะแต่ไหนแต่ไร ตาลก็เป็คนที่อยู่ในสายตาของผู้ชายทุกคนอยู่แล้ว
ผ่านไปอีกอาทิตย์ถึงวันเริ่มงานของิ เธอรู้สึกตื่นเต้นและประหม่าอย่างมาก เธอทำงานฝ่ายจัดซื้อของบริษัทนำเข้าเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ งานที่ต้องทำหลักๆก็คือต้องคอยเช็คสต๊อกชิ้นไหนมีเท่าไหร่ ต้องซื้ออะไรมาเพิ่ม ต้องติดต่อประสานงานกับหลายแผนกตัวไหนสำคัญต้องสั่งก่อน สั่งเท่าไหร่ ซึ่งในวันเริ่มงาน ก็มีเด็กฝึกงานคนหนึ่งเรียนอยู่มหาลัยปี 4 มาเริ่มงานด้วยเช่นกันจุ๋มหัวหน้าแผนกจึงได้แนะนำให้ทั้งคู่รู้จักกัน
จุ๋ม : นี่พี่ินะ แล้วนี่น้องเหนือเขาจะมาฝึกงานกับเราประมาณ 2 เดือน
เหนือยกมือขึ้นไหว้และกล่าวทักทายิเขาอายุน้อยกว่าิ 2 ปี เรียนอยู่วิศวะปี 4 กำลังจะจบ รูปร่างหน้าตาดีดูมีเสน่ห์ วันแรกสาวเล็กสาวใหญ่ในโรงงานก็ต่างพากันกรี๊กกร้าดกันยกใหญ่ด้วยความที่ใหม่คู่ ทั้งสองคนไม่มีเพื่อนกันเลย เพราะคนอื่นมีกลุ่มและก็จับกลุ่มกันไปกินข้าวกลางวันที่แผนกมีพนักงานอีก 4 คน ซึ่งเป็ผู้ใหญ่อายุเกือบๆ 40 กันหมดทำให้ิกับเหนือกลายเป็เพื่อนกันไปโดยไม่ได้ตั้งใจ
ไม่กี่วันผ่านไปเหนือปรับตัวได้รวดเร็วและมีเพื่อนผู้ชายที่ต่างแผนกต่างกับิที่ไม่ค่อยสนใจจะพูดคุยกับใครและพยายามอยู่คนเดียว
“พี่ิไปกินข้าวด้วยกันป่าว”
เหนือเดินมาถาม่พักกลางวันิมองไปที่กลุ่มผู้ชายหลายคนนั้นและส่ายหน้าทันที
“ไปก่อนเลยเดี๋ยวทำต่ออีกแป๊บแล้วกัน”
ที่โรงงานมีอาหารกลางวันฟรีแต่ิห่อมากินทุกวันเพราะไม่อยากลงไปด้านล่าง เธอไม่ชอบอยู่กับคนมากๆแต่ก็ไม่ชอบอยู่คนเดียว แต่พอลองมองดูแล้วไม่มีใครที่ว่างพอจะเป็เพื่อนกันสองคนได้เหมือนสมัยเรียนเลย
วันศุกร์ิดีใจมากที่ได้กลับบ้านพ่อกับแม่มารับที่สุวรรณภูมิ เป็จุดที่รถตู้ของโรงงานมาส่งพอเห็นพ่อกับแม่ิก็รีบสวมกอด อย่างกับไม่เจอกันมานาน แม่ตบหลังและปลอบใจ
“อดทนหน่อยนะลูกทำงานต้องใช้เวลาปรับตัว พ่อแม่รักและเป็ห่วงเสมอนะ”
ิเกิดมาในครอบครัวอบอุ่นพ่อแม่รักและเอาใจเสมอแต่เพราะติดพ่อกับแม่มาก จึงทำให้มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นน้อยมาั้แ่เด็กเธอจึงใช้เวลาในการปรับตัวให้เข้ากับคนอื่นได้ช้าเรียกได้ว่าตาลนั้นเป็เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่เธอมีั้แ่เรียนมาเลยก็ว่าได้คืนนั้นิโทรหาตาลอยากนัดไปกินข้าวและเดินเล่นกันอาทิตย์กว่าแล้วที่ได้แต่คุยกันทางโทรศัพท์ ไม่ได้เจอหน้ากันเลย
