หลังจากว่าที่นายแบบนางแบบฉบับปฐมฤกษ์ของนิตยสารหัวใหม่อย่างอิเมจิน อินเลิฟได้ลองชุดว่ายน้ำจนเป็ที่พอใจของสไตลิสต์อย่างมินตรา...นางแบบสาวลูกครึ่งที่คอยมองนาฬิกาบ่อยครั้งเมื่อใกล้เวลาห้าทุ่มจึงรีบขอตัวกลับทันทีเพราะเกิดความกังวลใจบางอย่าง
“จะรีบกลับเหรอคะน้องฮันนี่” วัลยาหาโอกาสทันที
“วันนี้แม่ฮันนี่อยู่บ้านคนเดียวน่ะค่ะ พอดีท่านเพิ่งมาจากเชียงใหม่ยังไม่คุ้นที่คุ้นทาง...ฮันนี่ก็เลยไม่อยากกลับบ้านดึก กลัวว่าท่านจะรอทานข้าว”
“อุ๊ยตาย!น้องฮันนี่ท่าทางจะเป็ห่วงคุณแม่มากเลยนะคะสมแล้วค่ะที่มีงานไหลมาเทมาขนาดนี้ ก็เพราะความกตัญญูรู้คุณบิดามารดานี่เองสงสัยปีนี้ต้องมีการเสนอชื่อให้น้องฮันนี่เป็ลูกกตัญญูประจำปีแน่เลยค่ะ”
มินตราชวนคุยโดยไม่ทันสังเกตแววตาของอิงเอื้องสักนิด...เธอแค่ยิ้มบางๆอย่างเสียไม่ได้ก่อนจะยิ้มหวานให้กับคนพูดพร้อมรีบเอ่ยขึ้นอย่างถ่อมตน “ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะพี่มิน...ถ้าแดดดี้อยู่ฮันนี่ก็ไม่ต้องเป็ห่วงคุณแม่ท่านเท่าไหร่”
“แล้วนี่น้องมินขับรถมาเองรึเปล่าค่ะ กลับบ้านยังไง”วัลยาคิดทางเชื่อมได้หนึ่งอย่าง
แล้วก็เข้าทางคนถามเมื่อหญิงสาวตอบเข้าทาง “กลับแท็กซี่ค่ะพี่หว่าหวา”
“ตายแล้วๆๆ...กลับบ้านดึกดื่นขึ้นแท็กซี่กลับเหรอคะเนี่ย อันตรายออกค่า...เอาอย่างนี้” วัลยาปรายตามองมาทางโดมทอง แล้วก็โพล่งขึ้นอย่างยัดเยียด
“เดี๋ยวให้น้องโดมไปส่ง...พวกพี่จะได้ไม่ต้องเป็ห่วง โอเคนะคะ”
พูดจบผู้จัดการดาราที่หาช่องทางสบโอกาสดึงมือชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนโซฟาให้ลุกขึ้นพร้อมกับรุนหลังให้เดินนำออกไปและดึงมือหญิงสาวให้เดินตามมาโดยไม่ขอความเห็นใดๆทั้งสิ้นรีบล่ำลามินตราที่เอาแต่ยืนมองอย่างงุนงงกับพฤติกรรมของวัลยา
โดมทองในฐานะสุภาพบุรุษเมื่อถูกเอ่ยขอร้องให้ไปส่งหญิงสาวที่บ้าน เขาจึงไม่ปฏิเสธ แม้จะไม่รู้ในเหตุผลของคนพูดก็ตาม
แผนการขั้นต้นของวัลยาเริ่มขึ้นด้วยดีหวังจะใช้มิตรภาพชายหนุ่มหญิงสาวให้แบ่งบาน เพื่อจะดึงนางแบบฮอตในพ.ศ.นี้มาอยู่ในสังกัดตนเอง เพราะมันหมายถึงเม็ดเงินเป็กอบเป็กำที่จะโกยเข้ากระเป๋า
ส่วนอิงเอื้องเมื่อขึ้นไปนั่งบนรถโฟร์วีลคันสีดำของชายหนุ่มเรียบร้อย เธอก็ทำตัวตามสบายไม่มีทีท่าเกร็งหรือเคอะเขินแต่อย่างใดกลับเป็ฝ่ายชวนเขาสนทนาขึ้นก่อน ในขณะที่โดมทองเกิดอาการประหม่า ไม่คุ้นเคยจนนั่งเงียบฟังเธอพูดฝ่ายเดียว
“เป็อะไรไปคะคุณโดม...ฮันนี่เห็นคุณโดมนั่งเงียบเลย”
“อ๋อ...ปะ...เปล่าครับ แค่พูดไม่ค่อยเก่ง...คุณฮันนี่อึดอัดหรือเปล่าครับ”
“ไม่เลยค่ะ ฮันนี่เป็คนสบายๆ ง่ายๆค่ะ ว่าแต่คุณโดมเถอะ ที่บอกว่าพูดไม่เก่งเพราะไม่อยากคุยกับฮันนี่หรือเปล่า”
คนถูกกล่าวหาว่าไม่อยากคุยถึงกับสะดุ้งรีบโบกไม้โบกมือข้างหนึ่งขึ้นปฏิเสธเป็พัลวัน “ไม่จริงครับ...ผมไม่ใช่ว่าไม่อยากคุยกับคุณฮันนี่นะครับ เพียงแต่...”
