“ต้องขออภัยด้วย แต่ทางโรงพยาบาลเห็นสมควรว่าต้องขอเตียงคืนในวันนี้ ถ้ายังไงรบกวนช่วยนำคนไข้ออกจากโรงพยาบาลวันนี้ด้วย”
เยี่ยเยี่ยในตอนนี้เมื่อได้ยินว่าทางโรงพยาบาลนั้น้าจะไล่แม่ของเธอออกจากโรงพยาบาล สีหน้าของเธอก็ซีดขาว ไม่คิดว่าทางโรงพยาบาลนั้นจะทำแบบนี้กับแม่ของเธอ
“แต่ แต่ คุณหมอ พี่นางพยาบาลบอกว่ามามาอยู่ที่นี่ได้อีกสามวัน”
หมอที่แจ้งเื่นั้นได้ยินที่เยี่ยเยี่ยบอกก็ได้แต่ส่ายหัวก่อนที่จะพูดขึ้น
“นั่นกรณีที่โรงพยาบาลมีเตียงรักษาสำหรับคนไข้ที่เพียงพอ ในตอนนี้ทางโรงพยาบาลมีเคสที่รุนแรงและ้ารักษาโดยด่วน จึงช่วยไม่ได้ในเื่นี้”
เยี่ยเยี่ยพยายามที่จะพูดอะไรต่อ แต่ทว่าหมอนั้นส่ายหัวก่อนที่จะหันไปหาฟานเทียน ครั้งนี้เขานั้นสังเกตุเห็นว่าฟานเทียนนั้นใส่ชุดแปลกๆ แต่ก็ไม่คิดอะไร คิดว่าเขานั้นอาจจะแสดงหนังหรือละครอะไรสักอย่างก็ได้ ดูจากหน้าตาที่หล่อคมของเขาแล้ว
“กรุณาพาคนไข้กลับไปยังที่บ้านเพื่อรักษาตัวต่อด้วย ทางโรงพยาบาลจะช่วยในเื่ของรถขนส่งเอง”
หมอหลังจากที่พูดเสร็จก็เดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้เยี่ยเยี่ยในตอนนี้ร้องให้ออกมา สิ่งที่เธอทำได้ในตอนนี้มีแต่เดินไปหาฟานเทียนและขอร้องเขา เธอจำได้ว่าเขานั้นสามารถเสกทองจากดินได้ หากเขาช่วยละก็ แม่ของเธอก็จะต้องไม่ถูกไล่ออกจากโรงพยาบาลอย่างแน่นอน
“พี่ชาย ช่วยมามาของเยี่ยเยี่ยด้วย ถ้ามามาออกจากโรงพยาบาลในตอนนี้ละก็ มามาจะต้องไม่สบายมากกว่าเดิมแน่ๆ เยี่ยเยี่ยเองก็พามามากลับไปที่บ้านเดิมไม่ได้แล้ว”
ฟานเทียนมองไปที่เยี่ยเยี่ยที่ตอนนี้ดูน่าสงสารเป็อย่างมาก ดวงตาของเธอนั้นแดงก่ำและชุ่มชื้น ฟานเทียนใจอ่อน เขาเข้าใจว่าโรงพยาบาลนั้นไม่มีทางเลือก ดูจากขนาดของโรงพยาบาลแล้ว คาดว่าเตียงน่าจะไม่พอจริงๆ โลกนี้มันก็โหดร้ายกับผู้ที่ยากจนเสมอ
ฟานเทียนลูบหัวเยี่ยเยี่ยด้วยความเอ็นดูก่อนที่จะพูดขึ้น
“เยี่ยเยี่ย ไม่ต้องห่วงพี่ชายทำการรักษามามาของเยี่ยเยี่ยให้แล้ว อีกไม่นานมามาของเยี่ยเยี่ยก็จะฟื้น และกลับมาเป็เหมือนปกติ เชื่อพี่ชายสิ”
