บทที่ 8
ในตอนบ่าย ความโกลาหลดูจะเพิ่มขึ้น เมื่อกลุ่มนักแสดงเดินทางมาถึงเพื่อซ้อมเพลงและการเต้นรำ ในสายตาของคนภายนอกแล้ว มันคล้ายกับว่ามิได้มีอะไรเกิดขึ้นเลย แต่จริงๆ แล้วทุกสิ่งจะต้องดำเนินไปตามระบบที่วางไว้อย่างดีเพทสวมหูฟังซึ่งครอบศีรษะไว้เพื่อจะได้ติดต่อกับฝ่ายกำกับที่อยู่ในรถเทรลเลอร์ เธอได้ตรวจสอบกล้องของตนเอง เพื่อจะให้แน่ใจว่ามันจะทำงานตามหน้าที่ได้อย่างราบรื่น และจับภาพที่ชัดเจนส่งไปยังเครื่องมอนิเตอร์ในห้องควบคุม ในบางครั้ง เมื่อจะต้องมีการขนอุปกรณ์การถ่ายทำต่างๆ อาทิ กล้องโทรทัศน์ ออกไปทำการถ่ายทำนอกสถานที่ ก็จะต้องมีการปรับกันบ้าง แม้ว่าการปรับนั้นอาจจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่มันก็กินเวลาอยู่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคที่อยู่ในห้องควบคุมที่เพทกับคนอื่นๆ จะต้องทำงานร่วมกับเขานั้นชื่อบาร์เนส“นั่นไง มาแล้ว...เดินเข้าประตูมาแล้ว” เสียงลอดดังผ่านเข้ามาในหูฟัง “โอ้โฮ...เซ็กซี่ชิบไปเลย”“คุณหมายถึงรูบี้ เกล น่ะรึ ไหน...อยู่ตรงไหนล่ะ” ชาร์ลีเอ่ยถามขึ้นขณะที่รับฟังเสียงพูดที่แทรกเข้ามาในท่ามกลางเสียงฮัมนั้น เพทยอมรับว่า จากการวิพากษ์วิจารณ์ของผู้ชายทั้งหลาย ทำให้เธอใคร่จะได้เห็นหน้าตาของรูบี้ เกล ตัวจริงขึ้นมาบ้างแล้ว หลังจากที่เคยได้ยินได้ฟัง และได้เห็นการแสดงทางโทรทัศน์ของเธอมาบ้าง“นั่นไงล่ะ กำลังเดินมาตามช่องทางเดินกลางนั่น” ลอนตอบคำถามของชาร์ลีเพทจึงหันไปมองทางนั้น และได้เห็นผู้หญิงหัวกระเซิงกำลังมองมาทางเวทีซึ่งตั้งกล้องไว้ ความคิดแรกที่ผ่านเข้ามาในสมองก็คือ ดาราสาวคนนี้ดูจะมีรูปร่างเล็กมาก ดูจะเตี้ยกว่าเธอเองเสียด้วยซ้ำ แต่ช่วงขาที่เรียวงามนั้นช่วยส่งร่างให้ดูสูงเพรียวขึ้นและทุกครั้งที่รูบี้ เกล เยื้องย่าง กระโปรงที่รัดรูปไว้จนแทบจะปริก็จะเคลื่อนตามไปในทุกย่างก้าวด้วย สีผมของดาราสาวแดงจัดเป็นลอนหยิกๆ ลงมาคลุมช่วงไหล่ ออกจะเป็นที่น่าเสียดายที่เพทได้เห็นเพียงแค่ด้านหลัง ขณะที่รูบี้ เกล เดินตรงไปยังเวที ดังนั้นจึงไม่ทันเห็นใบหน้าว่าจะสวยเหมือนในภาพต่างๆ ที่ปรากฏออกมาหรือไม่จากนั้น เพทก็สังเกตเห็นเดนที่เดินออกมาต้อนรับดาราสาวจากมุมด้านขวามือ รอยยิ้มบนใบหน้าเสริมเสน่ห์ให้บุรุษที่เธอถือเป็นศัตรูขึ้นมาอีก เพทเม้มปากแน่นเมื่อเห็นเขาโน้มร่างเข้าไปจุมพิตรูบี้ เกล เป็นการต้อนรับ ในธุรกิจบันเทิงนั้น ดูจะใช้การจุมพิตแทนการสัมผัสมือทักทายเสียมากกว่า“คุณเห็นเจ้าหล่อนกอดเดนไหมล่ะ” ชาร์ลีเอ่ยขึ้น เสียงเขาผ่านเข้ามาทางหูฟังขณะที่เพทกำลังจ้องมองดูภาพนั้นอยู่“แหม...อยากให้กอดผมแน่นๆ อย่างนั้นบ้างจัง” แอนดี้ว่า“ถ้าใครเห็นเข้าแล้วไม่อยาก ก็เห็นจะต้องมีอะไรผิดปกติเป็นแน่แท้” ลอนเสริมกลับ “เฮ้...เพทไงเงียบนักล่ะ ไม่อยากแสดงความคิดเห็นอะไรบ้างเลยหรือไง”กว่าเพทจะหาเสียงตนเองพบก็เป็นครู่“จะให้ฉันแสดงความเห็นเรื่องอะไร” ไมโครโฟนอันเล็กขนาดดินสอรับเสียงเบาๆ ของเธอได้อย่างชัดเจน “เขาก็สวยดีนี่ แต่ที่จะให้ฉันแสดงความคิดเห็นอย่างพวกผู้ชายน่ะเห็นจะไม่ได้หรอก”รูบี้ เกล เป็นคนสวยจริงๆ เพทได้เห็นความสวยของดาราสาวผู้นี้ ขณะที่เธอเบือนหน้ามามองทางเก้าอี้ที่นั่งของผู้ชม ใบหน้านั้นบอกความเร่าร้อนตามธรรมชาติวิสัย คิ้วดำเข้มโค้งได้รูป ริมฝีปากอิ่มเต็มคล้ายจะเชิญชวนให้บุรุษที่เข้าใกล้ได้จุมพิต แม้เพทจะอยู่ไกลเกินกว่าจะสังเกตสีของดวงตาได้อย่างแน่ชัด แต่จากภาพที่เคยเห็นก็รู้อยู่ว่ารูบี้ เกล มีดวงตาสีเขียวเข้มอมฟ้า“ระวังกันไว้หน่อยก็แล้วกันพรรคพวก” เสียงแอนดี้เอ่ยขึ้น “เขาว่าอารมณ์แกร้ายเหมือนสีผมนั่นแหละ”“ผมไม่สนหรอก” ลอนว่า “รู้เพียงแต่ว่าในอีก 2-3 วันต่อไปนี้ เราจะต้องจ้องมองแต่เธอคนเดียวตลอดเวลาเลย ผมยินดีนะ แม้ว่าจะต้องยอมให้เธอแสดงอารมณ์ใส่บ้าง”“ก็อย่าให้สหภาพฯมาได้ยินที่คุณพูดก็แล้วกัน” ชาร์ลีแนะนำ“เฮ้ย...พวกนายคิดว่าเราควรลงมือทำงานกันได้หรือยังล่ะ” เสียงบาร์เนสถามมาจากห้องกำกับ“ไอ้ตัวขัดความสุข” ลอนด่าให้ออกจะโชคดีอยู่บ้างที่ รูบี้ เกล หายตัวเข้าไปหลังเวทีพร้อมกับเดน ซึ่งทำให้ความสนใจของพวกหนุ่มๆ คลายลง อย่างไรก็ตาม อีก 15 นาทีต่อมาเธอก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งพร้อมกับนักระบำหางเครื่อง