[จบ] ทะลุมิติพลิกชะตากับครอบครัวคลั่งรักยุค 70

    บทที่ 49 ตลาดมืดในตำบล

    บทที่ 49 ตลาดมืดในตำบล


    ภายในตลาดมืดไม่ได้เป็นแค่ลานธรรมดา ๆ พื้นที่ด้านในกว้างขวางมาก น่าจะเป็นการเชื่อมต่อกันของหลาย ๆ ลานบ้าน แต่ว่ามองจากภายนอกเข้ามากลับดูเหมือนที่พักอาศัยธรรมดา ๆ ต้องบอกว่าคนที่เป็นเจ้าของตลาดมืดนั้นฉลาดมากทีเดียว


    เสิ่นทิงหงแบกตะกร้าขึ้นหลังตัวเองแล้วเดินเข้าไปราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น


    เธอไม่คิดจะเปิดตะกร้าของเธอออกมา ก่อนหน้านี้ในตะกร้าของเธอไม่มีอะไรสักอย่าง แต่เพิ่งเอาของวางใส่เข้าไปหลังจากเดินผ่านประตูเข้ามาแล้ว


    มองหามุมมุมหนึ่งแล้วก็วางตะกร้าของตัวเองลง จากนั้นก็ยืนขึ้น


    ในตลาดมืดมีคนทุกประเภท มีคนที่คอยมองไปรอบ ๆ เพื่อหาของที่ตัวเองต้องการ และมีคนที่แบกตะกร้าไว้บนหลังเหมือนเสิ่นทิงหง


    การกระทำของเสิ่นทิงหงจึงไม่ได้แปลกอะไร คนที่มาขายของก็มีที่เอาของของตัวเองออกมาเรียงขาย และมีบางคนที่เหมือนกับเธอ


    รออยู่สักพัก ก็มีผู้หญิงวัยกลางคนในชุดคนงานสีน้ำเงินเดินมาตรงหน้าเสิ่นทิงหง


    “น้องสาว ของเธอมีอะไรบ้างล่ะ”


    เสิ่นทิงหงมองดูชุดที่ผู้หญิงคนนี้ใส่ คิดว่าน่าจะเป็นคนใช้แรงงาน ต้องเป็นคนที่มีกำลังจับจ่ายใช้สอย เธอไม่พูดอะไรแต่เปิดที่มุมตะกร้าเพื่อแสดงให้ผู้หญิงคนนั้นได้ดู


    ด้านในมีกระเป๋าผ้าอยู่หลายใบ แล้วยังมีของเหลวที่บรรจุอยู่ในขวดแก้วด้วย


    ผู้หญิงคนนั้นตาวาวขึ้นมาทันที แววตาของเสิ่นทิงหงเองก็เต็มไปด้วยความพอใจ


    ลูกสะใภ้ของเธอกำลังตั้งครรภ์ แล้วยังต้องทำงาน เลยเรียกร้องอยากกินของดี ๆ ของในสหกรณ์ก็มีอย่างจำกัด รอต่อแถวซื้อของมาหลายวันก็ยังหาอะไรดี ๆ ไม่ได้สักอย่าง เลยอยากมาลองเสี่ยงโชคที่ตลาดมืดดูสักหน่อย แต่เดินไปเดินมาครึ่งค่อนวันก็ยังไม่เจอของดี ๆ สักอย่าง นึกไม่ถึงว่าพอเธอกำลังถอดใจกลับพบสิ่งนี้เข้า


    สิ่งที่เสิ่นทิงหงให้ดูมีทั้งข้าวสาร บะหมี่ขาว และยังมีเนื้อสัตว์ด้วย


    ของเหลวที่อยู่ในขวดแก้วก็คือน้ำมันพืช ส่วนน้ำมันถั่วลิสงเธอไม่ได้เอาออกมาด้วยเพราะเป็นของที่ทำยากและกลัวว่าจะเป็นที่ดึงดูดความสนใจของผู้อื่น


    “น้องสาว ข้าวสารกับเนื้อนี่ราคาเท่าไหร่”


    เสิ่นทิงหงคิดว่าเนื้อหมูป่าที่ก่อนหน้านี้เอามาขายที่ตลาดมืดสามารถขายได้ 8 เหมาต่อ 1 จิน ส่วนน้ำมันก็มีราคาแพงกว่าเนื้อหมูบ้านอยู่เล็กน้อย ดูจากราคาของเนื้อหมูป่า เธอก็จะพอคาดคำนวณราคาที่ซื้อขายในตลาดมืดได้พอสมควร


    “ข้าวสารหนึ่งหยวน เนื้อหนึ่งหยวนสองเหมา”


    หญิงคนนั้นคิดสักครู่ ถึงแม้ราคาจะสูงกว่าที่ขายในร้านสหกรณ์ไปสักหน่อย แต่ก็อยู่ในขอบเขตที่รับได้ อีกอย่างที่บ้านเธอก็ต้องการของพวกนี้จริง ๆ จึงถามขึ้น


    “ตอนนี้คุณมีข้าวสารกับเนื้อหมูอยู่เท่าไหร่”