ฟานเทียนพูดด้วยความมั่นใจ เยี่ยเยี่ยมองไปที่ฟานเทียน เธอถึงจะเห็นว่าเป็เด็กแบบนี้แต่ก็สามารถรับรู้ได้ว่าใครโกหก ใครพูดความจริง เธอไม่สามารถััได้เลยว่าฟานเทียนนั้นจะโกหกเธอ เขาจะต้องพูดจริงๆแน่ๆ เขายังสามารถเสกดินให้กลายเป็ทองและอัญมณีที่งดงามได้เลย เขาจะต้องช่วยมามาของเธอได้แน่ๆ
และเป็อย่างที่ฟานเทียนบอก เยี่ยหยินในตอนนี้มีปฏิกริยาตอบสนอง เธอค่อยๆขยับนิ้วมือที่เรียวเล็กของเธอ เปลือกตาของเธอค่อยๆขยับ แต่เธอยังไม่สามารถเปิดดวงตาขึ้นได้ ในชั่วขณะหนึ่งที่เธอรู้สึกตัว เธอเรียกชื่อของเยี่ยเยี่ยขึ้นมา
“เยี่ย...เยี่ย…”
น้ำเสียงของเธอนั้นแหบแห้ง แต่สามารถรับรู้ได้ถึงความห่วงใยที่เธอมี เธอนั้นเป็ห่วงลูกสาวคนเดียวของเธอมากๆแม้แต่ความคิดแรกที่โผล่ขึ้นมาตอนเธอมีสติยังเป็เื่ของลูกสาวของเธอ
ฟานเทียนที่ได้ยินเสียงของเธอนั้น นึกย้อนกลับไปเมื่อหลายพันปีก่อน เขานั้นเองก็มีพ่อและแม่ที่รักเขามากๆเช่นกัน ทั้งสองทำทุกอย่างเพื่ออนาคตของเขา แต่แล้วโลกในตอนนั้นเต็มไปด้วยความโหดร้าย พ่อและแม่ของเขาเป็หนึ่งในผู้ที่ต้องสังเวยให้แก่ความละโมบโลภมากของใครบางคน
เขาที่ใช้ชีวิตหลังจากนั้นเหมือนกับตกนรกทั้งเป็
เขาถึงจะสามารถสะสางบัญชีแค้นได้หลังจากนั้นก็ตาม แต่บทเรียนครั้งนี้ของเขาก็ยังสอนให้เขารู้ว่า การล้างแค้นไม่ได้ทำให้เขานั้นหลุดพ้นจากความเกลียดชัง เขาใช้เวลากว่าหลายร้อยปีกว่าจะบรรลุ และเข้าใจถึงธรรมชาติ วัฒจักรแห่งความเกลียดชัง เป็ไปได้เขาไม่อยากจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับมันอีก
เขาที่ตัดสินใจแบบนั้นแล้วแท้ๆ แต่เมื่อมาอยู่ยังตรงนี้ก็ช่วยไม่ได้ที่จะซึมซับไปกับความงามของมัน ความรัก ความโลภ ความโกรธ ความหลง ความเกลียดชัง ทั้งหมดนั้นงดงามด้วยตัวของมัน มนุษย์นั้นช่างงดงามราวกับศิลปะ ถึงจะรู้ว่ามันยุ่งเหยิง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันงดงามในตัวของมัน
นี่คือชีวิต ส่วนหนึ่งของธรรมชาติที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง เขาที่เป็ส่วนหนึ่งของธรรมชาติในตอนนี้ไม่สามารถเลือกได้ว่าจะรับสิ่งไหน เพราะทุกสิ่งล้วนแต่เกิดจากธรรมชาติดุจดั่ง ความเกลียดชังเกิดจากความรัก หากไม่รู้จักความเกลียดชัง ก็จะไม่สามารถรู้จักความรักได้ เช่นเดียวกับแสงและความมืดที่ไม่ว่ายังไงก็ไม่สามารถแยกออกจากกันได้