เพื่อซ้อมการร้องเพลงและเต้นรำที่จะถ่ายทอดตามบท เพทต้องหูชากับคำชมถึงความงามของดาราสาวผมแดง ผู้มีรูปร่างเหลือกินเหลือใช้อยู่ตลอดเวลา และเมื่อการทำงานในวันนั้นสิ้นสุดลง เธอก็รู้สึกเบื่อหน่ายที่จะต้องได้ฟังชื่อดาราสาวคนนี้เต็มทีเมื่อกลับมาถึงโรงแรม เพทก็รีบอาบน้ำชำระคราบไคลและขจัดความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าให้หมดสิ้น จากนั้นก็หยิบกางเกงขายาวสีน้ำตาลอ่อน เสื้อสีเนื้อไม่มีแขนขึ้นมาสวม และทับด้วยเสื้อวอร์มสีเขียวใบไม้อีกชั้นเธอเดินไปยังห้องรับประทานอาหารตามลำพัง มั่นใจว่าจะต้องมีใครคนหนึ่งจากกองถ่าย ซึ่งเธอจะต้องนั่งร่วมโต๊ะรับประทานอาหารด้วยนั่งอยู่ในห้องนั้นก่อนแล้ว มีโต๊ะที่จัดเตรียมไว้สำหรับพวกในกองถ่าย 3 โต๊ะ เพทหลีกเลี่ยงที่จะนั่งร่วมโต๊ะกับลอนและชาร์ลี เพราะทั้งสองคนพร่ำชมความงามของรูบี้ เกล กันอยู่ไม่ขาดปาก และเธอก็เบื่อหน่ายที่จะรับฟังเต็มทีแม้แต่กระนั้นก็ยังต้องรับฟังอยู่ดี คล้ายกับว่ามันเป็นความจำเป็นที่จะต้องพูดถึงดาราสาวผู้นี้ ซึ่งมาถ่ายทำเทปโทรทัศน์เป็นการพิเศษ นอกจากเรื่องความประพฤติแล้วก็ยังสรรหาเรื่องราวอะไรต่ออะไรมาเล่าเพิ่มเติมอีก เพทอดทนอยู่จนเมื่อรับประทานอาหารเสร็จเมื่อผู้คนเริ่มทยอยกันเข้ามาในห้องนั้น เธอก็ตัดสินใจว่าไม่อาจจะทนฟังเรื่องของรูบี้ เกล ได้อีกต่อไป จึงตัดสินใจที่จะกลับไปห้อง แทบจะไม่มีใครสังเกตเห็นเลยด้วยซ้ำว่าเธอมิได้รับประทานอาหารร่วมกับพวกเขา ซึ่งทำให้เพทรู้สึกเสียศักดิ์ศรียิ่งนักอาจจะเป็นเพราะเหตุนี้กระมังที่ทำให้เธอมิได้สังเกตเห็นว่า เดน คิงสตัน ซึ่งเดินอยู่ใกล้ประตูทางเข้าห้องอาหาร จนเมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้เขาแล้ว เพทจึงได้ชะงักฝีเท้าลง“สวัสดีค่ะ” เธอทำท่าจะเดินผ่านเขาไป“อ้าว...