    เสิ่นทิงหงได้ยินดังนั้นก็รู้ว่าตัวเองตั้งราคาได้ถูกต้องแล้ว จึงพูดไป “ข้าวสารห้าจิน เนื้อสามจิน”


    “ฉันเหมาหมดเลย” หญิงคนนั้นรีบตอบตกลง ด้วยเกรงว่าถ้าช้าจะมีคนมาแย่งไป


    “ได้ค่ะ แต่ถ้าคุณมีตั๋วแลกซื้อละก็ ฉันจะคิดราคาให้ถูกกว่านี้หน่อย” 


    การไปเดินเล่นที่สหกรณ์มาวันนี้ ทำให้เธอรู้ว่ามีของหลายอย่างที่จำเป็นต้องใช้ตั๋วแลกซื้อ


    ห้วงมิติของเธอก็ไม่ได้มีหมดไปซะทุกอย่าง ถ้ามีตั๋วแลกซื้อก็ดี ถ้าต้องใช้อะไรที่ตัวเองไม่มีก็จะได้ไปหาซื้อได้


    หญิงคนนั้นคิดสักครู่ “ฉันมีแต่ตั๋วอุตสาหรกรรมและตั๋วน้ำตาลเท่านั้น คุณดูสิ…”


    เธอกลัวว่าเสิ่นทิงหงจะต้องการแค่ตั๋วเนื้อกับตั๋วอาหารอย่างเดียว 


    ถึงจะไม่สามารถหาซื้อได้ทุกเวลา แต่ยังไงย่อมต้องมีโอกาสได้ใช้


    สำหรับตั๋วอุตสาหกรรมและตั๋วขนมนั้นไม่ค่อยมีความสำคัญเท่าไหร่นัก อย่างตั๋วอุตสาหกรรมนี่ ถึงได้มาก็ใช่ว่าจะตัดใจใช้ได้


    น้ำตาลก็มีแค่ไม่กี่บ้านที่จะตัดใจกินได้ บางทีซื้อน้ำตาลขาวแค่หนึ่งจินก็กินได้ถึงสองสามเดือน


    โรงงานออกตั๋วน้ำตาลมาให้ทุกเดือนอยู่แล้ว จึงเอาออกมาแลกได้


    เสิ่นทิงหงพยักหน้ารับ 


    “แต่ตั๋วสองใบนี้ของคุณ ฉันคงลดให้ได้ไม่มากนะคะ คุณเอาตั๋วอุตสาหกรรมมาให้ฉันห้าใบ ตั๋วน้ำตาลสองใบ เท่ากับฉันคิดข้าวสารจินละแปดเหมาและเนื้อจินละหนึ่งหยวนค่ะ”


    หญิงวัยกลางคนยังคิดจะต่อรองราคา แต่พอเห็นท่าทางไม่อยากพูดจาก็รู้ว่าต่อรองไปก็เสียเวลา ดังนั้นจึงยอมจ่ายไม่รีรอ


    ทำการค้าครั้งแรก เสิ่นทิงหงก็ทำเงินได้มาถึงเจ็ดหยวน แล้วยังมีตั๋วอุตสาหกรรมอีกห้าใบกับตั๋วน้ำตาลอีกสองใบ


    อย่าเพิ่งดูถูกเงินจำนวนแค่นี้นะ ต้องรู้นะว่าเงินเดือนของคนทำงานในตอนนี้มีแค่สามสิบหกหยวนเท่านั้นเอง


    หญิงวัยกลางคนรีบเก็บของเข้าตะกร้าของตัวเองแล้วจากไปอย่างอารมณ์ดี


    รอจนพวกเขาทำการค้ากันเสร็จเรียบร้อย ก็มีคนอื่นสังเกตเห็นสถานการณ์ทางนี้ ดังนั้นไม่นานจึงมีชายอีกคนเดินเข้ามาทัก


    “ยังมีข้าวสารกับเนื้อเหลือไหม”


    พอเสิ่นทิงหงได้ยิน ก็หยิบข้าวออกมาสองจินพร้อมกับเนื้ออีกหนึ่งจินอย่างแนบเนียน


    “มี แต่ไม่เยอะแล้ว”


    “ยังเหลือเท่าไหร่” ชายคนนั้นถามเสียงเบา ด้วยกลัวว่าถ้าตัวเองพูดเสียงดังออกไป จะมีคนมาแย่งตัวเองซื้อ


    “มีข้าวสารสองถุง กับเนื้ออีกถุง ข้าวสารหนึ่งหยวนต่อหนึ่งจิน เนื้อหนึ่งหยวนสองเหมาต่อหนึ่งจิน”


    เสิ่นทิงหงใช้ราคาที่เพิ่งซื้อขายกันเรียบร้อยเมื่อครู่บอกออกไป


    ชายคนนั้นพยักหน้ารับ แล้วมองไปที่ตะกร้าของเสิ่นทิงหง แล้วถามขึ้นอย่างคาดหวัง


    “มีน้ำมันไหม”