ิ : ตาลไปเที่ยวกันเถอะ อยากไปดูหนังอ่ะ ตอนนี้มีเื่ไรดีๆป่ะ
ตาล : ไปไม่ได้ล่ะสิ พรุ่งนี้หัวหน้าจะพาไปเลี้ยงต้อนรับอ่ะ และก็เลี้ยงอำลาพี่อรเลขาคนเก่าด้วยไม่ไปไม่ได้
ิ : เหรอ.....วันอาทิตย์ิก็ต้องกลับแต่เร็วด้วยสิ รถมารับตอน 4 โมงอ่ะเสียดายจัง
ตาล : เดี๋ยวตาลถามคุณกรก่อนนะว่าชวนเพื่อนไปได้รึเปล่า
ตาลวางหูไปสักพักก่อนจะโทรกลับมาหาิอีกที
ตาล : ฮัลโหลิ คุณกรโอเคนะ บอกเพื่อนสาวพาไปได้
ิ : จะดีเหรอ เกรงใจนะ เลี้ยงกันในแผนกนิ
ตาล : ไม่เป็ไรหรอก เพิ่มมาอีกคนเอง เจอกันตอน 1 ทุ่มนะ ที่ร้านสควอทเลียบด่วนรามอินทรา
ิ : เจอกันที่ร้านเลยเหรอ ไม่ไปด้วยกันล่ะ
ตาล : บ้านคุณกรเขาใกล้บ้านตาลน่ะ เดี๋ยวเขามารับตาล ินั่งแท็กซี่มาก็ได้นะขากลับเดี๋ยวให้คุณกรไปส่ง
หลังวางหูิรู้สึกน้อยใจ “คำก็คุณกรสองคำก็คุณกร ตาแก่นี่มีดีอะไรนะ” ิรู้แค่ว่ากรแก่กว่าถึง 14 ปีและเป็ตาแก่ที่สุภาพและใจดีเท่านั้นแต่ไม่เคยเห็นรูปว่าเขาหน้าตาหรือรูปร่างอย่างไร
ิไปถึงร้านตอนทุ่มนิดๆเพราะเธอไม่ค่อยได้มาแถวนี้ทำให้กะเวลาไม่ถูก ที่นั่นเป็ร้านอาหารที่มีดนตรีสดบรรยากาศดีมีต้นไม้ที่ประดับไฟสวยงามรายล้อม พอไปถึงก็รีบโทรหาตาลเธอเดินออกมารับที่ด้านหน้า วันนี้ตาลใส่ชุดเดรสสีดำเปิดอกนิดหน่อยดูเซ็กซี่ไม่น้อยส่วนิมาในชุดเดรสน้ำเงินตัดขาวเธอแต่งหน้าทำผมมานิดหน่อยเพราะพอรู้อยู่ว่ามาร้านอาหารแบบนี้ต้องแต่งตัวดีๆ พอไปถึงโต๊ะก็เห็นว่ามีชายหนุ่มกับหญิงสาวนั่งอยู่แล้วิต้องตกตะลึงเล็กน้อย เพราะตาแก่ที่เธอคิดไว้นั้น ดันหล่อและดูดีมากเธอรู้ว่าชายคนนั้นคือกรและอีกคนคืออรเลขาเก่า จึงได้ยกมือขึ้นไหว้ทันทีกรกับอรลุกขึ้นและยกมือรับไหว้เธออย่างสุภาพ ก่อนจะเรียกให้เข้ามานั่ง
หลังจากเริ่มทานข้าวิกับตาลก็คุยกันกะหนุงกะหนิง ชวนกันดูรูปในโทรศัพท์ของกันและกันจนทั้งกรและอรรู้สึกเหมือนเป็ส่วนเกิน กรแกล้งขยับเข้าไปใกล้ๆตาลตอนที่เธอยื่นโทรศัพท์ให้ดูรูปตอนสมัยเธอกับิเรียนด้วยกัน ิเห็นและทำหน้าไม่พอใจนิดหน่อยที่เขาใกล้ชิดตาลมากเกินไปซึ่งมันทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองมองออกทันทีว่าทั้งคู่นั้นต้องเป็อะไรที่มากกว่าเพื่อนสนิทแน่ๆ ทั้งอรและกรมองหน้าและยิ้มให้กันก่อนจะหันไปมองิกับตาลอีกครั้งจนพวกเธอเริ่มรู้ตัว