นี่คุณไม่ได้อยู่คุยกับพวกเพื่อนๆ หรอกหรือ” เขามองเธอด้วยแววตารู้ทัน“ไม่ละค่ะ วันนี้ฉันเหนื่อยมาแล้วทั้งวัน” เธออธิบายเพราะไม่ต้องการให้เขาคิดว่า เธอทำเช่นนี้เพราะต้องการจะปฏิบัติตามคำแนะนำของเขา“ผมไม่เคยคิดหรอกนะว่า คุณจะทำตามคำแนะนำของผม” เดนบอก “ท่าทางคุณก็ไม่เห็นจะเหนื่อยมากอย่างที่ว่าเลยนี่”เพทสูดลมหายใจลึกๆ และระบายออกมาเป็นเสียงถอนหายใจ“คุณคิงสตันคะ ถ้าจะให้ฉันพูดความจริง ฉันจะบอกว่าฉันเบื่อเรื่องรูบี้ เกล เต็มที เพราะได้รับฟังติดต่อกันมาหลายชั่วโมงแล้ว”“แปลว่าคุณไม่อยากฟังเรื่องที่ไม่ชอบฟังสินะ”“คุณจะคิดยังไงก็ตามใจเถอะค่ะ” เพทไม่ยอมต่อล้อต่อเถียงกับเขาด้วย “คุณอาจจะเห็นว่าเรื่องของเธอเป็นเรื่องที่น่าติดตามรับฟัง แต่ฉันไม่ได้คิดอย่างนั้น เพราะฉะนั้นราตรีสวัสดิ์ค่ะ”“ราตรีสวัสดิ์” เขาตอบก่อนที่เธอจะผละจากไป เขาก็เอ่ยถามขึ้นว่า “เอ...เพทนี่เป็นชื่อเล่นของคุณใช่ไหม”เธอออกจะแปลกใจที่เขาถามเรื่องส่วนตัวด้วยน้ำเสียงที่บอกความสนใจอย่างมาก“ใช่ค่ะ มาจากคำว่าเพทรา ชื่อเต็มของฉัน...คุณถามทำไม”“ก็ไม่มีเหตุผลอะไรเป็นพิเศษหรอก” เดนยักไหล่ “พรุ่งนี้เช้ามีประชุมตอน ๗ โมงนะ”“ค่ะ ฉันทราบแล้ว” เพทพยักหน้ารับ เหลียวหลังไปมองทางห้องรับประทานอาหาร “คุณจะเข้าไปทานอาหารค่ำหรือคะ”“เปล่าหรอก พูดตามความเป็นจริงก็คือ ผมกำลังจะออกไปข้างนอกน่ะ” แววในดวงตาของเขาฉายแสงแห่งเลศนัย แม้สีหน้าจะมิได้แสดงความรู้สึกอะไรออกมาให้เห็นก็ตาม “ค่ำนี้ผมมีนัดทานอาหารกับมิสเกล”คำตอบของเขาเปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายจริงๆ ตอนแรกมาจากพวกช่างเทคนิคทั้งหลาย ที่เธอถือว่าหลายคนเป็นเพื่อนของเธออยู่ ที่แทบจะไม่ได้คุยกันเรื่องอะไรเลยนอกจากเรื่องของรูบี้ เกล พอมาถึงตอนนี้ เดน คิงสตัน ก็กำลังจะออกไปรับประทานอาหารค่ำกับเธออีกคนแล้วเธอกวาดสายตาไปทั่วตัวของเขา สังเกตเห็นว่าเดนยังมิได้เปลี่ยนเสื้อผ้าเลยด้วยซ้ำ“คุณจะทำอย่างนั้นน่ะหรือคะ” เธอถามด้วยเสียงเยือกเย็น“ก็มันเป็นการเลี้ยงแบบกันเองนี่” รอยยิ้มปรากฏขึ้นตรงมุมปาก “เราคิดจะกินกันแค่แซนด์วิชเท่านั้นละ”“อะไรกันคะ ไม่มีแชมเปญ ไม่มีไข่ปลาคาเวียร์หรอกหรือ” เสียงถามของเพทเฉียบขาดอย่างไม่ตั้งใจ“นั่นเขาเอาไว้ฉลองเวลางานเสร็จแล้วต่างหากเล่า” เดนตอบ“ดีจังค่ะ ถ้าเช่นนั้นก็ขอให้คุณสนุกมากๆ เลยค่ะ” เธอกระแทกเสียงใส่และรีบรุดเดินกลับห้อง ก่อนที่เขาจะทันยับยั้งเธอไว้ได้