    “น้ำมันพืชเหรอ” เสิ่นทิงหงถาม


    “ใช่ ๆๆ” ชายคนนั้นรีบตอบรับอย่างเร็ว


    “มีสองจิน จินละหนึ่งหยวนสองเหมา” เสิ่นทิงหงบอก


    ที่สหกรณ์ขายน้ำมันอยู่ที่แปดเหมา เธอตั้งราคาไว้ที่หนึ่งหยวนสองเหมาจึงไม่นับว่าเกินไปนัก


    “คุณมีของดี ๆ เยอะขนาดนี้เลยเหรอ” ชายคนนั้นเบิ่งตาถามมา


    “ยังมีบะหมี่ขาวด้วยเหรอ”


    “คุณจะซื้อไม่ซื้อ?” เสิ่นทิงหงเหลือบตามอง น้ำเสียงนั้นชัดเจนว่าไม่ค่อยดีนัก


    ชายคนนั้นเกาหัวตัวเองแกรก ๆ รู้ตัวว่าตัวเองออกจะดูหยาบคายไปหน่อย


    “โทษทีครับ ผมไม่ได้หมายความอย่างอื่น คุณอย่าได้ใส่ใจเลยนะ คือว่าแม่ผมเขาป่วยน่ะ ต้องให้กินอะไรที่ย่อยง่าย ๆ ถ้าคุณมีบะหมี่ขาวขายละก็ ผมขอเหมาหมดเลยครับ”


    เสิ่นทิงหงมองดูเขาแล้วคิดว่าเขาไม่เหมือนกับคนที่กำลังพูดโกหก เลยพูดว่า “มีบะหมี่ขาวเหลืออยู่ห้าจิน จินละหนึ่งหยวน คุณเหมาหมดเลยเหรอ”


    “เหมาครับเหมา”


    “แต่ผมไม่มีตั๋วแลกซื้อนะ ผมให้เงินคุณแทนละกัน” ชายคนนั้นรีบล้วงเงินออกจากกระเป๋ามาอย่างรวดเร็ว


    น้ำมัน 2 จิน เนื้อ 1 จิน รวมเป็นเงิน 3.6 หยวน  ข้าวสาร 2 จิน บะหมี่ขาว 5 จิน รวมเป็นเงิน 7 หยวน ดังนั้นการค้าครั้งนี้เสิ่นทิงหงจึงได้รับเงินเพิ่มมาอีก 10.6 หยวน 


    ถึงตอนนี้เสิ่นทิงหงก็เก็บของแล้ว ถ้ายังคงอยู่ขายต่อไปอาจถูกคนอื่นหมายตาเอาได้


    ยิงปืนนัดเดียวแล้ววิ่ง เสิ่นทิงหงรีบจากไปทันที แต่เพราะแบบนี้จึงถูกตามมาถึงสองทาง


    เสิ่นทิงหงรู้ตัวแล้วจึงรีบวิ่งให้เร็วขึ้นอีกหน่อย ไม่นานก็เข้าไปที่ห้องน้ำหญิงได้


    หลังจากเปลี่ยนชุดเรียบร้อยจึงค่อยออกมา ตอนที่ออกมาก็เห็นผู้ชายสองคนทำท่าลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่ไม่ไกล น้ำลายแทบจะไหลตอนที่เห็นเสิ่นทิงหงออกมา แต่เพราะคิดว่ายังมีเรื่องสำคัญต้องทำจึงไม่ได้จากไป และรออยู่ที่หน้าประตูห้องน้ำสาธารณะ 


    แต่ตอนนี้เสิ่นทิงหงก็ได้กลับมารวมตัวกับเสิ่นชิงชิงแล้ว


    “ฉันกำลังไปตามเธออยู่พอดี ดูซิว่าเธอตกส้วมไปรึเปล่า” 


    เสิ่นชิงชิงกลอกตาไปที


    เสิ่นทิงหงยิ้มรับอย่างเก้อ ๆ “ฉันปวดท้องน่ะ เลยนานไปหน่อย”


    “เอาเถอะ ไปกัน ๆ ถ้ายังไม่กลับกันอีกที่บ้านคงเป็นห่วงแล้ว”


    “ได้”


    พูดเสร็จเสิ่นทิงหงก็รับของในมือเสิ่นชิงชิงคืนมา จากนั้นเด็กสาวทั้งสองก็ค่อย ๆ เดินกลับกันไปทางหมู่บ้าน


    เสิ่นทิงหงอารมณ์ดีอย่างมาก ฮัมเพลงไปตลอดทางจนเสิ่นชิงชิงถึงกับหันมามองอยู่หลายที


    “เป็นอะไรน่ะ”


    “ไม่เป็นไรนี่” ก็แค่ดีใจปกตินี่นา วันนี้ตัวเองได้เงินมาตั้ง 17 หยวน จะไม่ให้เธอดีใจได้ยังไง





    คล้ายกับเรื่อง[จบ] ทะลุมิติพลิกชะตากับครอบครัวคลั่งรักยุค 70 ที่คุณอ่าน

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.54M 3732
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.02M 3752
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    873K 2049
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786