นางร้ายป้ายแดง [ บุรามฉัตร ]

    บทที่ 9 [ 2 ]

            หลังจากว่าที่นายแบบนางแบบฉบับปฐมฤกษ์ของนิตยสารหัวใหม่อย่างอิเมจิน อินเลิฟได้ลองชุดว่ายน้ำจนเป็๲ที่พอใจของสไตลิสต์อย่างมินตรา...นางแบบสาวลูกครึ่งที่คอยมองนาฬิกาบ่อยครั้งเมื่อใกล้เวลาห้าทุ่มจึงรีบขอตัวกลับทันทีเพราะเกิดความกังวลใจบางอย่าง

                “จะรีบกลับเหรอคะน้องฮันนี่” วัลยาหาโอกาสทันที

                    “วันนี้แม่ฮันนี่อยู่บ้านคนเดียวน่ะค่ะ พอดีท่านเพิ่งมาจากเชียงใหม่ยังไม่คุ้นที่คุ้นทาง...ฮันนี่ก็เลยไม่อยากกลับบ้านดึก กลัวว่าท่านจะรอทานข้าว”

                    “อุ๊ยตาย!น้องฮันนี่ท่าทางจะเป็๞ห่วงคุณแม่มากเลยนะคะสมแล้วค่ะที่มีงานไหลมาเทมาขนาดนี้ ก็เพราะความกตัญญูรู้คุณบิดามารดานี่เองสงสัยปีนี้ต้องมีการเสนอชื่อให้น้องฮันนี่เป็๞ลูกกตัญญูประจำปีแน่เลยค่ะ”

                    มินตราชวนคุยโดยไม่ทันสังเกตแววตาของอิงเอื้องสักนิด...เธอแค่ยิ้มบางๆอย่างเสียไม่ได้ก่อนจะยิ้มหวานให้กับคนพูดพร้อมรีบเอ่ยขึ้นอย่างถ่อมตน “ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะพี่มิน...ถ้าแดดดี้อยู่ฮันนี่ก็ไม่ต้องเป็๲ห่วงคุณแม่ท่านเท่าไหร่”

                    “แล้วนี่น้องมินขับรถมาเองรึเปล่าค่ะ กลับบ้านยังไง”วัลยาคิดทางเชื่อมได้หนึ่งอย่าง

                    แล้วก็เข้าทางคนถามเมื่อหญิงสาวตอบเข้าทาง “กลับแท็กซี่ค่ะพี่หว่าหวา”

                    “ตายแล้วๆๆ...กลับบ้านดึกดื่นขึ้นแท็กซี่กลับเหรอคะเนี่ย อันตรายออกค่า...เอาอย่างนี้” วัลยาปรายตามองมาทางโดมทอง แล้วก็โพล่งขึ้นอย่างยัดเยียด

                    “เดี๋ยวให้น้องโดมไปส่ง...พวกพี่จะได้ไม่ต้องเป็๲ห่วง โอเคนะคะ”

                    พูดจบผู้จัดการดาราที่หาช่องทางสบโอกาสดึงมือชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนโซฟาให้ลุกขึ้นพร้อมกับรุนหลังให้เดินนำออกไปและดึงมือหญิงสาวให้เดินตามมาโดยไม่ขอความเห็นใดๆทั้งสิ้นรีบล่ำลามินตราที่เอาแต่ยืนมองอย่างงุนงงกับพฤติกรรมของวัลยา

                    โดมทองในฐานะสุภาพบุรุษเมื่อถูกเอ่ยขอร้องให้ไปส่งหญิงสาวที่บ้าน เขาจึงไม่ปฏิเสธ แม้จะไม่รู้ในเหตุผลของคนพูดก็ตาม

                    แผนการขั้นต้นของวัลยาเริ่มขึ้นด้วยดีหวังจะใช้มิตรภาพชายหนุ่มหญิงสาวให้แบ่งบาน เพื่อจะดึงนางแบบฮอตในพ.ศ.นี้มาอยู่ในสังกัดตนเอง เพราะมันหมายถึงเม็ดเงินเป็๞กอบเป็๞กำที่จะโกยเข้ากระเป๋า

                    ส่วนอิงเอื้องเมื่อขึ้นไปนั่งบนรถโฟร์วีลคันสีดำของชายหนุ่มเรียบร้อย เธอก็ทำตัวตามสบายไม่มีทีท่าเกร็งหรือเคอะเขินแต่อย่างใดกลับเป็๲ฝ่ายชวนเขาสนทนาขึ้นก่อน ในขณะที่โดมทองเกิดอาการประหม่า ไม่คุ้นเคยจนนั่งเงียบฟังเธอพูดฝ่ายเดียว

                    “เป็๞อะไรไปคะคุณโดม...ฮันนี่เห็นคุณโดมนั่งเงียบเลย”

                    “อ๋อ...ปะ...เปล่าครับ แค่พูดไม่ค่อยเก่ง...คุณฮันนี่อึดอัดหรือเปล่าครับ”

                    “ไม่เลยค่ะ ฮันนี่เป็๞คนสบายๆ ง่ายๆค่ะ ว่าแต่คุณโดมเถอะ ที่บอกว่าพูดไม่เก่งเพราะไม่อยากคุยกับฮันนี่หรือเปล่า”

                    คนถูกกล่าวหาว่าไม่อยากคุยถึงกับสะดุ้งรีบโบกไม้โบกมือข้างหนึ่งขึ้นปฏิเสธเป็๲พัลวัน “ไม่จริงครับ...ผมไม่ใช่ว่าไม่อยากคุยกับคุณฮันนี่นะครับ เพียงแต่...”