“เพียงแต่อะไรคะ” อิงเอื้องขยับตัวนั่งตรงหันหน้าไปทางคนขับ เอียงคออย่างสงสัยในท้ายประโยคที่ฝ่ายชายหยุดพูดกลางคัน
โดมทองไม่อยากตอบว่าสิ่งที่ไม่กล้าพูดออกมาก็คือความรู้สึกชื่นชมในความสวยของเธอเพราะเกรงว่าหญิงสาวจะมองเขาเป็พวกผู้ชายหน้าหม้อไปเสียฉิบ...เขาก็แค่ชื่นชมเธออย่างที่วัลยาหรือมินตรารู้สึกไม่ได้มีสิ่งใดเป็พิเศษ
แต่การที่เขาเลี่ยงไม่ตอบแต่ตัดบทเปลี่ยนประเด็นในการสนทนา กลับทำให้หญิงสาวแอบคิดไปเองต่อว่าเหตุผลที่เขาไม่กล้าพูดกับเธอ ก็เพราะเขาชอบเธอ
ส่วนใหญ่พวกนายแบบที่เธอเคยร่วมงานด้วย...เกือบทั้งหมดก็ว่าได้มักจะจีบเธอ แล้วก็อยากจะสานสัมพันธ์กับเธอเป็ทิวแถวทุกคนล้วนแต่หวังในตัวเธอ...อิงเอื้องเบื่อผู้ชายประเภทนั้น
จะมีก็แต่โดมทองนี่แหละที่ทำเป็เฉยชาเอาแต่ยิ้มน้อย พูดน้อยจนแทบห่างเหิน ทีแรกเธอก็คิดว่าเขาเป็พวกเก้งกวางไม่อย่างนั้นก็คงไม่ชอบขี้หน้าเธอเท่าไหร่ เพราะตอนลองชุดด้วยกันเขาก็เอาแต่หลบหน้าหลบตา เสมองไปทางอื่นอยู่เรื่อย
แต่ท่าทีที่เขาอึกอักเมื่อครู่...แล้วหยุดคำพูดไว้แค่ว่า‘เพียงแต่...’ มันกลับทำให้เธอคิดเข้าข้างตัวเองทันที
“คุณฮันนี่ถ่ายแบบมานานรึยังครับ”เขาเปลี่ยนเื่...และเริ่มเป็ฝ่ายชวนคุย
“ก็ไม่กี่เดือนหรอกค่ะ...แต่ว่ามีงานพอสมควร...แต่งานถ่ายแบบกับหนังสืออิเมจินเพิ่งครั้งแรก” เธอยิ้มรับอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นฝ่ายชายหายเกร็ง
“แล้วถ่ายแนวนี้บ่อยไหมครับ” เขาทำทีเป็อ้อมแอ้มถาม
“ไม่บ่อยหรอกค่ะ...มากไปมันก็หมดเสน่ห์ แต่แฟชั่นเซ็ทนี้อาจจะถ่ายวาบหวามที่สุดก็ได้มั้งคะ”เธอยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ เมื่อพูดถึงงานถ่ายแบบแนวอาร์ตอีโรติก
“ฮันนี่คิดว่าจะถ่ายแนวนี้ เล่มนี้เป็เล่มสุดท้าย แล้วคงจะหยุดแนวนี้สักพักน่ะค่ะไม่งั้นใครๆอาจจะติดภาพว่าฮันนี่เป็ผู้หญิงเซ็กซี่...ฮันนี่ไม่ค่อยปลื้มน่ะค่ะ”
โดมทองมองหน้าเธออย่างใช้ความคิด...ผู้หญิงคนนี้ดูยากเหมือนมีบางอย่างมันขัดแย้งกับสิ่งที่พูด แต่เขาก็ปล่อยผ่าน ไม่ได้เก็บมันมารกสมอง
“แล้วคุณโดมล่ะคะ”คราวนี้เธอเป็ฝ่ายถามข้อมูลเขาบ้าง
“ผมงานไม่เยอะหรอกครับ...เป็พวกดาราตกอับ”เขายิ้มแกมหัวเราะแบบฝืดๆ
หญิงสาวคิดว่าคงเป็มุกจึงหัวเราะร่วมไปกับคำตอบของเขา “คุณโดมนี่ขำดีนะคะบทจะพูดก็เล่นปล่อยมุกให้ขำเชียว อย่างคุณโดมหล่อขนาดนี้ บอกว่าเป็ดาราตกอับ ใครจะเชื่อ”
เธอเล่นชมเขาซึ่งหน้า...เขาได้แต่ยิ้มแก้เก้อ“พูดจริงครับ ไม่ได้มุก”
อิงเอื้องจ้องตอบพยายามจะมองหน้าเขา ค้นหาคำตอบทางแววตาว่าสิ่งที่เขาพูด...จริงหรือหลอก แต่เขาก็มองตรงไปแต่ถนนเบื้องหน้าตั้งสมาธิขับรถ
นิ่งไปอึดใจสาวลูกครึ่งก็โพล่งถามในสิ่งที่ชายหนุ่มคาดไม่ถึง “คุณโดมมีแฟนรึยังคะ”
///////////////////////////////////////