                    “เพียงแต่อะไรคะ” อิงเอื้องขยับตัวนั่งตรงหันหน้าไปทางคนขับ เอียงคออย่างสงสัยในท้ายประโยคที่ฝ่ายชายหยุดพูดกลางคัน

                    โดมทองไม่อยากตอบว่าสิ่งที่ไม่กล้าพูดออกมาก็คือความรู้สึกชื่นชมในความสวยของเธอเพราะเกรงว่าหญิงสาวจะมองเขาเป็๲พวกผู้ชายหน้าหม้อไปเสียฉิบ...เขาก็แค่ชื่นชมเธออย่างที่วัลยาหรือมินตรารู้สึกไม่ได้มีสิ่งใดเป็๲พิเศษ

                    แต่การที่เขาเลี่ยงไม่ตอบแต่ตัดบทเปลี่ยนประเด็นในการสนทนา กลับทำให้หญิงสาวแอบคิดไปเองต่อว่าเหตุผลที่เขาไม่กล้าพูดกับเธอ ก็เพราะเขาชอบเธอ

                    ส่วนใหญ่พวกนายแบบที่เธอเคยร่วมงานด้วย...เกือบทั้งหมดก็ว่าได้มักจะจีบเธอ แล้วก็อยากจะสานสัมพันธ์กับเธอเป็๲ทิวแถวทุกคนล้วนแต่หวังในตัวเธอ...อิงเอื้องเบื่อผู้ชายประเภทนั้น

                    จะมีก็แต่โดมทองนี่แหละที่ทำเป็๞เฉยชาเอาแต่ยิ้มน้อย พูดน้อยจนแทบห่างเหิน ทีแรกเธอก็คิดว่าเขาเป็๞พวกเก้งกวางไม่อย่างนั้นก็คงไม่ชอบขี้หน้าเธอเท่าไหร่ เพราะตอนลองชุดด้วยกันเขาก็เอาแต่หลบหน้าหลบตา เสมองไปทางอื่นอยู่เรื่อย

                    แต่ท่าทีที่เขาอึกอักเมื่อครู่...แล้วหยุดคำพูดไว้แค่ว่า‘เพียงแต่...’ มันกลับทำให้เธอคิดเข้าข้างตัวเองทันที

                    “คุณฮันนี่ถ่ายแบบมานานรึยังครับ”เขาเปลี่ยนเ๹ื่๪๫...และเริ่มเป็๞ฝ่ายชวนคุย

                    “ก็ไม่กี่เดือนหรอกค่ะ...แต่ว่ามีงานพอสมควร...แต่งานถ่ายแบบกับหนังสืออิเมจินเพิ่งครั้งแรก” เธอยิ้มรับอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นฝ่ายชายหายเกร็ง

                    “แล้วถ่ายแนวนี้บ่อยไหมครับ” เขาทำทีเป็๞อ้อมแอ้มถาม

                    “ไม่บ่อยหรอกค่ะ...มากไปมันก็หมดเสน่ห์ แต่แฟชั่นเซ็ทนี้อาจจะถ่ายวาบหวามที่สุดก็ได้มั้งคะ”เธอยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ เมื่อพูดถึงงานถ่ายแบบแนวอาร์ตอีโรติก

                    “ฮันนี่คิดว่าจะถ่ายแนวนี้ เล่มนี้เป็๞เล่มสุดท้าย แล้วคงจะหยุดแนวนี้สักพักน่ะค่ะไม่งั้นใครๆอาจจะติดภาพว่าฮันนี่เป็๞ผู้หญิงเซ็กซี่...ฮันนี่ไม่ค่อยปลื้มน่ะค่ะ”

                    โดมทองมองหน้าเธออย่างใช้ความคิด...ผู้หญิงคนนี้ดูยากเหมือนมีบางอย่างมันขัดแย้งกับสิ่งที่พูด แต่เขาก็ปล่อยผ่าน ไม่ได้เก็บมันมารกสมอง

                    “แล้วคุณโดมล่ะคะ”คราวนี้เธอเป็๞ฝ่ายถามข้อมูลเขาบ้าง

                    “ผมงานไม่เยอะหรอกครับ...เป็๲พวกดาราตกอับ”เขายิ้มแกมหัวเราะแบบฝืดๆ

                    หญิงสาวคิดว่าคงเป็๞มุกจึงหัวเราะร่วมไปกับคำตอบของเขา “คุณโดมนี่ขำดีนะคะบทจะพูดก็เล่นปล่อยมุกให้ขำเชียว อย่างคุณโดมหล่อขนาดนี้ บอกว่าเป็๞ดาราตกอับ ใครจะเชื่อ”

                    เธอเล่นชมเขาซึ่งหน้า...เขาได้แต่ยิ้มแก้เก้อ“พูดจริงครับ ไม่ได้มุก”

                    อิงเอื้องจ้องตอบพยายามจะมองหน้าเขา ค้นหาคำตอบทางแววตาว่าสิ่งที่เขาพูด...จริงหรือหลอก แต่เขาก็มองตรงไปแต่ถนนเบื้องหน้าตั้งสมาธิขับรถ

                    นิ่งไปอึดใจสาวลูกครึ่งก็โพล่งถามในสิ่งที่ชายหนุ่มคาดไม่ถึง “คุณโดมมีแฟนรึยังคะ”

    ///////////////////////////////////////